หนานป่าเทียนที่เริ่มอธิบายความสามารถของมุกคงหลิง,เมื่อหนานป่าเทียนกล่าวจบ,ทุกๆคนต่างก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น,จับจ้องมองไปยังเทียนซวินจื่อ,มุกคงหลิง?อาวุธวิเศษ?
ทุกคนเวลานี้ต่างจดจ้องไปยังประมุขด้วยความปรารถนาเต็มเปี่ยมในใจ,ต่างก็สนใจในมุกคงหลิง,ยิ่งคนที่มีพลังฝึกตนสูงยิ่งจ้องมองอย่างหื่นกระหาย,ส่วนคนที่มีพลังฝึกตนต่ำได้แต่มองทอดถอนใจ.
"ตอนนี้,พวกเราจำเป็ต้องหาคนที่แข็งแกร่งที่สุดสามคนในระหว่างพวกเ้า,อย่างไรก็ตาม,สำหรับคนที่ยังก้าวไปไม่ถึงระดับสี่เซียนเทียนก็ตาม,หากคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งพอ,พวกเ้าสามารถแข่งขันกับพวกเขาได้,และหากว่าเ้าชนะ,ก็มีโอกาสได้รับมุกคงหลิงเช่นกัน,เทียนซวินจื่อที่จ้องมองไปยังคนอื่นๆ.
ในเวลาเดียวกัน,ชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสีขาว,ที่เดินออกมาข้างๆคนที่ก้าวไปถึงระดับสี่เซียนเทียน,มือของเขาที่ยกขึ้นมาคารวะไปยังประมุขและผู้นำขุนเขาทั้งสองและกล่าวออกมาว่า"ข้าแม้ว่าจะอยู่แค่เพียงระดับสามเซียนเทียน,ทว่าข้าปรารถนาที่จะขอสู้.
"ได้."เทียนซวินจื่อตอบกลับ.
หลังจากชายคนนั้นแล้ว,จงซานเองก็เดินตามออกมา.
"ศิษย์จงซานเองก็ปรารถนาที่จะสู้ด้วยเช่นกัน."จงซานที่ยกมือคารวะไปด้านหน้าอย่างเคารพ.
"ก็ได้."เทียนซวินจื่อที่จ้องมองไปยังจงซาน,ดวงตาเป็ประกาย,ราวกับว่าเขามีนัยยะอะไรบางอย่าง.
หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าออกมาอีก,ทุกคนต่างก็รู้ถึงความต่างในแต่ละคน,พวกเขาคิดว่าไม่มีทางที่จะสามารถต่อกรกับระดับสี่เซียนเทียนได้แน่.
"เ้าทั้งสองอยู่ในระดับสามเซียนเทียน,ให้สามารถเลือกคู่ต่อสู้ได้ก่อน,ส่วนระดับสี่เซียนเทียนที่เหลือให้ต่อสู้กันเอง,คนที่ชนะก็จะได้รับการคัดเลือก."เทียนซวินจื่อกล่าว.
"ครับ,"คนทั้งหกที่ตอบรับ.
ชายชุดขาวนั้น,ได้ทำการเลือกศิษย์ที่เป็หญิงในสี่คนนั้น,เหมือนว่าเขาคิดว่าหญิงสาวคนนี้ถึงจะไปถึงระดับสี่เซียนเทียน,ก็ไม่น่าจะแข็งแกร่งกว่าเขา,จงซานที่จ้องมองไปยังคนทั้งสามที่เหลือ.
จงซานไม่รู้ว่าใครฝึกวิชาอะไรกันมาบ้าง,ไม่ว่าจะเลือกใครในทั้งสามนั้นก็คงไม่ต่างกัน,เขาจึงได้ชี้ไปยังคนที่ใช้ขวานเป็อาวุธ,เพราะว่าในความคิดของเขานั้น,หากเทียบเป็ข้อๆแล้ว,คนที่ใช้ขวานไม่น่าจะทรงพลังกว่าดาบของเขาได้.
ชายคนดังกล่าวดวงตาเปล่งประกาย,ราวกับว่าบุญหล่นทับ,การต่อสู้กับระดับสามเซียนเทียน,เขาจะต้องชนะอย่างแน่นอน.
"เอาล่ะ,เตรียมตัว,ประลองได้."เทียนซวินจื่อกล่าว.
หลังจากกล่าวเสร็จ,ทุกคนที่รวมตัวกันกระจายไปยังกลุ่มต่างๆ,การต่อสู้มีทั้งหมดสามคู่,จงซานและชายถือขวานอยู่ฝั่งทิศตะวันตก,ส่วนอีกสองคู่นั้นอยู่ตรงกลางและอีกคู่อยู่สนามซีกตะวันออก.
เทียนหลิงเอ๋อและหนานป่าเทียนที่เดินมาเฝ้ามองคู่จงซาน,ราวกับว่ากำลังให้กำลังใจเขาอยู่.
"ขอคำแนะนำด้วย."จงซานที่กล่าวเสร็จและชักดาบออกมา.
"เข้ามาได้เลย."ชายถือขวานที่ดูอารมณ์ดี,เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขานั้นไม่จำเป็ต้องคิดอะไรเลย,หนำซ้ำยังเหยียดหยันคนที่มีระดับต่ำกว่าเขาด้วยซ้ำ.
"เช่นนั้นต้องล่วงเกินแล้ว."จงซานกล่าว.
หลังจากที่พูดจบ,เขาก็ะโขึ้นสูงพร้อมกับโจมตีออกไปยังชายถือขวานอย่างรุนแรง.
ทลายูเา์
เพียงแค่กระบวนท่าแรกนั้น,จงซานได้ใช้พลังทั้งหมดออกมา,แน่นอนว่าเขาไม่สามารถออมมือเอาไว้ได้,อีกอย่างฝ่ายตรงข้ามยังอยู่ในระดับ 4 เซียนเทียน,เขาจะต้องแข็งแกร่งกว่าอยู่แล้ว.
เห็นการโจมตีดังกล่าวแล้ว,ชายถือขวานถึงกับใขึ้นมาทันที,เขาตระหนักได้ว่าเขาได้ประมาทแล้ว,ก่อนที่จะนำขวานั์ของเขาขึ้นรับการโจมตีดังกล่าว.
"เคล้งๆๆๆ"
การโจมตีของเพลงดาบที่เต็มไปด้วยพลังและจิตสังหารที่หนักหน่วง,กระแทกขวานั์ทำให้เขาต้องถอยออกไปหลายก้าว.
"แค๊กๆๆๆๆๆ."
ประกายไฟที่อาบไปทั่ว,ก้อนหินก้อนเล็กก้อนน้อยบนพื้นแตกเป็รอยร้าวรอยแมงมุม.
จงซาน,ที่เห็นว่าการโจมตีแรกนั้นดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอ,ก่อนที่จะตวัดดาบฟันลงไปอีกครั้ง.
ฟันทลายสรรพสิ่ง!
ทันใดนั้นการโจมตีกระบวนท่าที่สองก็กระแทกลงมาอย่างรุนแรง.
คู่ต่อสู้แม้ว่าเขาจะถือขวานที่ใหญ่กว่า,ทว่าร่างกายของเขากลับมีความยืดหยุ่นเป็อย่างมาก,เขาที่ตวัดขวานป้องกันการโจมตีของจงซานเอาไว้ได้อีกครั้ง,เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว,ต้องไม่ลืมว่าระดับสี่เซียนเทียน,ระดับปราณแท้เขาย่อมมีมากกว่าจงซาน.
"ชิ."
ท่วงท่าของเพลงดาบของจงซานนั้นลื่นไหล,พร้อมกับทุ่มพลังของเขาทั้งหมด,โจมตีออกไปอย่างรุนแรงราวกับว่าดาบของเขานั้นเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย,การโจมตีที่รวดเร็วสอดคล้องกันเป็พายุบุแคม,ครั้งแล้วครั้งเล่า,โจมตีอย่างบ้าคลั่ง,ทุกกระบวนท่าของเขารวดเร็วและแม่นยำ,ทุกคนที่เห็นดูราวกับว่าจงซานนั้นบ้าไปแล้ว,เป็การโจมตีที่ดุร้ายยิ่งนัก,ทุกคนที่อยู่ในระดับสามเซียนเทียนตอนนี้คงไม่มีใครเทียบเขาได้แล้ว,ตอนนี้พวกเขาคงได้แต่ยอมรับแต่โดยดี.
อย่างไรก็ตาม,ฝ่ายตรงข้ามนั้นอยู่ในระดับสี่เซียนเทียน,พลังกายย่อมมีเหนือกว่าจงซานและความเร็วก็ต้องมีเหนือกว่า,อย่างไรก็ตาม,ด้วยการโจมตีที่บ้าคลั่งรุนแรงไม่หยุดหย่อนทำให้เขายังไม่สามารถตั้งตัวได้,การโจมตีของจงซานเองก็เต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงมาก,ราวกับว่าเขากำลังจะโยนตัวเองลงไปอยู่ในอยู่ปากเหวแห่งความตายพร้ะเกียกตะกายปีนป่ายขึ้นมา.
ถึงกระนั้น,เพียงแค่ความดุร้ายรุนแรงจะเพียงพออย่างงั้นรึ? ชายถือขวานที่ได้แต่ป้องกัน,ทว่าตอนนี้เขาเริ่มที่จะโต้กลับได้แล้ว,จงซานเวลานี้เริ่มไม่สามารถกดดันเขาได้แล้ว.
พื้นที่รอบๆการต่อสู้ของพวกเขาแตกระแหงกระจายไปทั่ว,ทว่ากับทำให้การต่อสู้นี้ดูน่าตื่นเต้นมากขึ้นและมากขึ้น,พวกเขาต่างก็โจมตีด้วยพลังทีรุนแรงตามด้วยกระบวนท่าที่หนักหน่วงของแต่ละคน.
จงซานรู้สึกว่า,ตอนนี้เขาไม่ได้เปรียบแล้ว,หากว่าเป็อย่างนี้ต่อไป,จะเป็เขาเองที่จะถูกฝ่ายตรงข้ามกดดันจนสุดท้ายต้องเพรียงพล้ำ,ต้องไม่ลืมว่าปราณแท้ของเขานั้นมีน้อยกว่า,ยิ่งต่อสู้นานไปก็จะยิ่งเสียเปรียบไปเรื่อยๆ.
กายาเทพอสูร!
"ทลายูเา์" จงซานที่ะโเสียงดังกล้ามเนื้อขยายใหญ่,กลิ่นอายจิตสังหารที่หนักหน่วง,การโจมตีของดาบราวกับว่าะเิพลังออกมาในทันที,ดวงตาที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิง,ฟันออกไปด้วยความดุร้ายไปยังฝ่ายตรงข้าม.
ฝ่ายตรงข้ามเองราวกับว่าััได้ถึงอันตรายและได้รวบรวมพลังทั้งหมดออกมาต้านทาน,ดาบและขวานเข้าปะทะกันเสียงดังสนั่น.
"เคล้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
เสียงโลหะถูกบดขยี้ไปในทันที,ขวานั์ถูกแยกออกเป็สองฝั่ง,ฝ่ายตรงข้ามของเขาที่ลอยกระเด็นออกไปตามขวานของเขาด้วยการโจมตีของจงซาน,จงซานที่เหินร่อนลงพื้น,ใบหน้าที่ดุดันโหดร้ายค่อยๆลดลง,ชายถือขวานระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ของเขานั้นดูเหมือนจะมีโลหิตซึมไหลออกมา.
ส่วนฝ่ายตรงข้ามที่พ่ายแพ้นั้น,าแที่เขาได้รับ,คงจะต้องใช้เวลาครึ่งเดือนในการรักษา.
จงที่หายใจอันหนักหน่วง,พร้อมกับทำให้พลังกลับมามั่นคง,ก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินกลับมา.
เมื่อเขาหันหน้ากลับมา,จงซานก็พบเขาเหล่าศิษย์ใหม่รุ่นเดียวกับเขา,ตอนนี้ถึงกับนิ่งงันแสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อเลยแม้แต่น้อย,จงซาน,ระดับสามเซียนเทียน? สามารถล้มระดับสี่เซียนเทียนได้อย่างงั้นรึ?
ส่วนอีกสองสนามการต่อสู้นั้น,ได้ตัดสินชัยชนะไปก่อนแล้ว,ผู้เชี่ยวชาญระดับสามเซียนเทียนอีกคนพ่ายแพ้ไปแล้วเช่นกัน,และผู้เชี่ยวชาญระดับสี่ก็แพ้ระดับสี่อีกคน.
เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น,เทียนหลิงเอ๋อที่แอบกล่าวออกมาเบาๆ,"ทำได้ดีมาก."
หนานป่าเทียนเองก็หัวเราะร่วนทว่าก็ไม่ได้กล่าวออกมา,เห็นได้อย่างชัดเจน,เขาก็ประหลาดใจเช่นกัน,อย่างไรก็ตามระดับสามเซียนเทียนและระดับสี่เซียนเทียนไม่ได้แตกต่างกันในความเห็นของเขา.
ส่วนคนอื่นๆเอง,แม้แต่ศิษย์ขั้นสองของสำนักไคหยางยังต้องขมวดคิ้วจ้องมองจงซาน,เผยสีหน้าไม่อยากเชื่ออยู่ด้วยเช่นกัน.
ประมุขและผู้นำขุนเขาทั้งสองที่มองหน้ากันและกัน,ดวงตาที่มีประกายแสงที่แปลกประหลาดปรากฏขึ้น,ประมุขเทียนเซียนจื่อ,ที่จริงเผยรอยยิ้มที่แปลกประหลาด,จ้องมองจงซาน,ดวงตาเปล่งประกายเบิกกว้างขึ้นมาทีเดียว.
คนที่พ่ายแพ้,แน่นอนว่าต้องกลับไปในกลุ่มของศิษย์ใหม่.
จงซานและอีกสองคนที่เดินออกมาด้านหน้าประมุข.
"ยอดเยี่ยม,เช่นนั้นพวกเ้าทั้งสามคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดของรุ่นนี้,เช่นนั้นก็รับมุกคงหลิงไป."เทียนซวินจื่อกล่าว.
หลังจากกล่าจบ,คนทั้งสามก็ได้รับแร่โปร่งใสไป,มีขนาดเท่ากับกำปั้นมือ,จงซานที่ได้รับมุกดังกล่าวมา,รู้สึกว่ามุกดังกล่าวนั้นค่อนข้างอ่อนนุ่มแทบไม่มีน้ำหนัก. นี่คือมุกคงหลิงอย่างงั้นรึ?
ไม่จำเป็ต้องเร่งรีบตรวจสอบในเวลานี้,จงซานที่เก็บมันเข้าไว้ในอกเสื้อ,ไว้กลับไปเขาค่อยตรวจสอบอย่างระเอียดก็ได้.
"เอาล่ะ,พวกเ้าที่ได้รับมุกคงหลิงเป็รางวับ,หลังจากนี้สิบห้าวัน,พวกเ้าทั้งสามให้เดินทางไปยังห้องโถงไคหยาง,ข้ามีภารกิจให้กับพวกเ้า."เทียนซวินจื่อกล่าว.
"ครับ,ท่านประมุข."จงซานที่ตอบกลับพร้อมกับคนทั้งสอง,พร้อมกับท่าทางสงสัยอยู่เช่นกัน.
"พวกเ้าแยกย้ายกันได้แล้ว,หรือใคร้าสามารถเดินทางไปเลือกวิชาใหม่เพื่อฝึกฝนก็ได้."เทียนซวินจื่อกล่าว.
"ครับ,ท่านประมุข."ศิษย์ทุกคนที่ตอบรับ
หลังจากนั้นเหล่าศิษย์ขั้นสองที่อยู่หลังท่านประมูขต่างก็ออกมาแนะแนวเหล่าศิษย์ใหม่ในการก้าวไปสู่ระดับแกนทอง.
"จงซาน,ยินดีด้วย!"หนานป่าเทียนที่เผยยิ้มออกมาให้หนานป่าเทียน,เทียนหลิงเอ๋อเองก็เผยรอยยิ้มขณะเดินเข้ามาหาจงซาน.
"อืม,ข้ากำลังจะไปดูเคล็ดวิชาใหม่,คืนนี้ค่อยเจอกันที่ติงสุ่ยเซียของข้าแล้วกัน,พวกเราค่อยพูดคุยกัน."จงซานกล่าวต่อทั้งสอง.
"ตกลง."ทั้งคู่พยักหน้าเห็นด้วย.
จงซานที่เร่งรีบเดินทางไปยังหอตำราในทันที.
เห็นจงซานจากไปแล้ว,ดวงตาของประมุขที่ขมวดไปมา,ภายในสายตาของเขาแสดงท่าทางสนใจจากนั้นเขาก็เหินจากไปพร้อมกับผู้นำขุนเขาทั้งสอง.
ภายในหอตำรานั้น,จงซานที่พบเคล็ดวิชาระดับเซียนเทียนเล่มหนึ่ง.
"วิชาเงาจู่โจม."
จงซานที่เห็นเคล็ดวิชาดังกล่าวนี้ก่อนหน้านี้แล้ว,ชัดเจนว่ามันเป็วิชาลอบโจมตี,จงซานคิดว่านี่คือวิชาลับ,ไม่ใช่สำหรับตัวเขาเอง,ทว่าสำหนับใครอีกคนต่างหาก.
หลังจากนั้นสองชั่วโมง.,ที่รัฐต้าคุน,ร่างแยกเงาของเขาก็ได้ทำการคัดลอกคัมภีร์ดังกล่าวโดยการส่งเคล็ดวิชาผ่านจงซานร่างหลัก,หลังจากนั้นเขาก็กลับไปที่พัก,ติงสุ่ยเซีย,ก่อนหน้านี้,ที่เขาไม่ได้คัดลอกวิชานั้นเป็เพราะว่าเขา้าที่จะรับประสบการในการท่องจำให้มั่นคง,ซึ่งการท่องจำนั้นจะทำให้พัฒนาความคิดของเขาได้ด้วย,การคัดลอกนั้นแม้ว่าจะดูแตกต่างกันเล็กน้อยในการทำความเข้าใจ,ทว่ารายระเอียดเล็กๆน้อยนั้นกับแตกต่างกับการคัดลอกอย่างสิ้นเชิง.
หลังจากที่กลับไปยังติงสุ่ยเซีย,เขาก็นั่งเพ่งพิศตรวจสอบมุกคงหลิงอย่างระเอียด.