
เช้าวันต่อมา ร่างบางปรากฏตัวขึ้นหน้าตึกสูงราวๆ 60 ชั้นตรง ดวงตากลมมองเหยียดไปข้างหน้า สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มินตราพยักหน้าน้อยๆ ให้กับตัวเองเพื่อเรียกขวัญกำลังใจ
“ที่นี่สินะ”
กระโปรงสั้น..สั้นมาก.. มินตราดึงชุดแซคสั้นสีส้มอ่อนของเธอเบาๆ เพื่อให้มันยาวลงไปอีกหน่อย ปกติเธอไม่ค่อยใส่กระโปรงหรือกางเกงสั้นขนาดนี้แต่จากข้อมูลที่เธอพยายามควานหาเอาเป็เอาตายเมื่อคืน บวกกับคำบอกเล่าของพี่ชายสุดที่รักเพื่อที่จะมาสมัครงานที่นี่หลายคนบอกว่า นาย ศาสตรา อัศวภากุล นักบริหารหนุ่มไฟแรงที่เรียนจบมาได้เพียงไม่กี่ปีก็ขึ้นแท่นผู้บริหารใหญ่ของบริษัทประกันความเสี่ยงชื่อดังที่กำลังมาแรงสุดๆ ในปัจจุบัน.. ‘ชอบ’ ผู้หญิงใส่กระโปรงสั้น ดูจากสถิติของเลขาทุกคนที่เขารับั้แ่่ต้นปีที่ผ่านมา 7 จาก 10 คนนั้นเป็ผู้หญิงที่ใส่กระโปรงสั้น ‘มาก’ มาสมัครงาน แต่จะอย่างนั้นก็เถอะ.. มินตราก็พบว่าจริงๆ แล้วเกณฑ์การตัดสินใจในการเลือกคนทำงานนั้นแทบจะไม่มีบอกเอาไว้เลย.. ซึ่งก็แปลว่ามันขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของนายศาสตราคนนั้นล้วนๆ!
นี่ฉันต้องเอาความฝันของตัวเองมาแขวนไว้เพียงแค่การตัดสินใจของผู้ชายคนนี้จริงๆ หรือเนี่ย.. มินตราลอบถอนหายใจ
แต่ก็เอาเถอะ.. ไหนๆ เกิดมาเป็ผู้หญิงแล้ว ฉันก็จะขอให้ความเป็สาวน้อยน่ารักน่าชังของฉันพิชิตนายศาสตราให้ได้!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ร่างบางก็สูดลมหายใจลึกอีกครั้ง ก่อนจะก้าวเท้าด้วยความมั่นใจมุ่งตรงไปยังที่รับสมัครงานภายในตัวตึกทันที..
่เวลาอาหารเช้า ณ บ้านธราธรภักดี บนโต๊ะอาหารชายหนุ่มสามคนนั่งล้อมรอบบิดารับประทานอาหารมื้อเช้ากันตามปกติ
“ไอ่ก้อง แกแน่ใจนะว่าไอ่มินไม่มีทางทำสำเร็จ” ชเยนต์มองหน้าลูกชายเ้าความคิด ก่อนจะเค้นเสียงเพื่อเพิ่มความกดดัน
ก้องหล้าวางช้อนกับส้อมลงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเงยหน้ามายิ้มกวนๆ และยักไหล่อย่างสบายๆ ให้กับผู้เป็พ่อ
“ป๋า ผู้หญิง 20คน ยังโดนเด้งมาแล้ว.. ไอ่มินประสบการณ์ก็ยังไม่มี เรียนก็เพิ่งจะจบ.. เขาจะรับหรือเปล่าผมยังไม่แน่ใจเลย” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตักข้าวต้มตรงหน้ากินอย่างสบายใจ
พลั่กก!!
“ไอ่ก้อง แกแกล้งมินนี่เหรอวะ!! ” ภูวกฤษณ์ตบหลังพี่ชายดังพลั่กทำให้ก้องหล้าที่กำลังกลืนข้าวต้มอยู่นั่นเกือบจะสำลักข้าวออกมา
แค่ก แค่กๆๆ
“ไอ้คุณกฤษณ์ ไอ่เวร! ” ก้องหล้าพยายามตบหน้าอกตัวเองเพื่อไม่ให้สำลัก ในขณะที่กรกฎ พี่ชายคนโตที่สุดเอาแต่เฝ้ามอง และหัวเราะในกิจกรรมยามเช้าของที่บ้าน
“มันเรียกว่าช่วยตัดสินใจเว้ย มันจะได้ไปเรียนเป็เพื่อนแกไง ไม่ดีเรอะ? ” เมื่อหายสำลัก ก้องหล้าจึงพูดต่อก่อนจะดื่มน้ำเปล่าตามลงไปอย่างรวดเร็ว
“แล้วถ้ามินมันทำสำเร็จล่ะ..? ” กรกฎเอ่ยขึ้นบ้าง ทำให้ก้องหล้ามองหน้าพี่ชายก่อนจะเหลือบตาไปมองชายร่างท้วมที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มถลึงตาให้พี่ชายคนโต..
เฮียกรลื้อจะ “ถ้า” ขึ้นมาทำไมวะ!?
“นั่นน่ะสิ..” ชเยนต์ พึมพำเบาๆ กับตัวเอง แต่ก็ดังพอที่จะให้ลูกชายทั้งสามได้ยิน
ก้องหล้ากระแอมเล็กน้อย แต่ยังคงคอนเซปต์สบายๆ ของเขา ชายหนุ่มยิ้มกว้างและตอบบิดาอย่างกระฉับกระเฉง
“ถ้าไอ่มินมันทำได้จริง ป๋าก็ให้มันเปิดฟาร์มเถอะครับ” พูดจบชายหนุ่มก็รีบะโชิ่งหนีออกมาจากโต๊ะอาหารทันที ทิ้งให้คนฟังคำตอบอีกสามคน อยากจะะโเตะในความช่างเอาตัวรอดของชายหนุ่ม
“ไอ่/ไอ้! ($&*@#%^”
กรกฎหันกลับไปยิ้มกวนๆ ทั้งสามอีกครั้ง ก่อนกึ่งวิ่งกึ่งเดินอย่างสบายใจไปขึ้นรถสปอร์ตที่จอดอยู่หน้าบ้าน
“ตอนนี้เราก็คงทำได้แค่รอเท่านั้นล่ะครับป๋า” กรกฎเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เมื่อรู้ว่าเ้าคนที่ชิ่งหายไปนั่นคงจะไม่กลับมาแก้ตัวอะไรทั้งสิ้น
“...” ชเยนต์ไม่ตอบอะไร.. ชายวัยกลางคนทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ กับลูกชายทั้งสองเท่านั้น
แผนกรับสมัครงานภายในตัวตึกบริษัททิวลิป ริสค์ เมเนจเม้นท์
“ปิดแล้ว?? หมายความว่าไงคะปิดแล้ว? ” เสียงใสอุทานด้วยความใ
“หมายความว่า มีจำนวนผู้สมัครเต็มอัตราแล้วค่ะ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ” พนักงานสาวประจำแผนกกล่าวก่อนจะยิ้มบางๆ เพื่อแสดงความเสียใจ ประโยคสั้นๆ ที่ทำลายความหวังของมินตราล้มลงครืน
นี่พระเ้าคงต้องเล่นตลกกับเธอแน่ๆ!!
“คุณคนสวย! ขอร้องเถอะนะคะ อย่างน้อยให้ฉันยื่นใบสมัครเถอะนะ นะ” มินตรายังคงเดินตามติดพนักงานสาว
“ขอโทษจริงๆ ค่ะ ท่านประธานไม่รับเอกสารเกินจำนวน ไม่เช่นนั้นคุณคงต้องไปคุยกับคุณศาสตราเองนะคะ” เธอกล่าวพร้อมพยักหน้าเบาๆ เพื่อตัดบท และเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“บ้าจริง! ” มินตราสบถกับตัวเอง
โอ้ยย แล้วฉันจะทำอย่างไรล่ะเนี่ย ขืนกลับไปสภาพนี้ต้องโดนทั้งป๋าทั้งเฮียหัวเราะใส่แน่ๆ!! ไม่ยอมเด็ดขาด!
ร่างบางล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้บริเวณล้อบบี้เพื่อใคร่ครวญว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป ทันใดนั้นกลุ่มนักข่าวก็ปรากฏขึ้นเรียกทั้งความสนใจและสร้างความชุลมุนอย่างย่อมๆ ภายในตัวตึก
“คุณศาสตราคะ มีข่าวว่าคุณพยายามทำร้ายร่างกายเลขาคนล่าสุดไม่ทราบว่าเื่เป็ความจริงหรือเปล่าคะ” นักข่าวคนหนึ่งจากในกลุ่มทำสัมภาษณ์อย่างรวดเร็วขณะที่กำลังพยายามเดินตามชายหนุ่มคนหนึ่ง..
ห่างออกไปไม่ไกลนัก ร่างสูงที่ถูกเอ่ยถามกระชับสูทสีเทาให้แน่นขึ้นด้วยความเคยชิน.. เขาเอียงหน้ามองนักข่าวที่เอ่ยถามเล็กน้อย.. ั์ตาดำขลับแข็งกร้าวชั่วเสี้ยววินาที ก่อนเขาจะเมินสายตาไม่สนใจ และเดินเชิ่ดหน้าต่อไปราวกับไม่ได้ยินคำถามนั้น พนักงานรักษาความปลอดภัยหลายคนกรูกันเข้าป้องกันชายหนุ่ม พร้อมทั้งพยายามกั้นนักข่าวเพื่อไม่ให้เข้าประชิดตัวเขาได้
“ที่ไม่ปฏิเสธเพราะมันคือเื่จริงใช่ไหมครับ” นักข่าวชายอีกคนหนึ่งที่เดินตามไปเอ่ยขึ้นเช่นเดียวกัน..
ใบหน้าหล่อเชิ่ดตึง.. ศาสตราพยายามข่มระงับอารมณ์เดือดดาลของเขาไว้ภายใต้ใบหน้านิ่ง ชายหนุ่มสาวเท้าเร็วขึ้นอีกเพื่อไปขึ้นรถที่จัดเตรียมรอเอาไว้ โดยไม่มีท่าทีสนใจนักข่าวที่ตามกรูอยู่ด้านหลังเลยแม้แต่น้อย
.. ไม่ผิดแน่.. นั่นมัน ศาสตรา อัศวภากุล.. ผู้ชายคนนั้น!!!
มินตรารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่เธอนั่นอย่างรวดเร็ว ขาเรียวรีบก้าวตามกลุ่มฝูงชนกลุ่มนั้นไป..
ต่อให้ต้องคุกเข่าขอร้อง เธอก็ต้องเป็ผู้ช่วยของเขาให้ได้!
ร่างกายทำงานรวดเร็วทันความคิด.. มินตรายกมือโบกเรียกแท็กซี่อย่างรวดเร็วเพื่อจะตามนายศาสตราไป เมื่อตากลมกวาดมองไปรอบๆ เธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าไม่ได้มีเพียงแค่เธอที่้าตามตัวประธานแสนเย่อหยิ่งของทิวลิป ริสค์ เมเนจเม้นท์
รถยนต์และแท็กซี่อีกหลายคันถูกเรียกจอดเรียงกันยาวเหยียด ก่อนกลุ่มนักข่าวกลุ่มเมื่อครู่จะรีบกรูกันเข้าไปเพื่อไล่ตามนายศาสตราคนนั้น
รถตู้สีเทาขับเคลื่อนไกลออกไปเรื่อยๆ จนเลี้ยวเข้าไปยังคอนโดใหญ่แห่งหนึ่งแถบชานเมือง
ร่างสูงหันซ้ายขวาอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบเดินออกจากรถตู้ พนักงานของโรงแรมดูเหมือนเตรียมพร้อมต้อนรับเขาอยู่แล้ว เขารีบเดินนำศาสตราเข้าไปยังคอนโดนั้น
เขายื่นมือรับกุญแจห้องจากพนักงานอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินตรงไปที่ลิฟต์ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
ขณะเดียวกันมินตราที่ตามอีกฝ่ายมาติดก็รีบจ่ายเงินและวิ่งออกจากแท็กซี่สุดชีวิตเพื่อที่จะตามศาสตราให้ทัน เพียงแว๊บเดียวเท่านั้นที่เธอเห็นสูทสีเทาของเขาหายเข้าไปในลิฟต์ของคอนโดใหญ่ ในขณะที่กลุ่มนักข่าวกลุ่มเดิมก็วิ่งตามเธอเข้ามาเช่นกัน..
เขากำลังหนีนักข่าวพวกนี้หรือเปล่านะ.. มินตราไตร่ตรองอยู่ในใจ.. แล้วเธอจะรู้ได้ยังไงว่าเขาไปไหน.. หญิงสาวยกมือตบหน้าผากตัวเองเบาๆ อย่างคิดไม่ตก..
อุตส่าตามมาทันแล้วเชียว!
ร่างบางมองซ้ายมองขวาก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังเคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับ.. หญิงสาวหยุดกึกเริ่มเคี้ยวริมฝีปากตัวเองอย่างเคยชินเวลาที่เธอต้องใช้ความคิด
“คุณคะ.. ไม่ทราบว่าคุณศาสตรา คนที่เพิ่งออกมาจากรถตู้สีเทาเมื่อสักครู่นี้ไปไหนแล้วคะ? พอดีว่าเขาลืมของเอาไว้นะคะ” มินตรายิ้มหวาน ก่อนจะยกแฟ้มสมัครงานของเธอให้พนักงานสาวดู..
ช่วยเชื่อหน่อยเถอะนะ!
พนักงานสาวมองเธออย่างสงสัย ก่อนจะตอบพร้อมรอยยิ้มบาง
“ขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ ดิฉันไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของผู้ที่มาใช้บริการได้ คุณช่วยวางของเอาไว้นะคะ เดี๋ยวถ้าคุณผู้ชายลงมา จะให้พนักงานเอาไปให้ค่ะ”
มินตรารับฟังคำตอบอย่างชั่งใจ แต่ก็ตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“นี่เป็เอกสารสำคัญมากจริงๆ ค่ะ ฉันต้องให้เขาเองกับมือ” พนักงานสาวยังคงมองเธออย่างไม่ไว้ใจ
“แต่..” เธอทำท่าจะปฏิเสธอีกครั้ง
“ฉันไม่ใช่นักข่าวนะคะ ฉันไม่ได้จะมาตามรังควานเขา” มินตราพูดต่อ พยายามทำสีหน้าให้ดูจริงใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่ไขว้นิ้วไว้ด้านหลังตัวเอง
พนักงานสาวมีสีหน้าหนักใจ.. เธอชั่งใจครู่หนึ่งก่อนยกนิ้วกดโทรศัพท์
ตายล่ะหว่า.. หล่อนคงไม่ได้โทรหานายศาสตราใช่ไหม.. ไม่อย่างนั้นละก็.. ความแตกแน่ๆ!
“เอ่อ.. ไม่ทราบว่าคุณ? ” พนักงานสาวสอบถามเธอขณะที่กำลังรอสายจากศาสตรา
“เอ่อ.. ฉันมากับคนขับรถตู้ของเขาค่ะ” มินตราตอบอย่างรวดเร็ว แม้จะดูไม่ค่อยเข้าท่าซักเท่าไหร่นักแต่ก็มีความเป็ไปได้ที่สุดแล้ว.. คงต้องเสี่ยง!
“เอ่อ.. คุณศาสตราใช่ไหมคะ.. พอดีว่า..” ขณะที่กำลังลุ้นในโชคชะตา มินตราหันซ้ายหันขวาอีกครั้ง ทันใดเธอก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มร่างสูง.. สูงพอๆ กับนายศาสตรา.. ผิดเสียแต่ว่า เขาใส่เสื้อยืด กางเกงยีน.. แถมยังใส่หมวกและแว่นตาดำอีกต่างหาก..
เหมือนพยายามปกปิดหน้าตา..
ไม่อยากให้ใครจำได้.. หรือว่านั่นคือนายศาสตรา? ... ใช่แน่ๆ นั่นมันนายศาสตรานี่นา.. เขากำลังคุยโทรศัพท์อยู่ด้วย!! คงต้องคุยกับพนักงานตรงหน้าเธอแน่นอน!
มินตราผละออกจากเคาน์เตอร์อย่างรวดเร็ว หญิงสาวกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปหาชายหนุ่มต้องสงสัย ก่อนเธอจะเบาฝีเท้าลงเมื่อเหลือบไปเห็นกลุ่มนักข่าวกลุ่มนั้นที่ดูเหมือนจะดักรอนายศาสตราอยู่เช่นกัน
ถ้าพวกนั้นแห่กันเข้ามา.. เธอต้องไม่มีทางให้คุยกับนายศาสตราแน่ๆ!
มินตราไตร่ตรองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลองเสี่ยงอีกครั้ง ร่างบางวิ่งไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับชายหนุ่มร่างสูง และโผล่พรวดไปอยู่ใกล้ๆ กลุ่มนักข่าว
“คุณศาสตรา” มินตราะโ ก่อนจะ ออกแรงวิ่งตามผู้ชายร่างสูงอีกคนที่ดูคล้ายนายศาสตราพอดี..
“เฮ้ยย ทุกคนตามไปเร็ว! ” นักข่าวชายคนหนุ่มะโขึ้นตามมา
ได้ผล!!!
