ณ.บ้านจินเหม่ย 18.00 น.
ผู้ใหญ่ทางบ้านหยางที่มาวันนี้ มากัน4คนประกอบไปด้วย แม่หยางจื่อแม่ของหยางเฉวียน คุณป้าหยางโจภรรยาของหัวหน้าคณะกรรมการหมู่บ้านกองพลน้อยป้าสะใภ้ของหยางเฉวียน แล้วก็พี่สะใภ้รองบ้านหยาง และคนสุดท้ายแม่สื่อมืออาชีพของหมู่บ้านไห่ถังที่คุณแม่หยางไปวานหามา
ฝั่งเราก็มีแค่อาลี่จวิน น้าชิงฮว๋า แล้วก็อาจูเหม่ย ที่อยู่ในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ผูกผมติดกิ๊ฟแสนน่ารักอยู่ข้างพี่จินเหม่ยไม่ยอมห่างไปไหน สร้างความน่ารักน่าเอ็นดูแก่แขกวันนี้ยิ่งนัก
หลังจากสวัสดีทักทาย แนะนำกันอย่างเป็ทางการแล้ว เราก็เชิญแขกเข้าไปนั่งที่โซฟาในบ้าน จินยกน้ำชากับขนมเค้กชิฟฟ่อนออกมารับแขก เมื่อแขกชิมขนมต้อนรับจนหมดแล้วต่างก็พอใจ และเริ่มเข้าสู่บทบาททาบทามสู่ขอกันเลยจนถึงได้ถามไถ่จินว่ายินดีหรือไม่
“ที่จริง จินก็ไม่คัดค้านการหมั้นหมายครั้งนี้หรอกนะคะ จินไม่ได้รังเกียจคนดีๆอย่างคุณหยางเฉวียนเลย เพียงแต่จินมีข้อแม้อยู่สองข้อ ถ้าทางบ้านหยางรับได้พรุ่งนี้ก็ให้แม่สื่อจัดของหมั้นแลกใบชะตากันได้เลย แต่ถ้าไม่ตกลง ก็ถือว่าหนูกับคุณหยางเฉวียนไม่มีวาสนาต่อกัน และถือว่าวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกันเถอะนะคะ”
“ข้อแม้อะไรหรือจ๊ะ หนูจินเหม่ยลองบอกแม่มาก่อนเถอะจ๊ะ”
“ข้อแรกถึงหมั้นหมายแล้ว ก็ต้องรอจนกว่าหนูจะเรียนจบมอ.ปลายก่อน อีกปีกว่าเอง ถ้ารอได้หนูก็ตกลงค่ะ”
“ข้อสอง ถ้าแต่งงานกับหนู ก็ต้องแยกบ้านมาอยู่กับหนู เพราะหนูสัญญากับพ่อไว้นานแล้ว ว่าจะดูแลน้องอาจูกับน้าชิงฮว๋าต่อไปค่ะ”จินจำเป็ต้องพูดโกหกออกไป
“….”
“เื่นี้มัน….”แม่หยางพูดไม่ออกไปไม่เป็ นิ่งไปสักพัก จนแม่สื่อพูดขึ้นมาว่า
“ช่างเป็เด็กกตัญญูดีเหลือเกิน เด็กดีอะไรอย่างนี้นะคะ พี่หยางจื่อ พี่หยางโจ นะสะไภ้รอง นะ นะ”
“ค่ะเป็เด็กดีรู้ความมาก”พี่สะไภ้รองบ้านหยางพูดรับคำออกมาบ้าน จนบรรยากาศเริ่มดีขึ้น
“หนูไม่ได้เร่งรัดอะไรนะคะ กลับไปปรึกษากันก่อนก็ได้ค่ะคุณป้า”
“จ้ะ อย่างไรเสีย พรุ่งนี้แม่จะให้แม่สื่อมาส่งข่าวนะจ๊ะ ”แม่หยางกล่าว
“หรือไม่ก็…อาจยกของหมั้นมาเลย ถ้าพูดคุยตกลงกันได้นะจ๊ะ”แม่สื่อกล่าว
“ค่ะคุณป้า”
“ถ้างั้นก็เอาอย่างที่ว่านี้ล่ะเน้อะ ว่าแต่บ้านหนูนี่จัดได้สวยงามเป็ระเบียบเรียบร้อยสวยงามสะอาดตาดีเหลือเกินนะ โต๊ะ ตู้ เตียง สีผ้าม่านก็เข้ากันกลมกลืนดูสบายตาดีเหลือเกิน” ป้าหยางโจกล่าวขึ้นมาบ้างอย่างชื่นชม
“ก็เป็ฝีมือหนูจินเหม่ยนั้นแหละค่ะ เขาบอกว่าเป็ของที่พ่อเขาซื้อไว้ให้ทั้งนั้นล่ะค่ะ”
“หรือจ๊ะ ดีๆ อย่างไรเสียวันนี้ ทางบ้านหยางก็ขอตัวกลับก่อนนะคะ เวลาไม่เช้าแล้ว ”
“เดินทางดีๆนะคะ หนูไปส่งหน้าบ้านค่ะ”
“ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะคุณป้าแม่สื่อ ลำบากคุณป้าแล้ว นี่ซองของขวัญเล็กน้อยค่ะ”
“รู้ความอะไรอย่างนี้ ป้าจะรับไว้แล้วกันนะจ๊ะ ขอบใจมาก ”
เมื่อแขกทุกคนกลับไปหมดแล้ว จินก็เริ่มเก็บของล้าง ส่วนอาลี่จวินกับน้าชิงฮว๋ายังนั่งคุยกันอยู่
“ครอบครัวนี้เขาดีนะ ฉันล่ะเสียดายแต่….กับข้อตกลงของหนูจินเหม่ยก็น่าเห็นใจ สิบหมู่บ้านแปดลี้หาดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว แถมไม่ยกเื่ช่วยตอนตกน้ำมากดดันทางเราสักนิดอีก ถ้าคลาดกันไป เฮ้อ!ช่างน่าเสียดาย นี่!แม่ชิงฮว๋า หล่อนต้องรักและดีกับอาจินเหม่ยมากๆนะ หล่อนเห็นไหม หนูจินเหม่ยของเราจิตใจดีขนาดไหน”
“ค่ะคุณพี่ หนูจินเหม่ยเป็เด็กดีจริงๆ”
“คุยอะไรกันอยู่ค่ะ อาลี่จวินตอนกลับ เอาขนมเค้กชิฟฟ่อนใบเตยในห่อนี้ กลับไปฝากเด็กๆที่บ้านด้วยนะคะ ”
“ไม่ต้องหรอกจ๊ะเก็บไว้ให้หนูจูเถอะจ้ะ ของแพงๆหวานๆแบบนี้อารับไว้ไม่ได้หรอก ”
“รับไปเถอะค่ะ ขนมของอาจูหนูเก็บไว้ต่างหากแล้ว กินเสียจนพุงกลมดิ๊กแล้ว หมูน้อยเสี่ยวจูจู”แล้วจินก็เอานิ้วจิ้มพุงจิ้มเอว ให้คนตัวเล็กจั๊กจี้หัวเราะอิ๊กอ๊ากหนีมือเป็พัลวัน
“อย่างนั้นหรือจ๊ะ ขอบใจจ๊ะหนูจิน”
“่นี้เด็กๆว่างไหมค่ะ พรุ่งนี้ให้มาหาจินหน่อยนะคะ ”
“จ้ะ พรุ่งนี้อาจะให้เด็กๆ มาหาแต่เช้า ”
ณ.บ้านหยาง
หลังจากคุณแม่หยางกลับมาจากบ้านอาจินเหม่ย ก็เรียกสามีและลูกๆมาพูดคุยปรึกษาหารือกัน ในข้อตกลงที่ทางบ้านอาจินเหม่ยเสนอมา”
“ผมไม่มีอะไรจะพูดหรอก ผมไม่มีปัญหาในเื่นี้ ถามเ้าตัวเองก็แล้วกัน จะตัดสินใจอย่างไรผมก็แล้วแต่เ้าสี่แล้วล่ะ ก็น่าเห็นใจทางหนูจินเหม่ยอยู่นะ”พ่อหยางพูดออกมา เมื่อถูกภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากปรึกษาถามความคิดเห็น
“เ้าสี่ล่ะ รอน้องได้ไหมอีกปีกว่า แม่ว่าก็ดีนะ หมู่บ้านเราน้อยนัก จะมีเด็กผู้หญิงรู้หนังสืออ่านออกเขียนได้ แถมจะเรียนจบมอ.ปลายเสียอีก ปีนี้อาหลิงน้องสาวเล็กแต่งงาน ปีหน้าเ้าห้าแต่งงาน ปีต่อไปลูกก็แต่งต่อ แต่เื่…แต่งออกแยกครอบครัวนั้น…เฮ้อ! แม่ก็คิดหนักสักหน่อยอยู่ แล้วลูกล่ะจะว่ายังไงเ้าสี่”
“เอ่อ…แยกครับ”
“ลูกว่าอย่างไรนะ เ้าสี่ แม่ไม่ได้ยิน พูดอีกทีสิ”
“แต่งครับ ผมรอได้ครับ”
“ตกลงแต่งงานแล้วแยกไปอยู่กับน้องนะหรือ”
“ครับ”
“รักชอบเขาหรือเ้าสี่”พี่ใหญ่หยางถามยิ้มๆ
“…..ครับ”
“ครับอะไรของนาย พี่ถามว่ารักชอบเขาหรือ ตอบให้ตรงประเด็นหน่อย ตอบยาวๆอ่ะ”
“ชอบ…ครับ”
“ฮ่าๆเ้าสี่ แล้วไปรักไปชอบน้องอาจินเหม่ยนั้นั้แ่เมื่อไร เคยเจอกันก่อนหน้านี้ไหม ก่อนตกน้ำอ่ะ”พี่สามหยางก็เอ่ยถามขึ้นมาบ้าง
“เจอวันนี้ครับ”คนถามก็ถามไปยิ้มไป คนตอบก็อายหน้าแดง หูแดงไปหมด
“พอแล้วเ้าใหญ่ เ้าสาม เ้าสี่อายจนตัวแดงไปหมดแล้วนั้น”
“คุณแม่ค่ะ ได้ยินสะใภ้รองบอกว่าขนมต้อนรับอร่อยมากเลยหรือค่ะ”
“อร่อยสิ…อร่อยจน แทบ..จะกลืนลิ้นเลยล่ะ ฉันเกิดมาจนอายุปูนนี้ พึ่งเคยกินขนมอะไรอร่อยขนาดนี้”
“ชาก็ ห๊อม หอม นะคะคุณแม่ คุณป้า กับแม่สื่อชมแล้วชมอีกนะคะ”สะใภ้รองกล่าวออกมาอย่างชื่นชม
“เวลามีงาน มีขนมอย่างนี้ คุณแม่ล่ะก็ทำไมไม่ชวนฉันไปด้วยล่ะคะ ฉันเป็สะใภ้ใหญ่นะคะ คุณแม่ลำเอียงเสียจริง”
“ก็หล่อนปากมากอย่างนี้ไงล่ะยะ ชั้นถึงไม่เอาหล่อนไปด้วย เขาไปคุยเื่มงคลกัน ไม่ใช่ไปตั้งวงนินทากันแบบที่หล่อนถนัดนะยะ”
“คุณแม่!”สะใภ้ใหญ่ถึงกับทำหน้าไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้อยู่อย่างนั้น
“เื่ของหมั้นล่ะครับคุณแม่”เ้ารองหยางถามขึ้นมาบ้าง
“ทางนั้นเขาแล้วแต่เราเห็นสมควรนะ หมั้นข้ามปีคงยังไม่ต้องเตรียมไปมากนัก เพียงให้รู้ว่าหมั้นหมายกันก็พอ แต่ก็ไม่ควรน้อยหน้าใครนะแม่ว่า”
“บ้านตระกูลซ่งบ้านเหนือ พึ่งแต่งไปวันก่อน เงินสินสอด80หยวน เขาหมั้นไว้50หยวน คนพูดถึงกันทั้งตำบลเลยค่ะ”สะให้รองกล่าว
“คุณก็จัดไปตามที่เห็นสมควรไปนะ เฒ่าหยาง มากหน่อยถึงดี”พ่อหยางกล่าวอย่างอารมณ์ดี
“คุณแม่ครับ เงินหมั้นเดี๋ยวผมเตรียมเองนะครับ”หยางเฉวียนเอ่ยออกมานิ่งๆ แต่…หูแดงมาก