บทที่ 132 ก่อนสังหารซูหยางความรู้สึกที่ซูเฟิงสัมผัสได้นั้นไม่ผิดเป็นแน่ ชายหนุ่มลดหอกลง ไม่สนใจว่าคอของซูหยาง หนึ่งในจอมมารที่เรียกได้ว่าเคยเป็นดั่งพี่น้องกันนั้นจะหลั่งเลือด
ซูหยางหันไปรอบกาย ทั่วปราสาทของนางมีทหารเหลืออยู่ไม่มากนัก ศพของคนของนางล้มตายที่เหลืออยู่หันมามองอย่างโศกเศร้า นึกแค้นในใจที่ไม่สามารถปกป้องนายของตนเอาไว้ได้
ซูหยางหันไปมอง นางเพียงแต่ยกมือปรามคนที่พยายามจะลอบทำร้ายซูเฟิง พวกเขาเหล่านั้นพยักหน้ารับอย่างจำยอม ทุกคนนิ่งเฉยไม่กล้าขยับเพราะกลัวจอมมารลำดับที่หกจะเป็นอันตราย
"เจ้าซ่อนของดีไว้ในปราสาทหรือนี่" ซูเฟิงแตะที่พื้นดิน ซูหยางกัดฟันเมื่อเห็นวงเวทย์สีม่วงปรากฎขึ้นรอบพื้น กินอาณาเขตทั่วปราสาท มันเป็นการตรวจหาพลังที่ซูเฟิงรู้สึกถึง ชั่วพริบตาวงเวทย์นั้นก็จางหายไป
"ข้าไม่ได้ซ่อน" ซูหยางตอบกลับไป จับไหล่ที่ปวดหนึบเพราะหอกสีดำของซูเฟิง ชายหนุ่มเลิกคิ้วก่อนจะกระชากมันออกอย่างรวดเร็ว เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของหญิงสาวทำให้ทหารทั้งหมดแทบจะกระโจนใส่ซูเฟิงหากไม่เป็นเพราะซูหยางห้ามเอาไว้ก่อน
"โกหก.."
ซูหยางกอบกุมไหล่ที่สั่นเทา ยามอยู่เบื้องหน้าจอมมารลำดับที่สามหญิงสาวก็ไม่ต่างไปจากคนธรรมดา ระดับพลังที่ต่างกันเกินไปทำให้นางต้องสยบยอม
"อึก...ทำไมเจ้าเพิ่งโผล่มาตอนนี้กันเล่า ยามที่ดินแดนของเราต้องเดือดร้อนและเผชิญภัยมากมายข้าก็เป็นคนจัดการปัญหาเหล่านั้นเพียงลำพัง" ซูหยางเห็นเลือดของตนหลั่งริน สายตาคมกริบเงยขึ้นมองคนตัวสูงกว่า "หากต้องการบัลลังก์ของข้าเหตุใดจึงไม่แสดงตัวแต่ทีแรกเล่า"
ซูเฟิงไม่ได้โมโห สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มฝีเท้า พลังระดับศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมานั้นอยู่ลึกลงไปใต้ปราสาท
"เจ้าก็ไม่ได้โง่งมซูหยาง ข้าเป็นเคยเป็นพี่ของเจ้า ข้ารู้ดี คนอย่างข้าน่ะไม่เอาเวลามาเหนื่อยเปล่าหรอกนะ สู้เงียบรอแล้วมาชิงเอาจากเจ้าน่ะง่ายกว่าโข" ซูเฟิงพยักพเยิดไปทางร่างของหญิงสาวจอมมารที่นั่งอยู่ จอมโจรที่เคยสู้กับชิว เหวินเจี้ยนแค่นยิ้มตอนที่เห็นหนี่เหยายอมหยุดมือลง เขาเข้าไปจับร่างที่โชกไปด้วยเลือดของซูหยาง "พานางเข้าไปในปราสาท ส่วนทหารที่เหลือให้จับกุมเอาไว้ ใครขัดขืนจงสังหารเสียให้สิ้น"
หนี่เหยาหันไปมองซูหยางอย่างสิ้นหวัง ชายหนุ่มถูกนำไปรวมกับทหารคนอื่นๆ ร่างของซูหยางถูกลากเข้าไปในปราสาทหลังใหญ่ที่บางส่วนเสียหายจากการบุกรุกเมื่อครู่ หญิงสาวเงยหน้ามองปราสาทของตนหลับตาลงอย่างเจ็บปวดเมื่อรู้ดีว่าตนไม่สามารถปกป้องมันเอาไว้ได้
ห้องโถงบัลลังก์ของซูหยางนั้นยังคงปลอดภัย ทหารที่อยู่ด้านในถูกนำไปรวมกันไว้ที่เดียว ทำให้ภายหลังห้องทุกห้องถูกเติมเต็มด้วยพวกกองโจรของจอมมารลำดับที่สาม
ซูเฟิงหยุดยืนตรงห้องโถงใหญ่ เขาเห็นซูหยางนั่งสิ้นกำลังอยู่ที่พื้นโดยมีคนควบคุมเอาไว้ เห็นทีว่างานนี้จะง่ายกว่าที่ชายหนุ่มคิดเอาไว้ และครานี้ยังจะได้ของที่ซ่อนเอาไว้เสียอีก
"ท่านซูเฟิงขอรับ" จอมโจรคนหนึ่งวิ่งลงมาจากชั้นบนสุดของปราสาท เขาย่อตัวลงค้อมหัวให้แก่นายใหญ่ก่อนจะรายงาน "ชั้นบนสุดของปราสาทถูกปกคลุมด้วยเวทย์คุ้มครองขอรับ พวกกระผมมีพลังต่ำกว่าไม่สามารถทำลายได้"
ซูเฟิงก้มลงมองลูกน้องของตน พยักหน้ารับแผ่วเบาอย่างไม่ตระหนกมากนัก ซูหยางยิ้มในใจอย่างน้อยทั้งซูเหยียนและชิว เหวินเจี้ยนก็จะปลอดภัย
"เอาเถอะ ข้ามีอย่างอื่นสำคัญกว่า พวกเจ้ากระจายไปทั่วปราสาทก็แล้วกัน" ซูเฟิงออกคำสั่ง ชายหนุ่มเดินออกจากห้องโถงบัลลังก์ไปราวกับที่นี่เป็นที่ของเขาแล้ว
ชายหนุ่มติดตามพลังที่แผ่ออกมาจากห้องใต้ดินนั้น ทั่วทุกหนแห่งของปราสาทมีคนของเขาวิ่งวุ่นกันไปหมด ทุกครั้งที่เดินผ่านทุกคนก็น้อมเคารพอย่างนอบน้อม ทหารของซูหยางถูกจับตัวไปหมดแล้ว นับว่าแผนการของเขาเป็นไปได้ด้วยดี
ทางเข้าห้องใต้ดินนั้นถูกปิดด้วยประตูใหญ่ เพียงแค่ชายหนุ่มยกมือขึ้นมันก็ถูกทำลายอย่างง่ายดาย ซูเฟิงเดินผ่านเศษซากประตูนั้นอย่างเงียบเชียบ เยื้องย่างลึกลงไปยังห้องที่มืดทึบและเย็นยะเยือกเพียงลำพัง
ลานหินนั้นว่างเปล่า ไฟจากคบเพลิงนั้นมอดดับไปเพราะหลังของซูหยางที่อ่อนกำลังลงอย่างมาก ชายหนุ่มวาดมือออกไป ไฟส่องสว่างขึ้นอีกครั้งด้วยพลังของเขา ซูเฟิงนิ่วหน้าตอนที่ก้มลงมองดาบสีดำสนิทที่วางอยู่พื้น พลังหมาศาลแผ่ออกมาจากมันและพลังนั้นก็เป็นพลังเดียวกันกับที่เขารู้สึก
ดาบสีดำสนิทรูปร่างประหลาดตา ต่ำกว่าด้ามจับลงมาเป็นหน้าของอสูรอ้าปากเผยเขี้ยวใหญ่ ด้ามใบดาบสีดำสนิทมีแสงสีแดงเคลื่อนไหวอยู่ภายในคล้ายลาวาร้อน
"ดาบระดับศักดิ์สิทธิ์หรือนี่" ซูเฟิงพึมพำกับตนเอง เขาเอื้อมมือจะแตะสัมผัสมันแต่ก็ถูกความร้อนที่กระจายออกมาทำให้ชายหนุ่มต้องถอยห่างไป
"อย่าบังอาจแตะต้องหากมิใช่นายของข้า" เสียงนุ่มลึกดังก้องกังวานในความคิดของซูเฟิง จอมมารลำดับที่สามไม่ได้หวาดกลัว เขาถอยห่างออกมารู้ได้ทันทีว่าเป็นจิตวิญญาณแข็งแกร่งที่อยู่ภายใน
ซูเฟิงเผยรอยยิ้มขึ้นในที่สุดเมื่อเห็นไฟลุกขึ้นเจิดจ้า แสงสีแดงฉานสาดกระจายไปทั่วห้อง ชายหนุ่มเงยมองมัน เห็นร่างของสัตว์ประหลาดอยู่เบื้องหน้า ปีศาจที่มีเขายาวและเนื้อตัวสีแดงก่ำ
"เทพมารงั้นหรือ..." ซูเฟิงจ้องมองส่งตรงหน้าไม่วางตา มิได้สนใจว่าความ้อนจากพลังมหาศาลเกินกว่าตนไปหลายเท่านั้นจะแผดเผา "ถูกผนึกเอาไว้เมื่อหลายปีมาแล้ว ใครไปพบเจอท่านกัน"
เทพมารกอดอก ร่างของเขาโปร่งแสงเพราะออกมาเพียงจิตวิญญาณ ตัวจริงของเทพมารถูกทำให้แหลกสลายไปหมดแล้ว
"จอมมารลำดับที่สาม ข้าเห็นการมาของเจ้าไม่นานนัก ไม่คิดเลยว่าจะเร็วเช่นนี้ เดิมดาบเล่มนี้เป็นของหนี่เหยา" เทพมารเหลือบตาลงมอง เห็นร่างของผู้บุกรุกเล็กลงถนัดตาเมื่อเทียบกับกายาที่ใหญ่โต
"พลังของท่านแผ่ไปทั่ว อย่างท่านน่ะหรือจะมีนาย"
เทพมารหัวเราะ "ใช่ เจ้าคิดจะใช้พลังของข้า ทำไมข้าจะมิรู้ น่าเสียดายที่มีคนได้มันไปเสียก่อน เร็วกว่าเจ้าเพียงไม่กี่วัน"
ซูเฟิงขมวดคิ้ว ชายหนุ่มครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยถาม
"ซูหยางงั้นหรือ" ซูเฟิงส่ายหัว "พลังของนางด้อยกว่าข้าเสียด้วยซ้ำไป จักต้องรวบรวมกำลังพลสักกี่หมื่นแสนกันถึงจะผนึกท่านได้ ถึงจะผนึกแต่ก็ใช่ว่าจะทำให้ท่านยอมขนาดนี้เสียหน่อย"
เทพมารยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก ตอนนี้เขามิได้สนใจเรื่องของเผ่าอื่นเสียเท่าไหร่ นับแต่วันที่เขาถูกชิว เหวินเจี้ยนผนึกและทำลายร่าง เขาทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น ไม่เห็นประโยชน์อันใดที่จะออกไปอีก
"ไม่ใช่นาง แต่คนๆ นั้นทำลายร่างข้าทั้งยังผนึกทับซ้ำ" เทพมารยิ้มรู้อยู่แล้วว่าซูเฟิงจะหาทางเพื่อจะครอบครองตนให้ได้ จริงอยู่ที่ว่าเขาอยากทำลายโลกเสียให้สิ้นและคนๆ นี้ก็เป็นคนหนึ่งที่จะพาเขาทำเช่นนั้นได้
แต่ใช่ว่าจะชอบชิว เหวินเจี้ยนหรอก…
เพียงแค่ว่ารู้สึกในนิมิตรหมาย อยู่กับชายผู้นั้นจักได้ทำอะไรมากกว่าเป็นเครื่องมือสังหาร เพราะเช่นนั้นแล้วจะถ่วงเวลาให้เสียหน่อยก็แล้วกัน
"ตลกแล้ว" ซูเฟิงจ้องมองเทพมารตรงหน้า "ไม่มีผู้ใดจะมีพลังเช่นนั้นหรอก บอกข้าเสียเถิดท่านมีพลังเห็นอนาคตใช่หรือไม่"
เทพมารพยักหน้ารับไม่คิดจะปิดบังแต่อย่างใด
"ในอนาคตนั่นท่านเห็นข้าเป็นอย่างไรเล่า" ซูเฟิงยกยิ้มมุมปาก ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้นเผยความรู้สึกยามเมื่อเห็นเทพมารกล่าว
"เจ้าจะได้ครองบัลลังก์สมใจซูเฟิง จักได้เป็นใหญ่อย่างที่ใจต้องการ ดาบเล่มนี้จะเป็นของเจ้า โลกของเราจะลุกเป็นไฟอย่างในอดีต"
"..."
"ทุกอย่างจะเป็นจริงดั่งใจเจ้าปรารถนาหากไม่ติดที่ว่า..."
ประโยคเบื้องหลังนั้นซูเฟิงแทบจะไม่ได้ยินเพราะความโกรธที่เด่นชัดอยู่ภายในอก จอมมารลำดับที่สามไม่ได้ตะโกนแต่อย่างใด ซูเฟิงไม่สนคำพูดของเทพมารแม้แต่น้อย ชายหนุ่มปลดปล่อยพลังทั้งหมดคิดจะทำลายผนึกที่ถูกปิดทับไว้เสียให้สิ้น
เทพมารเห็นซูเฟิงปล่อยจิตสังหารออกมา พลังเวทย์สีม่วงเข้มกระจายไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว ไม่มีครั้งไหนเลยที่จอมมารเช่นเขาจะใช้พังขนาดนี้…
"ข้าจะทำให้ท่านเป็นของข้า จากนั้นข้าจะสังหารเสียให้สิ้น ทั้งซูหยางทั้งคนของนาง!"