“ดิฉันต้องขอขอบคุณเพื่อนๆทั้งสองคนมากเลยนะคะ คุณเรนเดล และคุณโคโตโนฮะ” เซร่ากล่าวพลางก้มหัวลง เมื่อเธอสามารถสำเร็จการร่ายเวทแบบเคลื่อนที่ และการโจมตีแบบติดตามเป้าหมายได้แล้ว ทั้งเรนเดลและโคโตโนฮะช่วยกันฝึกฝนจนตอนนี้เธอร่ายเวทได้ทุกสถาณการณ์ และไม่มีความผิดเพี้ยนแล้ว จะเหลือก็แต่ใช้วงเวทอันสมบูรณ์นี้ ทำให้เวทมนตร์ปรากฏสัมฤทธิผลเท่านั้น
“ไม่เป็ไรหรอกครับ เซร่า” เรนเดลหัวเราะแห้งๆ เมื่อเซร่าโค้งคำนับให้พวกเขา
“พวกเราเป็เพื่อนกันนะ จะมามัวเรียกคุณทำไมกันล่ะ” โคโตโนฮะกล่าวก่อนจะดึงมือเซร่ามาเขย่าอย่างสนิทสนม “เรนเดลก็ด้วย เลือกติดคำสุภาพตามหลังสักที เป็กันเองได้แล้ว”
“จ้า เข้าใจแล้ว” เรนเดลกล่าวลากเสียง ก่อนจะร่ายเวทฟื้นพลังให้กับเซร่า โคโตโนฮะ แล้วก็ตัวเขาเอง ทั้งสามคนหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งทันที ด้วยเวทวิหารแห่งความศรัทธา เวทรักษาระดับสูงของเรนเดล
โคโตโนฮะตาลุกวาวเล็กน้อยตอนเห็นเรนเดลร่ายเวท เพราะวงเวทของเรนเดลที่ใช้เมื่อสักครู่ มันปรากฏสองวง นั่นหมายความว่าเขาสำเร็จมหาเวทระดับสองแล้ว ทั้งที่ได้รับวิชานี้มายังไม่ทันพ้นอาทิตย์ด้วยซ้ำ
“เจอกันพรุ่งนี้นะครับ ทุกคน” เรนเดลกล่าวโบกมือ ก่อนจะเดินไปยังหอของเขาที่อยู่ข้างๆสนามบอล
“ก็บอกแล้วว่าอย่ามีคำว่า ครับ ตามหลัง” โคโตโนฮะกล่าวเสียงงอน ก่อนเชิดหน้าไปทางอื่น เซร่าหัวเราะทันที เมื่อเห็นท่าทีของโคโตโนฮะ
เรนเดลใช้เวทสายลมยกตัวเองขึ้นไปที่ชั้นสามของหอพักชาย ก่อนจะยื่นตัวออกมาริมระเบียง เพื่อมองเซร่าและโคโตโนฮะเดินกลับไปยังหอพักหญิงทั้งคู่ จากที่พูดคุยกันมาบ้าง เรนเดลรู้ว่าเซร่าอยู่หอพักหญิงแบบเขา ไม่ได้อยู่ทาวเฮ้าส์หรือบ้านเดี่ยว และเสื้อนักเรียนของเธอก็เป็เสื้อนักเรียนธรรมดา ไม่ได้ทำมาจากไหมหิมะ หรือไหมแสงจันทร์เลยแม้แต่ตัวเดียว
“พรุ่งนี้เราไปร้านตัดเสื้อ ฉันจะตัดเสื้อไหมแสงจันทร์ให้เธอตัวนึง” นั่นคือสิ่งที่โคโตโนฮะกล่าว หลังจากได้ยินคำพูดของเซร่า แน่นอนว่าเซร่ามีมารยาทพอที่จะปฏิเสธ และเธอยืนกรานเสียงแข็งที่จะไม่รับชุดจากโคโตโนฮะ
“...ไปกันหมดแล้วสินะ” เรนเดลเปลียนเป็น้ำเสียงเย็นะเืทันที หลังจากที่สองสาวเดินพ้นไปจากรัศมีแล้ว เขาสูดหายใจลึกๆ ก่อนที่แววตาของเขาจะเปลี่ยนเป็สายตาที่จริงจัง เพื่อพร้อมสำหรับการฝึกวิชา
เรนเดลกลับเข้าห้องนอนของเขาเอง วันนี้เขาตั้งใจจะฝึกวิชามหาเวทสะบั้นมิติ ที่เป็วิชาประจำตัวธาตุมืดของเขาให้ถึงระดับสอง หลังจากเขาฝึกมหาเวทวิหารแห่งความศรัทธาไปแล้ว ปีนี้ทั้งปีเขามีแผนการว่าจะหยุดมหาเวทไว้แค่ขั้นสอง เพื่อไม่ให้ทุกคนสังเกตุว่าเขาเรียนรู้ไวจนเกินไป และจะพุ่งเป้าไปฝึกวิชาคลื่นลำแสง และเวทดูดดาราให้ถึงในระดับที่ห้าก่อน จากการคำนวนของเขากว่าสองวิชานี้จะขั้นห้า ก็คงจบปีการศึกษานี้พอดี
แน่นอนว่าหากคำนวนจำนวนวิชาที่เขาฝึก กับลำดับขั้นของวิชาแล้ว คนภายนอกยังไงก็มองว่าเขาเป็อัจฉริยะอยู่ดี แต่เรนเดลนั้นไม่รู้จะแกล้งโง่ยังไง เพราะหากเขาไม่ทำตัวอัจฉริยะ ก็ยากที่เขาจะเป็จุดสนใจของอาจารย์
เขามีเป้าหมายว่าจะใช้อาจารย์ไต่เต้าไปสู่ตำแหน่งนักเรียนหัวกะทิ ซึ่งมีได้แค่สามคนต่อรุ่นเท่านั้น หากเขาไม่ได้เป็นักเรียนหัวกะทิในรุ่น เขาก็จะหมดสิทธิจะสอบเลื่อนขั้นจอมเวทระดับลูกแก้วสีแดง ดังนั้นให้ทุกคนมองว่าเขาเป็อัจฉริยะก็ถือว่าไม่ใช่เื่เลวร้ายอะไร
เรนเดลอาบน้ำเปลี่ยนชุด เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายพร้อมฝึกวิชาในคืนนี้ เขาเงยหน้ามองไปบนเพดาน พบว่าไอ้บ้าเมื่อเช้าไม่มีทีท่าจะส่งเสียงรบกวน เขาจึงควักคฑาเวทออกมา แล้วเริ่มฝึกฝนมหาเวทสะบั้นมิติ ในระดับที่สอง
วงเวทสีดำสนิทราวกับหลุมดำปรากฏออกมาเบื้องหน้าของเรนเดล ก่อนที่เรนเดลจะโคจรพลังไปยังวงเวท แล้วเริ่มทำการฝึกระดับสองทันที เขาโคจรพลังเวทไปในวงเวทนั้น ตามกระแสของเวทและจดจำทุกอนูในวงเวท ก่อนจะใช้มานาอันบริสุทธิในร่างของตัวเอง คัดลอกวงเวทนั้นออกมาโดยไม่มีผิดเพี้ยน จนปรากฏออกมาเป็วงเวทอันที่สอง ลอยอยู่ด้านหลังวงเวทอันแรก
ราวกับห้องของเรนเดลกลายเป็สุญญากาศชั่วครู่ ของทุกชิ้นในห้องลอยเหนือพื้นดิน ก่อนจะเกิดคลื่นมานาะเิขนาดเล็กคล้ายเสียงปะทัด และทุกๆอย่างก็กลับสู่สภาพปกติ
เรนเดลมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความปิติยินดี บัดนี้เขาสำเร็จวิชามหาเวทสะบั้นมิติระดับสองแล้ว สำเร็จโดยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที เพราะองค์ความรู้เดิมจากชาติที่แล้วของเขาช่วยไว้ได้มาก
เขาร่ายอาคมป้องกันทั่วทั้งห้องนอนเอาไว้ั้แ่วันแรกที่เข้ามาแล้ว ดังนั้นจะไม่มีใครรับรู้การสำเร็จวิชาเวทนี้ของเขา หากคนๆนั้นไม่เก่งจริง เรนเดลจึงไม่กังวลต่อเสียงะเิของการสำเร็จวิชาเลยแม้แต่น้อย
หัวใจของเรนเดลเรียกร้องให้เขาฝึกระดับสามต่อทันที เขามั่นใจว่าหากเอาจริง คืนนี้ทั้งคืนเขาจะสามารถไปถึงระดับห้าเลยก็ยังได้ และมหาเวทสะบั้นมิติระดับห้า ก็เพียงพอที่จะกวาดล้างดันเจี้ยนด้านล่างจนไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย เขาไม่ต้องกลัวมานาอีตเตอร์อีกต่อไป ต่อให้มันมากันนับร้อยก็ตาม
แต่แล้วเรนเดลก็ค่อยๆเก็บคฑาลง เขาพยายามสะกดหัวใจตัวเองเอาไว้ให้สงบ ก่อนจะเปลี่ยนมาร่ายวงเวทสีดำธรรมดาๆแทน มันคือพลังเวทดูดดารา วิชาที่เขาได้รับแจกจากโรงเรียนนั่นเอง
“อดทนไว้เรนเดล จะเกิดอะไรขึ้นถ้าแกสำเร็จมหาเวทก่อนจบปีหนึ่ง...คนเขาจะมองแกเป็ตัวอะไร” เรนเดลกำลังต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง ที่อยากจะสำเร็จวิชาเดิมอย่างมาก อารมณ์ของเขาในตอนนี้เหมือนมีของเล่นที่พร้อมเอามาเล่นได้ทันที ขอแค่เสียเวลาแกะกล่อง ประกอบของเล่นนั้นให้บรรจงและใส่ถ่านเท่านั้น
และแล้วคืนนั้นเรนเดลก็ชดเชยความอดทน และความเสียดายอย่างยิ่งของตัวเอง ที่ไม่ยอมฝึกมหาเวทสะบั้นมิติ ด้วยการสำเร็จวิชาเวทดูดดาราระดับเจ็ด ซึ่งเป็ระดับสูงสุดแล้วของวิชาเวทระดับสูง ก่อนที่เขาจะหยุดการฝึกอยู่แค่นี้ เพราะร่างกายของเขาดูดซับมานาในอากาศไม่ทัน จนต้องนำมานาในร่างกลั่นออกมาชดเชยจำนวนมาก หากเรนเดลยังรั้นจะฝึกวิชาต่อ นั่นหมายความว่าเขาอาจจะตายได้ เพราะพลังมานาในร่าง ส่งผลต่อระบบอวัยวะภายในร่างกายทั้งหมด
โคโตโนฮะเดินไปส่งเซร่าถึงห้องนอน เนื่องจากทาวเฮ้าส์ของเธออยู่ไกลกว่า และหอพักของเซร่าเป็ทางผ่านพอดี ระหว่างนี้พวกเธอทั้งสองคุยกันเื่ทั่วไปของหญิงสาว รวมถึงเื่ชมรมในโรงเรียน ว่าจะเข้าชมรมอะไร โดยโคโตโนฮะจะเข้าชมรมศาสนา เพื่อที่เธอจะสามารถทำเื่สอบเป็นักบวชสาว และมีสิทธิกลับมาใส่ชุดมิโกะต่อได้
“ฉันว่าจะเข้าชมรมเย็บปักถักร้อยน่ะค่ะ” เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงยิ้มแย้ม “ฉันอยากเก่งงานบ้านงานเรือนเหมือนคุณแม่ของฉัน”
“ไว้ถึงงานเทศกาลโรงเรียน ฉันจะอุดหนุนงานฝีมือเธอนะ” โคโตโนฮะกล่าวยิ้มแย้ม ก่อนจะยืนรอหน้าประตู เพื่อให้เซร่าไขกุญแจห้องพักของเธอ
“เชิญค่ะโคโตโนฮะ” เซร่าเปิดประตูห้องต้อนรับ “เข้าไปล้างเนื้อล้างตัวก่อน แล้วค่อยกลับที่พักก็ได้คะ เหนียวตัวแย่แล้วป่านนี้”
“งั้นไม่เกรงใจนะคะ” โคโตโนฮะเดินนำเข้าไป ก่อนจะเลี้ยวเข้าห้องน้ำ ส่วนเซร่าเปิดไฟในห้องโถง เพื่อเตรียมเข้าไปนั่งรอโคโตโนฮะทำธุระเสร็จ…
“ไม่นะ!!”
“เกิดอะไรขึ้น”
โคโตโนฮะรีบออกมาจากห้องน้ำทันที เธอได้ยินเสียงร้องของเซร่า แล้วพบว่าเธอกำลังเข่าอ่อนนั่งทรุดอยู่กับพื้น
“ใครทำกับเธอแบบนี้”
โคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงโทสะ เมื่อเธอพบว่าของในห้องของเซร่าถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย เครื่องนอนถูกเวทสายลมตัดฉีกกระชากจนเสียหายหนักเกินกว่าจะซ่อม เครื่องสำอางค์บนโต๊ะเครื่องแป้งถูกรื้อจนเละ ลิปสติกถูกละเลงเต็มกระจกแต่งหน้า และมันถูกเขียนข้อความเอาไว้ว่า “นังลูกเมียน้อย”
แต่ดูเหมือนเซร่าไม่ได้สนใจของพวกนั้น เธอกำลังร่ำไห้พร้อมกับพยายามโอบกอดอะไรบางอย่างเอาไว้ กระเป๋าถักไหมพรมสีชมพูถูกฉีกกระชากจนใช้การไม่ได้ มีอักษรปักมือด้วยสีน้ำเงินเข้มว่าเซร่าอยู่บนนั้น เดาได้ไม่ยากเลย ว่านี่คือของทำมือที่แม่ของเธอทำให้
“ทำไมต้องทำกับของคุณแม่อย่างนี้” เซร่ากล่าวเสียงสะอื้น “ฉันอดทนมาตลอด อย่างอื่นฉันจะไม่ว่าเลยนะ แต่มาทำกับของๆคุณแม่ได้”
“ไม่เป็ไรนะจ๊ะ เซร่า” โคโตโนฮะดึงเธอมาสวมกอดแนบอก “คืนนี้เธอไปนอนกับฉันก่อน พรุ่งนี้เราค่อยมาเก็บกวาดข้าวของกัน”
เซร่าส่งเสียงร้องไห้ดังลั่น ก่อนจะโผซบอกโคโตโนฮะ โคโตโนฮะลูบหัวปลอบโยนเธอด้วยควาอ่อนโยน แต่แววตาของเธอกำลังเกรี้ยวกราด ถึงแม้จะรู้จักกันไม่นาน แต่เมื่อพบว่าเพื่อนของเธอโดนแกล้งขนาดนี้ เธอเองก็รู้สึกโกรธแค้นแทน
“โจแอนนา แล้วเราจะได้เห็นดีกัน นังหญิงใจั์”
“โคโตโนฮะ...เื่นี้ขอฉันจัดการเถอะค่ะ” เซร่ากล่าวเสียงสั่น ก่อนจะปาดน้ำตาของตัวเอง เธอมองกระเป๋าถักของแม่เธอที่ถูกทำลายไม่มีชิ้นดี จากแววตาเศร้าสร้อย กลับกลายเป็แววตาดุดัน ดูเหมือนสิ่งที่โจแอนนาทำ จะเลยจุดที่อีกฝ่ายจะต้องอดทนเสียแล้ว
“ช่วยสอนการสัมฤทธิผลของเวทมนตร์ให้ฉันคืนนี้เลยได้มั้ยค่ะ ฉนอยากเข้มแข็งให้ไวที่สุด”
“เื่สอนน่ะได้” โคโตโนฮะกล่าว “แต่ก่อนอื่น เราต้องพักกันก่อน เก็บแรงไว้ก่อนนะ พรุ่งนี้สัญญาว่าจะติวอย่างเข้มงวดเลย”
เซร่าพยักหน้ารับ ก่อนที่เธอจะเดินตามโคโตโนฮะ ซึ่งจูงมือเธอเดินออกไปจากห้อง
“ดีมากจะ สาวๆ” โจแอนนากล่าวด้วยน้ำเสียงแห่งความสุข ก่อนจะมอบถุงทองขนาดเล็กให้กับนักเรียนหญิงปีหนึ่งสองคน พวกเธอรับไว้ด้วยสีหน้ายินดี ก่อนจะโค้งคำนับโจแอนนาเพื่อขอบคุณ
“ถ้ามีงานจะให้ทำอีก บอกพวกเราได้นะคะ คุณหญิงโจแอนนา” สาวในกลุ่มที่รับเงินกล่าวก่อนจะยิ้มร่า พลางเก็บถุงทองที่ส่งเสียบกรุ๊งกริ๊งใส่กระเป๋าสะพายเธอทันที
ลูเธอร์มองกระกระทำนายของเขาอยู่ห่าง เขาทอดถอนใจเสียงดัง จนโจแอนนาได้ยิน
“มีอะไรหรือ ลูเธอร์ หรือว่านายอยากทำงานนี้” โจแอนนาถามด้วยน้ำเสียงสงสัย ก่อนจะโบกมือไล่สองสาวที่รับงานกลั่นแกล้งของเธอให้ออกนอกห้องไป
“ผมแค่คิดน่ะ ว่าในฐานะพี่น้องแล้ว การกระทำนี้แรงไปหน่อย”
“นายไม่มีสิทธิออกความเห็นนะ ลูเธอร์ มันเื่ของฉัน” โจแอนนากล่าวเสียงดุ “นังเซร่ามันกำลังจะกำเริบเสิบสาน เพียงแค่ได้รับการทำนายจากพระเวทว่าตัวเองมีเวทสายผู้พิทักษ์ในตัว ฉันต้องสั่งสอนให้น้องสาวของฉันรู้จักจุดยืนของตัวเอง รู้ที่ต่ำที่สูง”
“สั่งสอนด้วยการทำร้ายจิตใจของพี่น้องตัวเองอย่างร้ายแรงหรือครับ” ลูเธอร์กล่าวเสียงแข็ง “สิ่งที่คุณทำน่ะ มันเรียกว่าการสร้างศัตรู และคุณกำลังจะเปลี่ยนน้องสาวเพียงคนเดียวของคุณ ให้เป็สิ่งนั้น”
“หุบปากซะ ลูเธอร์” โจแอนนากล่าวเสียงสั่น “ถ้าแกไม่หยุด ฉันจะบอกพ่อให้เลิกจ้างแก และแกก็กลับไปเรียนที่เมืองเหยี่ยวดำได้เลย ไม่ต้องมาเรียนที่เดียวกับฉัน”
“แน่ใจหรือครับว่าจะทำแบบนั้น” ลูเธอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า “ผมไม่มีปัญหาหรอก เพราะพ่อผมเป็ตำรวจ ได้โควต้าเรียนโรงเรียนเวทของรัฐบาล โดยไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือของตระกูลไพรมารี่เลย...กลับกันต่างหาก คุณน่ะ จะไม่เหลือใครเลยนะ ถ้าผมไปจากคุณ”
“ไสหัวไป!!” โจแอนนาตวาดลั่น ก่อนจะหยิบหมอนปาเข้าที่หน้าของลูเธอร์อย่างจัง ลูเธอร์ไม่หลบหมอน เขายืนรับด้วยความสงบนิ่ง
“ถึงคุณจะเกลียดเซร่าขนาดไหนก็ตาม” ลูเธอร์กล่าวแนะนำ ก่อนจะหยิบหมอนมาวางคืนที่เดิม “แต่ยังไงพวกคุณก็เป็พี่น้อง ไม่ใช่ศัตรู คุณหนีความจริงข้อนี้ไม่พ้นหรอกนะครับ”
โจแอนนาเบือนหน้าหนี เธอไม่พูดอะไรต่อ ลูเธอร์มองเธอด้วยสายตาเ็า ก่อนจะกลับเข้าห้องของตัวเองไป
“ลูเธอร์ แกไม่เข้าใจหรอก ว่าฉันกับท่านแม่เ็ปขนาดไหน ถ้าแกเคยอยู่กันพร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูกอยู่ดีๆ แล้ววันหนึ่งต้องต้อนรับคนอื่นเข้ามาในบ้านของตน ให้มันมากิน ให้มันมาใช้ของทุกอย่างร่วมกับแก ต้องทนเห็นพวกมันเดินในบ้านของตนตลอดเวลา แกจะรู้สึกยังไง”
เช้าวันต่อมา วันที่สี่ของการรอเปิดภาคเรียน เรนเดลที่กำลังเหนื่อยอ่อนเผลอตื่นสาย เขารีบมายังจุดนัดพบทันที และเตรียมคำขอโทษไว้แล้ว เผื่อสองสาวต่อว่าตน
แต่ทว่าวันนี้ทุกอย่างกลับเงียบผิดปกติ เรนเเดลพบว่าเซร่ากับโคโตโนฮะ กำลังยืนจ้องหน้าโจแอนนา กับชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่ง ดูท่าพวกเขาน่าจะมีปากเสียงกันได้สักพักแล้ว
ชายแปลกหน้าผมดำคนนั้นคือเร็น เร็นใช้หางตามองมาที่เรนเดลด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเริ่มทำบางอย่างที่ทุกคนต้องตกตะลึง
เร็นเรียกดาบคาตานะออกมาจากความว่างเปล่า แล้วสะบัดคลื่นพลังสีดำเข้าหาเรนเดลอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ว่าทุกคนตั้งตัวไม่ทันแน่ๆ แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับเรนเดล
วงเวทสีรุ้งปรากฏบนมือของเรนเดล ก่อนจะใช้เวงเวทนั้นรับคลื่นนั้นเอาไว้อย่างสบายๆ เรนเดลร่ายวงเวทพันธนาการสีดำที่ด้านหลังของเร็นโต้กลับ เพื่อเตรียมพันธนาการอีกฝ่ายทันที
เร็นนั้นมีฝีมือกว่าทุกคนที่เรนเดลเคยสู้ นับั้แ่เขาเกิดใหม่ เร็นร่ายวงเวทสายฟ้าที่ใต้เท้า ใช้วิชาเคลื่อนตัวเหนือแสง หลบเวทพันธนาการสมบูรณ์ของเรนเดลได้ ก่อนจะพุ่งเข้ามาประชิดกับเรนเดลภายในเสี้ยววินาที ดาบเวทสีดำที่อยู่ในฝักเตรียมถูกชักออกมาอีกครั้ง หมายฟันตัดร่างของเรนเดลให้ขาดครึ่ง…
แต่ทว่ามือขวาของเร็นที่กำลังจะชักดาบ ถูกเรนเดลใช้ฝ่ามือกระแทกใส่อย่างแรงจนมือของเขาถูกดันกลับ ดาบที่กำลังจะถูกชักออกมาโดนบังคับเก็บเข้าปลอกทันที พร้อมกับวงเวทพันธนาการสมบูรณ์ระดับสูง พันธนาการดาบของเร็นเอาไว้ มันไม่เหมือนกับวงเวทที่ใช้พันธนาการลูเธอร์ เพราะมันมีด้วยกันถึงสามชั้น มันเพียงพอที่จะพันธนาการดาบเวทของเร็นได้เกินหนึ่งปี หากไม่มีใครมาแก้ไข
ยังไม่ทันที่เร็นจะได้ประหลาดใจ วงเวทสีดำเจ็ดชั้นซ้อนก็ปรากฏที่หัวใจของเขา ก่อนที่เรนเดลจะกระแทกมันเข้ากับหัวใจของเร็นอย่างแรง เร็นกระอักเืคำโต ก่อนที่ร่างของเขาจะกระเด็นกลับไปไกลกว่าสิบเมตร ล้มกลิ้งนอนลงกับพื้น
เรนเดลใช้เวทดูดดาราระดับเจ็ดที่เขาพึ่งฝึกสำเร็จเมื่อคืนโต้กลับไปทันที แน่นอนว่ามันรุนแรงไปสำหรับเด็กอายุสิบสี่ แต่เรนเดลแค่้าจะทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวเขาก็เท่านั้น
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในไม่ถึงหนึ่งนาที ทุกคนต่างเงียบสนิท มองเหตุการณ์ด้วยความตกตะลึง โดยเฉพาะโคโตโนฮะกับโจแอนนา เพราะเธอรู้ดีว่าเร็นนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน
“เรนเดล ช่วยยั้งมือก่อนได้ไหมคะ” โคโตโนฮะเอ่ยขอร้อง เพราะเธอเห็นว่าเวงเวทธาตุมืดเจ็ดชั้นซ้อนกำลังดูดมานาในร่างของเร็นออกมาอย่างรวดเร็ว หากทิ้งไว้เร็นต้องตายแน่ๆ
“ได้ครับ” เรนเดลปลดปล่อยเวทของตนทันที ทำให้เร็นหายใจได้ทั่วท้อง ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งด้วยร่างที่สั่นเทา
“ฉันไม่รู้ว่าแกเป็ใคร และเพราะอะไรถึงโจมตีฉันด้วยจิตใจที่คิดจะฆ่า” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ก่อนจะเดินไปหาเร็น และเตะเสยคางอีกฝ่ายจนล้มลงนอนกับพื้น “แต่จำไว้เถอะว่าโคโตโนฮะเป็คนมอบโอกาสรอดตายให้กับแก”
เรนเดลใช้สายตาเ็ามองไปที่โจแอนนา อีกฝ่ายตัวสั่นราวกับลูกนก เธอไม่ซ่อนความหวาดกลัวเลยสักนิด
“ปะ...ปีศาจ” โจแอนนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบา “ความแข็งแกร่งของนายมันไม่ใช่ของมนุษย์ มันเป็ของปีศาจ”
“งั้นปีศาจตนนี้ ขอฆ่าเธอเลยก็แล้วกันนะ เพื่อที่เซร่าจะได้ไม่ถูกพี่น้องกลั่นแกล้งอีก” เรนเดลแกล้งกล่าวเล่นๆ แต่อีกฝ่ายกลับถอยหนีจริงๆ ดูเหมือนเธอจะเข้าใจผิดว่าเซร่าไปฟ้องเรนเดล เื่ที่เธอแกล้งทำลายข้าวของในห้อง เธอจึงกลัวขนาดนี้
“ถ้ากลัวตายนัก ก็สาบานมา ว่าจะไม่ยุ่งกับเซร่าอีก ทั้งทางตรง และทางอ้อม จะหลีกทางและอำนวยความสะดวกให้กับเธอในโรงเรียนนี้”
เมื่ออีกฝ่ายกลัวเขาจริงๆ เรนเดลจึงฉวยโอกาสนี้ ช่วยเซร่าเสียเลย แต่แทนที่โจแอนนาจะรับปาก เธอกับหยุดนิ่งอยู่กับที่ ตัวของเธอที่สั่นเทิ้มกลับหยุดลงเสียดื้อๆ พร้อมกับมองเรนเดลด้วยสีหน้าโกรธแค้น
“แค่เื่นี้เท่านั้น ที่ฉันไม่ยอม ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้ให้ลูกเมียน้อยเด็ดขาด” โจแอนนากล่าวเสียงสั่น ก่อนที่เธอจะควักเม็ดยาสีเขียวขึ้นมากินอย่างรวดเร็ว ออร่ามานาในร่างของเธอลุกพล่านจนเรนเดลสังเกตุได้ ก่อนเธอจะเริ่มร่ายเวทที่แรงที่สุดของเธอ มหาเวทแห่งธาตุน้ำ ธารเหมันต์
วงเวทสีฟ้าแปดเหลี่ยมหนึ่งชั้น ถูกร่ายขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้ตอนนี้โจแอนนาจะเริ่มมีเืกำเดาไหลออกจากจมูก เพราะเธอกำลังฝืนใช้เวทที่เกินตัวก็ตามที
“ตัวข้าโจแอนนา ไพรมารี่ จอมเวทผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่งมนตรา ขอบัญชามหาเวทแห่งธาตุน้ำ จงพัดพาอริของข้าไปให้ไกลแสนไกล มหาเวทธารเหมันต์!!”
“มหาเวท...เหรอ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงตะลึง ไม่มีข้อมูลในหัวเขา ว่ามีมหาเวทชื่อนี้ด้วย นั่นหมายความว่ามันอาจเป็วิชาที่พึ่งถูกค้นพบ หรือไม่ก็เป็วิชาที่เกิดใหม่...แต่ที่แน่ๆ วิชาที่โจแอนนากำลังจะใช้ ไม่มีในสมัยของเขา
คลื่นน้ำแข็งขนาดใหญ่กว่าสามเมตรโผล่ขึ้นมาจากวงเวทที้โจแอนนาร่างเอาไว้ ก่อนที่คลื่นนั้นจะพุ่งเป้ามาที่เรนเดล เขาลองหยุดมันด้วยวงเวทธาตุสายฟ้า แต่ดูเหมือนว่าเขาจะประมาทพลังของมหาเวทเกินไป มันกัดกินวงเวทสายฟ้าของเรนเดล ก่อนจะพุ่งมาหาเขาต่อ
เรนเดลหลบคลื่นน้ำแข็งได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะพบว่าทุกๆที่ๆคลื่นน้ำแข็งพัดผ่าน จะถูกแช่แข็งในทันที เป็มหาเวทที่ร้ายกาจมาก แม้จะอยู่แค่ระดับหนึ่ง
“ยัยแอน...ตัดกระแสมานาในร่างซะ” เร็นลุกขึ้นมาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงลำบาก “เธอในตอนนี้คุมมันไม่ได้หรอก”
แต่ทว่าโจแอนนาไม่มีปฏิกิริยาตอบรับกับคำพุดของเร็น เมื่อมองให้ดีๆ เขาพบว่าดวงตาของเธอว่างเปล่า หมายความว่าโจแอนนาหมดสติไปแล้ว หลังจากร่ายมหาเวท
“โจแอนนา” เซร่าวิ่งเข้าไปประคองร่างพี่สาวของเธอเอาไว้ ก่อนจะรีบอุ้มออกมา ร่างของโจแอนนาเหมือนไม้ใกล้ล้ม ทันทีที่เซร่าัั เธอก็ล้มลงไปกองทันที แต่โชคดีที่เซร่ารับร่างของเธอเอาไว้ทัน
“นายต้องหยุดมัน...” เร็นกล่าวด้วยน้ำเสียงยากลำบาก “ไม่เกินความสามารถนายสินะ เรนเดล”
“ทำไมฉันต้องหยุดมันด้วยล่ะ” เรนเดลกล่าวกวนๆ ก่อนจะะโหลบมหาเวทออกด้านข้าง “ถ้าวิชานี้หลุดออกไปข้างนอก ฉันสามารถใช้มันเป็ข้ออ้างเพื่อไล่ยัยโจแอนนาออกจากโรงเรียนได้เลยนะ ฐานร่ายเวทซี้ซั้ว และตัวเองดันคุมไม่อยู่เสียนี่”
เร็นนิ่งเงียบทันที เขาเถียงไม่ออก นี่มันความผิดของโจแอนนาเต็มๆ เรนเดลไม่จำเป็ต้องตามล้างตามเช็ดด้วยซ้ำ
“เรนเดลคะ” เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงรีบร้อน “วิชานี้เป็วิชาประจำตระกูลไพรมารี่ค่ะ มันเป็มหาเวทที่ต่อยอดมาจากเวทโกรธาวารี ของจอมเวทเจ็ดดาราในอดีต เพราะโจแอนนาเขาไม่ได้รับเลือกให้ฝึกเวทโกรธาวารี เธอจึงไม่สามารถคุมมันได้ค่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง” เรนเดลกล่าวพลางมองมหาเวทที่เริ่มอาละวาด มันไล่แช่แข็งต้นไม้และดอกไม้รอบๆเสียแล้ว หากปล่อยไว้อีกไม่นานมันก็จะต้องหลุดไปนอกโรงเรียน
“ไม่เพียงแค่นั้น ระหว่างที่มันกำลังทำงาน มันจะกัดกินมานาของผู้ใช้ไปด้วย” เร็นกล่าวเสริม “หากปล่อยไว้โจแอนนาต้องตายแน่ๆ”
“ทำไมแกไม่หยุดมันล่ะ ไอ้คนเก่ง” เรนเดลกล่าวประชดเร็น ซึ่งเริ่มโจมตีเขาทั้งที่ยังไม่ทันรู้จักกัน
“หยุดได้ฉันหยุดไปแล้ว ไอ้บ้าเอ้ย” เร็นตวาดกลับ “นั่นมันมหาเวทเลยนะ”
โคโตโนฮะร่ายเวทธาตุสายฟ้า ซึ่งเป็ธาตุหลักของเธอ ยิงสายฟ้าขนาดใหญ่ใส่มหาเวทธารเหมันต์ แต่ก็พบว่าถูกมันดูดกลืนหายไปจนหมด ดูเหมือนมันจะมีคุณสมบัติในการดูดพลังเวท
“เข้าใจแล้ว” เรนเดลกล่าวพลางถอนหายใจ ก่อนที่วงเวทแปดหลี่ยมสีดำสองชั้นจะปรากฏในมือของเขา แววตาของเร็นลุกวาวทันทีเมื่อได้เห็น
“มหาเวทสะบั้นมิติ ระดับสอง” เรนเดลกล่าวสั้นๆ ก่อนที่ลูกบอลหลุมดำจะถูกยิงออกไปปะทะกับธารเหมันต์ มหาเวทสองสายปะทะกันจนเกิดะเิวงกว้าง พร้อมเสียงที่ดังกึกก้อง
เมื่อสิ้นเสียงะเิ ทุกอย่างตกอยู่ในความว่างเปล่า รอบพื้นดินที่มหาเวทปะทะกันหายไปราวกับหลุมอุกาบาต มันกินวงกว้างกว่าสามเมตร
เรนเดลใช้เวทธาตุลมพยุงร่างของโจแอนนาที่หมดสติไปห้องพยาบาล ส่วนโคโตโนฮะใช้เวทลมช่วยพยุงร่างของเร็นที่ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ เซร่าในตอนนี้เธอใช้เวทน้ำได้แค่ธาตุเดียว จึงทำได้แค่เดินตามไปเท่านั้น
หลังจากส่งห้องพยาบาล กลุ่มของเรนเดลไม่ได้ตอบคำถามอะไร เขาปล่อยให้เร็นเป็คนบอกทึกอย่างกับครูพยาบาลเอง ตอนนี้ทั้งเรนเดล และโคโตโนฮะเข้าใจทุกอย่างแล้ว ว่าทำไมโจแอนนาถึงเกลียดเซร่าขนาดนี้
เธอเป็ลูกเมียหลวง แต่กลับไม่ได้รับเลือกให้ฝึกเวทโกรธาวารี ในขณะที่เซร่าซึ่งอ่อนแอกว่าเธอกลับกลายเป็ผู้ที่มีคุณสมบัติ นั่นจึงทำให้เธอเจ็บแค้น และรู้สึกเหมือนเซร่าแย่งทุกอย่างไปจากเธอ
“วันนี้เจอเื่มาเยอะเลยนะ” เรนเดลกล่าวเปิดประเด็น “มีอะไรที่ฉันไม่รู้อีกเยอะเลยล่ะ”
“ขอบคุณเรนเดลมากนะคะ ที่ช่วยโจแอนนาเอาไว้”เซร่ากล่าวพลางก้มหัวให้กับเขา
“ฉันช่วยเพราะเธอขอ” เรนเดลกล่าวพลางส่งยิ้ม “ยัยนั่นจะเป็ตายร้ายดียังไง ฉันไม่สนหรอก”
“ปากแข็งนะเรนเดล” โคโตโนฮะกล่าวพลางอมยิ้ม “ต่อให้เซร่าไม่ขอ นายก็ช่วยอยู่ดีนั่นแหละ”
“ทำไมถึงมั่นใจนักล่ะ”
“ตอนที่นายทำเป็โมโหเตะเร็นน่ะ ฉันเห็นนะ” โคโตโนฮะกล่าว “ว่านายร่ายวงเวทวิหารแห่งความศรัทธารักษาหมอนั่นด้วย ไม่งั้นเร็นเขาคงตายไปแล้วล่ะ เจอเวทระดับเจ็ดอัดไปเต็มๆขนาดนั้น”
เรนเดลกลืนน้ำลายคำโต เขาไม่คิดว่าจะมีคนทันเห็น โคโตโนฮะยิ้มรับเล็กน้อย ก่อนจะก้มหัวขอบคุณเขา ทำเอาเรนเดลแปลกใจ
“ถึงจะเป็อดีตคู่หมั้นก็เถอะ แต่เร็นเขาก็เป็เพื่อนคนสำคัญของฉัน ขอบคุณที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้นะคะ”
ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากเรนเดล เขาพยักหน้ารับน้อยๆก่อนจะเดินกลับหอพักคนเดียวเงียบๆ
“ทำไมคนที่ฉันหมายปอง มักมีเ้าของหรือคนที่ชอบอยู่แล้วกันนะ” เรนเดลกล่าวกับตัวเองเบาๆ เขาไม่รู้เลย ว่าโคโตโนฮะได้ยินคำนั้นเต็มๆ เธอเดินตามเรนเดลมาติดๆ กะจะแกล้งตีหลังเขา เพราะเขาทำท่าเหมือนเบื่อโลก
“เรนเดล...นายชอบฉันหรือ” โคโตโนฮะกล่าวกับตัวเองเบาๆ ใบหน้าเธอแดงระเรื่อ ก่อนจะเดินม้วนตัวกลับห้องพักของตัวเองทันที
ทางด้านเซร่าเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เธอหัวเราะให้กับสิ่งที่เห็น ก่อนจะอมยิ้มเล็กน้อย
“ทางฉันเอง ก็จะไม่ยอมแพ้เหมือนกันค่ะ” เซร่ากล่าวสั้นๆ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินตามเรนเดลต่อ เพื่อหาเื่คุยกับเขา แล้ววันนั้นทั้งวันเธอก็ได้ฝึกฝนการใช้เวทมนตร์ธาตุอื่นๆจากเรนเดล