บทที่ 15 เข้าเฝ้าไทเฮา
รถม้าของท่านหญิงเจี่ยลี่กำลังเคลื่อนตัวตามเส้นทางโดยมีคนของพระราชวังตามรับสั่งของไทเฮาที่้าพบท่านหญิงเจี่ยลี่ให้เร็วที่สุดจึงสั่งให้คนไปรับครอบครัวสกุลจ้าวมาเข้าเฝ้าทั้งหมด
เพราะเช่นนั้นเด็กน้อยจ้าวรุ่ยจึงต้องลุกขึ้นมาแต่เช้าเพื่อเตรียมเข้าเฝ้าไทเฮา
“ถวายพระพรไทเฮาจ้าวอันหรานพาครอบครัวมาพบท่านแล้ว”จ้าวอันหรานและลูกหลานทั้งหลายค้อมกายถวายการเคารพอย่างเต็มรูปแบบต่อองค์ไทเฮาที่นั่งมองด้วยใบหน้าอิ่มสุขอยู่ในโถงที่ถูกจัดแต่งอย่างเป็ระเบียบและสวยงามด้วยของแจกันลายเดียวกันทั้งหมดมีหน้าต่างของตำหนักสามารถมองเห็นสวนด้านนอกที่ฮ่องเต้ทรงจัดเอาไว้เพื่อให้มารดาผ่อนคลาย
“ลุกขึ้นเถอะ อันหรานอย่าทำเป็คนอื่นไกล ล้วนเป็คนกันเองทั้งนั้น”สตรีสูงวัยผมเริ่มเปลี่ยนสีในชุดสีน้ำเงินดิ้นทองดูงดงามสมฐานะท่าทางน่านับถือใบหน้าอิ่มสุขยิ่ง เวลาที่ได้พบกับคนที่ตนรักเช่นบุตรสาวที่ต้องระหกระเหินไปอยู่ที่ห่างกันนานแสนนาน
สกุลจ้าวลุกขึ้นไปนั่งที่นั่งที่นางในของไทเฮาเป็คนจัดหาเอาไว้ให้
“เสี่ยวรุ่ย มาหาย่าทวดสิลูก”ไทเฮาเรียกเด็กตัวน้อยที่นั่งบนตักมารดาพร้อมกางแขนเด็กชายตัวเล็กเมื่อหันไปเห้นมารดากับบิดาพยักหน้าจึงค่อยๆ คลานก่อนจะอดทนไม่ไหววิ่งพุ่งไปกอดสตรีสูงศักดิ์อย่างคุ้นเคย
“หลานรักของย่าทวด คิดถึงย่าทวดหรือไม่”
“คิดถึงเสด็จย่าทวดขอรับ”ด้วยความเป็เด็กที่ไม่ได้รู้ความมาก ผู้ใหญ่บอกอะไรล้วนเชื่อไทเฮารักจ้าวรุ่ยเช่นหลานแท้ๆ ยามจ้าวรุ่นเกิดมาตนก็รับเป็หลานโดยไม่อิดออดหากเจออะไรที่เป็ของเด็กก็มักจะนึกถึงและประทานให้เสมอ
ภาพตรงนี้ทำให้ผู้คนในห้องโถงนั้นรู้สึกหลากหลายตามความรับรู้ของตนเอง
ความจริงอย่างหนึ่งคือหลี่หลินและจ้าวรุ่ยคงจะถูกเชิญมาเข้าเฝ้าบ่อยมากแน่ๆถึงได้ดูสนิทสนมและคุ้นเคยกันขนาดนี้
“แล้วทำไมไม่มาหาย่าทวดเล่า”
“ท่านพ่อไม่ว่างขอรับท่านแม่ก็บอกไม่อยากรบกวนท่านย่าทวด”เด็กน้อยช่างเจรจาฟ้องผู้ใหญ่เสียหมดจนจ้าวหานถอนหายใจเอาใบหน้าซบลงบนมือก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดู
“งั้นหรือๆ หิวหรือยัง กูกูไปเอาขนมมาให้เสี่ยวรุ่ยหน่อยเร็ว” ดวงตาของเด็กน้อยเป็ประกายอย่างไม่ปิดบังสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ใหญ่ทุกคนหลี่หลินจึงเรียกเสี่ยวรุ่ยและรับขนมมาจากนางในผู้ใหญ่และป้อนให้ลูกชายแต่โดยดี
“แล้วนั่น?” ไทเฮามองมายังสองสาวแปลกหน้า
“คนแรกคือจ้าวอี้หยางลูกชายของพี่ใหญ่ คนข้างหลังคือจ้าวซินเยว่ บุตรสาวของข้าเอง”จ้าวอันหรานแนะนำสตรีสูงศักดิ์ให้รู้จักกับพวกนาง
“งดงามสมตระกูลจ้าวจริงๆจ้าวอี้หยางที่เป็คนสนิทของรุ่ยอ๋องหรือ”ไทเฮาได้ยินเ้าลูกชายมาอวดว่ารุ่ยอ๋องพบรักกับบุตรีสกุลจ้าวเข้าถามไปถามมาจึงได้รู้ว่าคือคุณหนูใหญ่ผู้นี้
ส่วนคนโดนถามก็ขัดเขินใบหน้าขึ้นสีแต่ก็ตอบรับไปเบาๆสร้างรอยยิ้มยินดีของไทเฮายิ่ง
“แล้วจ้าวซินเยว่เล่ามีบุรุษในใจหรือไม่ ให้ข้าจัดแจงบุรุษที่ดีให้เลยดีไหม”
“ทูลไทเฮาข้ายังไม่คิดจะออกเรือนเพคะ” จ้าวซินเยว่ปฏิเสธโดยตรง เพราะเห็นว่าเป็การสนทนาที่เป็กันเองอีกงานเื่นี้นางไม่อยากให้มีคนอื่นมาจัดแจง
“งั้นหรือลูกหลานข้าที่ยังไม่ได้ตบแต่งเมียเยอะนะชินอ๋องลูกชายของข้าก็ยังไม่มีฮูหยินคนใหม่ เคยเจอกันหรือยัง”
“เคยพบกันแล้วเพคะ”
“งั้นหรอๆ”
“พิงจิ่งกงจูเสด็จ”เสียงขานของขันทีหน้าตำหนักดังขึ้น ตามมาด้วยครอบครัวสกุลเฉิน
“ถวายพระพรท่านแม่/ท่านยาย”ครอบครัวตระกูลเฉินเดินเข้ามาคนตระกูลจ้าวลุกขึ้นทำความเคารพผู้มาใหม่ด้วยยศที่ต่ำกว่า
“อู่หงถิงลมอะไรหอบเ้ามาพบข้าได้” ไทเฮาเอ่ยแซวลูกสาวด้วยความประชดเล็กๆ
“ท่านแม่อย่าพูดราวกับข้าไม่เคยมาหาท่านเช่นนี้สิเ้าคะ”
อู่หงถิง สตรีวัยสี่สิบกว่าๆ แต่ใบหน้ายังราวกับหญิงสาววัยสามสิบความงดงามนับว่ามากเป็สตรีที่ดูภูมิฐานตามอายุและฐานะ ใบหน้าอ่อนเยาว์นางคือลูกสาวคนเดียวของฮองเฮา พิงจิ่งกงจูสตรีที่มีอำนาจที่สุดในเมืองหลวงเรียกได้ว่างัดมาแล้วกับสตรีทุกระดับ แม้แต่ฮองเฮายังต้องไว้หน้านางหลายส่วน
“ทักทายพิงจิ่งกงจู แม่ทัพเฉินหรงฟางแม่ทัพเฉินจือหาน” ทุกคนทักทายผู้คนตามลำดับ
“กงจงกงจูอะไรกันเ้ามาถึงแล้วไม่มาหาจ้าแต่มาหาท่านแม่ก่อน น่าน้อยใจจริงๆ” อู่หงถิงมองน้องสาวนอกอุทรณ์ด้วยสายตาน้อยอกน้อยใจทั้งยังพูดจีบปากจีบคอแต่ร่างกายก็เดินไปโอบกอดจ้าวอันหราน
“พี่หญิงข้าคิดว่าหากกลับจากตำหนักฉางโจว ข้าก็จะไปเยี่ยมท่านอยู่แล้ว”จ้าวอันหรานกล่าวตามความจริง กระนั้นอู่หงถิงก็ยังทำหน้าตาไม่พอใจอยู่ดี
“ไหนๆ ก็มาแล้วนั่งลงก่อนดีหรือไม่ จะยืนค้ำหัวข้าอีกนานไหม” ไทเฮาตักเตือนลูกสาวเชิงจิกกัดแต่ดูเป็การจิกกัดของคนที่สนิทกันไม่ได้มีเจตนาร้าย
จ้าวซินเยว่เริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเฉินจือหานจึงมีนิสัยแบบนั้นก็ได้สตรีทั้งสองคนนี้เลี้ยงดูมาท่ากลางการกระทำแบบนี้เฉินจือหานจึงจิกกัดเก่งไม่แพ้สตรี
“ขออภัยท่านแม่ จ้าวหาน หลี่หลินเป็เช่นไรบ้าง หลังจากมาเยี่ยมตอนจ้าวหานกลับมาก็ไม่มาอีกเลย”อูหงถิงไปนั่งที่นั่งรอง ตามมาด้วยเฉินหรงฟางและเฉินจือหานตามลำดับ
“ขออภัยเ้าค่ะ ข้าอยากให้ท่านพี่ได้พักสักหน่อยจึงไม่ได้ออกไปไหน”หลี่หลินตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“หวงเมียสิไม่ว่าโรคหวงญาติสตรีของตระกูลจ้าวนี่มันถูกสั่งสอนมาเข้มข้นเสียเหลือเกิน”อู่หงถิงเบ้ปากใส่จ้าวหานที่นั่งยิ้มให้กับพูดของอู่หงถิงเช่นเดียวกับจ้าวอี้หยางและจ้าวซินเยว่ที่หลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยจนอู่หงถิงหันมาสนใจหญิงสาวงดงามทั้งสอง
“หลานสาวกับลูกสาวของข้าเองเ้าค่ะ”จ้าวอันหรานแนะนำหญิงสาวทั้งสองคนให้อู่หงถิงได้รู้จัก
“งดงามสมแซ่จ้าว มีคู่ครองหรือยัง”
“คำพูดพวกนั้นข้าล้วนพูดหมดแล้ว”ไทเฮากล่าวขัด อู่หงถิงได้ยินเช่นนั้นจึงมองสตรีทั้งสองด้วยการพิจารณา
“จ้าวอี้หยางนั่นข้าจองไว้ให้รุ่ยอ๋องเด็กทั้งสองมีใจให้กัน ส่วนจ้าวซินเยว่ นั่นสินะมีลูกชายบ้านไหนที่พอจะพึ่งพาได้บ้างหรือไม่นะ” ไทเฮาพูดไปพลางก็คิดไปพลางส่วนหญิงสาวเ้าของชื่อก็ได้แต่ยิ้มน้อยๆ
“ลูกชายข้านั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคนเ้าค่ะท่านแม่ได้ข่าวว่าเ้ากับจือหานสนิทกันหรือ”
“เื่นั้น...”จ้าวซินเยว่อยากจะปฏิเสธก็ไม่ทัน
“ถามสตรีเช่นนั้นนางจะกล้าตอบหรือข้าว่าสนิทก็สนิทกันสิ จริงไหม คุณหนูจ้าว” สายตาของเฉินจือหานมองนางอย่างหยอกล้อพร้อมรอยยิ้ม
“แค่บังเอิญเห็นท่านแม่ทัพออกมาจากหอโคมเขียวของพี่สามไม่นับว่าสนิทหรอกเ้าค่ะ เื่ว่ามีผลประโยชน์ต่อกัน”
“ถ้าพูดเช่นนั้นเ้าเสียประโยชน์มากกว่าได้นะ ก็เ้าน่ะ ถูกข้า...”
“สนิทเ้าค่ะ สนิทก็ได้”เสียงหวานพูดตัด
ใบหน้าหญิงสาวแดงก่ำด้วยความขัดเขินปนโมโหเมื่อถูกบุรุษตรงหน้าต้อนหากเื่ที่นางโดนชายตรงหน้าขโมยจูบแพร่ออกไป มีหวังได้ถูกจับแต่งกันจริงๆ แน่
“เห็นไหม ข้าบอกแล้วว่าเราสนิทกัน”
ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่ดูก็รู้ว่าเฉินจือหานกุมความลับบางอย่างของจ้าวซินเยว่เอาไว้และข่มขู่นางซึ่งๆ หน้า ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอากับชัยชนะเล็กๆของเฉินจือหานที่ดูยึดอกภูมิใจเหลือเกิน
“กับสตรีก็ไม่เว้นหรือเ้าหลานชาย”
“ท่านยาย อย่าใช้คำว่าสตรีกับนางเท่านั้น” เฉินจือหานแสดงความจำนงค์ว่าตนไม่ได้อยากมีปัญหากับสตรีแต่อยากมีปัญหากับนางเท่านั้น
การกระทำทุกอย่างถูกพิงจิ่งกงจูสังเกตไว้ทั้งหมดในฐานะคนที่มีประสบการณ์ชีวิตมามากกว่า และรู้จักลูกชายของตัวเองมากที่สุดย่อมสังเกตถึงบางอย่างที่ลูกชายแสดงออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“มิใช่ว่าเ้าชอบนางหรือ”อู่หงถิงถาม คนเป็ลูกยกยิ้มมุมปากบางยกน้ำชาขึ้นมาดื่นส่วนจ้าวซินเยว่กลับใกับคำถามนั้นแทน ใบหน้าของหญิงสาวดูใกับคำถามอย่างมาก
“ก็ไม่ได้เกลียด”
“ตอบไม่ตรงคำถาม”
อู่หงถิงมองอย่างรู้ทัน ทว่าลูกชายตัวดีก็ไม่ได้มีทีท่าทางจะปฏิเสธคนเป็แม่เลยด้วยซ้ำแม้จะไม่ตอบรับ แต่นั่นก็เป็สิ่งที่ตอบกลับได้ชัดเจนที่สุด
“ช่างเถอะ ว่าแต่เ้ากับลูกๆจะมางานชมดอกไม้ที่ท่านแม่จัดหรือไม่ อันหราน” อู่หงถิงหมดความสนใจลูกชายจึงหันไปถามสหายสนิทต่อ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะยังไม่รู้เื่จึงหันไปมองผู้าุโสุด
“นั่นสิข้าเรียกเ้ามาเพื่อส่งเทียบเชิญนี่นะ กูกู เอาเทียบให้ข้าหน่อย”นางในผู้ใหญ่เดินหายไปสักพักก็มีเทียบเชิญงดงามถูกส่งให้ถึงมือท่านหญิงเจียลี่อย่างเรียบร้อย
งานเลี้ยงชมดอกไม้เป็่ดอกไม้บานแรกของฤดูใบไม้ผลิถูกจัดขึ้นในสวนของไทเฮาที่อยู่ส่วนนอกไม่ใช่ส่วนตำหนักจ้าวอันหรานอ่านเทียบเชิญด้วยสายตานิ่งสงบ ก่อนจะเก็บเมื่ออ่านจบ
“จ้าวอันหรานโน้มรับคำเชิญเ้าค่ะ”
“ก็ไปกันทั้งหมดนี่แหละ เอาคนสาวๆไปเปิดตัวให้ผู้ชายในเมืองหลวงจดจำไปเลย”จ้าวอันหรานค้อมใบหน้ารับด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนไทเฮาจะพูดต่อด้วยความดีใจ“เช่นนั้นก็ดี วันนี้ข้าเชิญช่างประจำตัวข้ามาพอดีข้าจะตัดชุดให้คุณหนูจ้าวทั้งสอง ถือเป็ของขวัญต้อนรับการมาเมืองหลวงชิ้นแรกของข้าแล้วกัน”
“ท่านแม่ขี้โกงที่สุด แต่ไม่เป็ไรไว้ว่างๆ เ้าสองคนมาหาที่จวนนะ ข้าจะมองเครื่องประดับให้พวกเ้า”
“ขอบพระทัยเพคะ”ทั้งสองคนกล่าวขอบคุณอย่างพร้อมเพรียง
...... ...
“ฝ่าาและรุ่ยอ๋องเสด็จ”
เสียงขานของขันทีดังขึ้นปรากฏร่างของบุรุษต่างวัยทั้งสองคนเดินเข้ามาในโถงทุกคนในโถงล้วนลุกขึ้นทำความเคารพตามธรรมเนียมอย่างพร้อมเพรียงก่อนที่โอรส์ในชุดัสีน้ำเงินจะเดินมาประคองไทเฮาให้นั่งลง
“ตามสบาย ไม่ต้องมากพิธีข้าได้ข่าวว่าน้องสาวอันหรานมาเยี่ยมเยือนท่านแม่ ข้าจึงมาทักทายเท่านั้น”
ฮ่องเต้เป็บุรุษสูงวัยที่ยังดูสง่างามทั้งท่าทางที่ดูแข็งแรง ใบหน้าอ่อนต่อวัยแม้ว่าจะทรงงานทั้งวันไม่แปลกเลยที่สตรีข้างนอกนั้นจะอยากพบสักครั้ง และหมายจะเป็สตรีของพระองค์
ตามมาด้วยรุ่ยอ๋องชายหนุ่มที่ดูแล้วหน้าไม่ได้เหมือนฮ่องเต้เท่าไหร่เคยได้ยินว่ารุ่ยอ๋องมีใบหน้าเหมือนฮองเฮามาก ก็เป็ที่พิสูจน์แล้ววันนี้
วินาทีที่รุ่ยอ๋องเข้ามาสายตาก็ตกอยู่ที่จ้าวอี้หยางอย่างไม่ปิดบัง เมื่อทั้งสองคนสบตากันไม่นางหญิงสาวก็เป็ผ่านหลบสายตาด้วยใบหน้าที่ขัดเขิน
“สบายดีหรือไม่”เสียงนุ่มถามจ้าวอี้หยางก่อนจะมายิ้มให้นางที่นั่งอยู่ข้างๆ พอเป็มารยาทจึงหันหลับไปมองจ้าวอี้หยางอีกครั้ง
“สบายดีเ้าค่ะทุกอย่างล้วนปกติดี”
“ก็ดีแล้ว อยู่เมืองหลวงอาจจะลำบากหากมีอะไรโปรดบอกเราอย่าได้เกรงใจ”
“ขอบคุณรุ่ยอ๋องที่มีน้ำใจ”การสนทนานั้นอยู่ในสายตาของจ้าวซินเยว่ทั้งหมดเดิมนางคิดว่าทั้งสองคนอาจจะไม่ได้รักลึกซึ้งอะไรกันขนาดนั้นทว่าได้เห็นท่าทางและคำพูดที่แสดงความห่วงใยของรุ่ยอ๋องย่อมไม่มีข้อสงสัยยิ่งเห็นแววตาที่จ้าวอี้หยางยิ่งรู้ว่าจ้าวอี้หยางรักบุรุษผู้นี้มาก
“คุณหนูเล็กก็เหมือนกันหากพี่น้องของข้า หรือญาติผู้พี่ของข้าแกล้งท่านอีกแนะนำให้บอกท่านพ่อได้เลยอย่าได้เกรงใจ”รุ่ยอ๋องแสดงไมตรีในฐานะสหายแก่จ้าวซินเยว่ ทว่าคนที่นั่งอยู่กลับรู้สึกขัดใจนัก
“รุ่ยอ๋องดูแลคนรักกับตัวเองให้ดีเถิด ระวังเดินๆ อยู่ดีๆ แล้วหน้ามืดนะ”เสียงยียวนกล่าวออกมาอย่างไม่เกรงใจผู้ใหญ่ในที่นั้น
“พี่ชาย ท่านไม่ทำหรอกเพราะข้าเป็น้องชายที่ท่านรักที่สุด” เฉินจือหานทำหน้าเบื่อๆ เพราะปฏิเสธไม่ได้มือหนายังขึ้นมาเท้าคางตัวเองแล้วหันไปทางอื่น
“เป็สตรีที่งดงามทั้งคู่โดยเฉพาะบุตรสาวของจ้าวลี่หยาง งดงามสมคำร่ำลือ”ฮ่องเต้ที่พิจารณาสตรีคราวหลานสองคนเอ่ยบอกชมเชยความงดงามของทั้งสองโดยเฉพาะจ้าวอี้หยาง ผู้ที่ได้ฉายาว่าเทพธิดาตะวันออก นางงดงามสมฉายานั้นจริงๆ
“ขอบพระทัยเพคะ”จ้าวอี้หยางกล่าวพร้อมค้อมลงเล็กน้อย เช่นเดียวกับจ้าวซินเยว่
บทสนทนาของผู้ใหญ่เริ่มขึ้นส่วนเด็กๆ ก็นั่งฟังกันอย่างเรียบร้อย ตอบบ้างตามที่ผู้ใหญ่ถามจนกระทั่งช่างตัดชุดของไทเฮามาถึง พร้อมกับจ้าวรุ่ยเริ่มงอแงจ้าวหานและหลี่หลินจึงขอตัวกลับก่อนเพื่อไม่ให้เด็กน้อยรบกวนไทเฮาเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ห้าม อนุญาตให้ทั้งสองคนพาคนที่นักเหมือนหลานกลับไปก่อนส่วนสตรีทั้งสองตระกูลเฉินเอ่ยปากจะไปส่งเอง
...... ...
“ตรงนี้ให้เป็หน้าที่ของเ้าแล้วกันนะอู๋หงถิงข้าอยากไปเดินข้างนอกกับอันหรานแล้วก็ฝ่าาสักหน่อย”
“เ้าค่ะ ข้าจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณหนูทั้งสองแน่นอน”ไทเฮายกยิ้มและพยักหน้าก่อนจะกวักมือเรียกให้จ้าวอันหรานเดินไปประคองโดยมีโอรส์เดินตามหลัง
“เ้าไปด้วยกันสิ หรงฟางอย่าอยู่รบกวนเด็กๆ เลย”
เฉินหรงฟางที่มีใบหน้าคล้ายกับแม่ทัพเฉินกว่าเจ็ดส่วนท่าทางดูองอาจสง่างามสมเป็ชายชาติทหารพยักหน้าก่อนจะบอกกล่าวกับภรรยาสองสามคำจึงลุกขึ้นเดินตามโอรส์และสตรีทั้งสองออกไปด้านนอก
เมื่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปหมดอู่หงถิงจึงหันมายิ้มให้ลูกสาวของสหายสนิทก่อนจะสังเกตเห็นลูกชายและหลานชายด้วยหางตาจึงหันไปมองด้วยสายตาเ็า
“ถ้าจะอยู่โปรดอยู่กันเงียบๆไม่เช่นนั้นข้าจะให้กูกูโบยพวกเ้าต่อหน้าคุณหนูทั้งสองเสีย”อู่หงถิงขู่เสียงเย็นด้วยใบหน้าที่น่ากลัวบุรุษสองคนจากที่นั่งตามสบายก็ยืดอกนั่งตัวตรงก่อนจะรีบพยักหน้า
จ้าวซินเยว่มองภาพตรงหน้าก็ยกยิ้มอย่างขบขัน พิงจิ่งกงจูช่างยอดเยี่ยมนัก! เอาบุรุษทั้งสองคนอย่างอยู่หมัด นางชื่นชมในใจ
พิงจิ่งกงจูยกยิ้มพอใจกับสตรีทั้งสองอาจเพราะลูกสาวของนางยามนี้เป็ทหารอยู่ฝั่งทางใต้ใกล้กับชายแดนปันนาทั้งลูกสาวของนางไม่ได้รักสวยรักงามเท่าไหร่นักโชคยังดีที่นางมีใบหน้างดงามรูปร่างอรชร ไม่เช่นนั้นคงจะเป็สตรีถึกเป็แน่กลับบ้านแต่ละทีนางแทบกรีดร้องเพราะนับวันยิ่งเหมือนบุรุษขึ้นทุกวันการมีหญิงสาวถึงสองคนมาให้นางเลือกสรรค์เสื้อผ้าถือเป็สิ่งเติมเต็มจิตใจนางอย่างมากทีเดียว
“เอาล่ะ ข้าจะเลือกชุดแบบใดให้พวกเ้าทั้งสองคนดีนะ”
แววตาของอู่หงถิงเป็ประกายนางกับจ้าวอี้หยางรู้สึกเสียวสันหลังอย่างประหลาดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไร เว้นแต่ชายหนุ่มสองคนที่มองภาพนั้นด้วยสายตาสยดสยอง
“ท่านอาหญิงได้ตุ๊กตาใหม่แล้ว หวังว่านางจะปราณีตคุณหนูทั้งสอง”
“ข้าว่า เดี๋ยวได้จับลองนู้นลองนี้จนหมดแรงแน่!”
ชายหนุ่มทั้งสองกระซิบกันด้วยน้ำเสียงบางเบาในใจนึกสงสารสตรีทั้งสองที่ต้องงกลายมาเป็ตุ๊กตาให้พิงจิ่งกงจูผู้นั้นลงชุดจนกว่าจะพอใจ!
#####