แม้จะผ่านมาหลายวันแล้วแต่ความรู้สึกหลายอย่างยังคงอยู่ในความทรงจำของเมธาวีถึงแม้ว่าเธอจะจำได้บ้างไม่ได้บ้าง หรือบางฉากที่นึกถึงอาจจะเป็เพียงจินตนาการที่เธอคิดขึ้นมาเองก็เป็ไปได้เพราะคิดว่าตัวเธอเองคงไม่ทำเื่ที่น่าอายขนาดนั้น
“ฉันเนี้ยนะเริ่มก่อน”เธอพึมพำ ขณะรถชะลอติดไฟแดง
“หึ่ยยยฉันทำอะไรลงไปเนี้ย” เมธาวีสะบัดหัวไปมา ไล่ฉากที่ค่อนข้างติดเลทออกจากหัว ภาพที่เธอขึ้นคล่อมพยายามถอดเสื้อผ้าของเขาภาพที่เธอพยายามเชิญชวน หรือแม้แต่ ภาพที่เธอพยายามจูบเขาแต่อีกฝั่งพยายามปัดป้อง
ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดไม่รู้เพราะอายหรือเพราะผู้ชายคนนั้นพยายามปฏิเสธ
“นี่ฉันโดนรังเกียรจหรอ”เธอถามตัวเอง ยิ่งคิดเหมือนจะยิ่งแย่ ภาพในคืนนั้นของเธอเรียกได้ว่าน่าอายมากเธอเป็คนแสดงออกเองว่า้ามาก แต่สุดท้ายเธอก็ไปต่อไม่เป็ต้องให้เขาเป็คนนำทั้งหมด และที่น่าอายที่สุดก็คือ เธอให้ความร่วมมือเขาดีมากเขาจับเธอหันซ้ายหันขวา จับเปลี่ยนท่วงท่า ทิศทาง ตามแต่ใจเขาเธอก็ยังให้ความร่วมมือเขาอย่างดี ไม่แม้แต่จะปฏิเสธเลยสักนิด
“อร๊ายยยยยฉันทำอะไรลงไป” เธอเผลอร้องออกมาพร้อมกับเป็จังหวะที่รถคันหลังบีบแตรใส่สัญญาณไฟจราจรขึ้นเป็สีเขียวแล้วแต่รถเธอยังนิ่งสนิทจนเมื่อเรียกสติกลับมาได้แล้วจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามทาง
“สวัสดีปีใหม่ พี่”เอ็มและเบิ้ลกล่าวทักทายพี่ใหญ่ในวันแรกของการทำงานในปีนี้
“อืมสวัสดีปีใหม่จ่ะ”
“สวัสดีปีใหม่ค่า”หยกกล่าวทักทายบ้าง ทันทีที่เดินเข้ามา ทุกคนพยักหน้าให้
“สวัสดีเช้าวันทำงานวันแรกของปีครับ”ก้องภพทักทายพร้อมกับวางของฝากจากบ้านเกิดที่หอบหิ้วมาเต็มมือทั้งสองข้าง
“ของฝากจากไหนอะ หอมน่ากินจัง” เสียงที่มาก่อนตัวของดาริกาทำให้เพื่อนๆ น้องๆ ในทีมยิ้มกันั้แ่เช้า
“ของจากทุกคนนั้นแหละยกเว้นเจ้” เบิ้ลแซว
“นี่ไงของข้าก็มีโว้ย ขนมเ้าเด็ดสุพรรณบ้างเอ๋ง” ดาริกาชูของฝากขนมขึ้นชื่อจากบ้านเกิดตัวเอง
ทันทีที่ของฝากจากทั่วมุมของเมืองไทยวางลงที่โต๊ะกลางทั้งทีมก็ลุกตรงมายังจุดหมายเดียวกันอย่างพร้อมเพียงโดยเฉพาะน้องเล็กอย่างเบิ้ลที่มีเล็งขนมที่อยากชิมั้แ่ที่เ้าของขนมถือเข้ามา
“เจ้เรามีเื่ต้องคุยกันนะ” หลังจากที่วางขนมไว้โต๊ะกลางดาริกาก็ตรงไปที่หัวโต๊ะที่นั่งของพี่ใหญ่ทันที
“เื่..?” เมธาวีถามทั้งที่ยังไม่ได้มองหน้าแต่เหมือนดาริกาจะยังไม่ยอมเริ่มสักที จนต้องเงยหน้าขึ้นมาหา
“เอ้า ว่ามา”เธอถามซ้ำอีกรอบ
“ก็เื่นั้นไง”
“เื่อะไร่เล่า”เมธาวีเริ่มฉุน
“นี่ไง”ดาริกายื่นโทรศัพท์ที่เข้าหน้าไลน์ค้างไว้ บทสนทนาที่ขึ้นว่าอ่านแต่ยังไม่ตอบของเมธาวี
“อะไรของแก”เมธาวีเปลี่ยนน้ำเสียงเหมือนคนที่พร้อมจะะเิใส่
“ก็ที่เราไปเที่ยวกันไงอยู่ๆ เจ้ก็หนีกลับกรุงเทพเฉยเลย แล้วก็แค่ไลน์มาบอกว่าไม่สบายขอกลับก่อน”
“ก็ไม่สบายไง”เธออึกอัก
“แต่พอดาถาม พี่ก็แค่อ่านอะไม่เห็นบอกอะไรเลย รู้ไหมดานึกว่าพี่จะโกรธดาซะอีก” ดาริกาทำเสียงรู้สึกผิด
“ไม่มีอะไรแค่รู้สึกไม่สบาย กลัวทำให้พวกเราไม่สนุก เลยกลับมาก่อน” เธอตอบตามบทที่ท่องมา
“แล้วเจ้ไปหาหมอละยังหมอว่าไงบ้าง รู้ไหมว่าคนเขาห่วงนะ” พอรู้ว่าพี่ใหญ่ไม่โกรธ เธอก็เริ่มบ่นคืนบ้าง
“ตอนแรกก็ในึกว่าจะโกรธที่ดาติดลมซะอีก กลับจากภูเก็ต ก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลยว่าจะคุยเื่นี้ั้แ่เรากลับมาแล้วอะ” เพราะคืนนั้นหลังจากทีไปต่อหลายๆที่จนกลับเข้าห้องตอนสายๆ ของวันพบว่าพี่สาวร่วมห้องที่ควรจะอยู่ในห้องไม่อยู่แล้ว แถมไม่มีของอะไรที่แสดงให้รู้เลยว่ามีคนอยู่ในห้องนี้ด้วย
ดาริกายอมรับว่าเธอสนุกมากไปหน่อยเพราะบรรยากาศพาไป เลยทำให้ยาวเลย กลับห้องไม่ไหว เลยค้างที่ห้องของหยกและนาวคิดแล้วก็ตวัดสายตาไปที่หยกที่กำลังเพลิดเพลินกับการไล่แกะขนมชิมอย่างไม่ได้รู้สึกผิดอะไรทั้งที่วันนั้นก็พอๆ กัน
“อืมดีขึ้นมากแล้วหละ” เมธาวีถอนหายใจทันที กลัวว่าดาริกาจะสงสัยเื่อื่นซะแล้ววันนั้นเพราะทันทีที่เธอเปิดประตูเข้าไปในห้องไม่รู้ว่าโล่งใจแค่ไหนที่ไม่เจอดาริกา เพราะถ้าเจอไม่รู้ว่าจะตอบเธอว่ายังไงเพราะสภาพเธอวันนั้น ไม่บอกก็คงรู้ว่าไปทำอะไรมา ยิ่งไปกว่านั้นพอเธอเข้าไปจัดการร่างกายตัวเอง เมธาวีเกือบจะเป็ลมหงายหลังร่องรอยในร่มผ้ามีรอยที่ผู้ชายคนนั้นฝากไว้แทบทุกจุด โดยเฉพาะบริเวณหน้าอีกที่ค่อนข้างแดงชัดเจน
เมธาวีแทบจะร้องออกมาตอนที่ตัวเองยืนอยู่หน้ากระจกร่างกายที่ดูแลอย่างดี ไม่มีแม้แต่รอยแผลเป็ใดๆแต่เมื่อคืนกับมีใครที่ไหนก็ไม่รู้ทิ้งรอยไว้ทั้งตัวเธอเลย แถมเจ็บมากเธอบอกได้อย่างไม่อายเลยว่าเขาบ้าพลังและตักตวงจากเธอมากจริงๆ แต่แล้วยังไงหละก็เสียไปแล้ว อายุก็ขนาดนี้แล้ว แล้วที่สำคัญก็แค่ได้ลอง
“เจ้”ดาริกาโบกมือไปมาจนเกือบจะโดนหน้าเมธาวี
“เจ้เมย์”เธอเรียกอีกครั้ง
“ห่ะ ห่ะ ว่าไงนะ”เมธาวีส่ายหัวพยายามไล่ภาพนั้นออกไป
“เจ้แน่ใจนะว่าโอเคแล้วจริงๆทำไมหน้าแดงอย่างนั้นหละ”
“ไม่ ไม่เป็ไรแค่ร้อนหนะ”
เมื่อผู้พี่บอกโอเคคนเป็น้องก็ไม่เซ้าซี้ต่อ กลับไปนั่งทำงานของตัวเองเช่นเดิม