2
ทะเลาะกับเอกซ์
“มึงจะหยุดจ้องเป้ากูได้ยังเนี่ยยย”
เอกซ์ลุกจากเก้าอี้แล้วสาวเท้ายาวๆ เข้ามาหาผมด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
ผมที่ตั้งตัวไม่ทันจึงเซถอยหลังด้วยความใ
“ระ เราไม่ได้จ้องซะหน่อย ตามันเห็นเอง!!”
ผมหลุบสายตาลง ไม่กล้าจ้องตาของมัน
“มะ มึงโกหก เมื่อกี้กูเห็นมึงจ้องตาเป็มัน อ้าปากค้างด้วย!!”
เอกซ์พูดตะกุกตะกัก หน้าก็แดงจนไม่รู้จะแดงยังไง นี่ถ้าผมเอาน้ำมาหยดลงบนศีรษะของมัน รับรองเลยว่าน้ำได้ระเหยกลายเป็ไอเพราะมันอายจนร้อนตัวไปหมดแล้วเนี่ย
“ยะ ยอมรับก็ได้ว่าจ้อง แต่เราไม่ได้ตั้งใจจ้องซะหน่อย ตามันเหลือบไปเห็นเองนี่นา”
ผมดันอกของเอกซ์ออกอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่เอกซ์ก็ไม่ยอมถอย แถมยังรวบมือของผมทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียว
“จะ จับมือเราทำไม”
“มึงตื่นเต้นที่ได้เห็นของกูเหรอวะ”
คำถามของเอกซ์ทำให้ผมไปต่อไม่ถูก
“มะ หมายความว่าไง”
“ก็มึงหน้าแดง เหงื่อก็แตก แถมยังพยายามหลบตากูอีก” เอกซ์จ้องหน้าผมอย่างจับพิรุธ และยิ่งมันสงสัย มันก็ยิ่งขยับหน้าเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ
กะ ใกล้เกินไปแล้ว!!
“ถะ ถอยออกไป!”
ผมใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักเอกซ์ออกไป แต่ด้วยเอกซ์จับมือผมไว้แน่น ในจังหวะที่เขาล้มลง ผมก็เลยถูกฉุดให้ล้มตามไปด้วย
อึก!!
ผมกระแทกเข้ากับร่างอันร้อนระอุที่เปลือยท่อนบนของเอกซ์อย่างจัง
แก้มของผมััได้ถึงแผงอกอันแข็งแกร่งของเอกซ์ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มวลหนาแน่นของกล้ามเนื้อ กลิ่นตัวที่เป็เอกลักษณ์ และเสียงหัวใจที่เต้นหนักหน่วงของเอกซ์ทำให้ผมได้แต่นอนตัวแข็งทื่ออยู่บนร่างเอกซ์เท่านั้น!
“กะ กูหนัก...”
เอกซ์สะกิดผมให้ลงจากร่างของเขา ผมที่เพิ่งจะได้สติ รีบผละออกด้วยความใ ไม่อยากจะเชื่อเลย ฉากเมื่อกี้นี้มันอะไรกัน โอยยย หัวใจผมเต้นแรงไปหมดแล้วเนี่ย!!
“...”
“...”
เราสองคนนั่งเงียบไม่มีใครกล้ามองหน้าใคร จนกระทั่งเอกซ์เป็คนเริ่มเปิดปากพูดขึ้นมาเพราะทนความอึดอัดไม่ไหว
“มะ มึงก็ผลักกูซะแรง”
“กะ ก็นายยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนั้น เราก็ใดิ”
“กูแค่จะพิสูจน์ไรบางอย่าง”
“พิสูจน์? พิสูจน์อะไร”
“ก็...ช่างเหอะ กูไม่ติดใจไรแล้ว”
ผมขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ มัน้าพิสูจน์อะไรของมันวะ
“บอกก่อนนะเว้ยว่ากูไม่ได้เป็เกย์ ถ้าคืนไหนมึงทำอะไรพิลึกๆ ขึ้นมา กูโยนมึงออกทางหน้าต่างแน่”เอกซ์ลูบแขนขึ้นลงเพื่อทำให้ขนแขนหยุดตั้ง
นะ นี่เหรอสิ่งที่มัน้าพิสูจน์ พิสูจน์ว่าผมเป็เกย์ด้วยการยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ เพื่อดูว่าผมจะใจเต้นกับหน้าหล่อๆ ของมันไหมเนี่ยนะ
ปัญญาอ่อน!!
ที่ผมหน้าแดงเหงื่อแตก เพราะผมไม่รู้จะรับมือกับคนที่ผมมีปมฝังใจด้วยยังไงต่างหาก!!
“ระ เราไม่ได้ชอบผู้ชายสักหน่อย!”
“เหรอ แต่เมื่อกี้หน้ามึงแสดงออกชัดเจนเลยนะ”
“เราไม่ได้เป็เกย์ และต่อให้เป็ เราก็ไม่มีทางชอบนายหรอก อย่าลงตัวเองไปหน่อยเลย!”
“โอ้โห...พูดเจ็บใช้ได้”
เอกซ์ยิ้มมุมปากแล้วเดินเข้ามาหาผมอย่างช้าๆ สายตาที่เขาจ้องมองผมมันเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แทบจะเผาผมให้กลายเป็ผุยผง
“นะ นายคิดจะทำอะไร”
ผมขยับถอยหนีไปทีละก้าวสองก้าว แต่ไม่ว่าจะถอยหนียังไง เอกซ์ก็ยังรุกคืบเข้ามาเรื่อยๆ จนในที่สุดแผ่นหลังของผมก็ติดกับผนัง
ปัก
เอกซ์ใช้มือทั้งสองข้างยันผนังไม่ให้ผมขยับตัวหนีไปไหน เขาใช้สายตาคู่นั้นจ้องมองผมอย่างกับจะกินเืกินเนื้อผมเสียให้เกลี้ยง
“ไหนเมื่อกี้มึงว่าไงนะ ลองพูดใหม่ซิ”
ให้ตายเหอะ นี่เอกซ์คิดจะยั่วประสาทผมใช่ไหม คิดว่าการที่เขารุกหนักใส่ผมแบบนี้จะทำให้ผมใจเต้นแล้วสาวแตก คุมสติไม่อยู่จนจับเขากินหรือไง ผมบอกแล้วว่าผมเป็ผู้ชาย ผู้ชายที่ชอบผู้หญิง แผนการบ้าๆ นี่ใช้กับผมไม่ได้ผลหรอก!!
“ถอยออกไป”
“ไม่ถอย จะทำไม”
ไม่ว่าเปล่า เอกซ์ขยับเข้ามาใกล้ ใกล้ชนิดที่ว่าลำคอของผมััได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจของเขา!
“เอกซ์ เราไม่ตลกนะ!!”
“กูก็ไม่คิดจะเล่นตลกกับมึงอยู่แล้ว”
เอกซ์ยิ้มมุมปากก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นเรื่อยๆ
“อะ เอกซ์!!”
ใจของผมเริ่มเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เืสูบฉีดไปทั่วร่างจนทำให้ตอนนี้ตัวผมร้อนไปหมด!!
“ถ้าไม่ได้เป็เกย์ แล้วจะใจเต้นแรงทำไม”
เอกซ์วางฝ่ามือลงบนอกข้างซ้ายของผม ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
“พอใจแล้วใช่ไหม”
ผมจ้องตาเขาอย่างเอาเป็เอาตาย เขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลย อยากเอาชนะกับทุกสิ่ง ชอบไล่บี้คนอื่น ชอบเห็นคนอื่นดิ้นรนอยู่ในฝ่ามือตัวเอง!!
“ทุเรศ!!”
ปัก!!
“โอ๊ยยยยยยยย!!”
เอกซ์ลงไปนอนกุมเป้าอย่างเ็ป ส่วนผมก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้น เรี่ยวแรงของผมหายไปหมด มันหายไปพร้อมๆ กับความจริงที่ผมได้รับรู้
เอกซ์โตขึ้นแค่ร่างกาย แต่นิสัยยังเหมือนเดิม!!
“มึงเตะผ่าหมากกูทำไมเนี่ย!!”
“อย่าเข้ามาใกล้เราอีก...”
“มึงว่าไงนะ!!”
“อย่าคิดที่จะเข้าใกล้เราอีก!!”
ผมจ้องมองเอกซ์อย่างโมโห เขาก็แค่คนที่ชอบเอาชนะ คนที่เห็นความรู้สึกของคนอื่นเป็เพียงของเล่น คนที่สามารถฆ่าคนอื่นได้เพียงแค่เขาได้สนุก!!
“เหอะ! คิดว่ากูจะทำตามคำสั่งมึงหรือไง กูจะเอาคืนมึงให้ดู!!” เอกซ์ตั้งท่าจะลุกขึ้นมา แต่เพราะยังจุกเสียดอยู่จึงทำได้สูงสุดแค่คุกเข่าร้องโอดโอย
“เวลาไม่ทำให้มึงเปลี่ยนสันดานได้จริงๆ” ผมลุกขึ้น จ้องมองมันอย่างสมเพช“นับจากนี้ อย่าหวังเลยว่ากูจะญาติดีกับมึง!!”
“เกิดอะไรขึ้นลูก!!” ยายแก้วเปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าแตกตื่น ท่านคงได้ยินเสียงทะเลาะของพวกเรา ด้านหลังของท่านมียายของผมแสดงสีหน้าตื่นใไม่แพ้กัน “ตายแล้ว เอกซ์เป็อะไรมากไหมลูก!” ยายแก้วรีบเข้าไปดูอาการของหลานตัวเองที่ตอนนี้เริ่มหน้าเขียว ส่วนยายของผมก็เข้ามาตรวจดูสภาพผมอย่างเป็ห่วง
“ไม่าเ็ตรงไหนใช่ไหม” ยายถามผม
“ครับ ผมไม่เป็ไร แต่ผมไม่ขอนอนห้องเดียวกับมันแล้วนะ”
รอบนี้ผมไม่ได้ขอร้อง แต่ผมพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
ยายมองหน้าผมแล้วรับรู้ได้ว่าผมเอาจริง ท่านเลยหันไปมองเพื่อนสนิทเพื่อขอความคิดเห็น ซึ่งยายแก้วก็ส่ายหน้าไม่สามารถช่วยอะไรได้
“ไม่มีห้องเหลือแล้วจ้ะ ยังไงวันนี้ลูกทั้งสองคนก็ตกลงกันดีๆ ยายอยากให้ลูกทั้งสองสนิทกันมากกว่าจะมานั่งทะเลาะกันแบบนี้นะ”
ยายแก้วแสดงความลำบากใจจนใบหน้าเหี่ยวย่นของท่านยับยู่ยี่ราวกับท่านจะร้องไห้ ผมรู้ได้ในทันทีว่าท่านเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เอกซ์ที่เห็นยายตัวเองกำลังจะร้องไห้ก็รีบยันตัวขึ้นมากอดท่านทั้งๆ ที่มันยังจุกอยู่
“ยาย ไม่ร้องนะครับ ผมขอโทษ...”
เอกซ์กอดยายราวกับนั่นคือสิ่งที่มันหวงแหนที่สุด ยายแก้วพอถูกหลานปลอบก็เหมือนไปจี้บ่อน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้จนทำให้ท่านไม่อาจรั้งน้ำตาไว้ได้ ท่านรีบปาดน้ำตาออกแล้วพยักหน้ายกโทษให้กับสิ่งที่หลานทำลงไป
“ยายให้อภัย แต่เอกซ์ห้ามทะเลาะกับวายแบบนี้อีกนะ ยายไม่อยากให้พวกหลานทำร้ายกันอีก”
“ครับ”
เอกซ์รับคำอย่างเด็ดเดี่ยว เอกซ์คงรักยายมากถึงสามารถตอบรับคำของท่านด้วยใบหน้าจริงจังแบบนั้นได้ ส่วนผมที่ยืนมองอยู่นั้นก็รู้สึกตัวว่าตนก็มีส่วนผิดจึงก้มกราบยายแก้วเพื่อขอโทษเช่นกัน
“ผมมาวันแรก แต่กลับสร้างปัญหาให้ ผมขอโทษจริงๆ ครับ”
ยายแก้วหันมามองผมด้วยความตื้นตันใจ ท่านลูบศีรษะผมอย่างอ่อนโยนพลางตอบรับคำขอโทษของผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด
“ยายยกโทษให้...ยายเข้าใจ ผู้ชายสองคนอยู่ห้องเดียวกันก็เหมือนเสือ อาจจะมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ในเมื่อทั้งคู่ขอโทษยายแล้ว ยายก็จะยกโทษให้ แต่จะมาขอโทษยายคนเดียวคงจะไม่เหมาะ เราทั้งคู่ควรจะขอโทษกันและกันด้วย”
ผมกับเอกซ์มองหน้ากัน
“...”
“...”
ยังไม่มีใครเริ่มขอโทษใครก่อน
ยายแก้วกับยายของผมเห็นว่าควรปล่อยให้ผมสองคนเคลียร์กันเองจึงขอตัวออกจากห้องไป
หลังจากยายปล่อยให้พวกผมอยู่กันตามลำพัง ผมกับเอกซ์ก็นั่งขัดสมาธิไม่คิดจะมองหน้ากัน เราสองคนพยายามไม่สบตากัน ต่างฝ่ายต่างรอว่าใครจะเปิดประเด็นก่อน ซึ่งต่างคนก็ต่างไม่กล้า ผลสุดท้ายผมจึงไม่มีทางเลือกเพราะบรรยากาศมันชักจะอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ ผมตัดสินใจปริปากพูดก่อนเป็คนแรก
“ขอโทษ”
ผมหันหน้าหนีเพราะไม่อยากเห็นว่ามันจะทำสีหน้ายังไง ผมกลัวว่าถ้าหันไปเห็นมันยิ้มเยาะเย้ย ผมคงของขึ้นชกหน้ามันเข้าให้
“เออ...กูก็ขอโทษ”
ฟังแล้วเหมือนมันก็กระดากปากจะพูดอยู่เหมือนกัน ผมหันหน้าไปมองเอกซ์ก็เห็นว่ามันกำลังเบือนหน้าหนีผมอยู่
ผมถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เราสองคนกลับสู่สภาวะเงียบอีกครั้ง
ผมจนปัญญาจริงๆ ไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อไปดี ถ้าคุยกันมากกว่านี้แล้วเกิดทะเลาะกันขึ้นมาอีกจะแย่ ผมเลยตัดสินใจลุกขึ้นไปจัดข้าวของของตัวเองเป็การตัดบทเสียเลย
“มึงเจ็บมากไหม”
ผมที่กำลังเปิดกระเป๋าเดินทางหยุดชะงักลงด้วยความงุนงง อะไรทำให้มันถามด้วยความเป็ห่วง ผมพยายามคิดในแง่ดีว่ามันถามไปเพื่อสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ผมเลยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เป็ธรรมชาติ
“ก็นิดหน่อย แต่มึงเจ็บหนักกว่ากูอีก กูขอโทษ...”
“อือ...อันที่จริงที่กูก็เป็คนผิดแหละ ดันไปทำแบบนั้นกับมึง”
เอกซ์เงยหน้าขึ้นมาสบตาผมด้วยความรู้สึกผิด
“อือ กูไม่ติดใจไรแล้ว มึงไปเล่นเกมต่อเถอะ กูจะจัดของละ”
“เดี๋ยวดิ”
ผมกำลังจะหันกลับไปทำงานต่อ แต่ถูกเอกซ์เรียกไว้
เอกซ์ชันเข่าขึ้นจนขากางเกงบ็อกเซอร์ร่นลงอีกครั้ง ผมเบือนสายตาหนีเพราะกลัวจะเห็นของลับของมันอีก มันเดินเข้ามาหาผมแล้วยื่นมือมาจะให้ผมจับเป็การคืนดีกันอย่างสมบูรณ์
ผมมองมือของเอกซ์ที่ใหญ่กว่ามือของผมเป็สองเท่าแล้วเงยหน้ามองมันอย่างเข้าใจ จากนั้นผมก็ยื่นมือไปจับมือมันอย่างช้าๆ ความหยาบกระด้างเหมือนกระดาษทรายกับความร้อนที่ฝ่ามือของเอกซ์ทำให้ผมใเล็กน้อย
“!!”
จู่ๆ ภาพในอดีตอันน่าขมขื่นก็แล่นเข้ามาในหัวอีกครั้ง
‘ฮ่าๆ กูจะเอามึงทำเมียให้ดู!’
‘เอกซ์ปล่อย กะ กูหายใจไม่ออกแล้ว แค่กๆ’
‘ฮ่าๆ ต๊าบๆ’
ฝุบ!!
ผมรีบดึงมือกลับด้วยความใ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าจนรู้สึก
วูบวาบไปหมด
“มึงยังไม่ยกโทษให้กูเหรอ”
เอกซ์มองหน้าผมด้วยความเสียใจ
“คะ คือ...เราใที่มือนายสากน่ะ” ผมรีบแก้ตัวไปด้วยความลนลาน
“อ่ะ อ๋อ” เอกซ์เกาท้ายทอยแล้วพูดต่อ “กูเรียนก่อสร้างน่ะ จับดินจับปูนบ่อยๆ ่นี้การบ้านก็เยอะ”
“มึงเรียนเทคนิคเหรอ”
“เออ...ส่วนมึงก็เรียนสายสามัญอ่ะดิ มือนุ่มเชียว”
มันแซวผมนิดหน่อยก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังโต๊ะคอมเพื่อเล่นเกมต่อ
‘มือนุ่มเชียว’
คำคำนี้วนเวียนอยู่ในหัวผมนับครั้งไม่ถ้วน
ทำไมวะ
ทำไมผมถึงรู้สึกดีใจ
ทำไมหัวใจถึงได้พองโตแบบนี้!