เวินจื่อซ่างมองดูท่าทางตื่นเต้นของน้องสาวตนเองแล้วรู้สึกจนใจเล็กน้อย
หน่อไม้นี้มีรสฝาดจัด เมื่อก่อนเคยมีคนลองชิมแล้วท้องเสีย เหตุใดน้องสาวของเขาถึงทำท่าทางราวกับเห็นของล้ำค่าเช่นนี้?
หรือว่าเป็เพราะ่นี้ปล่อยให้น้องสาวหิวโซเกินไป จึงทำให้มองเห็นอะไรก็คิดว่ากินได้ไปหมด?
เมื่อคิดได้ดังนี้ สายตาที่เวินจื่อซ่างมองเวินจื่อถงก็มีความรู้สึกผิดเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน
เวินจื่อถงรีบกอดจอบที่สูงกว่าตัวนางแล้วลงมือขุด พลางขุดพลางใช้เสียงเล็ก ๆ ออดอ้อนว่า
"พี่สาม พวกเราเจอของล้ำค่าแล้วเ้าค่ะ! หน่อไม้นี้คนอื่นไม่รู้วิธีทำจึงว่าไม่อร่อย แต่ถงเป่ารู้เ้าค่ะ!"
นางชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตากลมโตของเวินจื่อถงแอบชำเลืองมองเวินจื่อซ่าง แล้วกระแอมไอหนึ่งครั้ง รีบอธิบายต่อว่า
"เมื่อก่อนเสี่ยวเอ้อคนนั้นอาศัยอยู่ที่ริมทะเลไม่ใช่หรือเ้าคะ ตอนนั้นเขาแอบให้ถงเป่าลองชิมหน่อไม้นี้ด้วยเ้าค่ะ! อร่อยมากเลย! แถมยังบอกวิธีเอาไปทำอาหารให้ถงเป่าด้วย!"
เสี่ยวเอ้อผู้สารพัดประโยชน์เอ๋ย! ทุกเื่ต้องพึ่งพาท่านจริง ๆ !
เวินจื่อถงรู้สึกโชคดีอยู่บ้าง เมื่อก่อนพวกพี่ชายต้องไปเล่าเรียนที่สถานศึกษา ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วในตอนกลางวันจะมีเพียงเ้าของร่างเดิมที่เล่นอยู่ที่บ้านเพียงลำพัง
ส่วนเ้าของร่างเดิมจะไปอยู่กับใคร เล่นอะไร หรือทำอะไรนั้น ไม่มีใครรู้จริง ๆ
พอเวินจื่อถงพูดเช่นนี้ เวินจื่อซ่างก็เริ่มเชื่อขึ้นมาบ้าง จึงตอบตกลง อย่างไรเสียก็ไม่ได้ลำบากอะไร อย่างมากก็แค่เดินไปกลับเพิ่มอีกไม่กี่เที่ยวเท่านั้น
เวินจื่อถงดีใจเป็อย่างยิ่ง นางกวัดแกว่งจอบอย่างเต็มกำลัง
ต้องรู้ว่าในยุคสมัยของนาง หน่อไม้นี้ถือเป็ของล้ำค่าจากูเาเชียวนะ! ไม่ใช่ว่าใครจะหามากินได้ง่าย ๆ !
บางครั้งต่อให้ไปซื้อก็อาจจะไม่มีที่ให้ซื้อ ต้องฝากคนเข้าไปดูในป่าว่าสามารถนำกลับมาได้บ้างหรือไม่
อีกทั้งนางยังสามารถนำหน่อไม้นี้ไปดองเป็หน่อไม้ดอง นำหน่อไม้ดองมาตุ๋นกับซุปปลา รสชาตินั้นทั้งสดชื่นและกลมกล่อม ตอนเช้ายังใช้เป็เครื่องเคียงกินคู่กับโจ๊กได้ ซึ่งทำให้เจริญอาหารมากทีเดียว
เวินจื่อซ่างเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ที่แดงระเรื่อเพราะความทุ่มเทของเวินจื่อถง รวมถึงดวงตาที่เปล่งประกายสดใสราวกับดวงดาว ก็ทั้งรู้สึกขำและจนใจ จึงช่วยเวินจื่อถงขุดหน่อไม้ด้วย
ถึงแม้จะนำกลับไปแล้วกินไม่ได้ แต่เมื่อเห็นน้องสาวมีความสุขเช่นนี้ มันก็คุ้มค่าแล้ว
เนื่องจากที่นี่อยู่เชิงเขาฉีซาน ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก จึงมีชาวบ้านเดินผ่านทางนี้อยู่บ้าง
ทุกคนเห็นพี่น้องบ้านตระกูลเวินกำลังขุดหน่อไม้นั้น ต่างก็รู้สึกสงสัยแต่ก็พลันเข้าใจในเวลาเดียวกัน
พี่น้องตระกูลเวินสายหลักนี้ช่างมีชีวิตที่น่าเวทนาจริง ๆ !
ยากจนถึงขั้นที่แม้แต่ของที่หมูยังไม่กิน ก็ยังต้องขุดกลับไปกิน!
เวินจื่อซ่างรู้สึกได้ถึงสายตาของฝูงชนที่แฝงไปด้วยความสงสาร จึงรู้สึกหน้าแดงเล็กน้อย
แต่เพื่อน้องสาว เขาจึงต้องทำเป็มองไม่เห็น
ไม่นานนัก สองพี่น้องก็ขุดหน่อไม้จนเต็มตะกร้า เวินจื่อซ่างปาดเหงื่อที่หน้าผาก มองดูต้นไผ่และหน่อไม้รอบ ๆ แล้วกล่าวว่า
"ของพวกนี้มีเยอะเกินไป อาจจะต้องนำกลับไปก่อนบางส่วน ถงเป่า เ้า..."
พอเวินจื่อถงได้ยินก็เกิดความคิดบางอย่าง ดวงตากลอกกลิ้งเล็กน้อย เมื่อเงยหน้ามองเวินจื่อซ่างอีกครั้ง ดวงตาก็ยิ้มจนโค้งเป็รูปพระจันทร์เสี้ยวสองดวง แล้วพูดอย่างหวานหยดว่า
"พี่สามรีบไปเถิดเ้าค่ะ! ถงเป่าจะขุดต่อ!"
เวินจื่อซ่างมองป่าไผ่รอบ ๆ แล้วพูดด้วยความกังวลว่า "ถงเป่า กลับไปกับพี่เถอะ เ้าอยู่ที่นี่คนเดียวมันอันตรายเกินไป"
เวินจื่อถงจะยอมได้อย่างไร นี่เป็โอกาสที่ยากลำบากกว่าจะขึ้นเขามาได้ นางต้องคว้าไว้ให้ได้!
เพราะตอนนี้ที่บ้านยากจนเกินไป หากไม่หาวิธีหาเงินให้มากขึ้น จะสร้างบ้านหลังใหม่ได้อย่างไรกัน?
อีกทั้งพวกพี่ชายของนางล้วนฉลาดหลักแหลม และอายุยังน้อย ควรจะได้ไปเรียนตำรา ไม่ใช่ต้องมาตรากตรำทำงานเพื่อเลี้ยงชีพอยู่ที่บ้าน!
แม้ว่านางจะโชคร้ายทะลุมิติเข้ามาในนิยาย แต่ก็ไม่อยากใช้ชีวิตไปวัน ๆ รอความตาย และยอมรับชีวิตที่สงบสุขซึ่งแลกมาด้วยการเสียสละของพวกพี่ชายอย่างหน้าตาเฉย
พวกพี่ชายอยากปกป้องนาง นางเองก็อยากปกป้องพวกเขาเช่นกัน!
หากขึ้นเขาแล้วสามารถเก็บสมุนไพรไปขายได้ อย่างน้อยก็น่าจะช่วยปรับปรุงความเป็อยู่ให้ดีขึ้น
เมื่อคิดได้ดังนี้ เวินจื่อถงก็ยิ้มหวาน ใช้เสียงนุ่มนิ่มออดอ้อนว่า
"พี่สามรีบไปเถิดเ้าค่ะ ข้าไม่เป็ไรหรอก ข้าจะขุดหน่อไม้แค่ในป่าไผ่แถวนี้ ไม่เดินไปไกลแน่นอนเ้าค่ะ! อีกอย่าง ถงเป่าไม่อยากเดินไปกลับอีกรอบ พี่สามให้ถงเป่าี้เีสักนิดเถิดนะเ้าคะ!"
เวินจื่อซ่างเห็นว่าของมีจำนวนมากเกินไป หากแบกกลับไปทั้งหมดเกรงว่าจะดูแลเวินจื่อถงไม่ได้ และคิดว่าที่นี่มีคนมาบ่อย ๆ ไม่เคยได้ยินว่ามีสัตว์ใหญ่ลงเขามาทำร้ายคน จึงวางใจ
"ตกลง เ้าจงรออยู่ที่นี่ ห้ามไปที่อื่นเด็ดขาด พี่จะรีบกลับมา"
เวินจื่อถงรีบพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย
พอพี่สามจากไป เวินจื่อถงก็ไม่กล้าชักช้า รีบวิ่งขึ้นเขาไปทันที
บนเขานี้ดูเหมือนจะมีหิมะทับถมหนากว่าครั้งก่อน ซึ่งทำให้ความยากในการเก็บสมุนไพรของเวินจื่อถงเพิ่มมากขึ้น
เวินจื่อถงใช้มีดตัดไม้ปัดหิมะออก และค้นหาสมุนไพรตามความรู้ความเข้าใจของตนเอง
เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ได้ไปเรียนวิชาแพทย์กับหรงฉือ เวินจื่อถงจึงไม่กล้าโอ้อวดวิชาแพทย์ของตนนัก ดังนั้นจึงเตรียมหาเพียงสมุนไพรที่พบเห็นได้ทั่วไปเท่านั้น
โชคดีที่เวินจื่อถงดวงดี เดินไปได้ไม่ไกลก็พบกับกอหวงฉี!
เวินจื่อถงดีใจรีบเดินเข้าไปหาทันที!
หวงฉีไม่ใช่สมุนไพรที่ล้ำค่าอะไรนัก แต่ข้อดีคือมีการใช้ค่อนข้างแพร่หลาย
หวงฉีใช้รักษาอาการเหงื่อออกมาก รวมถึงภาวะปอดพร่อง ไอเรื้อรัง หายใจสั้น อ่อนเพลีย และร่างกายทรุดโทรม
ยามนี้เป็ฤดูหนาว สมุนไพรชนิดนี้ย่อมถูกนำมาใช้มากที่สุด หากนำไปขายได้ อาจจะได้เงิน!
เวินจื่อถงไม่กล้าชักช้า รีบเก็บหวงฉีเหล่านี้แล้วใส่ลงในตะกร้าสะพายหลังใบเล็กของตน
อาจเป็เพราะเวินจื่อถงโชคดี ในบริเวณนี้จึงพบหวงฉีอยู่มากมาย นางจึงเก็บกลับมาทั้งหมด
ในระหว่างนั้น เวินจื่อถงยังพบเทียนตงและไป๋จีอีกจำนวนหนึ่ง แม้จะไม่มากนัก แต่เวินจื่อถงก็เก็บกลับมาด้วย
เมื่อมองดูท้องฟ้า เวินจื่อถงกะเวลาคร่าว ๆ คาดว่าพี่สามน่าจะกลับมาแล้ว จึงไม่กล้ารั้งอยู่นาน รอโอกาสครั้งหน้าค่อยมาใหม่ แล้วเตรียมตัวกลับไปยังป่าไผ่
ในขณะนั้นเอง ทันใดนั้นพุ่มไม้ด้านหลังก็มีเสียงเคลื่อนไหว หัวใจของเวินจื่อถงสั่นสะท้าน นึกถึงตอนที่เจอเสือโคร่งขาวตัวใหญ่ครั้งก่อน แล้วแอบอุทานในใจว่าแย่แล้ว!
หรือว่าดวงของนางจะซวยขนาดนี้?
"โฮก!"
เสียงคำรามของเสือดังขึ้น ใบหน้าของเวินจื่อถงซีดเผือด นางรู้สึกใจคอไม่ดีและเตรียมจะหันหลังวิ่งหนี
แต่ในไม่ช้า นางก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลืออย่างอ่อนแรง "ช่วย... ช่วยด้วย..."
เวินจื่อถงหันกลับไปมอง เห็นเด็กหนุ่มอายุประมาณสิบกว่าปีคนหนึ่งกระเด็นออกมาจากพุ่มไม้ ทั่วทั้งร่างอาบไปด้วยเื ไม่รู้ว่าได้รับาเ็สาหัสเพียงใด!
และเสือโคร่งขาวตัวใหญ่ก็มุดตามออกมา ใช้เท้าหน้าเหยียบลงบนร่างของเด็กหนุ่มคนนั้น เด็กหนุ่มครางในลำคอ ดูเหมือนว่าวินาทีถัดไปจะถูกเหยียบจนแหลกเป็เนื้อบด!
เสือโคร่งขาวสังเกตเห็นเวินจื่อถงเช่นกัน ดวงตาเสือจ้องเขม็งมาที่เวินจื่อถง เห็นได้ชัดว่ามันจำมนุษย์ที่จู่ ๆ ก็หายตัวไปเมื่อครั้งก่อนได้!
เวินจื่อถงกลืนน้ำลาย แล้วค่อย ๆ ถอยหลังกลับไป
แม้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะดูน่าสงสาร แต่พวกนางไม่เคยรู้จักกันมาก่อน นางไม่มีทางเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเพื่อช่วยเขาหรอก จริงหรือไม่?
หนีก่อนแล้วกัน!