หญิงสาวปล่อยผมยาวสลวย เธอใส่กางเกงขาสั้นในชุดสีดำ ่ขาเรียวยาวดวงหน้าขาวผ่องในแสงไฟสลัว ภายในบาร์ชั้นใต้ดิน หญิงสาวกลายเป็เป้าสายตาในเวลาเที่ยงคืน เธอเดินก้าวเท้าเข้ามาภายใจร้านดั่งนางพญา โดยมีเป้าหมายที่ผู้ชาย 2 คนที่กำลังดื่มกันจนได้ที่
“พี่จางจิ้ง”
ชายหนุ่มค่อย ๆ หันมามองหญิงสาวช้า ๆ เขากะพริบตาแล้วยิ้มให้เธอ แต่บอดี้การ์ดที่ติดตามเขา แค่เห็นเธอเดินเข้ามาก็รีบลุกยืนตัวตรงทันที
“ฟางเฟย ตื่นแล้วเหรอ” จางจิ้งเอ่ยทักเธอ
“ขอโทษนะคะเจียอี แต่ฉันมีเื่ต้องคุยกับพี่ชาย ขอพาเขากลับก่อนนะคะ ส่วนนัดของคุณ เอาไว้เสร็จงานเราค่อยคุยกัน”
ผู้กำกับเจียอี ได้แต่มองดูนายน้อยสกุลเกา เดินตามหลังสาวงามออกไปโดยไม่พูดสักคำ ถ้าสองคนนี้ไม่ใช่พี่น้องร่วมแซ่ เขาคงได้เป็คู่รักกัน นายน้อยเกาจางจิ้งน่าจะกลัวเมียอย่างฟางเฟย ไม่ไช่ไม่ถูกต้องเขาต่างหากที่ควรได้คนรักแบบฟางเฟย เขาดื่มแก้วที่เหลือแล้วกลับไปพักผ่อน เพื่อเตรียมลุยงานต่อในวันพรุ่งนี้
เกาจางจิ้งที่กำลังเมา เดินตามฟางเฟยเข้ามาในห้องของเขา จางจิ้งส่งสัญญาณให้ลูกน้องรอด้านนอก แล้วล็อคประตู ฟางเฟยที่ยืนหันหลังอยู่ถึงกับสะดุ้ง หันกลับมามองเขา จางจิ้งคิดเอาไว้แล้วว่าหญิงสาวต้องถามเขาเื่อ่างอาบน้ำเมื่อหัวค่ำแน่ ๆ เลยตั้งใจไม่้าให้ใครเข้ามาได้ยิน เขาเดินมายืนอยู่ต่อหน้าหญิงสาว พร้อมจะตอบคำถามทุกข้อ
“พี่จางจิ้ง ขอบคุณนะคะ”
เกาฟางเฟยพูดขึ้นแต่ไม่กล้าสบสายตาของชายหนุ่ม
“ทั้งหมดอาจไม่ใช่พี่ก็ได้ อาจเป็พนักงานโรงแรมเป็คนจัดการก็ได้”
“ตงเจ๋อ ยอมรับทั้งหมดแล้ว พี่ไม่ต้องแกล้งพูดเพื่อให้ฉันรู้สึกสบายใจหรอก”
“แสดงว่าถ้าเป็พี่ เธอจะไม่สบายใจ”
“ก็พี่เป็ผู้ชาย แล้วก็เห็นแบบนั้นหมดแล้ว”
“ไม่ใช่แค่เห็น พี่ได้ััด้วย” จางจิ้งคิดภาพแล้วก็ยิ้มออกมา
ฟางเฟยหน้าแดงหูแดง รู้สึกหน้าร้อนฉ่าไปด้วยความเขินอาย หญิงสาวจะเดินหลบออกจากตรงนั้น แต่ถูกจางจิ้งดึงแขนเอาไว้
“ทุกอย่างที่เป็เธอ พี่ขอให้เป็ของพี่คนเดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์”
ฟางเฟยสบสายตาของชายหนุ่ม ในระยะประชิดแบบนี้หัวใจกลับเต้นแรง คิดถึงภาพเหตุการณ์ตอนหัวค่ำ เธอเปลือยกายต่อหน้าเขา และเขาเห็นหมดแล้ว ต่อให้เธอและเขา จะมีที่มาของนามสกุลเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้เกิดจากสายเืใกล้ชิดกัน สายตาของเขา ใบหน้าของเขา ความสามารถของเขา ทุกอย่างคือความหวั่นไหวที่ได้ใกล้ชิดกัน เธอจะบ่ายเบี่ยงว่าไม่พอใจเขาคงไม่ได้ ทุกอย่างที่เป็เขา คือความประทับใจสำหรับเธอ คำพูดของเขาคืออะไรเขา้าบอกอะไร
“พี่จางจิ้ง ฉันขอตัวไปพักผ่อนก่อนค่ะ พรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้า”
จางจิ้งปล่อยมือที่รั้งแขนหญิงสาวออก แต่พอเธอจะเดินจากไป เขากลับรวบเอวเธอแล้วดึงเข้ามาสวมกอด
“พี่เป็ห่วงเธอนะ ทำไมเป็แบบนี้ ถ้าพี่ไม่มาด้วยจะเป็อย่างไง ทุกอย่างที่พี่พูด พี่พูดจริง ๆ ขอพี่เป็คนดูแลเธอนะ ฟางเฟยเธอเป็แบบนี้บ่อยไหม”
ฟางเฟยพยายามผลักเขาออก แต่เพราะคำพูดของเขาทำให้เธอยอมอยู่ในอ้อมแขนของเขา
“ั้แ่ได้รับคันฉ่องมาค่ะ ฉันถึงพยายามถามพี่ว่าตอนได้รับมอบดาบ เกิดอะไรขึ้นกับพี่รึเปล่า เพราะสำหรับฉันมันเต็มไปด้วยเื่ประหลาด ที่ไม่รู้จะเริ่มเล่าตรงจุดไหนดี"
เกาจางจิ้งจับไหล่ทั้งสองข้างของหญิงสาวเอาไว้ มองลึกลงไปในดวงตาของเธอ
“ความลับของตระกูลเกา จะเป็ความลับตลอดไป เพราะทุกเื่ราวทุกความรับผิดชอบต่อตระกูล จะมีแค่เราสองคนเท่านั้นที่รับรู้ ไม่ว่าเธอจะประสบกับอะไร ต่อจากนี้ขอให้พี่ได้ทำหน้าที่ร่วมไปกับเธอ”
ฟางเฟยมองดวงตาที่แน่วแน่ตั้งใจของจางจิ้ง หญิงสาวยอมเล่าถึงความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น ระหว่างเธอกับคันฉ่องโบราณ จางจิ้งตั้งใจฟังโดยไม่ทักท้วงใด ๆ รอจนเธอเล่าจบ เขาจึงเริ่มเล่าเื่ของเขา
“ดาบเล่มนี้ทำให้พี่มีทักษะทางการต่อสู้สูง พี่ถูกดาบเล่มนี้ฝึกฝนทุกคืน ความสามารถที่ได้มา เกิดจากดาบเล่มนี้ พี่ใช้ความรู้ที่ได้จากคุณปู่ ประกอบกับความลับการทำลายล้างของดาบปัญจธาตุ ทำให้พี่เป็แบบที่เธอเห็น และเป็ไปตามที่ทุกคนล่ำลือ พี่กับเจียอีเคยสนิทกัน เราเคยออกทริปท่องเที่ยวไปด้วยกัน แต่พอพี่ต้องเจอกับความลับของตระกูล พี่จำเป็ต้องเก็บตัว เพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น”
“ฉันรับงานนี้ก่อนที่จะได้คันฉ่องมา ถ้ารู้ว่าผลของการเป็ผู้ถือคันฉ่อง ต้องแรกกับความผิดปกติแบบนี้ฉันคงไม่รับงานแต่แรก ตอนนี้ฉันยังคิดว่าเื่เรียนจะส่งผลด้วยรึเปล่า แต่คงพอคุยกับอาจารย์ได้”
“จากที่พี่เคยเจอกับเื่นี้ด้วยตัวเอง เวลาในห้วงฝันแม้ยาวนาน แต่ถ้าเทียบกับโลกความเป็จริงมันใช้เวลาไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง บางที่เื่ที่เธอกังวลอยู่อาจไม่ส่งผลกระทบอะไรมากก็ได้”
ฟางเฟยเดินทางไปกองถ่าย พร้อมเพื่อนร่วมงานและทีมงานที่รับผิดชอบ ในส่วนของนักแสดงประกอบหลัก หญิงสาวถูกแต่งหน้าทำผมั้แ่เช้ามืด ด้วยนักแสดงที่ต้องเข้าฉากในวันนี้มีจำนวนมาก พอพวกเธอแต่งตัวเสร็จจึงขอทีมงานไปยังจุดถ่ายทำก่อน ถ้าสามารถซ้อมการแสดงกับชุดจริงสักรอบสองรอบได้ก็อยากทำ
“วันนี้พวกเรา ทำกันให้เต็มที่นะ ถ้าวันนี้โชคดีผ่าน วันที่เหลือพวกเธอก็จะได้เที่ยวกัน”
ฟางเฟยบอกเพื่อนร่วมงาน แต่ในใจ้าเร่งงานให้จบโดยเร็ว ถ่ายภาพยนตร์เสร็จเธอมีถ่ายแบบต่ออีก จบงานนี้แล้วตั้งใจจะไม่รับงานอีก เพราะยังมีเื่สำคัญต้องทำอีก การได้คุยและบอกเล่าเื่ราวต่อจางจิ้ง ทำให้เธอเหมือนมีคนรู้ใจและได้ที่ปรึกษาที่ดี ไม่คิดว่าจางจิ้งก็พบเจอเื่ประหลาดเหมือนเธอ แค่สถานะการณ์ต่างกัน บรรพชนสกุลเกาขออะไรต่อ์ ถึงต้องแลกเปลี่ยนด้วยหน้าที่แบบนี้
“แน่นอน เราจะทำกันเต็มที่ ถูกไหมทุกคน”
“ใช่ ๆ เราจะทำให้ผ่านในรอบแรกเลย ซ้อมกันมาเป็เดือน ๆ ไม่มีคำว่าพลาดแล้ว”
ซูมี่และเพื่อนรวมทีมสามัคคีแบบนี้ ทุกอย่างคงออกมาดี พวกเธอหาที่ว่างเพื่อซักซ้อมกัน ก่อนจะเริ่มถ่ายทำ มีพนักงานวิ่งเข้ามาตามฟางเฟย ให้เธอลองไปเซ็ตระบบสลิงสำหรับใช้ประกอบการถ่ายทำ
“เจียอีคะ ฉันต้องใช้สลิงด้วยเหรอ ถ้าแค่ะโลอยตัวกับตีลังกาแบบที่เคยซ้อม ไม่จำเป็ต้องใช้นะ ฉันทำได้ ก็เหมือนที่เราซ้อมกันทุกครั้งไม่ใช่เหรอคะ”
“ใช่ ๆ เป็ตามที่ฝึกกันไว้ครับ แต่ผมกลัวคุณจะพลาดเลยคิดว่าควรใช้สลิงป้องกันด้วยไหม”
“แบบนั้นไม่จำเป็ค่ะ ฉันฝึกการแสดงแบบนี้มาตลอด ทำได้ค่ะไม่ต้องใช้สลิง”
ผู้กำกับเจียอียอมตามใจเธอ ทีมงานเรียกนักแสดงประจำจุด เป็ฉากสำคัญและฉากใหญ่อย่างที่ทีมงานเคยคุยไว้จริง ๆ พอถึงเวลา ฟางเฟยและเพื่อร่วมทีมตั้งใจแสดงสุดฝีมือ ฟางเฟยในชุดโบราณวาดวงแขนกรีดเรียวนิ้วพลิ้วไหว หน้าสวย ๆ ของหญิงสาวรู้จักส่งสายตาและรอยยิ้มที่เย้ายวนกับมุมกล้อง แสดงได้สมบทบาท บรรณาการต่างแคว้น เรียวขาเรียวแขนรวมทั้งสรีระของร่างกายทุกส่วน ถูกสร้างมาเพื่อสร้างความสวยงามที่ดึงดูดสายตา เหมาะสมแล้วที่ฟางเฟยจะเป็นักแสดงนำในฉากนี้ หญิงสาวตีลังกาลอยตัวในอากาศพร้อมดึงพัดที่เอวออกมา สะบัดพัดที่มีผ้าเบาพริ้วไหวเป็ส่วนประกอบ จนนางรำทั้ง 5 คนเหมือนฝูงมัจฉา ที่กำลังแหวกว่ายในสายน้ำ กล้องหลายตัวจับภาพการแสดงชุดนี้ในมุมที่ต่างกัน เพื่อประกอบการตัดต่อสร้างความสมบูรณ์อีกครั้ง ทันทีที่การแสดงจบและผู้กำกับสั่งคัท เสียงปรบมือดังขึ้น ฟางเฟยและเพื่อนร่วมทีมหันไปดู เสียงปรบมือมาจากทีมงานและนักแสดงที่ร่วมในฉากนี้ทั้งหมด ฟางเฟยรู้สึกภูมิใจกับงานของเธอ จบไปหนึ่งงานอย่างสมบูรณ์
“เย็นนี้พวกเราควรฉลองกันนะ ฟางเฟยเธอชวนนายน้อยเกามาด้วยสิ นะ ๆ พาพี่ชายสุดหล่อมาให้พวกเรารู้จักหน่อย”
“พวกเธอชวนเขาเองเลยดีไหม”
เกาจางจิ้งเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว พร้อมดอกไม้ช่อใหญ่
“พี่ให้ ยินดีกับความสมบูรณ์แบบสำหรับวันนี้”
ฟางเฟยรับช่อดอกไม้จากเขาพร้อมรอยยิ้ม
“ขอบคุณค่ะพี่จางจิ้ง เอ่อ…วันนี้ พวกเรานัดฉลองจบงานกัน พี่จางจิ้งมาร่วมด้วยสิคะ”
“ได้ ๆ พี่จะให้ทางโรงแรมจัดการให้ ใช้ส่วนดาดฟ้าดีไหม เป็ส่วนตัวหน่อย”
“ขอบคุณมากค่ะ” สาว ๆ ดีใจจนยิ้มแทบหุบไม่ลง
“นายน้อยน่าจะมีดอกไม้ให้พวกเราด้วยนะคะ แหม่…ดูซิให้แต่ฟางเฟย”
ซูมี่พูดด้วยท่าทางน้อยใจ จนทุกคนหัวเราะออกมา
“พวกเราถ่ายรูปกันดีไหม จบงานนี้แล้วอาจจะไม่ได้เจอกันอีก จะได้มีอะไรเก็บไว้เป็ความทรงจำ”
“ดี ๆ”
“พี่จางจิ้งรบกวนหน่อยนะ” ฟางเฟยส่งโทรศัพท์มือถือให้ชายหนุ่มช่วยถ่ายรูปให้ เขาก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย
ทุกคนกำลังพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ผู้ช่วยของผู้กำกับเจียอี ก็เข้ามาตามฟางเฟยถึงในห้องแต่งตัว
“คุณเกาฟางเฟย ผู้กำกับของพบหน่อยค่ะ”
“ค่ะ…มีอะไรผิดพลาดรึเปล่าค่ะ ฉันยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลย ไปแบบนี้เลยนะคะ”
“พี่ไปด้วย” เกาจางจิ้งเดินตามฟางเฟย เพื่อไปพบกับเจียอี
ผู้กำกับเจียอีอยู่ระหว่างนั่งพักเพื่อรอถ่านในฉากต่อไป ข้างตัวเขามีบุคคลแปลกหน้าที่หญิงสาวไม่รู้จัก
“ฟางเฟย นี่คุณกู่ิเขาเป็ผู้จัดและทีมสร้างภาพยนตร์อีกเื่ที่เตรียมงานกันอยู่ พอดีเขารู้จักผม อันที่จริงก็้าให้ผมไปทำงานให้เขา วันนี้เลยมาดูผมทำงาน พอดีเขาถูกใจคุณ”
“ใช่ครับ คุณแสดงได้ดีมาก สนใจอยากลองไปเป็นักแสดงฝึกหัดกับผมไหม”
ฟางเฟยมองหน้าจางจิ้งเหมือน้าหาทางออก
“ขอบคุณครับ นี่ถือว่าเป็โอกาสที่ดีสำหรับเธอ แต่่นี้ฟางเฟยเพิ่งรับตำแหน่งสำคัญในตระกูล ผมคิดว่าเรายังไม่สะดวกสำหรับโอกาสนี้”
“นี่คงเป็”
“ผม…เกาจางจิ้ง”
“สวัสดีครับนายน้อยเกา”
“ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่ เจียอีบอกผมแล้ว ว่าถ้า้าคุณฟางเฟย ก็ต้องผ่านความเห็นของคุณด้วย เขาช่างรู้ใจคุณจริง ๆ งานของผมยังไม่ใช่่นี้ ถ้าอย่างไงรบกวนฝากคุณฟางเฟยเก็บไปคิดดูก่อนก็ได้ ถ้าสะดวกแล้วค่อยทักมาหาผม ผมรอได้ น้องสาวคุณมีสเน่ห์และมีฝีมือ เก็บไว้แต่ในตระกูล ก็เหมือนบอนไซในสวนหลังบ้าน มีค่ามีราคาแต่ไม่เคยให้ใครได้เห็น สู้เอาออกเวทีประกวดให้คนอื่นได้ชื่นชมไม่ดีกว่าเก็บไว้เหรอครับ”
ฟางเฟยมองหน้าจางจิ้งที่ยังคงเรียบเฉย บนใบหน้าปรากฎเพียงรอยยิ้มละมุน กู่ินายคนนี้ไม่เบาเลย กล้าต่อปากต่อคำกับนายน้อยเกาอย่างเขา
“ใช่คุณพูดถูก ฟางเฟยมีค่ามีราคาที่ประเมินไม่ได้ ต่อให้ผมเก็บเธอไว้ชื่นชมคนเดียวที่บ้าน ผมก็มองว่าเราจะมีความสุขไปด้วยกัน ตอนนี้ไม่สะดวกก็คือไม่สะดวก หวังว่าคุณกู่ิจะเข้าใจ”
เกาจางจิ้งจูงมือฟางเฟยเดินออกมาโดยไม่กล่าวอำลา ทำเอากู่ิต้องผิดหวังอย่างแรง
“นายน้อยเกาจางจิ้ง วาจาแสบพอกับฝีมือสินะ ดูเขาสิ ทำท่าห่วงเธออย่างกับเป็คนรัก นายดูเจียอี นายดู”
“เออ ๆ ก็เห็นอยู่ บอกตามตรง ผมตามจีบฟางเฟยหลายเดือนแล้ว แค่มองเธอเด็กสกุลเกายังแทบจะเอาดาบจิ้มตา คุณไม่เชื่อจะลองดูก็ได้นะ งานนี้ถ้า้าให้เธอมาทำงานกับคุณ คงต้องพยายามหน่อย เกาจางจิ้งไม่ใช่คนหนุ่มที่ผมเคยรู้จัก ทุกวันนี้เขาเปลี่ยนไปมาก คุณก็พยายามเอาแล้วกัน ผมช่วยได้เท่านี้ ได้ยินว่าฟางเฟยเธอได้รับมรดกโรงงิ้วในเกากังเฟยหรง ว่าง ๆ ก็ไปนั่งดูงิ้วบ้างสิผมแนะนำ”
“ความคิดดี นายไปกับฉัน”
เจียอีมองหน้าเพื่อน แล้วทำตาโตใส่เขา
“หาเื่ตายมาให้ผมอีก คุณนั้นแหล่ะไป”
งานเลี้ยงบนดาดฟ้า ผ่านไปอย่างเรียบง่าย เกาจางจิ้งให้ทางโรงแรมจัดอาหารและเครื่องดื่มมาไว้ให้สาว ๆ แต่เพราะมีกันเฉพาะพวกเธอกินดื่มกันแค่เที่ยงคืนก็เลิกรา โดยไม่ปรากฎเงาของจางจิ้ง สาว ๆ พลาดโอกาสที่จะได้รู้จักสนิทสนมกับเขาตามที่ตั้งใจ
หลังจากวันนั้นจางจิ้งยิ่งตามติดฟางเฟยมากกว่าเดิม เธอไปถ่ายแบบเขาก็ไปด้วย เสื้อผ้าที่ทีมงานเตรียมมาถ้าเปิดเผยเนื้อหนังเกินไป ก็ไม่ผ่านต้องเปลี่ยนใหม่ ท่าทางที่ทีมงาน้าถ้าเย้ายวนเกินไปก็ไม่ผ่าน จนบางครั้งดูวุ่นวาย แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดเขา จนทุกอย่างผ่านไปด้วยดี
“เสร็จงานสักที พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านแล้ว” ฟางเฟยทิ้งตัวลงบนโซฟาพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุขในห้องของจางจิ้ง
“ดีที่ทุกอย่างเสร็จเร็วกว่ากำหนด”
“ใช่ค่ะ พี่จางจิ้งมาติดอยู่กับฉันแบบนี้หลายวัน ไม่กระทบกับงานใช่ไหม”
“ไม่มีปัญหา มีคนอื่นทำแทน มาที่นี่นอกจากพี่จะได้ดูแลเธอแล้ว ก็ถือโอกาสมาตรวจงานไปด้วย เห็นไหมว่าไม่เสียงาน"
“ค่า ไม่เสียงาน"
“จบเื่งานแล้ว ถึงเวลาตอบแทนคุณแล้วสินะ”
เกาจางจิ้งมองดูหน้าหญิงสาว ที่จากยิ้มสดใสเริ่มฉายแววกังวลขึ้นมา
“เธอจะทำได้ ตอนแรก ๆ พี่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็แบบนี้ แต่ตอนนี้พี่เริ่มเข้าใจแล้ว ฐานที่แข็งแกร่งมั่นคง ถึงจะดูแลทุกอย่างได้ รวมทั้งดูแลเธอเมื่อถึงเวลา ตอนนี้ดาบยังไม่ตอบสนองแต่พี่เชื่อว่า ถ้า์้าให้เป็แบบนี้ เราสองคนถูก์ชี้ชะตาไว้แล้ว มันคงไม่ใช่เื่บังเอิญแต่มันคือหน้าที่ที่ต้องทำ”
“ค่ะ ฉันจะทำให้ได้ อย่างน้อยที่นั่นก็มีคนนำทาง"
“กลับไปถึงบ้าน พี่จะให้ของชิ้นนึงกับเธอ และจะฝึกวิชาต่อสู้ง่าย ๆ ให้ เผื่อจำเป็ต้องใช้พี่จะได้ไม่ห่วงมาก”
“ค่ะ ก็ดีเหมือนกัน ฉันควรป้องกันตัวเองได้บ้าง”
กลับมาถึงบ้านตระกูลเกา ซินมายืนรอที่ลานจอดรถด้วยท่าทางดีใจ
“สนุกไหมคะ คุณหนู เมื่อวานก่อน เพื่อนคุณหนูเอาเอกสารมาฝากไว้ เขาฝากบอกว่าถ้าคุณหนูว่าง ๆ ให้โทรหาเธอด้วย”
“ใครเหรอ บอกชื่อรึเปล่า”
“ค่ะ ชื่อหลีอิงค่ะ”
“เพื่อนที่มหาวิทยาลัย ตายล่ะมีอะไรรึเปล่า ฉันมั่วแต่ยุ่งกับงานจนไม่ค่อยได้เข้าไป สงสัยฉันคงต้องทำเื่พักการเรียน”
“พี่เห็นด้วย เธออาจจบช้า แต่อย่างน้อยก็ตัดปัญหาความยุ่งยากใจออกไปก่อน ไปกันเถอะ เราควรไปพบคุณปู่ก่อน”
“นายน้อยครับ” คนของเกาจางจิ้งรีบเดินเข้ามากระซิบเขา โดยระวังไม่ให้หญิงสาวได้ยิน
“ฟางเฟย เธอไปพบคุณปู่ก่อน พี่มีธุระต้องไปทำ พักผ่อนให้เต็มที่เย็นนี้เธอมีนัดกับพี่นะ"
พูดจบจางจิ้งก็รีบเดินไปขึ้นรถ ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปพร้อมรถของคนติดตาม
“ตงเจ๋อเกิดอะไรขึ้น พี่จางจิ้งมีอะไรสำคัญ”
“ไม่รู้ครับ”
ตงเจ๋อตอบสั้น ๆ ตามนิสัย แล้วรีบพาคนในบ้านขนกระเป๋าไปเก็บ
“พอกันทั้งเ้านายทั้งลูกน้อง”
ฟางเฟยเข้าไปพบคุณปู่เกาซูว่าน ดูเหมือนคุณปู่จะรออยู่ก่อนแล้ว
“เป็อย่างไงบ้างเหนื่อยไหม จางจิ้งล่ะไม่มาพร้อมกันเหรอ”
“กลับมาพร้อมกันค่ะ แต่พี่จางจิ้งรีบไปทำธุระก่อน”
“คงมีงานสำคัญ จางจิ้งให้ปู่เลือกชิ้นที่เหมาะสมกับเธอ ปู่เลือกชิ้นนี้ให้”
คุณปู่เกาซูว่าน วางมีดสั้นขนาดความยาวเกือบศอก ลงบนโต๊ะตรงหน้าหญิงสาว ฟางเฟยหยิบมีดสั้นขึ้นมาดู ฝักทองเหลืองหุ้มหนังสีดำ ขนาดพอดีมือ คุณปู่เลือกของได้เหมาะกับเธอจริง ๆ
“ขอบคุณมากค่ะคุณปู่”
มี e book ห้วงฝันแห่งปัญจธาตุ เล่ม 1. https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODU0MTc2MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjIyNzIxNCI7fQ