ผ่านมา 5 ปีแล้วนับจากวันที่เริ่มเรียนเวทมนตร์ ตอนนี้ผมอายุ 11 ปี มิร่าอายุ 10 ปี เธอกลายเป็นักเวทระดับ 1 แล้ว และร่างกายของเราค่อยๆโตขึ้นตามวัยเว้นแต่ส่วนสูงของมิร่าที่แทบไม่ขยับเลย
ตอนนี้เราสามคนกำลังเดินขึ้นรถม้า 3? อ๋อ ผมลืมแนะนำอีกคนไปเลย อัศวินฝึกหัดที่ผมบังเอิญไปช่วยไว้เมื่อปีที่แล้วชื่อ “ออลวินซ์” ชายหนุ่มอายุ 16 ปี ผมบนหัวถูกจัดแต่งอย่างดี
หน้าตาหล่อเหมือนลูกหมา?
สวมชุดอัศวินที่ดูไม่เข้ากันสักนิด
มีพลังเวทเป็ธาตุแสงและน้ำ
ที่สำคัญมีดวงตา 2 สี ข้างซ้ายสีเทาและข้างขวาสีแดงที่เป็แบบนั้นเพราะเป็ลูกครึ่งมนุษย์-ปีศาจ
พ่อแม่ของเขาโดนลูกหลงจากาเสียชีวิตไปแล้ว เ้าตัวที่เป็ลูกครึ่งก็ไร้ที่ไปกลายเป็คนเร่ร่อน
ผมที่บังเอิญไปเจอจึงเสนอให้เข้ามาเป็อัศวินที่บ้านนี้ ไม่ใช่ว่าผมสงสารเขาหรอกนะ แต่ดวงตาของเขาให้ความรู้สึกที่ผมคุ้นเคย
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นและสงสัย
ประวัติโดยสังเขปพอเท่านี้
ตอนนี้พวกเรากำลังขึ้นรถม้าเพื่อไปที่ตระกูลดยุก รินเฟียร์ จริงๆผมต้องไปพร้อมกับตาแก่ฮิวส์แต่ว่าาฝั่งตะวันออกดันยืดเยื้อทำให้เขาต้องพาทหารไปเป็กำลังเสริมให้ท่านดยุกที่ควบคุมสถานการณ์อยู่ ทำให้ผมต้องไปกันเพียง 3 คนและผมเป็ตัวแทนในการเข้าไปทักทายครอบครัวดยุกที่ไม่เคยพบกันมาก่อน
พอถามไปว่าจะไม่มีปัญหาหรอ ตาแก่ดันบอกมาแค่ว่าคุณนายบ้านนั้นใจดีเพราะงั้นก็ไม่เป็ไรหรอก ผมละเชื่อเขาเลยจริงๆ ถึงบ่นไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาผมจึงให้ออลวินซ์ขับรถม้าออกเดินทาง
การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลา 5 วันโดยประมาณแถมผ่านแต่ป่าอีก นี่มันออกจะน่าเบื่อนิดหน่อย ผมเลยให้มิร่าฝึกใช้เวทให้ดู เธอแบมือออกมาด้านหน้าและตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่
**ไฟเยอร์** ลูกไฟเล็กๆปรากฎบนมือของเธอ ดูไปแล้วก็อิจฉานิดๆ ผมเองก็อยากเสกลูกไฟได้บ้างเหมือนกันน้า
เอี้ยดดด อยู่ๆรถม้าหยุดกะทันหัน ผมจึงมองออกไปนอกรถม้าและถามออลวินซ์
“เกิดอะไรขึ้น”
“พวกโจรไม่ทราบชื่อ 10 คนน่ะครับ ให้ผมจัดการเลยมั้ย”
โจรที่ไม่ดัง สรุปว่าถึงพวกมันตายก็ไม่เป็ไรสินะ
“ไม่ล่ะ ฉันกับมิร่าจัดการเอง เฮ้ มิร่าเร็วเข้าไปจัดการพวกโจรกันจะได้ทดสอบพลังเวทด้วย”
“ค่าๆๆ กำลังไปค่าา”
ตรงข้ามกับคำพูดที่เชื่องช้าเธอะโไปหน้ารถม้าพร้อมเสกไฟบอลลูกเท่าหัวมนุษย์ปาใส่โจรที่ดูจะเป็หัวหน้า หัวของโจรคนนั้นไฟลุกท่วมพร้อมกรีดร้องอย่างเอาเป็เอาตาย
ผมทนฟังเสียงน่ารำคาญไม่ไหวจึงวิ่งไปตัดหัวของมันแล้วถอยกลับมาแล้วหันไปคุยกับมิร่า
“ควรทำให้เป้าหมายตายทันทีสิ ถ้าโดนสวนกลับมาจะทำยังไง”
มิร่าทำแก้มโป่งพองเป็สัญญาณว่าเธองอนอยู่ พวกคุณอาจคิดว่ามันน่ารักก็จริงแต่มันค่อนข้างน่ารำคาญมากทีเดียว ไม่สิไม่ถึงกับน่ารำคาญประมาณว่าลำบากน่ะ
ไม่ว่าคุณจะสนใจหรือไม่สนใจเธอมันก็จะมีปัญหาตามมาอยู่ดี ครั้งนี้ผมเลยเลือกที่จะไม่สนใจและเตรียมปะทะกับพวกโจร เพียงเสี้ยวเดียวที่คิดจะไปจัดการ ขาของผมก็มีมนุษย์คนหนึ่งมาเกาะอยู่ ใช่แล้ว มิร่านั่นเอง จากที่งอนผมอยู่ตอนนี้น้ำตาเธอจะไหลอยู่แล.. อืมไหลแล้วทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตา
“แงง ท่านไกรอัสไม่เห็นชมกันบ้างเลย ทั้งๆที่ก็จัดการได้แท้ๆ ฮืออ อย่าโกรธหนูเลยนะค้าา ถ้า้าให้ตายทันทีหนูก็ทำได้ ยกโทษให้หนูเถอะนะค้าา ฮึก.. อย่าทิ้งหนูไปน้าา”
หลังจากงอแงพูดไม่รู้เื่เธอก็ปล่อยไฟบอลไปอีก 1 ลูก
เล็งไปทางคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆคนที่ตายไปแล้ว แต่คราวนี้เมื่อไฟบอลััโดน หัวของผู้ชายคนนั้นหายไปทันทีและไฟบอลก็ดับลง
เห็นไหมละเธอเก่งจริงๆแต่ด้วยนิสัยทำให้ผมต้องเหนื่อยใจอยู่หลายครั้ง
“น… นะ.. หนีเร็ว หัวหน้ากับรองหัวหน้าตายแล้ว!!!” ฝั่งของพวกโจระโออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
เพราะมัววุ่นวายกับมิร่าทำให้ผมเกือบลืมพวกโจรที่กำลังปะทะอยู่ตรงหน้า เห็นไหมละว่ามันลำบากจริงๆ ว่าแต่2คนนั้นเป็หัวหน้ากับรองหัวหน้าจริงๆสินะ ซวยไม่เบาเลยดันตายก่อนซะงั้น
“เฮ้ มิร่าปล่อยได้แล้วพวกโจรมันจะหนีกันแล้ว” ผมพยายามจะแกะมิร่าออกจากขาของผม
“ไม่อาวว แงง ชมหนูก่อนสิค้าา หนูอุตส่าเรียนอย่างหนักเพื่อให้ท่านไกรอัสชมเลยอ่าา”
อ่าหัวจะปวดไม่ไหวแล้ว
“โอเคๆ ทำได้ดีมากสมแล้วที่เรียนกับท่านแม่มา ที่นี้ก็ปล่อยได้แล้วพวกมันกำลังหนีไปแล้วเฟ้ยย”
จากใบหน้าร้องไห้งอแงไม่น่าดูเริ่มเปลี่ยนเป็รอยยิ้ม ทำให้ผมแกะมิร่าออกได้ง่ายขึ้น ผมโยนมิร่าไปให้ออลวินซ์แล้วรีบวิ่งตามพวกโจร
ไม่นานนักก็ตามทัน ทั้งหมดมาจากการฝึกอันหนักหน่วงของจูน่าที่ทำให้ผมมีแรงกายเหลือล้น แถมให้ด้วยว่าตอนนี้ผมฝึกดาบด้วยตัวเองจนใช้ท่าที่เคยประลองกับตาแก่ได้จนชำนาญ เลยไล่ฟันพวกโจรตัวขาดได้เหมือนเต้าหู้ จนเหลือคนสุดท้าย ผมลงดาบฟันตามปกติแต่ว่าฟันไม่เข้า
“นักเวทงั้นหรอ”
ใช่แล้วข้อเสียของวิชาดาบนี้ ไม่ว่าจะมีเวทมนตร์น้อยเพียงใดแต่ถ้าสร้างเกราะพลังเวทแล้วกระจายไปทั้งตัว วิชาดาบนี้จะไม่มีทางฟันเข้า เหตุผลที่รู้เพราะว่าผมไปลองกับออลวินซ์มาแล้วไงล่ะ(หนูทดลองชัดๆ) แต่วิธีแก้ง่ายนิดเดียว
ฟันจนกว่าพลังเวทจะหมดแค่นั้นเอง ผมจึงฟันเขาอีก 3-4 ที เกราะพลังเวทย์แตกไปแล้ว
คราวนี้หัวก็หลุดออกง่ายๆด้วยการฟันเพียงเบาๆ ผมสลัดเืออกจากดาบแล้วเดินกลับไปที่รถม้า ทั้งสองคนรอต้อนรับอย่างดี
“ถึงจะไม่เห็นแต่ก็ยอดเยี่ยมเช่นเดิมนะคะท่านไกรอัส” เธอปรบมือรัวเพื่อแสดงความดีใจ
“ช่างมันเถอะ ไปกันต่อดีกว่า” ผมไม่รู้สึกว่ามันจะน่าดีใจตรงไหนเลยสักนิดผมทำไปเพราะจำเป็เท่านั้นเอง
พูดจบผมกับมิร่าขึ้นไปนั่งข้างในเช่นเดิม ให้ออลวินซ์ขับรถม้าต่อไป แต่เหมือนเขาจะมีอะไรค้างคาใจอยู่
“มีอะไรก็พูดมาเถอะเ้าอัศวินฝึกหัด” หลังได้ยินเสียงผมเขาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามออกมา
“คือว่า..ทำไมถึงฆ่าคนได้ง่ายดายขนาดนั้นละครับ” ฺเขามาสงสัยอะไรเื่แบบนี้นะ คำตอบมันก็ไม่ได้ยากนี่
“ถ้าเกิดมีคนคิดจะฆ่านาย นายจะปล่อยให้มันฆ่านายก่อนรึไง”
เขาจึงเหงื่อตกหน่อยแล้วบอกว่าไม่ใช่แบบนั้น
“ผมหมายถึงทั้งสองยังเป็เด็กอายุ11และ10 อยู่เลยนะครับ” ผมรู้สึกโกรธหน่อยๆกับคำพูดของเขาเลยถามกลับไปอีกรอบ
“หมายความว่าถ้ามีเด็ก 3 ขวบกำลังถูกฆ่าเด็กคนนั้นไม่มีสิทธิ์ขัดขืนสินะ” บรรยากาศแย่ลงทันที ยังดีที่รถม้าคนนี้มีสุดยอดตัวเปลี่ยนบรรยากาศ
“ท่านไกรอัสน่ากลัวอ่าา ไม่มีใครเขาไล่ฆ่าเด็ก 3 ขวบ กันหรอกนะคะรู้มั้ย” ว่าแล้วผมก็ดึงตัวเองกลับสู่สภาวะปกติ
“นั่นสินะ ขออย่าให้มีอีกเลย เื่แบบนั้นน่ะ” ครั้งนี้ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ได้ยเพียงคนเดียวแต่หารู้ไม่ เด็กข้างๆผมหูดีอย่างขาดไม่ถึงเลยล่ะ
วันเวลาผ่านไปอย่างน่าเบื่อ ตอนนี้พวกเราถึงคฤหาสน์รินเฟียร์เป็ที่เรียบร้อย มีเหล่าพ่อบ้านและเมดต้อนรับพวกเราเป็อย่างดี ผมจึงเข้าไปรออยู่ในห้องรับแขก
เพียงครู่เดียวประตูเปิดออกพบกับผู้หญิง 2 คน ผมยืนขึ้นโค้งคำนับเพื่อทักทายตามมารยาท
“สวัสดีครับดัสเชสแห่งตระกูลรินเฟียร์ ท่านหญิง เบลล่า รินเฟียร์ ”
เธอเป็ผู้หญิงที่ดูสวยมากๆคนนึงเลย
ผมสีฟ้าดวงตาสีคราม
ผิวที่ขาวราวหิมะ
รูปร่างที่ดูก็รู้ว่าดูแลตัวเองอยู่เสมอ
เธอสวมชุดเดรสสีฟ้าที่เรียบง่ายไม่รุงรัง พอเหมาะแก่การเคลื่อนไหว แต่เธอดูน่ากลัวนิดๆแฮะ เธอยิ้มรับก้มหน้าเล็กน้อยและทักทายผม
“สวัสดีจ้ะ เธอคงเป็ลูกชายของฮิวส์สินะ ยินดีต้อนรับสู่บ้านรินเฟียร์นะ ขอโทษด้วยที่สามีไม่อยู่ต้อนรับด้วย”
“ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ผมทราบดีว่าท่านดยุกต้องทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องประเทศนี้”
เธอค่อนข้างดูแปลกใจกับมารยาทของผม ก็นะผมคงไม่เสียมารยาทกับคนที่เพิ่งเคยเจอหรอก เหมือนว่าเราไม่รู้จะคุยอะไรกันต่อ เธอจึงเรียกให้บางคนเข้ามา
“ไอริสเข้ามาได้แล้วจ้ะ ลูกควรมาทักทายแขกของตระกูลนะ”
หลังเธอพูดจบเมดที่เข้ามาพร้อมกับเธอก็ไปรับเด็กสาวคนหนึ่งมาจากหน้าประตูห้อง
เด็กสาวแอบซ่อนอยู่หลังเมดไม่รู้ว่าเพราะเขินอายหรือกลัวคนแปลกหน้า เธอค่อยๆก้าวออกมาจากข้างหลังเมดและถอนสายบัวทักทายผม
“ไอริส รินเฟียร์ อายุ 7 ขวบค่ะ ส่วนข้างๆคือ ดาเทีย อายุ 10 ขวบ เป็เมดของหนูค่ะ”
เธอแนะนำตัวเองพร้อมเมดของตนอย่างสุภาพ ตอนแรกผมไม่ได้ติดใจใอะไรเธอนักหรอกแต่พอมองดีๆ
เด็กคนนี้ดูเป็คนที่ใช้คำว่าน่ารักได้เปลืองมากๆของมากที่สุด
ผมของเธอสีฟ้าอ่อนจนเกือบกลายเป็สีขาว
ดวงตาสีน้ำเงินเข้มลึกเหมือนมหาสมุทร
บุคลิกที่เหนียมอายเหมาะกับวัย
แย่แล้วๆแบบนี้แย่แน่ๆ ผมเดินเข้าไปหาเธอช้าๆ
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ๆใจของผมก็เต้นแรงอย่างไม่เคยเป็มาก่อน ผมเดินไปหาเธอแล้วนั่งคุกเข่าข้างหน้าเธอ พร้อมมองเข้าไปในดวงตาของเธอ แล้วผมก็หลุดปากอย่างช่วยไม่ได้
“นี่ มาแต่งงานกันไหม?”
“เอ๋เอ่ เอ๋ เอ เอ๋ เอออ เอ๋ๆๆๆๆๆๆ” เสียงจับใจความไม่ได้ดังขึ้น ไม่ใช่เสียงของไอริสหรอกนะ เสียงของมิร่าต่างหาก