กลิ่นคาวเืที่ผสมปนเปกับดินโคลนยังคงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศยามบ่ายคล้อย
แคว้นเวอร์ดันต์เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตการถูกกวาดล้างมาได้อย่างหวุดหวิด ซากของหมาป่ากลายพันธุ์เกือบยี่สิบตัวนอนกองทับถมกันอยู่ที่บริเวณตรอกแคบระหว่างคลังเสบียงและโรงตีเหล็ก แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของทุกคนมากที่สุด คือร่างอ้วนท้วนขนาดเท่าเกวียนของ 'หมีเกราะเหล็ก' ที่นอนสิ้นใจจมกองเืสีคล้ำ
ลอยด์ยืนกอดอกมองซากสัตว์ร้ายตรงหน้า อาการปวดหัวจากการใช้ [Micro-Management] บังคับยูนิตอย่างหนักหน่วงเริ่มทุเลาลงบ้างแล้ว แต่ค่า 'มานา' ในหลอดสถานะมุมจอยังคงกะพริบอยู่ที่ตัวเลขหลักเดียว ร่างกายของบารอนหนุ่มผอมบางและอ่อนล้าจนแทบจะปลิวไปตามลม
"ผู้เฒ่าออร่า ท่านััอะไรได้บ้างไหม?" ลอยด์เอ่ยถามทำลายความเงียบ
หญิงชราตาบอดในชุดคลุมมอซอค่อยๆ คุกเข่าลงข้างซากหมีเกราะเหล็ก ทิม เด็กชายส่งข่าวยืนประคองเธออยู่ไม่ห่างด้วยสีหน้าหวาดกลัว มือเหี่ยวย่นที่เต็มไปด้วยรอยกระของอดีตนักบวชลัทธิเทพป่า ค่อยๆ เอื้อมไปัับริเวณหน้าผากของสัตว์ร้าย ตรงตำแหน่งที่มี 'รอยสักเวทมนตร์' สีดำมืดสลักอยู่
ฟู่...!
ทันทีที่ปลายนิ้วััโดนรอยสัญลักษณ์ ควันสีเทาจางๆ ก็ลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงคล้ายเนื้อย่างไฟ ผู้เฒ่าออร่ารีบชักมือกลับทันที คิ้วสีขาวโพลนของเธอขมวดเข้าหากันแน่น
"มันร้อน... ร้อนราวกับถ่านเพลิงจากนรก" หญิงชราพึมพำ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกังวล "นี่ไม่ใช่รอยแผลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแน่ๆ เ้าค่ะนายท่าน มันคือเวทมนตร์ที่ถูกบิดเบือน... ใครบางคนใช้พลังด้านมืดเพื่อครอบงำจิติญญาของสัตว์ป่า บังคับให้พวกมันละทิ้งสัญชาตญาณและรวมฝูงกันมาที่นี่"
ลุงเบน นักล่าประจำหมู่บ้านที่ยืนเฝ้าอยู่ใกล้ๆ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ขะ... ข้าบอกแล้วว่าพวกมันไม่ได้มาหาอาหาร! มีคนจงใจส่งพวกมันมาฆ่าพวกเราชัดๆ!"
"แต่ใครล่ะ?" แฟรงค์ที่ยืนเช็ดคราบเืออกจากด้ามสามง่ามขึ้นสนิมเอ่ยถามแทรกขึ้นมา แผลถลอกตามตัวของเด็กหนุ่มเริ่มแห้งกรัง แต่แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความระแวดระวัง "หมู่บ้านของเราแร้นแค้นขนาดนี้ ไม่มีแม้แต่เหล็กสักก้อนให้ปล้น พวกมันจะได้อะไรจากการฆ่าชาวนาอดอยากกัน?"
ลอยด์นิ่งเงียบ สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว
"ในเกมแนวสร้างฐาน ถ้ามีคนส่งยูนิตมาก่อกวนที่ฐานขอบแมป..." ลอยด์คิดในใจ "...มันแปลว่าพวกเขา้าตัดกำลังทรัพยากรของเรา หรือไม่ก็กำลัง 'ทดสอบ' อะไรบางอย่าง"
ลอยด์ไล่เรียงศัตรูในความทรงจำของร่างเดิม จักรวรรดิเวลไทน์? ไม่น่าใช่ พวกขุนนางเมืองหลวงคงไม่ลดตัวลงมาใช้เวทมนตร์นอกรีตกับแคว้นชายขอบที่ไม่มีใครอยากได้ สหพันธ์เผ่าอิสระ? พวกเขานับถือธรรมชาติ ไม่มีทางใช้เวทมนตร์บังคับสัตว์ป่าแบบนี้แน่
มีเพียงกลุ่มคนที่เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์ศาสตร์มืด หรือไม่ก็ศัตรูทางการเมืองในท้องถิ่นที่อยากเห็นแคว้นนี้พังพินาศไปเงียบๆ
"ตอนนี้เรายังฟันธงไม่ได้ว่าใครอยู่เื้ั" ลอยด์สรุปเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปสั่งการชาวบ้านที่กำลังนั่งพักหอบหายใจ "แต่ที่แน่ๆ ผู้พัฒนาเกมโลกนี้คงไม่ใจดีให้่พักเบรกระหว่างเวฟ (Wave) นานนักหรอก แฟรงค์! พาคนไปช่วยกันชำแหละเนื้อหมีกับหมาป่าพวกนี้ซะ อย่างน้อยเราก็ได้เสบียงเพิ่ม ส่วนหนังก็เอาไปตากแห้ง เผื่อเอาไว้ซ่อมหลังคา"
"รับทราบขอรับนายท่าน!" แฟรงค์รับคำแข็งขัน เด็กหนุ่มยิ้มกว้างอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะรีบกวักมือเรียกชาวบ้านชายฉกรรจ์ให้มาช่วยกันทำงาน
แม้ทุกคนจะยังเหนื่อยล้า แต่บรรยากาศแห่งชัยชนะและความหวังที่ลอร์ดหนุ่มมอบให้ ทำให้ชาวบ้านมีเรี่ยวแรงฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง
ทว่า... รอยยิ้มของชาวแคว้นเวอร์ดันต์อยู่ได้ไม่นานนัก
กุบกับ! กุบกับ! กุบกับ!
เสียงฝีเท้าม้าและเสียงล้อเกวียนบดทับพื้นดินแห้งแล้ง ดังกึกก้องมาจากถนนดินสายหลักทางทิศใต้ของหมู่บ้าน ลอยด์หันขวับไปมองทันที อาการปวดขมับแปล๊บขึ้นมาเตือนว่าร่างกายเขายังไม่พร้อมรับมือกับปัญหาใหม่
ฝุ่นควันจางลง เผยให้เห็นขบวนเกวียนขนาดกลางที่ถูกลากด้วยม้าสายพันธุ์ดีสองตัว ม้าพวกนั้นดูอ้วนท้วนสมบูรณ์กว่าชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรวมกันเสียอีก บนผ้าใบคลุมเกวียนมีตราสัญลักษณ์ 'เหยี่ยวคาบเหรียญทอง' สลักไว้อย่างประณีต
มันคือตราประจำตระกูลของ 'บารอนไรน์ฮาร์ด' ขุนนางผู้ปกครองภูมิภาคที่แคว้นเวอร์ดันต์สังกัดอยู่!
เกวียนหรูหราจอดลงที่ลานกว้างกลางหมู่บ้าน ขัดกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและกลิ่นคาวเื ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูง สวมชุดคลุมกำมะหยี่สีแดงเข้มก้าวลงมาจากเกวียน เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาปิดจมูกทันทีที่เท้าแตะพื้น สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
"โอ้... เทพแสงโปรดเมตตา นี่มันกลิ่นเหม็นเน่าอะไรกันเนี่ย" ชายชุดแดงบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงดัดจริต ก่อนจะตวัดสายตาเหยียดหยามมองไปรอบๆ "หมู่บ้านขยะนี่นับวันยิ่งทำตัวสกปรกขึ้นทุกที"
"นั่นท่าน 'รูฟัส' คนเก็บภาษีของบารอนไรน์ฮาร์ดนี่ขอรับ!" ทิมกระซิบเสียงสั่นอยู่ข้างๆ ลอยด์ เด็กชายรีบถอยไปหลบหลังผู้เฒ่าออร่าโดยสัญชาตญาณ
ลอยด์ถอนหายใจยาว ปัญหาเื่มอนสเตอร์เพิ่งจบไป ปัญหาการเมืองก็พุ่งมาจ่อคอหอยทันที เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างใจเย็น พยายามรักษาระยะห่างที่เหมาะสม
"ยินดีต้อนรับสู่แคว้นเวอร์ดันต์ ท่านรูฟัส" ลอยด์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความกลัว แต่ก็ไม่ได้อ่อนน้อมจนเกินงาม "ข้า ลอยด์ เวสตัน ลอร์ดแห่งแคว้นนี้ ท่านมีธุระอันใดถึงเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง?"
รูฟัสเลิกคิ้วสูง เขามองร่างที่ผอมบางและซีดเซียวของลอยด์ั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ
"ข้าก็นึกว่าท่านตายเพราะโรคระบาดไปั้แ่เดือนก่อนแล้วเสียอีก บารอนลอยด์" รูฟัสจงใจเน้นคำว่าบารอนด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ดูจากสภาพแล้ว ท่านน่าจะรีบๆ ตายไปซะ แคว้นนี้จะได้ถูกโอนกลับไปอยู่ในความดูแลของบารอนไรน์ฮาร์ดโดยสมบูรณ์"
"ระวังปากของเ้าด้วย!" แฟรงค์ที่ได้ยินคำดูิ่นั้น ทนไม่ไหวพุ่งตัวออกมายืนบังหน้าลอยด์ทันที ร่างสูงใหญ่ทะลุร้อยแปดสิบห้าเิเและรอยเืที่เปรอะเปื้อนไปทั้งตัว ทำเอารูฟัสสะดุ้งเฮือกถอยหลังไปครึ่งก้าว
"ไพร่ชั้นต่ำ! เ้ากล้าขู่คนของบารอนไรน์ฮาร์ดงั้นเรอะ!" รูฟัสตะคอกกลับ แม้จะเสียงสั่น ทหารยามสองคนที่ติดตามมากับเกวียนรีบชักดาบออกจากฝักทันที
"ถอยไปแฟรงค์" ลอยด์ยกมือขึ้นแตะแขนลูกน้องเบาๆ "เราไม่ได้มีปัญหากับแขก... ตราบใดที่แขกยังพูดคุยกันด้วยเหตุผล"
แฟรงค์กัดฟันกรอด แต่ก็ยอมถอยกลับไปยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
ลอยด์หันกลับมาเผชิญหน้ากับรูฟัสอีกครั้ง "เข้าเื่เถอะ ท่านมาที่นี่เพื่อเก็บภาษีประจำปีใช่หรือไม่?"
รูฟัสปัดเสื้อคลุมของตัวเองราวกับรังเกียจฝุ่นควันที่ลอยมาติด เขาล้วงม้วนกระดาษหนังที่ประทับตราครั่งสีแดงออกมาคลี่อ่านด้วยท่าทีหยิ่งยโส
"ถูกต้อง! วันนี้คือวันครบกำหนดชำระภาษีล่วงหน้าของไตรมาสสุดท้าย" รูฟัสประกาศเสียงดังเพื่อให้ชาวบ้านทุกคนได้ยิน "ตามโควตาที่บารอนไรน์ฮาร์ดประเมินไว้ แคว้นเวอร์ดันต์ต้องจ่ายภาษีเป็ เหรียญเงิน 500 เหรียญ ข้าวสาลี 50 กระสอบ และไม้ซุงคุณภาพสูงอีก 200 ท่อน... นำของทั้งหมดมาขึ้นเกวียนข้าเดี๋ยวนี้!"
คำประกาศนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางวงชาวบ้าน
"ห้าร้อยเหรียญเงิน! ข้าวสาลีห้าสิบกระสอบ!" ลุงเบนอุทานเสียงหลง "ท่านรูฟัส! ท่านล้อพวกเราเล่นหรือไร! ทั้งหมู่บ้านเราตอนนี้มีเสบียงเหลือพอกินแค่ห้าวันเท่านั้น เหรียญเงินสักสิบเหรียญยังหาไม่ได้เลย!"
"นั่นไม่ใช่ปัญหาของข้า!" รูฟัสตอกกลับอย่างเ็า "จักรวรรดิเวลไทน์ขับเคลื่อนด้วยทองคำและระเบียบวินัย ไม่ใช่ข้ออ้างของพวกขี้แพ้!"
ลอยด์พยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด เขามองข้ามไหล่รูฟัสไปที่รถม้า พลางใช้สมองคำนวณทรัพยากรที่เขาเพิ่งเห็นผ่าน [Mini-Map] ไปเมื่อครู่
[ทรัพยากรอาหาร: 5 วัน]
[ทรัพยากรไม้: 12 หน่วย]
[เหรียญในคลัง: 0]
"ท่านรูฟัส ดังที่ท่านเห็น..." ลอยด์ผายมือไปยังซากหมีเกราะเหล็กและกำแพงหมู่บ้านที่พังทลาย "แคว้นของเราเพิ่งถูกโจมตีอย่างหนักจากฝูงมอนสเตอร์กลายพันธุ์เมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมา เราสูญเสียทรัพยากรไปกับการป้องกันจนหมดสิ้น ข้าขอใช้สิทธิ์ของลอร์ดเ้าที่ดิน ยื่นเื่ขอ 'ผ่อนผัน' ภาษีฉุกเฉินเป็เวลาสามเดือน"
มันเป็กฎหมายพื้นฐานของจักรวรรดิ หากดินแดนใดประสบภัยพิบัติ ขุนนางสามารถขอผ่อนผันได้ ลอยด์รู้เื่นี้ดีจากความทรงจำของร่างเดิม
ทว่า รูฟัสกลับหัวเราะลั่นออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"ผ่อนผัน? ฮ่าๆๆๆ! ท่านลอยด์ ท่านนี่มันช่างอ่อนหัดและโลกสวยเสียจริง!"
รูฟัสม้วนกระดาษเก็บเข้าที่เดิม แววตาของเขาเปลี่ยนเป็ความเยือกเย็นและมาดร้าย "ท่านคิดว่าท่านบารอนไรน์ฮาร์ดเ้านายของข้า ไม่รู้หรือว่าหมู่บ้านนี้มันแร้นแค้นแค่ไหน? ท่านคิดว่าโควตาที่สูงลิ่วนี้ตั้งขึ้นมาเพราะหวังจะได้ของจากพวกท่านจริงๆ งั้นหรือ?"
"ท่านหมายความว่ายังไง" ลอยด์หรี่ตาลง น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบจนแทบจะแช่แข็งอากาศรอบบริเวณ
รูฟัสแค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ เขาสะบัดชายผ้าคลุมกำมะหยี่ราคาแพงที่เริ่มเปื้อนฝุ่น ก่อนจะก้าวเข้ามายืนประจันหน้ากับบารอนหนุ่มผู้มีสภาพทรุดโทรม
"กฎหมายของจักรวรรดิเวลไทน์ระบุไว้ชัดเจน..." รูฟัสลากเสียงยาวอย่างจงใจยียวน "หากขุนนางระดับล่าง ไม่สามารถส่งมอบภาษีให้แก่ลอร์ดผู้ปกครองภูมิภาคได้ครบตามกำหนดติดต่อกันเกินสามครั้ง... ลอร์ดผู้นั้นมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะ 'ยึดครอง' และริบดินแดนนั้นกลับคืนสู่ส่วนกลาง"
ดวงตาของคนเก็บภาษีวาวโรจน์ด้วยความเ้าเล่ห์ "และถ้าข้าจำไม่ผิด แคว้นเวอร์ดันต์ของท่าน ค้างชำระภาษีมาแล้วสองครั้ง... นี่คือครั้งที่สาม"
ความเงียบอันน่าอึดอัดโรยตัวลงปกคลุมลานหมู่บ้านทันที
ชาวบ้านที่เพิ่งจะดีใจกับชัยชนะเมื่อครู่ บัดนี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ลุงเบนทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น จอบในมือของชายฉกรรจ์หลายคนร่วงหล่น
"ท่านบารอนไรน์ฮาร์ด... ้ายึดที่ดินของพวกเรางั้นหรือ?" ผู้เฒ่าออร่าพึมพำ เสียงของเธอสั่นเครือ "ที่ดินที่แห้งแล้งและเพาะปลูกอะไรแทบไม่ได้เนี่ยนะ? เพื่ออะไรกัน?"
"เพื่อกำจัดขยะให้พ้นหูพ้นตาไงเล่า ยายเฒ่า!" รูฟัสตวาดกลับอย่างหงุดหงิด "แคว้นของพวกเ้ามันเป็แค่กาฝากที่คอยสูบงบประมาณช่วยเหลือจากส่วนกลาง ท่านบารอนไรน์ฮาร์ด้าเคลียร์พื้นที่นี้ทิ้ง เพื่อสร้างเป็ป้อมปราการทหารสำหรับจับตาดูลู่ทางการค้ากับพวกสหพันธ์เผ่าอิสระต่างหาก!"
ลอยด์นิ่งฟัง กระบวนการคิดในสมองของอดีตนักกีฬาอีสปอร์ตแล่นปรู๊ดปร๊าดประมวลผลข้อมูลใหม่ที่ได้รับ
"เข้าใจล่ะ..." ลอยด์คิดในใจ แววตาของเขาหรี่แคบลง "นี่มันไม่ใช่เควสต์รองเื่การเก็บภาษีธรรมดา แต่มันคืออีเวนต์ 'บังคับแพ้' (Scripted Loss) ที่ตัวร้ายวางกับดักเอาไว้"
ในโลกของการเมือง การบีบให้ศัตรูล้มละลายคือวิธีที่สะอาดและแเีที่สุด บารอนไรน์ฮาร์ดไม่จำเป็ต้องส่งทหารมาฆ่าลอยด์ให้เสี่ยงต่อข้อหาลอบสังหารขุนนางด้วยกัน เขาแค่ตั้งกำแพงภาษีที่ไม่มีวันจ่ายได้ แล้วรอให้กฎหมายของจักรวรรดิเวลไทน์ทำหน้าที่ปะาลอยด์อย่างชอบธรรม
ดินแดนแคว้นเวอร์ดันต์ตั้งอยู่ติดกับป่าดิบและเทือกเขา แม้จะปลูกข้าวไม่ขึ้น แต่มันคือ 'จุดยุทธศาสตร์' ที่มีมูลค่ามหาศาลหากเปลี่ยนเป็เส้นทางสายลับ หรือป้อมปราการด่านหน้า
"พวกแกมันปลิงดูดเื!"
เสียงคำรามดุดันทะลุปล้องขึ้นมา แฟรงค์ทนฟังความอยุติธรรมนี้ไม่ไหวอีกต่อไป เด็กหนุ่มร่างั์พุ่งพรวดไปข้างหน้า เงื้อสามง่ามที่ยังอาบไปด้วยเืของหมีเกราะเหล็กขึ้นสุดแขน
"พวกเราเพิ่งสู้รบแทบตายเพื่อปกป้องแผ่นดินนี้! แต่พวกแกกลับมาปล้นเราหน้าด้านๆ ข้าจะฆ่าแก!"
"แฟรงค์! หยุด!" ลอยด์ตวาดเสียงเฉียบขาด
ปลายสามง่ามชะงักกึก ห่างจากคอหอยของรูฟัสเพียงไม่กี่นิ้ว ทหารยามสองคนของคนเก็บภาษีรีบพุ่งเข้ามาขวางหน้าเ้านาย ชักดาบเล่มโตออกมาชี้หน้าแฟรงค์ด้วยมือที่สั่นเทา เพราะแรงกดดันจากพร์ SSR ที่ยังหลงเหลืออยู่นั้นน่ากลัวเกินไป
"ถอยกลับไปยืนที่เดิม" ลอยด์สั่งย้ำอีกครั้ง แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันเยือกเย็นจนน่าขนลุก "การทำร้ายคนของขุนนาง จะทำให้เรากลายเป็ฏเต็มตัว... และนั่นคือสิ่งที่พวกเขา้า"
แฟรงค์กัดฟันกรอดจนกรามปูดนูน แววตาสีเทาอมฟ้าจ้องเขม็งไปที่รูฟัสราวกับจะกินเืกินเนื้อ แต่เขาก็ยอมลดอาวุธลงและถอยหลังกลับไปยืนคุ้มกันลอร์ดของตนตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
รูฟัสที่เมื่อครู่หน้าซีดเป็ไก่ต้มและเกือบจะล้มทั้งยืน รีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ เขาพยายามปั้นหน้าหยิ่งยโสกลบเกลื่อนความขลาดกลัว
"หึ! สุนัขรับใช้ของท่านนี่มันป่าเถื่อนสมกับเป็ไพร่ชายแดนจริงๆ!" รูฟัสถ่มน้ำลายลงพื้น "โชคดีนะที่ท่านยังมีสติอยู่บ้าง บารอนลอยด์ ไม่อย่างนั้น พรุ่งนี้หัวของพวกท่านทุกคนได้ไปเสียบประจานอยู่บนกำแพงเมืองแน่"
ชายชุดแดงปลายตามองไปที่ซากสัตว์ประหลาดที่กองพะเนินอยู่ด้านหลัง เขาแสยะยิ้มเมื่อเห็นบางสิ่งที่มีมูลค่า
"ในเมื่อท่านอ้างว่าไม่มีเงิน ไม่มีข้าว... ข้าก็จะขอเมตตาให้เป็กรณีพิเศษก็แล้วกัน" รูฟัสชี้มือไปยังซากหมีเกราะเหล็กตัวมหึมา "หนังของหมีเกราะเหล็ก และเนื้อของหมาป่ากลายพันธุ์พวกนั้น... มีมูลค่าพอจะทดแทน 'ครึ่งหนึ่ง' ของภาษีที่พวกท่านค้างชำระได้"
"อะไรนะ?!" ลุงเบนเบิกตากว้าง "ท่านจะบ้าหรือ! นั่นมันเสบียงอาหารสุดท้ายของพวกเรานะ! เนื้อพวกนั้นคือสิ่งเดียวที่จะทำให้หมู่บ้านนี้รอดตายจากความอดอยากในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง!"
"แล้วไง? นั่นไม่ใช่ปัญหาของข้า!" รูฟัสตอกกลับอย่างไร้เยื่อใย "ข้าจะให้เวลาพวกท่านจัดการแล่เนื้อและถลกหนังพวกมันซะ แล้วเอาข้าวสาลีทั้งหมดในคลังมาทบให้ครบมูลค่าภาษี"
ลอยด์ยืนนิ่ง ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว แต่ในหัวของเขากำลังเปิดหน้าต่างระบบเพื่อคำนวณความเสียหายอย่างบ้าคลั่ง
[ทรัพยากรอาหารปัจจุบัน (รวมเนื้อเนื้ออสูร) : 15 วัน]
[ทรัพยากรคงเหลือหากจ่ายภาษี: 0 วัน]
ถ้าเขาจ่ายภาษีบ้าๆ นี่ด้วยเนื้อมอนสเตอร์ทั้งหมดและข้าวสาลีหยิบมือที่เหลืออยู่ แคว้นเวอร์ดันต์จะไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยแม้แต่มื้อเดียวในวันพรุ่งนี้ ชาวบ้านที่เพิ่งรอดตายจากการถูกมอนสเตอร์ฉีกร่าง จะต้องมาตายผ่อนส่งเพราะความหิวโหยแทน
แต่ถ้าเขาปฏิเสธ...
"ข้าจะให้เวลาท่านคิดแค่ 'สามวัน' เท่านั้น บารอนลอยด์" รูฟัสประกาศกร้าว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการข่มขู่ที่ชัดเจน "อีกสามวัน ข้าจะกลับมาพร้อมกับกองทหารของบารอนไรน์ฮาร์ด"
ชายชุดแดงก้าวขึ้นไปยืนบนเกวียนของตน มองต่ำลงมาที่ลอยด์ราวกับมองมดปลวก
"หากถึงเวลานั้นแล้วคลังของข้ายังว่างเปล่า... ข้าจะถือว่าแคว้นเวอร์ดันต์ 'ก่อฏ' และขัดคำสั่งของจักรวรรดิเวลไทน์โดยเจตนา! กฎหมายฏคงไม่ต้องให้ข้าอธิบายนะ ว่าบทลงโทษคือการปะาชีวิตยกแคว้น!"
รูฟัสกระตุกเชือกบังคับม้า เกวียนหรูหราค่อยๆ เคลื่อนตัวหันหลังกลับ ทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่บาดลึกเข้าไปในจิตใจของชาวบ้านทุกคน
"หวังว่าเราจะได้พบกันในสภาพที่ท่านยังมีหัวติดอยู่บนบ่านะ ท่านลอร์ดขี้โรค!"
ฝุ่นควันจากล้อเกวียนลอยคลุ้งขึ้นอีกครั้ง ขบวนของคนเก็บภาษีค่อยๆ หายลับไปจากสายตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่หนักอึ้งราวกับูเาทั้งลูกกดทับลงมาบนบ่าของลอยด์
ไม่มีใครในหมู่บ้านกล้าปริปากพูดอะไรออกมา แม้แต่แฟรงค์ที่กล้าหาญที่สุดยังยืนก้มหน้ากำมือแน่น ความสิ้นหวังระลอกใหม่ที่โหดร้ายยิ่งกว่าคมเขี้ยวของสัตว์ป่ากำลังกัดกินหัวใจของทุกคน
ลอยด์หลับตาลง อาการปวดหัวจี๊ดจากสภาวะมานาต่ำเริ่มกลับมาเล่นงานเขาอีกครั้ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดูเป็ครั้งสุดท้ายของวัน
[แจ้งเตือนภารกิจฉุกเฉิน: วิกฤตการณ์ภาษีเื]
[เงื่อนไข: ชำระภาษีภายใน 3 วัน หรือ เผชิญหน้ากับกองทัพบารอนไรน์ฮาร์ด]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: Game Over (เสียชีวิตและสูญเสียดินแดน) ]
ทางเลือกสองทางปรากฏขึ้นในหัวของอดีตแชมป์โลกอย่างชัดเจน
ทางเลือกแรก: ทุ่มเสบียงทั้งหมดที่มี เสียสละเนื้ออสูรและข้าวสาลีกระสอบสุดท้ายเพื่อจ่ายภาษีซื้อเวลาไปก่อน แต่นั่นหมายความว่าเขาต้องทนดูชาวบ้าน รวมถึงแฟรงค์และทิม อดอยากและล้มตายจากความหิวภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ค่าความเชื่อมั่นที่เขาเพิ่งสร้างมาจะพังทลายลงอย่างไม่อาจกู้คืน
ทางเลือกที่สอง: ปฏิเสธการจ่ายภาษีที่ไม่เป็ธรรมนี้ เก็บเสบียงไว้เลี้ยงดูคนในแคว้น แต่ต้องแลกกับการถูกตราหน้าว่าเป็ฏ และต้องเผชิญหน้ากับ 'กองทัพประจำการ' ของบารอนไรน์ฮาร์ดที่มีอาวุธครบมือและจำนวนคนมากกว่าพวกเขาเป็สิบเท่า ภายในเวลาแค่สามวัน!
"โหมดความยากระดับเฮล (Hell Mode) สินะ..." ลอยด์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ริมฝีปากที่แห้งผากของเขาแค่นยิ้มออกมาบางๆ อย่างคนจนตรอก
มันคือกระดานหมากที่ถูกเซ็ตมาให้ผู้เล่นต้องแพ้ ไม่ว่าจะเลือกเดินหมากตัวไหน ก็มีแต่หายนะรออยู่ปลายทาง
ลมเย็นะเืยามเย็นพัดผ่านลานหมู่บ้าน พัดพาเอาใบไม้แห้งและฝุ่นผงปลิวว่อน ลอยด์ลืมตาขึ้น ดวงตาสีฟ้าเข้มของเขาทอดมองไปยังหน้าต่าง [Tech Tree] ที่ยังคงถูกล็อกอยู่เกือบทั้งหมด และทรัพยากรที่ว่างเปล่า
"เหลือเวลาแค่สามวัน..."
เสียงของลอยด์แ่เบา แต่กลับสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของแคว้นเวอร์ดันต์
จะยอมอดตายอย่างเชื่องช้า... หรือจะลุกขึ้นสู้แล้วตายในสนามรบ?
อดีตแชมป์โลก RTS ผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อสถานการณ์ที่เสียเปรียบ กำลังเผชิญหน้ากับการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตที่สองของเขา!
(จบตอนที่ 5)