ยามโหย่ว ( 17.00-18.59น. )
หลิน เฟิงเสียน พูดคุยเื่ความสามารถพิเศษของเด็กๆ และสอนเกี่ยวกับวิธีการใช้มิติ ดวงตาไร้โกหก ทั้งยังสอนวิธีควบคุมเพื่อความปลอดภัยของลูกๆตน
และเด็กๆก็สามารถเรียนรู้ จดจำ และทำตามวิธีที่ตนบอกสอนได้ทั้งหมด ภายในแค่ 1 ชั่วยาม ( 2 ชั่วโมง ) เท่านั้น
เรียกได้ว่าลูกๆของเขานั้น อัฉริยะวัยเยาว์แน่แท้...
ตอนนี้เขากำลังดูตำราอาหารที่เอาออกมาจากมิติของหลานเออร์
ในตำราอาหารนี้นั้น นอกจากจะมีวิธีทำที่ละเอียดแล้ว ยังมีภาพประกอบด้วย ทำให้เขาสนใจในตำรานี้สุดๆ
อืมมม อาหารในนี้มีแต่ของที่ดูน่ากินทั้งนั้นเลย ไม่รู้จะทำอะไรให้หลานเออร์ กับ เจียงเออร์กินเลยแฮะ อืมมม
" หลานเออร์ เจียงเออร์ พวกลูกอยากกินอะไรกันรึ ลองมาเลือกดูสิ เดี๋ยวพ่อทำให้กิน " ในเมื่อเลือกไม่ได้ว่าจะทำอะไร ให้เด็กๆมาเลือกเองดีกว่าแล้วกัน
สองแฝดที่ได้ยินเสียงของผู้เป็พ่อก็รีบวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะมาถึงห้องครัวที่มีท่านพ่อนั่งอยู่บนเก้าอี้กลางห้อง
" ท่านพ่อ พวกข้ามาแล้วขอรับ " 2 แฝดะโขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะมานั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับท่านพ่อ
แล้วสามคนพ่อลูกก็นั่งเลือกอาหารด้วยกันจนได้เมนูที่ชื่อว่า ข้าวกะเพราหมูไข่ดาว
ซึ่งวิธีการทำนั้น ตั้งไฟค้างหม้อใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย แล้วตามด้วยกระเทียมโขลกกับพริก ลงไปผัดให้หอม จากนั้นใส่หมูสับลงไป ผัดคลุกเคล้าให้สุก แล้วเติมน้ำตาล น้ำปลาที่ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่จากที่อ่านตำราเครื่องปรุงมา ในตำราบอกว่ามันให้รสเค็ม ดังนั้น หลินเฟิงเสียน จึงใช้เกลือแทน ทีนี้ก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วตามด้วยใบกะเพราที่มีอยู่แปลงผักหลังบ้าน เสร็จแล้วตังราดข้าวสวยร้อนๆ
จากนั้น ตั้งหม้อใหม่ ใส่น้ำมันพอประมาณ ตามด้วยไข่ที่ไข่แดงไม่แตก จากนั้นหาฝามาปิดไว้ รอเวลาไม่นาน ก็จะได้ไข่ดาวที่ไข่แดงเยิ้มๆ อันนี้ตำราเขาบอกมานะ???? พอเสร็จแล้วนำไข่ดาวโปะลงที่ชามข้าวกะเพรา ทำแบบนี้จนครบ 3 ฟอง
เฮ้อออ เรียบร้อย ข้าวกะเพราหมูไข่ดาวนี่ทำยากใช่ย่อยเลยน้าา
หลินเฟิงเสียน ที่ทำอาหารเสร็จก็ยกไปให้เด็กๆทาน
กลิ่นหอมของอาหารชวนให้เด็กจ้องมองอาหารกันตาเป็มัน หลินเฟืองเสียนที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มเอ็นดูให้ลูกๆ ก่อนจะวางชามข้าวให้เด็กๆ
" หลานเออร์ เจียงเออร์ ลองกินดูสิ ว่าพ่อทำอร่อยหรือไม่ "
" ขอรับ/ขอรับ " พูดจบเด็กๆก็จ้วงข้าวใส่ปากด้วยความหิว พอข้าวสััมผัสกับลิ้นก็ได้รสชาติที่เผ็ดเล็กน้อย และความเค็มหวานกำลังดีกลมกล่อมเป็อย่างมาก
" อร่อยมากขอรับ/อร่อยมากขอรับ "
หลินเฟิงเสียน มองเด็กๆที่ตอนนี้ก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่สนใจอะไรเลยด้วยความเอ็นดู ก่อนที่เขาจะตักอาหารขึ้นมากินบ้าง พอได้ลิ้มรสก็รู้สึกว่าที่ลูกๆพูดว่าอร่อย ก็ไม่เกินจริง
แล้วทั้งสามก็ทานอาหารกันจนอิ่มแปล้ สองแฝดที่พอหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน ตอนนี้นั่งตาปรือด้วยความง่วง หลินเฟิงเสียน ที่เห็นเช่นนั้นก็อุ้มทั้งสองเดินเพื่อให้อาหารย่อย ก่อนจะพาเข้านอน ส่วนตนก็ฝึกพลังธาตุ โดยการนั่งสมาธิแล้วดึงเอาพลังธาตุของสายน้ำต่างๆเข้าสู่ร่างกาย
ผ่านไป 1 ชั่วยาม ( 2 ชั่วโมง ) เฟิงเสียนก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังปริแตก ก่อนจะมีเสียงดัง ปัง ขึ้นมาในหัว เป็อันว่าตอนนี้ตนนั้นทะลวงผ่านระดับขึ้นมาแล้ว
ตอนนี้ หลิน เฟิงเสียน พลังธาตุน้ำ ระดับ นภา
.
.