ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 108 รีบปล่อยมือข้าสิ


              หลี่ลั่วมองรอยยิ้มมุมปากของเขา ยังคงไม่เข้าใจความหมายอยู่ดีกู้จวิ้นเฉิน...ยิ้มเสียแล้ว

              “อนุญาตให้เจ้าม๊วบบบ” กู้จวิ้นเฉินกล่าว น้ำเสียงนั้นค่อนข้างเบา หน้าเขาเองก็แดงด้วยเช่นกัน

              หา? หลี่ลั่วกะพริบตาปริบๆ จากนั้นโอบรอบลำคอกู้จวิ้นเฉินด้วยความลิงโลดแล้วจุมพิตลงไปบนแก้มของเขาฟอดหนึ่งคนผู้นี้...ช่างน่ารักยิ่งนัก

              “เช็ดน้ำลายให้แห้งด้วย” กู้จวิ้นเฉินรังเกียจนิดๆ และงอนหน่อยๆพลางเช็ดหน้าของตน

              ที่จริงแล้ว เขาเพียงแต่ต้องการกลบเกลื่อนความขัดเขินของตนเองก็เท่านั้น

              หลี่ลั่วยิ้มร่า เอนกายลงในอ้อมกอดของกู้จวิ้นเฉินกู้จวิ้นเฉินหลุบตาลงมองเขา มีรอยยิ้มแฝงอยู่ในแววตาหลุบต่ำคู่นั้นมือที่โอบกอดหลี่ลั่วไว้ค่อยๆ กระชับแน่นขึ้น

              ลูกค้าของหอชมจันทร์เข้าๆ ออกๆ ทั้งวัน เมื่อมาถึงหน้าประตูของหอชมจันทร์ จวิ้นอีและหลี่ฉางเฉิงลงจากรถม้าก่อนจากนั้นจึงนำแท่นเหยียบออกมาวางไว้ ประตูรถม้าถูกเปิดออก กู้จวิ้นเฉินเดินลงมาก่อนจากนั้นจึงอุ้มหลี่ลั่วลงจากรถม้า

              หลี่ลั่วมีสีหน้าเคร่งขรึม ถูกอุ้มต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้...ไม่เหมาะกับภาพลักษณ์ของเขาเอาเสียเลย

              “เชิญทั้งสองท่านด้านในขอรับ ไม่ทราบว่าต้องการที่นั่งแบบไหนดีขอรับ?”เสี่ยวเอ้อร์ถาม

              “ห้องพิเศษ ชั้นห้า ตัวอักษรเทียน” กู้จวิ้นเฉินกล่าว “แจ้งชื่อในนามท่านชายสาม”องค์ชายสามเป็นแขกประจำของที่นี่ ห้องพิเศษนี้เป็นห้องที่เขาเหมาเช่ามาเป็นเวลานาน

              “เช่นนั้นท่านคือ?” เสี่ยวเอ้อร์ถามอย่างระมัดระวัง

              “โอ๊ะ ท่านนี้มิใช่นายท่านสี่หรอกหรือ?” หัวหน้าของหอชมจันทร์เดินเข้ามา“เชิญนายท่านสี่ด้านในขอรับ วันนี้นายท่านสามไม่ได้มาด้วยหรือขอรับ?”

              “คาดว่าพี่สามคงจะอยู่ที่หอสดับหิมะ” กู้จวิ้นเฉินกล่าว “อีกสักครู่ยกของว่างขึ้นโต๊ะก่อนเถิด”

              “ได้เลยขอรับ”

             ในยุคสมัยโบราณอาคารที่สูงถึงห้าชั้นนั้นมีไม่มาก นอกจากจะเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงและหากต้องการจะสร้างไว้ในเมืองหลวงนั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานคนวัสดุ และเงินทองล้วนขาดไปไม่ได้สักอย่าง หลี่ลั่วมาถึงระเบียงด้วยความประหลาดใจ “ที่นี่ก็มีกล้องส่องทางไกลด้วยหรือ?”คิดไม่ถึงเลยว่าในยุคสมัยโบราณจะมีกล้องส่องทางไกลด้วย

              “ชอบเจ้าสิ่งนี้หรือ?” กู้จวิ้นเฉินเดินตามออกมา

              ทิวทัศน์ด้านนอกของห้องพิเศษนั้นงดงามยิ่งนัก สายลมพัดผ่าน เย็นสบายเป็นอย่างยิ่ง

              “ชอบขอรับ” หลี่ลั่วตอบ ที่จริงแล้วเขาไม่ได้ชอบ ในยุคสมัยปัจจุบันไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่อันใดแต่เมื่ออยู่ในยุคสมัยโบราณนั้นเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ยิ่งนัก“ข้างนอกมีขายเจ้าสิ่งนี้หรือไม่ขอรับ?”

              “ไม่มี” กู้จวิ้นเฉินตอบ “ของพวกนี้เป็นเหล่าพ่อค้าที่เดินทางผ่านต่างประเทศนำมาหาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง”

              “เจ้าของหอชมจันทร์ต้องเป็นคนเก่งกาจมากๆ เป็นแน่อาคารแห่งนี้ในพื้นที่เช่นนี้มีมูลค่าสูงยิ่งนัก” หลี่ลั่วกล่าว

              “เจ้ากลับให้ความสนใจกับเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้”กู้จวิ้นเฉินไม่ให้ความสนใจกับเรื่องของผู้อื่น กับสิ่งเหล่านี้เขาจึงไม่สนใจ

              หลี่ลั่วทำปากคว่ำ หากมีคนสามารถพูดคุยกับฉีอ๋องได้จึงจะเป็นเรื่องประหลาดน่ะสิแต่วิวทิวทัศน์ที่มองจากระเบียงนี้ดียิ่งนัก สามารถมองเมืองหลวงได้ถึงครึ่งหนึ่งโดยเฉพาะวังหลวงที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามอยู่ที่นั่นน่าเกรงขามและเคร่งขรึมยิ่ง

              “โหวเหฺยขอรับ” เสียงของหลี่ฉางเฉิงดังขึ้น ขอเข้าพบอยู่หน้าประตู

              “เข้ามาได้” หลี่ลั่วหันกลับไปเห็นข้างกายของหลี่ฉางเฉิงมีองครักษ์ผู้หนึ่ง นั่นไม่ใช่องครักษ์ที่เขาสั่งให้ไปสะกดรอยตามขันทีของกรมวังหรอกหรือ?ไฉนถึงได้มาที่นี่? “เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”

              “คารวะโหวเหฺย” องครักษ์คำนับตามธรรมเนียมจากนั้นจึงมองกู้จวิ้นเฉินแวบหนึ่ง

              “ไม่เป็นไร พูดได้เลย”

              “ขอรับ บ่าวปฏิบัติตามคำสั่งให้สะกดรอยตามคนของคฤหาสน์จนมาถึงในเมืองขอรับจากนั้นเห็นพวกเขาเข้าไปในเรือนสองห้อง ต่อมาได้ตามพวกเขามาถึงหอชมจันทร์บ่าวมาถึงก่อนโหวเหฺย เห็นโหวเหฺยแล้วจึงรีบมารายงานตัวขอรับ” ตอนนี้ยังมีองครักษ์อีกคนหนึ่งสะกดรอยตามอยู่

              “ไปเรือนสองห้องหรือ?” หลี่ลั่วตกตะลึง“เรือนแห่งนั้นอยู่ที่ใดกัน?”

              “บ่าวจำสถานที่ได้ขอรับ อยู่ถนนเหนือตรอกตะวันออก เลขที่หนึ่งแปดศูนย์ขอรับ”

              ถนนในเมืองหลวงแบ่งเป็นสี่สายใหญ่ๆ คือ ตะวันออก ใต้ ตะวันตก และเหนือ ถนนทุกสายยื่นออกไปทั้งสี่ทิศถนนเหนือตรอกตะวันออกตำแหน่งนี้เป็นที่อยู่ของชาวบ้านธรรมดาสามัญคนของกรมวังไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับชาวบ้านธรรมดาสามัญได้อย่างไรกัน?

              “จวิ้นอี” กู้จวิ้นเฉยเอ่ยปากขึ้น “ไปตรวจสอบดูเรือนเลขที่หนึ่งแปดศูนย์ถนนเหนือตรอกตะวันออก ว่าอยู่ที่ใดกัน?”

              “พ่ะย่ะค่ะ” จวิ้นอีรับคำสั่งแล้วหันกายไปสั่งการกับหนึ่งในห้าองครักษ์ ‘อั้นสุ่ย’ไปทำการตรวจสอบ

              “เจ้าออกไปเถิด ตามดูต่อไป” หลี่ลั่วกล่าว

              “ขอรับ”

              หลังจากที่องครักษ์ออกไป กู้จวิ้นเฉินมองไปที่หลี่ลั่ว“เจ้ากำลังทำอันใดอีก?” ไม่อยู่ในสายตาเพียงครู่เดียวก็วางใจไม่ลงเสียแล้ว

              “เรื่องที่นาพระราชทานขอรับ” หลี่ลั่วกล่าว “เมื่อวานข้าไปที่นาพระราชทานเพื่อไปแจ้งแก่ขันทีที่ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบที่นาพระราชทานต่อไปที่นาพระราชทานของจวนโหวไม่ต้องการให้พวกเขาดูแลรับผิดชอบอีกแล้วจวนโหวและกรมวังยังมีบัญชีของข้าวในฤดูใบไม้ร่วงที่ยังไม่ได้ชำระด้วยเหตุที่ข้าวในฤดูใบไม้ร่วงนั้นต้องรอจนถึงเดือนเก้าจึงจะเก็บเกี่ยวดังนั้นข้าคิดว่าควรจะชำระเงินค่าแรงก่อนหน้านี้ให้เรียบร้อยเสียก่อนเรื่องการเก็บเกี่ยวข้าจะจัดการเองอวี๋กงกงของกรมวังบอกว่าแจ้งหัวหน้าคนงานเพื่อชำระบัญชีต้องใช้เวลา นัดไว้เป็นวันพรุ่งนี้ขอรับ”

              “ดังนั้นก่อนที่เจ้าจะออกมาเจ้าจึงสั่งให้องครักษ์สะกดรอยตามพวกเขาใช่หรือไม่?”กู้จวิ้นเฉินเพียงคิดก็คิดออก

              “ขอรับ ข้ารู้สึกว่าผิดปกติยิ่งนัก เงินที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายของข้าวสารในเดือนห้าได้กำไรมาเพียงสองร้อยตำลึงเมื่อวานยามที่ข้าไปถึงนั้นยังมีหัวหน้าคนงานอีกสามคนมาทวงเงินอีกอวี๋กงกงบอกว่าผู้ค้าขายยังไม่ได้ชำระเงินให้กับเขา ดังนั้นเขาจึงยังไม่ได้จ่ายเงินค่าแรงให้กับหัวหน้าคนงานแต่ข้าบอกว่า...” หลี่ลั่วหน้าแดงนิดหน่อย “หลังจากข้าบอกว่าข้าเป็นว่าที่ภรรยาของท่านเขาจึงออกไปข้างนอกครู่หนึ่ง ยามที่กลับเข้ามาอีกทีกลับแจ้งว่าขันทีปอบอกว่าผู้ค้าข้าวเอาเงินมาชำระแล้วด้วยว่าขันทีปองานยุ่งเกินไปจึงลืมไป”

              “หัวหน้าขันทีปอหรือ?” กู้จวิ้นเฉินใคร่ครวญ“ข้าจำได้ว่าหกปีก่อนในวังหลวงมีขันทีแซ่ปออยู่คนหนึ่งด้วยเหตุที่สกุลนี้พิเศษนักจึงยังจำได้ ในปีนั้นคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นฤดูหนาวดูเหมือนเขาจะทำความผิดจนโดนให้คุกเข่าอยู่บนพื้นหิมะ”

              แต่ว่า กู้จวิ้นเฉินหรี่ตา “ตำแหน่งว่าที่พระชายาฉีอ๋องเจ้าใช้ได้อย่างคล่องมือนัก”

              หลี่ลั่วยิ้มอย่างภาคภูมิใจนัก “นี่มิใช่ด้วยชื่อของท่านพี่อ๋องฉีใช้ได้ดีนักหรอกหรือ...เมื่ออวี๋กงกงจากไปนั้นข้าได้ถามหัวหน้าคนงานแล้ว พวกเขาพูดแล้วก็หยุดนิ่งไปข้าสงสัยว่าเงินเดือนที่อวี๋กงกงให้พวกเขากับเงินเดือนในสมุดบัญชีมีข้อแตกต่างถ้าหากว่าพรุ่งนี้ข้าต้องการจ่ายเงินเดือนหัวหน้าคนงานด้วยตนเองหากว่าเงินเดือนนั้นมีปัญหาจริงๆ แล้วละก็อวี๋กงกงจะต้องคุยกับหัวหน้าคนงานให้เรียบร้อย”

              “หัวหน้าคนงานเหล่านี้อาศัยทำงานอยู่ในที่นาพระราชทานขันทีเหล่านั้นของกรมวังเปรียบเสมือนนายจ้างของพวกเขา พวกเขาไม่กล้าล่วงเกินหรอก”กู้จวิ้นเฉินพูดอย่างมั่นใจ และหลี่ลั่วเป็นเพียงเด็กน้อยอายุห้าขวบเพียงคนหนึ่งต่อให้ฉลาดกว่านี้ หัวหน้าคนงานย่อมไม่ยืนอยู่ข้างเขา “เช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าคิดว่าจะทำเช่นใด?จะเอาเงินที่เหล่าขันทีกลืนลงไปคายออกมาหรือไม่?” หากทำเช่นนี้ เกรงว่าปัญหาจะบานปลายออกไปอีก

              หลี่ลั่วยังไม่ทันได้ตอบอาหารก็มาเสียก่อน ที่ถูกยกขึ้นมาก่อนคือแกงจืดหัวปลาเต้าหู้เพื่อเป็นการอุ่นกระเพาะหลี่ลั่วรีบหยิบช้อนเตรียมจะดื่มน้ำแกง ทว่ามือกลับถูกกู้จวิ้นเฉินขวางเอาไว้“อย่าใจร้อน น้ำแกงร้อน”

              หลี่ลั่ววางช้อนลง มองกู้จวิ้นเฉินด้วยสีหน้าน่าสงสาร

              “มือเจ้าสั้นเกินไป ทั้งยังเล็ก มาข้าทำให้” ทั้งๆ ที่อยากจะเอ่ยวาจารังเกียจแต่กลับเปลี่ยนเป็นวาจาเอาใจใส่ กู้จวิ้นเฉินตักแกงจืดหัวปลาเต้าหู้ลงในถ้วยใบเล็กจากนั้นเป่าให้ แล้วจึงมาวางเบื้องหน้าหลี่ลั่ว จึงพบว่าดวงตาของหลี่ลั่วมองมาที่ตนและกะพริบตาปริบๆกู้จวิ้นเฉินอ้าปากอยากจะกล่าวอันใดสักหน่อย สุดท้ายจึงกล่าวว่า“กินข้าวกับเจ้าช่างยุ่งยากนัก ไม่ว่าสิ่งใดล้วนทำไม่เป็น”

              อื้อหือ ถ้าหากไม่ใช่ว่าหลี่ลั่วเข้าใจในนิสัยของเขาแล้วละก็หากหลี่ลั่วเป็นเด็กผู้หญิง ย่อมต้องได้รับบาดเจ็บแน่นอน แต่เขากลับยิ้มอย่างดีอกดีใจ“ข้าทำไม่เป็นแล้วจะเป็นไรไปเล่า มี่ท่านพี่ฉีอ๋องอยู่”หลี่ลั่วเองยังรู้สึกเหงื่อตก การประจบสอพลอนี้ช่าง...แต่ว่ามีคนชมชอบนี่

              “อืม”

              ดูสิยังตอบอืมกลับมาเลย

              หลี่ลั่วหยิบช้อนขึ้นมา ปากเล็กๆ นั้นยู่ลงแล้วค่อยๆ เป่าจากนั้นจึงดื่มลงไปอึกหนึ่ง สดมากๆ เขาแลบลิ้นเล็กๆ ออกมาเลียริมฝีปากเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่ากู้จวิ้นเฉินมองตนอยู่ “มีอันใดหรือขอรับ?”

              “ไม่มี” กู้จวิ้นเฉินทำทีเป็นเริ่มดื่มน้ำแกงเช่นกันแต่ในสมองกลับลบภาพลิ้นเล็กๆ สีชมพูของหลี่ลั่วออกไปไม่ได้ “พรุ่งนี้ไปชำระบัญชีที่ที่นาพระราชทานข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้าด้วย”

              “หา? ท่านไม่มีธุระอันใดหรือ?” หลี่ลั่วถามไปเช่นนั้นเอง

              “ข้าจะวางเรื่องอื่นลงก่อนแล้วไปเป็นเพื่อนเจ้าไม่ได้หรือไร?” กู้จวิ้นเฉินย้อนถาม

              “...ท่านพี่ฉีอ๋องไปเพื่อนข้า ข้าย่อมต้องดีใจอยู่แล้วขอรับ”หลี่ลั่วรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นปลาบปลื้มทันทีความคิดและตรรกะของคนผู้นี้ไม่เหมือนคนอื่น

              “ขันทีของกรมวังไม่กล้าโกงเงินของที่นาพระราชทาน ที่นาพระราชทานของครอบครัวขุนนางนั้นไม่เหมือนที่นาธรรมดาทั่วไปหากขันทีกล้าโกงแสดงว่าเบื้องหลังต้องมีคนคอยหนุนหลัง ครั้งนี้เจ้าชนสะเปะสะปะเกรงว่าจะทำให้เรื่องดีๆ ของผู้อื่นเสียหาย” กู้จวิ้นเฉินพูดความคิดเห็นในใจของตนออกมา“แต่เกี่ยวกับการดูแลรับผิดชอบที่นาพระราชทานของขันทีนั้นไม่มีกฎหมายควบคุมครอบครัวขุนนางไม่อยากจะล่วงเกินกรมวังเพราะเกรงว่าเบื้องหลังขันทีจะเกี่ยวข้องกับคนในวังหลวง ซึ่งก็คือฝ่าบาท”

              “แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ฝ่าบาทไหนเลยจะสนับสนุนให้ขันทีโกงเงินขุนนางเล่า” หลี่ลั่วแน่ใจยิ่งนัก

              “ฉลาด” กู้จวิ้นเฉินกล่าวชมเขาอย่างหาได้ยากยิ่ง“ดังนั้นเจ้าจึงพุ่งเข้าชนอย่างสะเปะสะปะ”

              “พวกเขาจะหันมาเป็นปฏิปักษ์ต่อข้าหรือ?” หลี่ลั่วถาม

              “ไม่มีความกล้าถึงเพียงนี้เชียว” น้ำเสียงกู้จวิ้นเฉินดูหมิ่น “ทำไมเล่า?กลัวแล้วรึ?”

              “ไม่กลัวขอรับ” หลี่ลั่วส่ายหน้า “ข้ามีขุนเขาให้พึ่งพิง”ดวงตาทั้งคู่ทอประกายวิบวับมองกู้จวิ้นเฉิน ประกาศโต้งๆว่าขุนเขาที่พึ่งพิงก็คือเขานั่นเอง

              กู้จวิ้นเฉินส่งเสียงฮึขึ้นหนึ่งครั้ง “ดื้อนัก”

              หืม...ดื้อตรงไหน หลี่ลั่วหน้าแดง เด็กหนุ่มผู้นี้เกี้ยวคนเก่งนักที่ร้ายกาจที่สุดก็คือ เจ้าตัวไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังเกี้ยวผู้อื่นเนี่ยสิ

              “มีอันใดหรือ?” มองหลี่ลั่วที่แทบจะฝังใบหน้าลงไปในถ้วยแล้วกู้จวิ้นเฉินจึงเอ่ยปาก “กินข้าวดีๆ อย่าดื้อ”

              ดื้อมารดาท่านน่ะสิ “เมื่อวานข้าไปคฤหาสน์ของกรมวัง พบว่าขันทีปอยังมีบุตรชายอยู่คนหนึ่งขันทีไม่มีสิ่งนั้นแล้ว...ไฉนยังมีบุตรชายได้เล่าขอรับ” ที่จริงคือเขาอยากจะบอกว่าการเป็นอยู่ของขันทีที่คฤหาสน์นั้นราวกับเป็นเศรษฐีใหญ่

              ทว่า กู้จวิ้นเฉินตวัดสายตามองเขาแวบหนึ่งคำพูดไร้สาระเช่นนี้เขาไม่อยากจะตอบ

              เมื่อกินข้าวเสร็จ กู้จวิ้นเฉินมาส่งหลี่ลั่วกลับจวนเด็กน้อยกำลังเจริญเติบโต จะเหนื่อยเกินไปไม่ได้ “มีเรื่องอันใดเขียนจดหมายให้ข้า มิใช่ว่าเรื่องอันใดก็แบกรับเอาไว้ด้วยตนเองเจ้า...ยังเล็กอยู่ หากว่ามันยุ่งยากนัก บ้านหลังนี้ก็ไม่ต้องเอาแล้วย้ายมาอยู่จวนฉีอ๋องเลยก็แล้วกัน”

              หลี่ลังได้ฟังแล้ว อยากพูดจากใจจริงว่า นี่เป็นคำพูดของคนใช่หรือไม่?

              “อื้ม” หลี่ลั่วพยักหน้า เตรียมตัวลงจากรถม้า แต่ว่า...มือของเขาถูกกู้จวิ้นเฉินยึดเอาไว้เจ้าหนุ่มนี่ไม่ยอมปล่อยจริงๆ หลี่ลั่วมองเขาอย่างไม่เข้าใจ “ท่านพี่ฉีอ๋อง ข้าจะลงจากรถม้าแล้วขอรับ”

              “อืม” กู้จวิ้นเฉินส่งเสียงทว่ากลับไม่ปล่อยมือ

     

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320