5
พลังปราณที่หวนคืน
ตอนนี้เป็เดือนแปด ของปี 70 เข้าสู่่ฤดูร้อนเว่ยหนานฮวามาอยู่ที่ได้สามเดือนแล้ว เธอยังคงอาศัยการทำขนมไปขายที่ตลาดมืดเพียงแค่เข้าไปขายแค่เดือนละ2-3 ครั้งเท่านั้น
เมื่อเดือนก่อนได้พบกับประสบการณ์วิ่งหนีทหารแดง โชคดีที่เธอหนีออกมาได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงโดนทหารแดงจับไปแล้วความเป็อยู่ของเธอและลูกๆก็ดีขึ้นมากแล้วเธอเลยคิดว่าจะเข้าไปขายขนมแค่เดือนละสองครั้งเท่านั้นในแต่ละครั้งก็ทำไปให้มากหน่อย มากที่สุดเท่าที่จะทำและขนเอาไปได้
ถ้ามีบ้านอยู่ในตัวอำเภอคงดีไม่น้อยเธอมีเงินเก็บอยู่ไม่น้อยมันน่าจะพอซื้อบ้านในตัวอำเภอได้ แต่ปัญหาคือยังไม่เจอบ้านที่ถูกใจไม่เจอหลังเล็กไปก็ใหญ่ไป
ส่วนห้องพักเธอไม่คิดเช่าอยู่เธอ้าบ้านเป็หลัง เพราะมีพื้นที่ มีครัวให้ได้ทำขนมมีพื้นที่เอาไว้ปลูกผักและทำสวนบ้าง จะว่าไปที่ตัวอำเภอก็ดูสงบดีที่นี้คือมณฑลหูเป่ย เมืองสุยโจว อำเภอที่อยู่มีชื่อว่า อำเภออันเป่ยที่นี้อุดมสมบรูณ์ มีูเาอยู่หลายอยู่มีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ทางเข้าเมืองสุยโจว
อยากได้บ้านที่มีความเป็ส่วนตัวเงียบสงบและดูปลอดภัย เธอจะพยายามหาบ้านและย้ายออกจากหมู่บ้านนี้ก่อนฤดูหนาวให้ได้ส่วนสามีอย่างโจวอี้ถังเอาไว้ได้บ้านและย้ายไปอยู่แล้ว เธอจะเขียนจดหมายบอกเขา
ถึงแม้เขาจะไม่ตอบหรือไม่กลับมาเธอก็ไม่สนใจเพราถือว่าเธอได้บอกแล้ว เพราะทุกเดือนเขายังคงส่งเงินมาให้เธอและลูกเมื่อเดือนก่อนอีกฝ่ายนั้นส่งคูปองมาด้วย เป็คูปองเสื้อผ้าและคูปองอาหาร
นั้นก็แสดงว่าพ่อของเด็กๆยังมีชีวิตอยู่
เว่ยหนานฮวามาเข้าป่ามาหาเก็บสมุนไพรเอาไว้ใช้ในบ้านยามจำเป็เป็สมุนไพรทั่วไป เอาไว้ลดไข้ แก้ปวด แก้ท้องผูกอย่างน้อยมีสมุนไพรติดบ้านเอาไว้ก็อุ่นใจกว่าไม่มี
“แม่ครับ” เสียงเรียกของลูกชายทำให้เธอหันไปมองก่อนจะพบว่าตรงหน้าลูกๆมันคือต้นแปะก๊วย
“เก่งมากอี้หลาน” ต้นมีแปะก๊วยกำลังมีผลอยู่ด้วยมันสามารถกินได้ทั้งใบทั้งเมล็ด เป็แหล่งอาหารที่มีประโยชน์
“อี้หลาน อี้เหลียน มาช่วยกันเก็บ เก็บไปเยอะๆเลยไว้แม่จะทำของอร่อยให้กิน”
“ครับแม่” ทั้งสองขานรับเธอไปหาไม้มาเพื่อที่จะได้ตีให้ลูกมันร่วงลงมาก เมื่อตีจนพอใจแล้วเธอและลูกๆก็ช่วยกันเก็บ แล้วก็เจอกับต้นเสวี่ยเหลียนกว่อ อีก 2 ต้นดอกมันจะคล้ายกับดอกเซี่ยงรื่อขุย (ดอกทานตะวัน) ขนาดเล็กกว่ามาก มันเป็พืชที่มีหัว
เว่ยหนานฮวาและลูกๆช่วยกันขุดแค่สองต้นเธอได้มันหัวเสวี่ยเหลียนกว่อมากเต็มตะกร้าเลยทีเดียว เอาไว้กินรองท้องเนื้อเป็สีส้มอ่อนๆ เก็บไว้ได้นาน
จากนั้นพาลูกๆมาเก็บพุทราเธอตั้งใจจะเอาไปทำถังหูลู่ให้ลูกชายทั้งสองคนได้กินกันเมื่อเก็บได้เยอะพอสมควรแล้วสามคนแม่ลูกก็ออกจากป่า
อาหารเย็นวันนี้เป็ข้าวสวยกินกับปลาตากแห้งทอด อี้เหลียนและอี้หลานดูจะชอบกินปลาเป็อย่างมากหรือว่าได้กินมันบ่อยๆ ก็เคยชอบกินเพราะปลาคืออาหารจานเนื้อที่หาได้ง่ายที่สุดแล้วหากวันไหนที่เธอไปขายของที่ตลาดมืดเธอก็จะซื้อกลับมากเอามาตากแห้งและรมควันเก็บเอาไว้ ค่อยสะสมเอาไว้พอถึงฤดูหนาวจะได้มีอาหารเพียงพอ
เว่ยหนานฮวามองลูกๆที่นอนหลับอยู่ ที่นอนนุ่มผ้าห่มเป็ผ้าห่มเนื้อบางเพราะนี้เป็ฤดูร้อน ส่วนผ้าห่มหนาๆเอาไว้ใช้ในฤดูหนาว
เงินที่ได้จากการทำขนมขายเธอเอามาซื้อข้าวของที่จำเป็ อีกส่วนแบ่งเก็บเอาไว้ ตอนนี้เธอและลูกๆมีเสื้อผ้าที่นอน ผ้าห่มดีๆแล้ว เธอซื้อั้แ่เดือนแรกที่มีรายได้จากการขายขนมทยอยซื้อมาจนครบ
ในขณะที่เธอกำลังจะล้มตัวลงนอนร่างกายของเธอก็ััได้ถึงอะไรบ้างอย่างเว่ยหนานฮวารีบดันตัวเองขึ้นมานั่งบนเตียงนอนทันที
“พลังปราณ” เธอเอ่ยออกมานั่งขัดสมาธิวางมือทั้งสองข้างไว้บนขาของตนเอง เปลือกตาค่อยๆปิดลงก่อนจะเริ่มโคจรพลังปราณ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนตอนที่เธอลืมตาขึ้นมาพบว่าเป็เวลาเช้ามืดแล้ว ลูกๆของเธอยังคงหลับอยู่เว่ยหนานฮวาััได้ถึงพลังปราณที่มีอยู่ในร่างกายของตนเอง
ในที่สุดเธอก็ได้พลังปราณกลับมาคืนเธอตื่นมาล้างหน้า และเดินเข้าไปที่ครัว เธอเริ่มสอบพลังปราณของเธอ โดยวาดเวทย์อักขระง่ายๆอย่างไฟ แล้วก็พบว่า ไฟกำลังลุกไหม้ฟืนในเตา
“ขอบคุณ์” เว่ยหนานฮวาเอ่ยออกมาด้วยความดีใจในที่สุด์ก็ยังไม่ทอดทิ้งเธอ ตอนนี้เธอได้พลังปรานของเธอกลับคืนมาแล้ว แน่นอนว่ามันจะทำให้การใช้ชีวิตของเธอง่ายขึ้นเธอคือผู้ใช้เวทย์อักขระ แม้แต่ธนูที่ทำจากไม้ก็กลายเป็อาวุธที่ทรงพลังได้ถ้าใช้ร่วมกับเวทย์อักขระ
ดูเหมือนว่าเธอจะหาเงินได้มากขึ้นแล้วเธอสามารถเข้าป่าลึกได้ ล่าสัตว์และหาวัตถุดิบที่้าได้มากขึ้นถึงแม้ตอนนี้พลังปราณของเธอจะยังกลับมาไม่เต็มร้อยตอนนี้ร่างกายของเธอรู้สึกดีขึ้นมา รู้สึกแข็งแรงและรับรู้ถึงพลังปราณที่มีอยู่ในร่างกายและเส้นลมปราณของเธอ
เช้าวันนี้เว่ยหนานฮวานั้นเตรียมอาหารเช้าด้วยความกระปรี้กระเปร่านานแค่ใช้แล้วที่ไม่ได้รู้สึกถึงพลังปราณ
“แม่ครับ”
“แม่ทำอะไรครับ กลิ่นหอมมาก” โจวอี้เหลียนเข้ามาหาแม่ในครัวเพราะได้กลิ่นหอมของอาหารโจวอี้หลานเองก็เดินตามผู้เป็พี่ชายเข้ามา
“แม่ทำซาลาเปาหมูสับ ลูกๆหิวหรือยัง”เธอเอ่ยถามเด็กชายฝาแฝดทั้งสองคน
เด็กทั้งสองคนพยักหน้าพร้อมกัน ทำให้เว่ยหนานฮวายิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูเด็กที่มองผู้เป็แม่เมื่อเห็นรอยยิ้มของแม่เด็กๆก็ยิ้มออกมาด้วย
“ว้าว แม่ครับซาลาเปาลูกใหญ่มาก”อี้หลานเอ่ยออกมาเมื่อเห็นซาลาเปาสีขาวก้อนใหญ่ที่แม่ถือมา
“กินกันได้แล้ว มองมันไม่ช่วยให้อิ่มท้องหรอกนะ”เว่ยหนานฮวาบอกกับโจวอี้เหลียนและโจวอี้หลาน ทั้งสองคนเอาแต่นั่งจ้องซาลาเปา ไม่ยอมหยิบมันมากินสักที
เมื่อทั้งสองคนได้ยินที่แม่บอกพวกเขาก็เริ่มกินซาลาเปาลูกใหญ่ๆ แม่เคยทำให้กินแต่ว่าตอนนั้นมันลูกไม่ใหญ่ขนาดนี้วันนี้ลูกใหญ่จนน่าใ รสชาติอร่อยมากๆ
“อ่ำๆ แม่ครับ อร่อยมากลูกเดียวผมแทบจะกินไม่หมดอยู่แล้ว” โจวอี้หลานแฝดผู้น้องบอกกับผู้เป็แม่
“ใช่ครับ ลูกเดียวอิ่มพุงแตก”โจวอี้เหลียนแฝดผู้พี่เอ่ยสนับสนุนความคิดของน้องชายวันนี้สามคนแม่ลูกนั้นกินซาลาเปาลูกใหญ่หมดไปคนละหนึ่งลูก เหลืออยู่อีก 6 ลูกเก็บเอาไว้เป็มื้อเที่ยง
หลังจากเก็บผักป่าเสร็จวันนี้ตั้งใจจะเข้าไปในป่า เธอไม่ลืมที่จะหยิบธนูไม้ที่ทำมาด้วยเธอเข้ามาทดสอบพลังปราณในป่าลึก เพื่อหลบเลี่ยงสายตาผู้คน
และเวทย์อักขระแรกที่ใช้ก็คือกลบกลิ่นเพื่อไม่ใช่เธอเป็อันตรายจากสัตว์ป่าอักขระที่สองก็คือเวทย์อักขระที่ใช้สำหรับอาวุธ
มันสามารถทำให้อาวุธธรรมดาๆกลายเป็อาวุธที่ทรงพลังเว่ยหนานฮวาเค้นพลังปราณวาดเวทย์อักขระลงบนธนูและลูกศร
เธอสูญเสียพลังปราณไปไม่น้อยในการเขียนอักขระยันต์ขั้นกลางถ้าหากเป็เธอเมื่อก่อนมันง่ายราวพลิกฝ่ามือแต่ตอนนี้ถึงเธอจะมีพลังปราณแต่ก็มีแค่ขั้น 4 เมื่อก่อนเธอคือผู้ใช้อักขระขั้น 8อีกเพียงหนึ่งขั้นเธอก็จะก้าวไปสู่จุดสูงสุดของผู้ฝึกปราณ
ช่างน่าเสียดายที่ต้องมาจบชีวิตลงเพราะอ๋องต่างแซ่แสนชั่วช้าผู้นั้นแต่จะโทษใครได้ ต้องโทษที่เธอไม่คิดจะเฉลียวใจ รู้ไม่ทันแผนของคนหน้าเนื้อใจเสือ
เธอสลัดความคิดที่มีในหัวออกไปก่อนจะนั่งโคจรพลังปราณเพื่อฟื้นฟูพลังปราณที่เสียไปในการวาดเวทย์อักขระขั้นกลางให้กับธนูและลูกศร
เมื่อรู้สึกว่าพลังปราณถูกฟื้นฟูแล้วเว่ยหนานฮวาก็ ใช้เวทย์อักขระตัวเบาช่วยให้การเคลื่อนไหวร่างกายทำให้ตอนนี้รอบๆตัวของเธอมีต้นไม้สูงใหญ่และป่าทึบ
เธอเข้ามาในป่าส่วนลึกตอนนี้ใช้เวทย์อักขระการสำรวจ เพิ่มการได้ยินในระยะไกลเธอได้ยินเสียงสัตว์ป่าและแหล่งน้ำอยู่ไม่ไกล เธอมุ่งหน้าไปยังที่นั้นทันที
เธอก็เห็นว่ามีกวางสองตัวกำลังมากินน้ำที่ลำธารเว่ยหนานฮวาเคลื่อนไหวร่างกายอย่างแ่เบาอักขระกลบกลิ่นและปกปิดตัวตนทำให้กวางทั้งสองตัวไม่รับรู้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา
ก่อนจะหยิบลูกศรไม้ขึ้นมาสองดอกเธอจะยิงลูกศรทั้งสองดอกออกจากธนูพร้อมกัน เมื่อเล็งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำแล้วจานนั้นก็ยิงธนูออกไป ลูกธนูไม้ที่ยิงออกไป ถูกกวางทั้งสองตัวพวกมันโดนศรแล้วล้มลงไป
เว่ยหนานฮวายกยิ้มอย่างพอใจนับว่าเวทย์อักขระขั้นกลางที่เธอเขียนลงบนธนูไม่เสียเปล่าจากนั้นเธอรีบวาดอักขระยันต์ลงบนตะกร้าไม้ไผ่ของเธอ
เป็เวทย์อักขระที่ใช้ขยายพื้นที่คล้ายๆกับมิติแต่ว่ามันอยู่ได้เพียงแค่สามวันเท่านั้นตะกร้าของเธอมีพื้นที่ขนาดเท่ากับกล่อง 2 ลูกบาศก์เมตรหรือขนาดเท่ากับห้องที่กว้าง 2 เมตร สูง 2 ยาว 2
เธอเก็บกวางที่ล่ามาได้ใส่ลงในตะกร้าที่เธอลงเวทย์อักขระเอาไว้แค่นี้ก็เรียบร้อย กวาง 1 ตัว น้ำหนักราวๆ 180 จิน พวกมันมีขนาดพอๆกัน
เว่ยหนานฮวาใช้เวทย์อักขระตัวเบาเคลื่อนไหวร่างกายด้วยความคล่องแคล่วน้ำหนักของกวางไม่เป็ปัญหาสำหรับเธอเมื่อออกมาที่ป่าชั้นกลางแล้วเธอก็หาที่นั่งโคจรฟื้นฟูพลังปราณของเธอ นานราวๆสองชั่วโมงเว่ยหนานฮวาก็ตัดสินใจออกจากป่า
---TBC---