“ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรทราบมีเพียงเท่านี้ส่วนเกาะระดับสูงกว่านั้นข้อมูลยังไม่อัปเดตเ้าค่ะ ต้องลองอัปเกรดถึงจะทราบได้ หากสงสัยเพิ่มเติมสามารถมาหาข้าได้ตลอดเ้าค่ะ”
‘เอถ้าหาก้านำของออกไปข้างนอก อย่างน้อยก็ต้องเพิ่มดาวเกาะสักระดับหนึ่งก่อน’
“ถ้าเยี่ยงนั้น ข้าขออัปเกรดเกาะเป็ระดับหนึ่งดาวเ้าค่ะ”ไป๋ซู่ซินพูดพร้อมสแกนจ่ายเงินจำนวน 10,000 เหรียญให้เฟยเฟยทันที
“ดำเนินการเรียบร้อยเ้าค่ะขอบคุณที่ใช้บริการ สำหรับเกาะระดับหนึ่งดาวจะมีผลทันที ส่วนเกาะระดับอื่นนั้นจะต้องใช้เวลาหนึ่งวันนะเ้าคะ”
“เอ่อ..ขอบคุณมากๆเลยนะเ้าคะ ท่านเฟยเฟย ข้าต้องขอตัวลา”
“เดินระวังๆเ้าค่ะ”
จากนั้นไป๋ซู่ซินได้แวะที่ตู้ขายตั๋วซื้อตั๋วเพื่อออกจากมิติ หลังจากซื้อตัวเรียบร้อยแล้ว ไป๋ซู่ซินก็สาวเท้าเดินไปที่ประตูเพื่อที่จะออกจากมิติแห่งนี้
วูบบบบบ!
พอออกมาจากมิติไป๋ซู่ซินจึงลุกขึ้นเพื่อจะสำรวจต่างๆในห้อง
‘นี่เรียกว่าบ้านได้ด้วยหรือกระท่อมไม้เก่าทรุดโทรม บานประตูผุพัง มีรูเต็มผนังบ้านของใช้ในบ้านแทบไม่มีอะไรเลยในห้องนอนก็มีเพียงผ้าห่มผืนบางๆ ขาดๆนี่ข้าต้องอาศัยอยู่ที่นี่จริงๆ อย่างงนั้นรึ?’
ไป๋ซู่ซินมองเห็นในครัวนั้นมีเครื่องปรุง เพียงแค่เกลือที่เหลือแค่ก้นไหธัญพืชหยาบ ไข่สองฟอง แผ่นแป้ง เมื่อนางเดินสำรวจไปเรื่อยๆ ก็ถึงหน้าบ้านไป๋ซู่ซินเดินดูรอบบ้านก็พบว่าบ้านหลังนี้อยู่บริเวณตีนเขาด้านหลังของบ้านมีแปลงผักที่เฉาตาย บางต้นก็แคระแกร็น เมื่อเห็นดังนั้นแล้วนางจึงคิดจะทำแปลงผักใหม่โดยได้เรียกหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมา แล้วเลือกเครื่องมือเกษตรออกมาทั้งหมดจากนั้นก็เริ่มถอนผักที่เฉาตายออกให้หมด
‘น่าสงสารจริงๆ เ้าผักน้อยยังไม่ทันได้เกิดมาให้รู้ว่าตัวเองนั้นเป็ผักอะไรแต่ต้องมาเฉาตายซะแล้วอนาถมาก’
‘ข้าจะใช้อมายาวารีในการปลูกผักดีกว่าเพราะถ้าข้านำผักออกมาจากมิติ คนอื่นจะได้ไม่สงสัยว่าเอาผักพวกนี้มาจากไหน’
จนเวลาผ่านไปหลายชั่วยามไป๋ซู่ซินก็ทำการยกแปลงผัก พรวนดินจนเสร็จเรียบร้อย และจากนั้นนางก็เริ่มนำเมล็ดพันธุ์แตงกวากะหล่ำปลี ผักบุ้งคะน้าผักกาดขาว และพริกหวานที่ยังพอมีเหลือนิดหน่อยอยู่ในโกดังของมิติออกมาเพื่อที่ทำการเพาะปลูกแต่ก่อนที่นางจะนำเมล็ดพันธุ์ผักลงดินนั้น นางได้นำเมล็ดแช่อมายาวารีเพื่อให้มันเจริญเติบโตได้ดีและไวมากยิ่งขึ้นและด้วยที่ดินข้างบ้านที่บ้านหวังเป็เ้าของนั้นมีพื้นที่เพียงเล็กน้อย ทำให้ไป๋ซู่ซินสามารถทำการปลูกผักได้เพียงสิบแปลงเท่านั้นเรียกว่าปลูกได้แค่พอกิน หากอยากจะปลูกผักขายนางคงต้องซื้อที่ดินเพิ่มอีก
‘เห้อ อยากได้ที่ดินเพิ่มอีกสักนิดก็ยังดีมีที่ดินแค่นี้จะปลูกอะไรได้แค่ไหนกันเชียว’
พอคิดถึงเื่รดน้ำไป๋ซู่ซินก็ท้อขึ้นมาเลยเพราะนางต้องเดินไปที่ลำธารเพื่อตักน้ำ แม้ลำธารจะไม่ไกลเท่าไรแต่หากต้องหาบน้ำมาด้วยก็คงต้องมีเหนื่อยกันบ้าง
‘เอาเป็ว่าข้าจะใช้อมายาวารีแทนก่อนละกันข้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้วหากจะให้หาบน้ำก็เห็นทีจะไม่ไหว’
‘เสร็จสักที! ทีนี้งานต่อไป ทำอาหาร!! โอ้ยจะรอดไหมเนี่ย พวกวัตถุดิบก็ไม่มีเอาเป็ว่าเมนูยอดฮิตเหมือนเดิมละกัน ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไง ฮ่าๆใส่ผักในมิตินิดหน่อย แต่ถ้าต้มเลยเส้นมันจะอืดไปหรือเปล่า แต่ถ้ารอคนอื่นกลับมามีหวังความลับแตกกันพอดี’
‘นี่ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว เ้าเด็กพวกนั้นคงใกล้จะกลับมากันแล้วล่ะทำเลยละกัน!’
หลังจากนั้นไป๋ซู่ซินจึงเอาน้ำใส่หม้อระหว่างรอน้ำเดือดก็หั่นผักผักกวางตุ้งที่นำออกมาจากสวนในมิติฟาร์มที่มีไม่มากรอพอน้ำเดือดแล้วจึงใส่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงไป ตามด้วยกวางตุ้งที่หั่นไว้และเครื่องปรุง ขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันจากข้างนอกบ้านนางจึงรีบเก็บซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างลนลาน
‘ว้าย สงสัยจะกลับมากันข้าจะเอาซองพวกนี้ทิ้งที่ไหนดี?’ในเมื่อไม่รู้ว่าจะนำซองนั้นไปทิ้งหรือทำลายที่ไหนไป๋ซู่ซินจึงนำมาใส่ไว้ในช่องเก็บของก่อน
‘กรี้ด!ตื่นเต้น คนอื่นจะถามไหมนะ ว่าข้าเอาบะหมี่มาจากไหน?’ไป๋ซู่ซินคิดพลางเดินวนไปมาด้วยความตื่นเต้น
ส่วนคนที่อยู่ด้านนอกนั้นก็คือลูกเลี้ยงของไป๋ซู่ซินนั่นเองหลังจากเก็บผักเสร็จ เด็กทั้งสามจึงชวนกันกลับมาเพื่อเตรียมตัวทำอาหารทำผักป่าต้มกับแผ่นแป้ง ซึ่งอาหารพวกนี้เป็รายการอาหารที่ทำเป็ประจำ แต่แล้วพอใกล้จะถึงบ้านทั้งสามคนกลับได้กลิ่นหอมลอยฟุ้งออกมา
“พี่ใหญ่กับน้องเล็ก พวกท่านได้กลิ่นหอมอะไรหรือไม่? หรือว่าข้าจะหิวจนหูตาลาย” เสียงของเหมยอิงถามดังขึ้นพลางทำจมูกฟุดฟิด
“หูตาไม่ลายหรอกขอรับแต่ข้าว่าจมูกพวกเราน่าจะมีปัญหา เพราะข้าก็ได้กลิ่นเช่นกันพี่รอง กลิ่นมันหอมมากแต่แถวนี้ไม่ได้มีบ้านคนอื่นนอกจากครอบครัวเรานี่ขอรับ” ฉีโต๋วน้อยทำท่าสูดกลิ่นหอมอย่างหลงไหล
“วันนี้ท่านปู่และท่านพ่อก็ยังไม่ถึงกำหนดกลับมาจากในเมืองเสียหน่อยหรือว่าอาจถูกเลิกจ้างจึงกลับมา สงสัยคงนำเงินบางส่วนซื้ออาหารกลับมาด้วย” ลั่วหานขมวดคิ้วก่อนพูดขึ้น
เพราะอย่างไรก็ตามในความคิดของเขาคงไม่มีใครเข้าบ้านมาทำอาหาร อย่าพูดถึงแม่เลี้ยงเลยยามปกติก็ไม่เคยแตะต้องงานบ้านหรือช่วยทำอาหารอยู่แล้ว แล้วยิ่งตอนนี้นอนป่วยอาการหนักใกล้ตายไม่มีทางที่จะลุกมาทำอาหารได้
พอทุกคนเดินเข้ามาในบ้านก็ต้องแปลกใจเพราะตอนนี้คนที่อยู่ในครัวคือไป๋ซู่ซินแม่เลี้ยงใจั์คนที่ทุกคนไม่คาดคิดเด็กๆถึงกับขยี้ตาดูอย่างไม่อยากเชื่อ
นี่ข้าตาฝาดไปหรือไม่? เหมือนข้าเห็นผี!
นางหายดีแล้วหรือ?
นางทำอาหารเป็ด้วยหรือ? จะวางยาพิษข้าหรือไม่!?