ตอนที่ 11 กังวลใจ
กล่าวอย่างไม่เกรงใจฮ่องเต้สามารถขึ้นราชบัลลังก์นี้ได้ สิงกั๋วกงมีส่วนใหญ่หลวง ดังนั้น ทั่วทั้งราชวงศ์ซย่าก็มีแต่นายท่านใหญ่เท่านั้นที่กล้าพูดจากับฮ่องเต้เช่นนี้และฮ่องเต้ก็ไม่ถือสาหาความด้วย
นายท่านใหญ่ส่งเก้าน้อยไปอย่างระมัดระวังฮ่องเต้อุ้มเก้าน้อยขึ้นมาดู ตรัสอย่างชื่นชม “อืม หน้าตาดี ดูๆ ฉลาดเฉียบแหลม”
นายท่านใหญ่ไม่ถ่อมตนแม้แต่น้อย “ฉลาดเฉียบแหลมอะไร ฉลาดมากที่สุดพ่ะย่ะค่ะกระดูกก็ดี เสียงก็ไพเราะ ในอนาคตต้องตามข้าแน่นอน!”
ฮ่องเต้สุขใจแล้วหากทารกหญิงที่บอบบางนี้โตไปเหมือนนายท่านใหญ่เช่นนั้นจริงๆรับรองว่าได้ร้องไห้ตายแน่
องค์รัชทายาทพระชนมายุสิบสองปีสำรวจเก้าน้อยในอ้อมกอดของเสด็จพ่ออย่างสนใจเขาไม่มีน้องสาวร่วมสายเื มีแค่พี่สาวสองคน น้องสาวที่พระสนมกุ้ยเฟยให้กำเนิดเขาเคยเห็นไม่กี่ครั้ง พอเข้าไปใกล้นิดเดียวพระสนมกุ้ยเฟยก็ตื่นใสุดขีด ทำเอาเขาหมดอารมณ์สนใจแล้ว
ด้วยเหตุนี้นี่จึงเป็ครั้งแรกหลังจากที่เขาโตมาขนาดนี้ที่ได้เห็นเด็กทารกตัวน้อยเช่นนี้ผิวขาวนวลชมพู เหมือนกับทารกเครื่องเคลือบที่ตกแต่งในพระราชวังของเขาเลย
หลี่เหิงอดยื่นนิ้วเข้าไปแตะใบหน้าของเก้าน้อยเบาๆไม่ได้ ประจวบเหมาะกับตอนที่จะชักมือกลับกลับนึกไม่ถึงว่าเก้าน้อยยื่นมือออกมาคว้านิ้วของเขาไว้ แล้วก็ใส่เข้าปากอย่างรวดเร็ว
ทุกคนถูกการกระทำ ‘กล้าหาญเกินคน’ นี้ของเก้าน้อยทำให้ตกอกใแล้วหลี่เหิงที่ใจเย็นมั่นคงมาั้แ่เล็กก็ใสะดุ้งโหยงเหงือกนุ่มนิ่มของทารกกัดนิ้วของเขาจนรู้สึกคันยุบยิบ ทำให้เขาทำตัวไม่ถูกได้แต่ะโอย่างตื่นใ “นาง นางกัดข้า!”
นายท่านใหญ่รีบขึ้นไปคิดจะดึงออกเ้าเก้าน้อยนี่ มือนั้นขององค์รัชทายาทไม่ได้ล้างนะ ทำไมเอาเข้าปากได้เล่า
ฮ่องเต้ทรงห้ามนายท่านใหญ่ทรงพระสรวลเสียงดังลั่น “เด็กหญิงม่อตัวน้อยมิใช่หิวแล้วหรือนิ้วไม่อร่อยหรอก มา ปล่อยเถอะ เราจะให้ของดีๆ เ้า!” ตรัสพลางฮ่องเต้ก็ดึงเอาจี้หยกที่อยู่ใต้เอวมาแกว่งๆ ตรงหน้าเก้าน้อย
จี้หยกัสีเขียวหยกใสกระจ่างดึงดูดสายตาของเก้าน้อยทันควันนางปล่อยนิ้วของหลี่เหิงในทันที ยื่นมือออกไปคว้าจี้หยก พยายามเอาหยกใส่เข้าในปากกัดหนึ่งทีแต่กลับพบว่าไม่สู้นิ้วนั้นเมื่อครู่ เก้าน้อยเสียใจ คิ้วขมวดเบะปากนางร้องไห้แล้ว
เสียงนั้นท่าทางนั้นทำให้หลี่เหิงมองอย่างสุขใจไม่หยุด
ฮ่องเต้ก็หัวเราะขึ้นมานายท่านใหญ่ไม่พอใจแล้ว อุ้มเก้าน้อยกลับมาตบเบาๆ อย่างปวดใจ “เด็กดี ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง!”
พูดพลาง ก็ดึงเอาจี้หยกจากในมือของเก้าน้อยออกมาโยนให้ฮ่องเต้ “ไม่เห็นต้องเอาของที่กินไม่ได้นี่มาแกล้งเก้าน้อยบ้านกระหม่อมเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่เหิงอดเบิกตาโตไม่ได้นั่นเป็จี้หยกัติดตัวของเสด็จพ่อ เห็นจี้หยกดุจของศักดิ์สิทธิ์ หากถือจี้หยกนี้จะสามารถผ่านเข้าออกไปที่ไหนในวังก็ย่อมได้เป็ของยืนยันที่สำคัญอย่างมาก สิงกั๋วกงท่านนี้ไม่รู้หรือไรว่าเสด็จพ่ออยากจะส่งจี้หยกนี้ให้ทารกน้อยน่ะนี่เท่ากับเป็นเกียรติอันสูงส่งเขากลับไม่เอาหรือ
ทุกคนในสถานที่ย่อมตระหนักเื่นี้ดีคนไม่น้อยมองจี้หยกนั้นตาเป็ประกาย แต่สิงกั๋วกงกลับปฏิเสธเสียได้ แถมยังปฏิเสธอย่างมีเหตุผลหนักแน่นว่าเอาของเล่นที่กินไม่ได้ดื่มไม่ได้ให้เก้าน้อยของพวกเขา ไม่ใช่แกล้งเด็กแล้วจะเป็เยี่ยงไร
ฮ่องเต้ไม่โกรธ หัวเราะร่ารับจี้หยกกลับมาแขวนไว้ที่เอวตัวเองดังเดิมพูดอย่างสำราญใจว่า “เดี๋ยวข้าจะส่งพ่อครัวหลวงให้เด็กน้อยนี่ดีหรือไม่เล่า”
นายท่านใหญ่ฉีกยิ้ม “นี่ค่อยไม่เลวพ่ะย่ะค่ะ!”
ถ้าหากไม่ได้เรียนการควบคุมอารมณ์บรรทัดฐานมารยาทมาั้แ่เด็กหลี่เหิงก็แทบอยากนวดตาตัวเอง ผู้ชายที่พูดจาอบอุ่นกลั้วหัวเราะตรงหน้านี้อย่าบอกนะว่าเป็เสด็จพ่อที่เข้มงวดกวดขันกับตัวข้าจริงๆ น่ะ
คงไม่ได้ถูกมนต์ขลังเข้าแล้วใช่ไหมเหลือเชื่อที่ถูกหักหน้าต่อหน้าธารกำนัลกลับไม่โกรธตกลงว่าสิงกั๋วกงนี่มีเวทมนตร์อันใดกันแน่จึงสามารถทำให้เสด็จพ่อของเขาเปลี่ยนสีหน้าไปเป็แบบนี้ หรือว่าสกุลม่อนี้มี เวทมนตร์กันแน่
หลี่เหิงทนไม่ไหวในใจเกิดความสนใจอย่างใหญ่หลวงต่อสกุลม่อ
คำพูดของโอรส์หนักแน่นดั่งหินผาหลังจบงานหม่านเย่ว์ ทางวังก็ส่งพ่อครัวหลวงท่านหนึ่งมาถึงจวนม่อ
พ่อครัวหลวงสกุลเฝิงท่านนี้เป็พ่อครัวหลวงของราชสำนักั้แ่รุ่นบรรพบุรุษแล้ว ฝีมือไม่ต้องพูดถึง ทักษะปรุงอาหารหลวงเยี่ยมยอดจนผู้คน ชื่นชมทุกครั้งที่มีงานสำคัญในวังก็หนีไม่พ้นเขา พ่อครัวหลวงเฝิงอายุมากแล้ว เคลื่อนไหวลำบากแล้วจึงขอเกษียณกับฮ่องเต้ ฮ่องเต้จึงส่งเขามาให้บ้านสกุลม่อเสียเลย
สวีจิ้งเหนียงตื่นตระหนกมากบ้านตัวเองมีคนสิบกว่าคน แถมทั้งหมดยังเป็คนหยาบกระด้างไม่มีรสนิยมอะไรส่งพ่อครัวหลวงที่มีชื่อเสียงเรียงนามท่านนี้มา จะเป็การใช้คนเสียของหรือเปล่า
แต่นายท่านใหญ่กลับไม่พอใจบอกดิบดีแล้วว่าให้ส่งพ่อครัวมาให้เก้าน้อย ไม่ใช่ส่งพ่อครัวเชี่ยวชาญแป้งหมี่ขนมหวานมารอเก้าน้อยกินอาหารได้แล้วก็สามารถลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ ได้ แต่กลับส่งพ่อครัวงานเลี้ยงมาอาหารบ้านเขาเรียบง่ายมาโดยตลอดไหนเลยอาหารวัตถุดิบดีพวกนั้นจะทำให้เขาดิ้นเร่าได้
พ่อครัวหลวงเฝิงนึกไม่ถึงว่าตัวเองจะถูกไม่ชอบแต่อุตส่าห์ออกมาจากในวังได้อย่างเด็ดขาดโชคหล่นทับสามารถพึ่งพิงสิงกั๋วกงให้เลี้ยงดูในวัยเกษียณได้เขาไม่อยากถูกส่งกลับไปที่วังอีกแล้ว จึงรีบตบอกแสดงท่าทางว่าตนไม่เพียงจัดงานเลี้ยงใหญ่ได้ เครื่องเคียง ของหวาน อาหารว่างในชีวิตประจำวันยิ่งสบายมาก
นายท่านใหญ่จึงอิดออดให้เขาทำเครื่องเคียงประจำวันของครอบครัวมาลองกินรู้สึกไม่เลว จึงปล่อยไป
สวีจิ้งเหนียงมองอย่างลอบใหลายวันมานี้นางใเยอะเกินไปแล้ว อดที่จะถามม่อไท่่เหวินไม่ได้หรือว่าท่านพ่อของบ้านเราแข็งนอกอ่อนในเอาแต่ใจแบบนี้ตลอดหรือพวกเราขุนนางธรรมดาก่อกวนฮ่องเต้แบบนี้จะไม่ถูกตัดหัวหรือ
ม่อไท่เหวินตาลุกวาวเล็กน้อยแล้วหัวเราะออกมาทำให้สวีจิ้งเหนียงวางใจ นายท่านใหญ่คบหากับฮ่องเต้มากี่สิบปีแล้วก็ยังอยู่ดีไม่ใช่หรือ ต้องพึงรู้ว่า บนโลกนี้ล้วนมีสิ่งหนึ่งข่มอีกสิ่งหนึ่งนะ!
สวีจิ้งเหนียงวางใจลงอย่างไรเสียหากฟ้าถล่มก็ยังมีพ่อสามีคอยค้ำยัน เธอไม่ต้องไปสนใจเื่พวกนั้นแล้วสนใจเื่บรรดาลูกอย่างสบายใจดีกว่าจึงจะถูกต้อง
หารู้ไม่ว่าในใจของผู้ชายสกุลม่อมิได้ผ่อนคลายอย่างนั้นเหมือนที่แสดงออกมาภายนอกเลยสักนิดโดยเฉพาะนายท่านใหญ่ ภายนอกเผชิญหน้ากับฮ่องเต้อย่างดื้อดึงหัวแข็งไร้กังวลแต่ความจริงลับหลังนั้น...
ฮูหยินผู้เฒ่าอ่านใบรายการของกำนัลแสดงความยินดีที่ฮ่องเต้ส่งมาผ่านๆนางถอนหายใจถามนายท่านใหญ่ “ตาเฒ่าเ้าว่าฮ่องเต้ทรงแสดงเจตนาดีซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้ มีความหมายอะไร”
นายท่านใหญ่ไม่ตอบ “จะมีความหมายอะไรอีกเล่าฮ่องเต้แต่เล็กจนโตทุกครั้งก่อนทำชั่วก็มิใช่ว่าปั้นหน้ามีเปี่ยมคุณธรรมแบบนี้หรือได้ยินว่าพระสนมกุ้ยเฟยตั้งครรภ์อีกแล้ว ฮองเฮายิ่งเริ่มกังวลขึ้นเรื่อยๆแล้วน่ะสิ”
ฮูหยินผู้เฒ่าอดหน้าเปลี่ยนสีไม่ได้ “เ้าหมายความว่า”
นายท่านใหญ่ถอนหายใจอย่างห่อเหี่ยวเล็กน้อย “มเหสีไม่ลงรอยกันสุดท้ายจะเสียหายใหญ่หลวงนะ! ฮ่องเต้ไม่ทรงไม่ทราบเื่นี้แต่คนหาใช่ต้นไม้ใบหญ้า… เวลาผ่านมานานเกรงว่าพระองค์คงลืมความปรารถนาดั้งเดิมตอนที่รับพระสนมกุ้ยเฟยไปแล้ว ข้าแก่แล้ว เ้าใหญ่ธรรมดาสามัญเ้ารอง น่าเสียดาย เอาเป็ว่าสกุลม่อผิดต่อพระองค์แล้วละ!”
นึกถึงม่อไท่เหวินเบ้าตาของนายท่านใหญ่ก็แดงเล็กน้อย กระทั่งถึงตอนนี้เขายังจำได้ไม่ลืมวันนั้นที่ม่อไท่เหวินฮึกเหิมเปี่ยมไปด้วยพร์หากไม่ใช่เพื่อบ้านสกุลม่อ เหตุใดเ้ารองจะเต็มใจเป็คนธรรมดาทำอาชีพพ่อค้ากันเขาทำาปราบปรามทุกแห่งหนเพื่อประเทศชาติเพื่อราษฎร ฮ่องเต้กลับขี้สงสัยเขาเลยได้แต่มองบุตรชายละทิ้งความฝันด้วยความว่างเปล่า ต้องถูกตัดปีกใช้ชีวิตสามัญไปวันๆ
หากบอกว่าหลายปีมานี้เขาไม่ยกโทษให้เ้ารองไม่สู้พูดว่าเขายังหาทางยกโทษให้ตัวเองไม่ได้เสียมากกว่า ในฐานะพ่อคนหนึ่งกลับไม่สามารถปกป้องความทุกข์ใจของบุตรชาย จะมีใครอีกบ้างเล่าที่รู้
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/0278e9df5d182182d98848bc2c6b22f2