สองฝ่ายดูตึงเครียด แต่ทางด้านเด็กสาวน่าจะซีเรียสกว่า เพราะกาสเซ่มองออกถึงจุดอ่อน จึงไม่ปล่อยโอกาสดีให้ลอยผ่าน เขาพุ่งเข้าใส่ พร้อมปล่อยหมัดรัวสุดกำลัง
“ ย่ะ ย่ะ ย่ะ ” ทุกหมัดที่ปล่อยทั้งรุนแรงและรวดเร็ว ทว่าเด็กสาวก็ยังพริ้วหลบได้ทุกดอก
พายุหมัดโหมเข้าใส่เด็กสาวอย่างต่อเนื่องจนไม่อาจตอบโต้ ทว่าเธอโยกหลบได้ไม่นาน ก็เริ่มอ่อนแรง ทำให้ความเร็วตกลง จึงต้องยกสองแขนขึ้นมาปัดป้อง
“ มันเริ่มหลบไม่ทันแล้ว ดีล่ะ ” กาสเซ่เห็นเด็กสาวช้าลง เขาจึงรัวหมัดให้เร็วขึ้น
“ ปึก ปึก ปึก ”
กำลังของเด็กสาวถดถอยลงจนถึงขั้นหลบหลีกไม่ได้ เธอทำได้แค่ป้องกัน เพื่อไม่ให้การจู่โจมที่ดุดันกระทบจุดสำคัญของร่างกาย
“ ฮ่าๆ เป็ไง ยัยหนูกังฟู อย่างแกต้องเจอนี่ เพลงหมัดอสูรครวญ ” กาสเซ่พูดจบ ก็ง้างแขนขวาไปข้างหลัง จากนั้นก็ปล่อยหมัดใส่เด็กสาวสุดแรง กำปั้นพุ่งแหวกอากาศ แถมยังหมุนควงเป็วงกลมจนดูคล้ายสว่านขนาดใหญ่
“ ตูม ”
เสียงปะทะดังสนั่นลั่นป่า ไม่นาน เด็กสาวก็ลอยละลิ่วและร่วงล้มลงไปกองกับพื้น
กาสเซ่เหลือบมองร่างสูงเพรียวที่นอนแน่นิ่ง เขาหอบถี่ และยอมรับว่าไม่เคยเหนื่อยขนาดนี้มาก่อน นับว่าเด็กสาวเป็คู่ต่อสู้ที่หินเอามากๆ
“ เฮ้อ.....เสียดายที่ต้องมาตายแบบนี้ ” กาสเซ่ถอนหายใจยาว เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครรอดชีวิตจากหมัดสั่งตายที่เพิ่งปล่อยออกไป
ขณะที่กาสเซ่กำลังจะนั่งพักเหนื่อย เขาก็รู้สึกเสียวสันหลังวูบ จึงรีบหันกลับมา ทำให้พบกับเด็กสาวที่ยืนโงนเงนไปมา ใบหน้าคมเข้มปรากฏรอยฟกช้ำ มีแผลแตกตรงปลายคิ้วและมุมปาก ทว่าดวงตายังคงเปล่งประกายแรงกล้า
“ พอเถอะน่า นังหนู ข้ารู้ว่าแกใจสู้ เลิกแล้วต่อกัน คราวหน้าค่อยสู้กันใหม่ ” กาสเซ่เปิดช่องให้ถอย ทว่าเด็กสาวไม่กล่าวคำใด เธอตั้งกระบวนท่า อันเป็การแสดงเจตนารมณ์ที่แรงกล้า
“ อืม.... ในเมื่อจะสู้ต่อ ข้าคงต้องล้มแกแล้วล่ะ ” กาสเซ่ไม่มีทางเลือก เขาเลยตั้งท่าต่อสู้ ระหว่างนั้นเอง มาเฟียร่างใหญ่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงร้องทักเสียงหลง
“ เฮ้ย ข้าจำได้แล้ว สามพิฆาตสุดยอดนั่นเป็วิชาสำนักไหน ”
เหมือนเด็กสาวไม่้าให้กาสเซ่พูดต่อ เธอจึงรีบรุกเข้าไปเตะซ้ายสลับขวาอย่างรวดเร็ว ทำให้มาเฟียร่างั์ได้แต่ตั้งรับเป็พัลวัน
แม้ลูกเตะที่ไว ราวกับปืนกลจะทะลวงผ่านการปัดป้องของกาสเซ่ได้หลายดอก แต่ไม่อาจทำให้หัวหน้าโจราเ็ เพราะร่างเหล็กที่คุ้มกายนั้นแข็งแกร่งเกินไป
“ หน็อย..... นังหนูคนนี้ ” กาสเซ่ถึงกับเดือดดาลที่ถูกรุกไล่อยู่ฝ่ายเดียว จึงสวนกลับด้วยการต่อยอย่างบุ่มบ่าม
จังหวะที่หมัดเหล็กจะพุ่งอัดลำตัวของเด็กสาว เธอก็เลิกใช้เพลงเท้าและะโหลบได้อย่างหวุดหวิด ร่างสูงเพรียวลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนจะโถมเข้าใส่ด้วยกระบวนท่า “แมวป่าขย้ำเหยื่อ”
กรงเล็บของแมวป่าถูกเปลี่ยนให้เป็ศอกสั้น เป้าหมายคือแสกหน้าของกาสเซ่
“ ปัง ”
เสียงปะทะดังสนั่นจนน่าหวาดหวั่น ซึ่งถ้าเป็คนธรรมดา มีหวังหัวแบะ แต่กาสเซ่กลับยิ้มกว้าง คล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น ร่างเหล็กน่าจะครอบคลุมไปทุกส่วนของร่างกาย ทันใดนั้นเอง สองแขนล่ำสันก็รวบเอวบางของเด็กสาว
“ ฮ่าๆ การโจมตีแค่นี้ทำอะไรร่างเหล็กไม่ได้หรอก เตรียมเจอไม้ตาย "อ้อมกอดหมีดำ" ท่านี้แรงพอจะหักไม้ใหญ่ได้ทั้งต้นเลยนะโว้ย ” กาสเซ่ข่มขวัญ แต่เหมือนจะไม่ได้คุยเปล่า แรงบีบรัดจากสองแขนเริ่มเพิ่มพูนจนทำให้เด็กสาวอึดอัด
สถานการณ์ของเด็กสาวใกล้วิกฤติเต็มที กาสเซ่ก้มลงมอง เพื่อหวังจะเห็นแวววิงวอนจากยอดกังฟูสาว ทว่ากลับเห็นแต่รอยยิ้มน้อยๆที่มุมปาก อันทำให้ขนทั่วกายลุกชูชันด้วยความหวาดกลัวอย่างไร้เหตุผล
“นังหนูนั่นยิ้มทำไม ต้องมีอะไรแน่ๆ ”
ทันใดนั้นเอง เด็กสาวก็เอื้อมมือมาแตะแผงอกล่ำสัน จากนั้นก็เกร็งกำลังทั่วร่าง พร้ะโกนออกมาดังๆ
“ ฮ่า.......... ”
สิ้นเสียงร้อง กาสเซ่ก็รู้สึกว่ามีพลังบางอย่างพุ่งออกมาจากฝ่ามือ มันทั้งร้อนผ่าวและหนักหน่วง ทำให้มาเฟียร่างั์รู้สึกมึนงงและสิ้นเรี่ยวแรง สองแขนที่โอบรัดเริ่มคลายตัวจนยอดกังฟูสาวหลุดเป็อิสระ
วินาทีต่อมา กาสเซ่ก็หงายหลังล้มลงไปโครมใหญ่จนพื้นดินสั่นะเื ดวงตาเบิกโพลงและเหลือกลาน บ่งบอกว่ามาเฟียร่างั์น่าจะสลบเป็ที่เรียบร้อย
หลังหลุดจากอ้อมกอดหมีดำ เด็กสาวก็ยืนเซอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทรุดลงนั่งคุกเข่า แล้วเริ่มกระอักลิ่มเืสีดำคล้ำออกมา ใบหน้าซีดเผือด คล้ายคนที่ใกล้เป็ลม
“ ไม่น่าฝืนใช้ฝ่ามือัทองเลย แต่มีแค่ท่านี้เท่านั้นที่ทะลวงผ่านร่างเหล็กของมันได้ ” เด็กสาวร่างสูงรำพันกับตัวเอง รอบตัวมีแต่ซากมนุษย์นับสิบที่นอนสลบ
…………………………
มาวินรู้สึกว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ บรรยากาศโดยรอบกำลังเย็นสบาย เมื่อลืมตาขึ้นมา ก็พบกับทะเลหมอกที่กว้างเหลือประมาณ ดวงตาเรียวจึงกระพริบถี่ พลางนึกทบทวนเหตุการณ์อยู่หลายตลบ
“ เอ เราตายไปแล้วรึไง หรือว่านี่จะเป็ความฝัน ”
“ ไม่ใช่ทั้งความฝันและโลกหลังความตาย ” เสียงห้าวๆของเด็กสาวนางหนึ่งดังมาจากด้านหลัง มันเป็กระแสที่เด็กหนุ่มคุ้นเคย
มาวินรีบหันกลับไปมอง ทำให้เขารู้สึกใและดีใจในเวลาเดียวกัน เพราะคนที่ปรากฏตรงหน้าก็คือ “จัน” เพื่อนสาวคนสนิท
“ นี่เธอมาได้ไง ชั้นฝันอีกแล้วเหรอ ” เด็กหนุ่มกล่าวตะกุกตะกัก เขาไม่แน่ใจว่าจันที่เห็นในตอนนี้คือตัวจริงหรือจินตนาการ
“ ฮะๆ ไม่ใช่ฝันหรอก เ้าบ้า ” เด็กสาวหัวเราะร่าเริง อันเป็สิ่งที่มาวินไม่ค่อยจะได้เห็น มันทำให้เขารู้สึกเขินจนใบหน้าเรียวเล็กเริ่มแดงก่ำ
“ ยัยจันทำท่าทางแบบนี้ได้ด้วยเหรอ น่ารักเป็บ้าเลย ” เด็กหนุ่มแอบชื่นชม ทันใดนั้นเอง เขาก็พบกับ.......
“ โป๊ก ”
มะเหงกก้อนโตทิ่มลงมาที่กลางกระบาลของเด็กหนุ่ม พร้อมเสียงตวาดแว้ดที่พุ่งทะลวงแก้วหู
“ ก็ชั้นเป็ผู้หญิงนี่นา ชั้นจะทำแบบนี้ มันผิดตรงไหนล่ะ เ้าบ้า ” แม้จันจะต่อว่า แต่ใบหน้าของเธอกลับแดงระเรื่อ
“ โอ๊ย ” เด็กหนุ่มกุมศีรษะ พลางคิดในใจ
“ ยัยจันรู้ได้ไงว่าเราคิดอะไร ”
“ เ้าโง่เอย ในโลกแห่งนี้ ไม่มีความในใจหรอกนะ ” จันตอบห้วนๆ ท่าทางเหมือนจะงอน เพราะหางเสียงดูสะบัดหน่อยๆ
“ โลกนี้ ตกลง ที่นี่คือโลกไหน ” มาวินถามต่อ ท่าทางมึนงง
“ ที่นี่คือโลกแห่งความฝัน เป็ที่เดียวที่เราพอจะติดต่อกันได้ ตอนนี้ทุกคนกำลังหาทางช่วยอยู่ นายต้องดูแลตัวเองไปก่อน ” เด็กสาวกล่าวแ่เบา สีหน้าดูห่วงใย
“ อือ ” มาวินรับคำ แต่สายตากลับมองไปรอบๆ ถึงได้รู้ว่าตอนนี้ ตนกำลังอยู่ในท่านอนหงาย ที่สำคัญ เขากำลังหนุนตักของจันอยู่
“ เออ คือว่า เอ๊ะ เดี๋ยวนะ มะ เมื่อกี้ชั้นเพิ่งยืนอยู่นี่นา ” มาวินรู้สึกงง เขาไม่รู้เลยว่ามาอยู่ในสภาพนี้ได้ไง จึงขยับตัวหนี แต่ไม่ว่าพยายามซักตัว เด็กหนุ่มก็ไม่อาจกระดิกกาย
“ ไม่ต้องเขินหรอก เ้าบ๊อง อีกเดี๋ยว เราก็จะจากกันแล้ว ” เด็กสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย คล้ายกำลังปิดบังความโศกเศร้าที่เอ่อล้นอยู่ในใจ
“ อ้าว.....แล้วจะจากกันทำไม เธอก็มากับชั้นดิ ” มาวินทักท้วง
“ ไม่ได้หรอก ตอนนี้เราอยู่ในโลกที่แตกต่างกัน ” เด็กสาวปฏิเสธ น้ำเสียงเศร้าสร้อย
“ แล้วเมื่อไหร่ เราจะได้พบกันอีก ” เด็กหนุ่มร้อนใจ
“ เราจะได้พบกันในตอนที่นายจัดการเื่ราวบนโลก The Dark World เสร็จ เพราะนั่นคือชะตาของนาย ” จันตอบ รอยยิ้มเศร้าๆปรากฏบนใบหน้า
“ ไม่เอาชะตาชีวิตบ้าบออะไรนั่น ไม่เอาทั้งนั้น ชั้น้าแค่กลับบ้าน เล่นเกม เล่นสเก็ตบอร์ด และ…….อยู่กับเธอ ” มาวินโวยวาย
“ ไม่เอาน่า ใจเย็นๆ ไม่ได้ไปแล้วไปลับซักหน่อย ไม่นาน เราจะได้พบกันอีก ” ทันทีที่จันพูดจบ ร่างของเด็กสาวก็ค่อยๆเลือนหายไปทีละนิด
“ ไม่ อย่าไปนะ จัน ไม่นะ ” มาวินร้องละล่ำละลัก น้ำน้อยๆเริ่มหลั่งไหลจากดวงตา
“ ฮะๆ ถึงจะเศร้าที่ต้องลากันชั่วคราว แต่ชั้นก็ดีใจอยู่อย่างหนึ่ง ” ภาพเด็กสาวกำลังจางลงเรื่อยๆ แต่เธอก็พยายามส่งยิ้มที่ดูฝืนๆ
“ ดีใจบ้าบออะไร ไม่เอา ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น อย่าไปนะ…” มาวินโวยวาย เขาพยายามคว้ากายของเด็กสาว แต่ก็ไร้ผล ราวกับภาพเลือนรางตรงหน้า เป็เพียงอากาศธาตุ
“ ดีใจที่…..มีคนคอยดูแลนาย ” เด็กสาวยิ้มเศร้าๆ กายสูงเพรียวเหลือเพียงเงาจางๆ
“ ไม่มีใครดูแลได้ดีเท่าเธอหรอกน่า และถ้าชั้นเกิดงี่เง่าที่นี่ ใครจะคอยช่วยดัดนิสัยเล่า ยัยบ้า ” มาวินร้องค้านอย่างเอาเป็เอาตาย
“ โชคดี แล้วพบกันใหม่ รักษาตัวด้วย ” คำพูดสุดท้ายของเด็กสาวดังก้อง ราวกับเสียงเอคโค่ จากนั้น ทุกสิ่งก็เลือนหายไป
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
