เย็นวันเดียวกัน
“หึ ยัยอิงค์คอยดูถ้ามากินข้าวกันพรุ่งนี้ฉันจะฉีกหน้าให้”เพียวพูดด้วยความหงุดหงิดขณะออกมาหาอะไรกินช่วงเย็น
หลังกินเสร็จระหว่างที่เดินเล่นอยู่นั้นเอง
“นี่พ่อหนุ่มขอถามทางหน่อยสิ”อยู่ดีๆก็มีหญิงวัยกลางคนอายุน่าจะ40ต้นๆร้องทักขึ้นมาพอมองไปก็เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่บนคนหรูคันหนึ่ง
“อ่อได้สิ”เพียวตอบกลับไปแบบไม่คิดมากเพราะดูก็รู้ว่าเป็นคนต่างถิ่น
“เอ่อ นายว่างรึเปล่าคือตอบตรงๆก็ยังงงๆอยู่ดี เอาแบบนี้เดี๋ยวฉันทำธุระเสร็จเราไปดื่มกันฉันเลี้ยงตอบแทนเองเพราะงั้นไปส่งฉันหน่อยสิ”
เย็นวันถัดมา
“ไงอิงค์ เสียใจด้วยนะเรื่องตา”
“อิงค์น่าจะบอกกันนะเราจะได้ไปร่วมงานเผื่อจะช่วยอะไรได้”
พอมาถึงร้านอาหารก็มีเพื่อนๆมากมายเข้ามาแสดงความเสียใจเรื่องที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะผู้หญิง ส่วนผู้ชายก็แสดงความเสียใจอยู่ห่างๆเนื่องจากรู้นิสัยอิงค์ว่าไม่ค่อยชอบผู้ชาย ดูเหมือนเรื่องของตาเธอจะกระจายไปหมดแล้ว
ออสดูในร้านมีคนอยู่ราวๆ30กว่าคนได้พอกวาดตามองก็เห็นเพียวนั่งอยู่โต๊ะหนึ่งข้างๆมีผู้หญิงหน้าตาดีนั่งอยู่ด้วยคือผึ้งที่เป็นแฟนเขา
พวกเขามากันค่อนข้างช้า น่าจะสุดท้ายเลยด้วย เพื่อนในห้องเรียนของอิงค์นั้นมีอยู่ด้วยกัน50คนนี่ก็ถือว่ามาเยอะพอสมควร
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันอยากจัดเงียบๆหนะ”อิงค์ตอบ เพื่อนๆทุกคนก็พอเข้าใจบ้านของอิงค์นั้นฐานะไม่ค่อยจะดีเพราะงั้นคงอยากจัดงานเล็กๆมากกว่าไม่ค่อยสะดวกให้คนไปเยอะๆ
“จะว่าไปทุกคนฉันอย่างจะแนะนำให้รู้จักนี่ออส แฟนฉันเอง ฉันพาเขามาด้วยไม่ว่ากันนะ"
ทุกคนเงียบกริบ เมื่ออิงค์แนะนำ
“ฟะแฟน”
“เอาจริงดิอิงค์มีแฟนเป็นผู้ชาย”
“ไม่อยากเชื่อ”
“เฮ้นายทำไงถึงคบยัยน่ี่ได้เนี่ย”
หลังจากที่ตั้งสติกันได้ก็เกิดความโกลาหลขนาดย่อมๆขึ้นทันที เพราะทุกคนรู้ดีว่าอิงค์เกลียดผู้ชายแต่ไปเรียนที่เมืองหลวงพอกลับมาหนนี้ดันมาแฟนมาด้วยเฉยเลย
“เอ่อ ก็นะ”ออสเองก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกันกับคำถามของเพื่อนๆอิงค์เลยได้แต่ยิ้มๆ
“แหม่ คบกันได้ยังไงหรอจะไปยากอะไรก็เอาเงินเปย์เข้าว่าไง”เสียงประชดจากชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาดังขึ้น พอหันไปก็พบว่าเป็นเพียวนั่นเอง
“ไม่สังเกตุรึไงสมัยก่อนยัยนี่มาเกาะครอบครัวฉันก็เลยไม่เกลียดฉันที่เป็นผู้ชายไง ไอ้หมอนี่ก็เหมือนกันมันรวยไงอิงค์มันเลยไม่เกลียด ถ้าพวกแกรวยเดียวยัยนี่ก็เลิกเกลียดเองนั่นแหละ”
ออสหันไปมองเพียวเตรียมจะอ้าปากสวนกลับแต่อิงค์กับขวางไว้ก่อน
“ใช่ฉันชอบผู้ชายรวยๆ ทำไมหละ มันทำให้ใครเดือดร้อนหรอว่าไงเพื่อนๆทุกคนมีใครเดือดร้อนมั้ย”อิงค์ถามพลางกวาดสายตาไปรอบๆด้วยสายตาคมกริบ
“ว่าไงเพียวแกเดือดร้อนอะไร"
“เหอะก็เดือดร้อนสายตาไง จะว่าไปแม่ฉันก็เอ็นดูแกไม่น้อยคงผิดหวังน่าดู”เพียวเยาะเย้ยก่อนจะหันไปมองเพื่อนๆที่มีใบหน้าสับสนเพราะอิงค์ยอมรับออกมาเอง
“หรองั้นแปลว่าไม่มีใครเดือดร้อนแบบจริงๆสินะ งั้นเพียวฉันจะบอกอะไรให้นะ”
“อะไร”
“อย่าเสือก”
อิงค์ตะคอกเสียงดังลั่นทำให้หลายๆคนสะดุ้ง ออสเองก็ยิ้มแห้งๆช่วงหลังมานี้ยัยอิงค์ทำตัวน่ารักมาตลอดทำเขาเกือบลืมไปแล้วว่ายัยนี้ปากร้ายขนาดไหน
แน่นอนว่าแค่นี้ไม่จบอยู่แล้ว
“แล้วไอ้แม่โลภมากของแกเนี่ยนะผิดหวัง ฉันเกาะครอบครัวแกงั้นหรอ ครอบครัวแกต่างหากที่หลอกสูบเลือดสูบเนื้อตาฉัน นี่ถ้าตาไม่ตายก็คงไม่รู้ว่าครอบครัวแกโกงไปเท่าไหร่”
“อย่ามาพูดมั่วๆ…”เพียวที่เห็นแม่ตัวเองโดนแฉเตรียมจะสวนกลับแต่ว่าเขากลับพูดไม่ทัน
“จะว่าไปแม่แกเนี่ย ความสามารถมีแค่นั้นแต่กลับได้เป็นหัวหน้าธุรการของสำนักงานเมือง สงสัยเหมือนกันว่านอนอ้าหีให้ผู้ว่ามากี่คนแล้ว”
“อีอิงค์มันจะมากไปแล…”เพียวเลือดขึ้นหน้าแต่ก็พูดไม่ทันอีก
“พ่อแกหละกลับบ้านดึกบ่อยๆแล้วอ้างว่าไปเลี้ยงกับน้องๆที่ธนาคารนี่จริงหรอ ฉันว่าที่โลภมากจนต้องโกงคนอื่นเพราะต้องหาเงินไปเลี้ยงอีหนูมากกว่า ระวังเหอะจะตายห่าเพราะโรคติดต่อ”
เพียวตัวสั่น
แน่นอนว่าที่อิงค์ด่ากราดออกไปเธอไม่ได้ไปรู้อะไรมาหรอกแต่มันใส่เธอก่อนเธอก็แค่สวนไป จะจริงไม่จริงไม่สนอยู่แล้ว
“อีอิงค์ กูจะฟ้องมึงที่มึงพูดมามันไม่จริง”
“เอาดิ จะได้พิสูจน์กัน ถ้ามีใครไปขึ้นศาลเป็นพยานว่าจริงคงสนุกน่าดู”อิงค์ตอบเธอรู้เรื่องอิกดราซิลแล้ว เพราะงั้นต่อให้โดนฟ้องจริงออสจัดการเรื่องนี้ได้ง่ายนิดเดียว ต่อให้ไม่ใช่คนของอิกดราซิลก็ไม่มีตำรวจหน้าไหนมาหาเรื่องคนระดับออสเพราะเรื่องเล็กๆแบบนี้แน่นอน
แต่ถ้ามันฟ้องจริงอิงค์จะปล่อยให้เรื่องมันดำเนินไปแล้วขอให้ออสหาอดีตผู้ว่าหรือไม่ก็พวกผู้หญิงขายตัวไปให้การว่าเรื่องที่เธอด่าเป็นเรื่องจริงแบบนั้นน่าจะสนุกกว่าเยอะ
“ทนไม่ไหวแล้วนะโว้ยย”เพียวแทบจะสติหลุด เขาตั้งใจจะมาหักหน้าอิงค์แต่ยังไม่ทันไรก็โดนเธอใส่ยับ
“ทำไมเข้ามาดิ”
เพียวกำหมัดแน่นตาแดงก่ำ มองหญิงสาวด้วยความแค้นแต่ก็ไม่กล้าพุ่งเข้าไปเพราะอิงค์เป็นผู้หญิงตรงนี้มีเพื่อนๆเต็มไปหมดถ้าเขาพุ่งเข้าไปจะโดนมองยังไง
อีกอย่างอิงค์เองก็ไม่ใช่คนที่จะไม่สู้ถ้าเข้าไปเธอสู้ตายแน่เดิมที่ก็แค้นอยู่แล้วด้วย แถมออสที่ยืนอยู่ข้างๆก็ตัวใหญ่พอๆกับเขาร่างกายกำยำ ต่อให้เขาเรียนศิลปะการต่อสู้มาบ้างเพราะตั้งใจจะเป็นตำรวจแต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะเอาทั้งคู่ลงถ้าพลาดขึ้นมาโดนกระทืบยับแน่ๆ
แปะๆ
“พอแล้ว ฉันไม่รู้ว่าพวกนายมีปัญหาอะไรกันแน่ แต่เรานัดมาสังสรรค์กันเพราะงั้นจบแค่นี้ถือว่าฉันขอแล้วกันแค่นี้บรรยากาศก็แย่พอแล้ว”หญิงสาวคนหนึ่งปรบมือก่อนจะเดินมาแทรกกลาง เธอไม่รู้ว่าสองคนนี้มีเรื่องอะไรกันแน่แต่ถ้าถามสาเหตุตอนนี้ได้บานปลายกว่านี้แน่นอน
“หัวหน้า”อิงค์พูดขึ้นเบาๆ ผู้หญิงคนนี้ชื่อ มะตูม แต่เพื่อนๆเรียกติดปากกันว่าหัวหน้าเพราะเธอเป็นหัวหน้าห้องมาตั้งแต่ม.ต้นยันเรียนจบเลย
หลายคนหันไปมองเพียวด้วยสายตาสงสารเหมือนรู้อยู่แล้วว่าจะจบยังไงถ้าไปแข่งสกิลปากกับยัยอิงค์เข้า แต่เพียวกลับไม่คุ้นเคยเท่าไหร่เพราะสมัยก่อนอิงค์ไม่ค่อยจะเถียงอะไรเขาส่วนหนึ่งเพราะตอนนั้นเธอยังชอบเขาอยู่ แถมยังเกรงใจนางมินตราอีกแต่ตอนนี้เธอมีแต่ความเกลียดล้วนๆ
หัวหน้าห้องเห็นว่าท่าทางไม่ค่อยจะดีแล้วกลัวจะลงมือใช้กำลังกันจริงๆเธอเลยเข้ามาขวาง
อิงค์เห็นแบบนั้นเลยยอมจบแล้วเดินไปนั่งแต่โดยดี ส่วนเพียวถึงไม่ยอมก็ต้องยอม ด่าสู้ไม่ได้ จะใช้กำลังก็ไม่แน่ใจว่าไหว แถมถ้าใช้กำลังเพื่อนๆรอบๆก็คงไม่ยืนดูเฉยๆน่าจะเข้ามาขวางอยู่ดี
“ออสนี่ แจมกับบัว เพื่อนฉันเอง”เธอแนะนำเพื่อนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะซึ่งออสก็แนะนำตัวกลับ
“อิงค์”เสียงทักอีกเสียงดังขึ้น
ผึ้งที่นั่งอยู่กับเพียวเดินเข้ามาหาพวกอิงค์ที่โต๊ะ
“ฉันขอโทษนะ”อิงค์พูด
“ฉันว่าฉันต่างหากที่ต้องขอโทษแทนเพียว”ผึ้งตอบกลับ เธอรู้จักนิสัยอิงค์ แล้วก็รู้จักตาจันด้วยทำให้เธอมั่นใจว่าที่อิงค์เล่าเป็นเรื่องจริง
“ที่ขอโทษไม่ใช่เรื่องเมื่อกี้ แต่เป็นหลังจากนี้ต่างหาก”
“อืม”เรียกตอบเรียบๆดังออกมาจากผึ้งก่อนที่เธอจะเดินกลับไปนั่ง
“จะว่าไปเธอก็ใจร้อนเกิน ถ้าเกินวงแตกการแสดงที่เตรียมไว้ก็ล่มกันพอดี”
“การแสดงอะไร”สาวๆที่เป็นเพื่อนของอิงค์ถามด้วยความสงสัยแต่ออสกลับฉีกยิ้มและคำตอบก็ทำให้ทุกคนสงสัยกว่าเดิม
“เดี๋ยวก็รู้”