“สมุนไพรหายาก สำหรับรักษาโรคทางนี้จ้า”“น้องชาย!...สนใจดาบดีๆไหม? ดาบนี่ตีจากเหล็กคุณภาพจากเผ่าทางเหนือเลยนะ”“น้องชายหน้าเจ้าดำคล้ำ เหมือนมีโชคร้าย ดูดวงหน่อยไหม?” เสียงเจื้อยแจ้ววุ่นวาย พร้อมผู้คนพลุกพล่าน ขนาบด้วยแผงการค้าเต็มสองข้างทาง เมื่อมองไกลออกไปก็เห็นเด็กชายสองคนและเด็กสาวหนึ่งคนเดินดูอยู่อย่างสนใจ ราวกับที่นี่เป็นของแปลกสำหรับพวกเขา “แหม! ถ้าเจ้าไม่ห้ามข้านะ ข้าจะจัดการเจ้าหมอดูนั่นซะหน่อย มาทักว่าข้าหน้าดำได้อย่างไร คนอย่างข้า ทั้งขาว ทั้งหล่อ ดูมีราศีจะตาย ” เด็กชายร่างอ้วนคุยโอ่ “เจ้าก็ใจเย็นๆ มาถึงไม่ทันไรก็จะก่อเรื่องซะแล้ว” เด็กสาวหน้าตาหน้ารัก กล่าวตอบ ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน เด็กชายร่างสูงโปร่ง ผมยาว ผิวขาวละเอียด หน้าตาหล่อเหลาที่เดินอยู่ด้านหลังไม่ได้พูดคุยด้วย เอาแต่จ้องมองสินค้าและบรรยากาศคึกคักอย่างตื่นเต้น ทั้งสามคนก็คือ อู๋ต้า มู่ปิงและเจิ้นเทียน ขบวนการค้าของบ้านอู๋ต้านั้น เดินทางมาถึงที่ตลาดหุบเขาเลือด ตั้งแต่เมื่อวาน อู๋เหลียงพ่อของอู๋ต้าจึงหาโรงเตี๊ยมเล็กๆ พักอยู่ตั้งแต่เมื่อคืน พวกเขาเดินทางมาถึงก่อนที่ตลาดจะเปิดในอีกสามวันข้างหน้า แม้ตลาดยังไม่ถึงเวลาเปิดอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ที่มาก่อนก็เริ่มค้าขายจนบรรยากาศคึกคัก ไม่แพ้วันเปิดงาน
หุบเขาเลือดเป็นชนเผ่าขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวาง เฉพาะสมาชิกเผ่าก็มีมากกว่าหมื่นคน พื้นที่ในเผ่าจึงเหมือนเมืองขนาดย่อมเมืองหนึ่ง ในชนเผ่าหุบเขาเลือดจะใส่ชุดสีแดงทั้งชายและหญิง ชนเผ่านี้มีจุดเด่นของเผ่าก็คือเรื่องของวัฒนธรรมและการแสดง จึงเป็นสถานที่ๆเหมาะในการทำการค้า ส่วนของขึ้นชื่อของชนเผ่านี้ก็คือ อาวุธที่ทำจากเหล็กสีแดงที่แข็งแกร่งกว่าเหล็กทั่วไป เรียกว่าเหล็กโลหิต เช้านี้อู๋เหลียงออกไปติดต่อหาร้านที่คุ้นเคย เพื่อแลกเปลี่ยนและขายสินค้า จึงให้เด็กทั้งสามออกมาเดินเล่นในตลาด เมื่อเจิ้นเทียนเห็นสินค้าและความคึกคักของผู้คนก็รู้สึกตื่นเต้น หลายครั้งที่เขาเห็นสินค้าบางอย่างที่น่าสนใจและอยากซื้อไปฝากท่านปู่ จึงเดินไปถามราคา แต่ก็ต้องคอตกกลับมาทุกครั้ง “ท่านลุงเสื้อสินค้าชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่?” เจิ้นเทียนเข้าไปถามสินค้าอย่างสนใจ “เสื้อตัวนี้....ทำจากผ้าไหมอย่างดี ราคายี่สิบเหรียญเงิน”“รองเท้านี้...ตัดเย็บจากหนังม้าราคาสิบเหรียญเงิน”“กล้องยาสูบนี้....ทำจากไม้ที่หายาก ราคาห้าเหรียญเงิน” ของส่วนใหญ่ในตลาดแห่งนี้ มักจะเริ่มจากหนึ่งเหรียญเงินทั้งนั้น ส่วนเหรียญทองแดงที่เจิ้นเทียนเคยได้จากการที่ไปเผ่าภูผานั้น แทบจะซื้ออะไรไม่ได้เลย นี่เป็นครั้งแรกที่เจิ้นเทียนรู้สึกว่า...เขาจนมากจริงๆ
“นอกจากความแข็งแกร่งและอำนาจ ข้าคงต้องมีเงินมากๆอีกด้วย” เจิ้นเทียนคิดในใจถึงสัจธรรมบางอย่างที่เขารู้สึก เขารู้สึกว่าโลกใบนี้ ยังมีอะไรอีกมากมายที่ยังไม่ได้เรียนรู้ นอกจากนี้เขายังรู้สึกอีกว่า...เผ่าของเขานั้นเล็กและยากจนเช่นกัน อู๋ต้าและมู่ปิง เดินนำอยู่ด้านหน้า พลางเข้าไปดูสินค้าอย่างสนุกสนาน ไม่นานอู๋ต้าก็เห็นเจิ้นเทียนเดินคอตก จึงเข้าไปถาม “เด็กน้อยเจิ้นเทียนเจ้าเป็นอะไรไป?” อู๋ต้าถามอย่างสงสัย “อู๋ต้า..ข้าไม่เป็นไร แค่ข้ารู้สึกว่าข้าจนเหลือเกิน แค่อยากจะซื้อของไปฝากท่านปู่ข้ายังไม่สามารถซื้อได้เลย” เจิ้นเทียนทำหน้าเศร้า “เจิ้นเทียนเจ้าอย่าคิดมาก ข้าเองถึงแม้เตรียมเงินมา ก็รู้สึกไม่ต่างจากเจ้าเช่นกัน” มู่ปิงปลอบเจิ้นเทียน พลางรู้สึกเศร้าด้วยเช่นกัน “พวกเจ้านี่มันเด็กน้อยจริงๆ ท่านพ่อเคยบอกว่าทุกที่ในโลกนี้ ขอเพียงมีคน...ก็สามารถหาเงินได้ ถ้าพวกเจ้าอยากได้เงิน เดี๋ยวข้าจะสอนวิธีหาเงินให้ ” อู๋ต้าพูดอย่างมั่นใจ ส่วนมู่ปิงและเจิ้นเทียนมองที่อู๋ต้าจนตาค้าง อย่างไม่ค่อยเชื่อในคำพูด “พวกเจ้าสองคน รอข้าที่นี่ก่อนเดี๋ยวข้ามา ” พูดจบอู๋ต้าก็เดินหายไปในตลาด สองชั่วยามผ่านไป ท่ามกลางความร้อนใจของมู่ปิงและเจิ้นเทียน อู๋ต้าก็เดินกลับมาด้วยสีหน้ามั่นใจ “เจ้าหายไปไหนมา พวกเรารอเจ้านานมาก” มู่ปิงถามด้วยอาการหน้ามุ่ย “.ใจเย็นๆ เด็กน้อย ถ้าเจ้าอยากจะหาเงินในที่แห่งนี้ อันดับแรกเจ้าต้องสำรวจตลาดก่อน ว่าสิ่งใดที่คนต้องการและสิ่งใดที่เจ้าทำได้” อู๋ต้าพูดอย่างมีหลักการ มู่ปิงและเจิ้นเทียน อ้าปากค้าง แม้ไม่รู้ว่าที่อู๋ต้าพูดหมายถึงอะไร แต่มันดูดีและน่าเชื่อถือมาก “แล้วเจ้าไปสำรวจตลาดมาได้ความว่าอย่างไรบ้าง?” เจิ้นเทียนถามต่ออย่างสงสัย “ข้าได้สอบถามร้านค้าประมาณสองร้อยร้านค้า และเดินตลาดเพื่อดูสินค้าและราคาที่เหมาะสม บอกได้คำเดียวว่านี่คือโอกาสหาเงินของพวกเรา” อู๋ต้าพูดอย่างมีหลักการอีกครั้งหนึ่ง ไม่รู้ว่าอู๋ต้ามีพรสวรรค์เรื่องการค้าหรือเพราะอู๋เหลียงพ่อของเขาพูดเรื่องการค้าให้เขาฟังตั้งแต่เด็กๆ อู๋ต้าจึงสามารถพูดและวิเคราะห์การค้าได้ดี ไม่แพ้พ่อค้ามืออาชีพ มู่ปิงและเจิ้นเทียนขมวดคิ้ว และสงสัยว่าอู๋ต้าจะหาเงินได้อย่างไร ยังไม่ทันได้พูดอะไร อู๋ต้าก็ชิงพูดออกมาก่อน “วันพรุ่งนี้....เราจะเปิดแผงการค้ากัน” มู่ปิงและเจิ้นเทียนทั้งตาค้างและอ้าปากค้างทันที ที่ได้ยิน....................................................