่ค่ำของวันนั้น แสงไฟนีออนในออฟฟิศของ Apex Legal ยังสว่างท่ามกลางความเงียบสงัด พนักงานส่วนใหญ่ทยอยกลับกันไปหมดแล้ว
พิมพ์ดาวยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แฟ้มเอกสารตราสัญลักษณ์นกกาสีดำขลับของ Black Raven Logistics วางแผ่อยู่ตรงหน้า
เธอพลิกอ่านรายละเอียดคดีผูกขาดตลาดอย่างละเอียดมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว คิ้วเรียวขมวดแน่นเมื่อพบว่าโครงสร้างธุรกิจของไคล์นั้นซับซ้อนและไร้ช่องโหว่จนน่ากลัว
เมย์ที่กำลังรูดซิปเก็บกระเป๋าเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิท “ดาว... แกยังไม่กลับอีกเหรอ?”
พิมพ์ดาวไม่ละสายตาจากตัวอักษรในหน้ากระดาษ “ขอดูรายละเอียดอีกหน่อย ข้อมูลบางอย่างมันดูขัดแย้งกับคำฟ้องของคู่แข่ง”
เมย์ถอนหายใจ เดินมาหยุดข้างโต๊ะพลางกอดอก “แกนี่มันบ้างานจริงๆ เลยนะดาว”
เธอนิ่งไปอึดใจก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็ล้อเลียน “หรือว่า... จริงๆ แล้วแกกำลังนั่งอ่านประวัติ ‘เ้าของบริษัท’ คนนั้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่กันแน่?”
พิมพ์ดาวเงยหน้าขึ้นทันที สายตาค้อนขวับ “เมย์!”
“อะไรล่ะ?” เมย์หัวเราะร่า “ก็เขาจีบแกโจ่งแจ้งขนาดนั้น ทั้งดอกไม้ ทั้งรถ ทั้งประกาศตัวกลางห้องประชุม ใครไม่คิดก็บ้าแล้ว”
พิมพ์ดาวส่ายหัวอย่างระอาพลางปิดแฟ้มเอกสาร “ฉันไม่ชอบผู้ชายแบบนั้น”
“แบบไหน?” เมย์ถามอย่างสงสัย
“อันตราย” พิมพ์ดาวตอบสั้นๆ
“เขามีอิทธิพลเกินไป คาดเดาไม่ได้ และดูเหมือนจะรู้เื่ของฉันมากเกินกว่าที่คนแปลกหน้าควรจะรู้”
เมย์คิดตาม “อืม... อันตรายน่ะจริง แต่หล่อรวยระดับทำลายล้างขนาดนั้น แถมยังดู ‘คลั่งรัก’ แกแบบนี้ เป็ฉันนะดาว... ฉันยอมะโเข้ากองไฟเลยล่ะ”
พิมพ์ดาวเม้มปาก ภาพแผลเป็บนหลังมือของไคล์และสายตาที่มองเธอเหมือน ‘ของล้ำค่า’ วาบขึ้นมาในหัว เธอส่ายหน้าเบาๆ เพื่อสลัดความคิด
“กองไฟมันร้อนนะเมย์... และคนอย่าง ไคล์ วาเลน ก็ไม่ใช่แค่กองไฟธรรมดา แต่เขาคือูเาไฟที่พร้อมประทุ และเผาทุกอย่างที่ขวางทางเขา”
ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือเธอก็ดังขึ้น “ไคล์ วาเลน” พิมพ์ดาวรับโทรศัพท์ทันที “ฮัลโหลค่ะ..”
“พิมพ์ดาว” น้ำเสียงของเขามีความเคร่งขรึมและจริงจังจนเธอััได้ถึงความผิดปกติ
“อะไรคะ” เธอกระชับหูโทรศัพท์แน่นขึ้น
“อย่าเพิ่งออกจากตึก!!” คำเตือนสั้นๆ ของเขาทำให้พิมพ์ดาวชะงัก
“ทำไมค่ะ” คิ้วสวยขมวดแน่น
“มีคนกำลังจับตาดูคุณอยู่” ไคล์ตอบเสียงเรียบ
คำตอบนั้นทำให้หัวใจของพิมพ์ดาวกระตุกวูบ เธอเหลือบมองออกไปที่กระจกหน้าต่างออฟฟิศบานั์ที่สะท้อนเพียงแสงไฟนีออนและความมืดมิดของท้องฟ้ายามค่ำคืน
“หมายความว่ายังไง... ใครจับตาดูฉัน?” เธอถามกลับ เสียงเริ่มสั่นโดยไม่รู้ตัว
แต่ก่อนที่ไคล์จะตอบ ความมืดมิดเข้าจู่โจมอย่างกะทันหันจนมองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือตัวเอง พิมพ์ดาวใจกระตุกวูบ มือที่กำโทรศัพท์ชื้นเหงื่อ
“ไฟดับ?” พิมพ์ดาวพึมพำเสียงแ่
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์หน้าออฟฟิศดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนที่เดินก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“ดาว... มีคนเข้ามา” เมย์กระซิบเสียงสั่นพร่าพลางคว้าหมับเข้าที่แขนของพิมพ์ดาวแน่น
โทรศัพท์ในมือของพิมพ์ดาวที่ยังไม่ได้ตัดสาย กลายเป็สื่อกลางเดียวที่เชื่อมต่อเธอกับโลกภายนอก ไคล์ที่อยู่ปลายสายได้ยินทุกความเคลื่อนไหว
“พิมพ์ดาว... ฟังฉันให้ดี อย่าขยับไปไหนเด็ดขาด” ไคล์สั่งเสียงเฉียบขาดผ่านโทรศัพท์
“หมอบลงใต้โต๊ะ เดี๋ยวนี้!”
“มีคนเข้ามาในออฟฟิศ... ไคล์ พวกเขามากันหลายคน!” พิมพ์ดาวกระซิบตอบขณะที่พยายามพาเมย์มุดลงใต้โต๊ะทำงาน
เสียงฝีเท้าเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับแสงจากไฟฉายที่สาดส่องผ่านกระจกฝ้าหน้าห้องเข้ามาเป็ระยะ
ไคล์ไม่ได้ตอบกลับด้วยความตื่นตระหนก เขาเอ่ยสั้นๆ “ฉันกำลังไป... ห้ามวางสายเด็ดขาด”
ในความมืดที่มองไม่เห็นอะไร พิมพ์ดาวได้ยินเสียงคนกลุ่มนั้นเริ่มเปิดประตูห้องประชุมและรื้อค้นเอกสารดังโครมคราม หัวใจของเธอเต้นรัว เธอกลั้นหายใจในจังหวะที่แสงไฟฉายสาดมาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะที่เธอซ่อนตัวอยู่พอดี!
“หาตัวมันให้เจอ! นายสั่งว่าต้องได้ตัวทนายคนนี้ไปให้ได้!” เสียงชายฉกรรจ์คนหนึ่งคำราม
⸻
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง...
เสียงยางรถยนต์บดเบียดกับพื้นปูนดังสนั่นไปทั่วลานจอดรถส่วนตัวของ Black Raven Logistics เมื่อรถ SUV กันะุสีดำสนิทพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกะุที่ถูกลั่นไก
ไคล์ นั่งอยู่ที่เบาะหลัง ท่ามกลางความมืดสลัวภายในรถ แสงไฟจากท้องถนนที่วูบผ่านหน้าต่างเผยให้เห็นสีหน้าที่ต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ดวงตาเย็นจัด ที่แผ่ซังสีอำมหิตจนลูกน้องที่นั่งอยู่ด้านหน้าััได้ถึงไอเย็นที่ต้นคอ
“เกิดอะไรขึ้นครับนาย!” วินถามอย่างตระหนก พลางเหยียบคันเร่ง
ไคล์ตอบสั้นๆ “มีคนกำลังเล่นเกมสกปรก”
มือหนากำโทรศัพท์ที่ยังต่อสายค้างไว้กับพิมพ์ดาวแน่น เขาได้ยินเสียงหายใจหอบถี่ด้วยความกลัวของเธอผ่านลำโพง และนั่นยิ่งทำให้เส้นเืที่ขมับของเขาเต้นตุบๆ ด้วยความโกรธ
“และพวกมันคิดผิด... ที่กล้าแตะต้อง ‘คนของกู’”
ไคล์ออกคำสั่งผ่านวิทยุสื่อสารไปยังทีมอารักขาที่ซุ่มอยู่รอบตึก Apex Legal
“ปิดทางเข้าออกตึกทั้งหมด ใครที่บุกเข้าไปในออฟฟิศชั้นนั้น... ห้ามให้มันเหลือลมหายใจเดินออกมาแม้แต่คนเดียว”
รถสีดำพุ่งปาดหน้าการจราจรอย่างไม่สนกฎเกณฑ์ ไคล์จ้องมองยอดตึกของบริษัทกฎหมายที่อยู่เบื้องหน้าซึ่งตอนนี้มืดสนิทไร้แสงไฟ หัวใจที่เขาเคยคิดว่ามันเ็ามาตลอด บัดนี้กลับบีบรัดด้วยความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“เร็วกว่านี้!” ไคล์ตวาดสั่ง
“ถ้าพิมพ์ดาวเป็อะไรไปแม้แต่ปลายเส้นผม... พวกมึงเตรียมตัวลงนรกตามพวกมันไปได้เลย!”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงกระจกแตกดังลอดเข้ามาในสายโทรศัพท์ ตามด้วยเสียงกรีดร้องเบาๆ ของพิมพ์ดาว ไคล์ขบกรามแน่น
“ฉันกำลังจะถึงแล้วพิมพ์ดาว... ใจเย็นๆ ไว้ อย่าให้พวกมันหาคุณเจอเด็ดขาด!”
⸻
กลับมาที่ออฟฟิศ … ไฟยังคงดับอยู่ พิมพ์ดาวและเมย์ถูกต้อนให้จนมุม เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ชายคนนั้นขยับเดินสามขุมเข้าหาพิมพ์ดาว มือหนาของมันยื่นออกมาหมายจะกระชากแขนเธอ เมย์หวีดร้องสุดเสียงพลางพยายามเบียดตัวบังเพื่อนไว้
แต่ทว่า...
ปัง!
เสียงถีบประตูออฟฟิศดังสนั่น บานประตูไม้หลุดออกจากตัวยึดกระเด็นไปกระแทกผนัง ชายฉกรรจ์ทั้งสามคนสะดุ้งสุดตัวหันไปมองต้นเสียงเป็ตาเดียว
ไคล์ ก้าวเข้ามาในออฟฟิศด้วยท่วงท่าที่น่าเกรงขามราวกับมัจจุราช
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำที่ถูกปลดกระดุมบน เผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่ดุดัน ใบหน้าที่เคยดูเ้าสำราญยามจีบหญิงสาว บัดนี้กลับเ็าและอำมหิต
“กูบอกพวกมึงแล้วใช่ไหม...” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมา “ว่าอย่า-แตะ-ต้อง-เธอ”
ชายคนหนึ่งควักมีดพกออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่ไคล์ทันทีแต่ไคล์เร็วกว่า เขาเอี้ยวตัวหลบเพียงนิดก่อนจะคว้าข้อมือมันไว้แล้วบิดจนกระดูกลั่นดัง กร๊อบ!
ทำให้มีดในร่วงลงพื้นทันทีพร้อมเสียงร้องโหยหวน ไคล์ไม่หยุดแค่นั้น เขากระแทกเข่าเข้าที่ชายโครงมันจนหมอบลงไปกองกับพื้นในอึดใจเดียว
อีกสองคนที่เหลือชะงักกึก ความหวาดกลัวเริ่มฉายชัดบนใบหน้าเมื่อรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าคือใคร
“ไคล์ วาเลน...” หัวหน้ากลุ่มละล่ำละลักเรียกชื่อเขา
“เออ... กูเอง” ไคล์แสยะยิ้มที่ชวนให้คนมองฝันร้าย
เขาก้าวเข้าไปหาพวกมันช้าๆ กดดันจนพวกมันถอยหลังกรูดไปติดกำแพง ชายคนที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าขยับถอยหลัง เตรียมจะชักอาวุธ แต่ไคล์กลับจ่อกระบอกปืนไปที่หน้าผากมันทันที ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้ชายคนนั้นหยุดกึก เหงื่อผุดซึมเต็มใบหน้า
ไคล์แสยะยิ้มที่ชวนให้คนมองหนาวสั่นไปถึงกระดูก “งั้นมึงก็น่าจะรู้ว่าคนที่กล้าบุกรุกพื้นที่ของกู และแตะต้องผู้หญิงของกู... จุดจบมันเป็ยังไง”
ไคล์ปรายสายตามาทางพิมพ์ดาวชั่วครู่ แววตาที่เคยอำมหิตเปลี่ยนเป็ความกังวลวูบหนึ่ง
“พิมพ์ดาว... ปลอดภัยไหม?”
พิมพ์ดาวพยักหน้าช้าๆ หัวใจยังคงเต้นรัวเธอไม่เคยเห็นไคล์ในโหมดนี้มาก่อน—โหมดมาเฟียเต็มตัวที่พร้อมจะปลิดชีวิตคนได้ทุกวินาที
หลังจากจัดการผู้บุกรุกเรียบร้อยแล้ว พิมพ์ดาวรู้สึกโล่งใจขึ้น “คนพวกนี้ใครกันค่ะ?”
ไคล์มองเธอแล้วตอบอย่างไม่ยี่หระว่า “ศัตรูของผม… โลกของผมมันอันตราย”
ไคล์มองเธอตรงๆ ก่อนจะพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้เธอชะงัก
“พิมพ์ดาว คุณต้องไปอยู่กับผม .. เพนท์เฮาส์ของผมมีการคุ้มกันยี่สิบสี่ชั่วโมง คุณจะทำงานที่นั่นหรือจะทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่คุณต้องอยู่ในสายตาของผม”
พิมพ์ดาวเม้มริมฝีปากแน่น คิดหนักกับ ‘ความหวังดี’ ที่แสนอันตรายของผู้ชายคนนี้ เธอรู้ดีว่าถ้าเธอก้าวเท้าเข้าไปในเพนท์เฮาส์ของ ไคล์ วาเลน เส้นกั้นระหว่าง ‘ทนาย’ กับ ‘ลูกความ’ จะเลือนลางจนแทบไม่เหลือ
“แค่จนกว่าเื่นี้จะจบลง... ใช่ไหมคะ?” เธอถามเพื่อความแน่ใจ
ไคล์ยกยิ้มมุมปากเพียงนิด เป็รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะยิ่งกว่าเดิม
“แน่นอน... จนกว่าทุกอย่างจะ ‘จบ’ ในแบบที่ผม้า”
เขาลดมือลงพลางผายมือไปทางประตูที่ลูกน้องของเขากำลังจัดการเคลียร์พื้นที่ “ไปกันเถอะ... ”
พิมพ์ดาวหันไปมองเมย์ที่ยืนตัวลีบอยู่ข้างหลัง ซึ่งเมย์ทำเพียงพยักหน้ารัวๆ พร้อมส่งสายตาบอกว่า ‘ไปเถอะแก เพื่อชีวิตรอด!’
ขณะที่ก้าวเดินตามร่างสูงโปร่งของไคล์ออกไป ตลอดทางเดินที่มืดมิดกลับสว่างขึ้นด้วยไฟฉายจากทีมคุ้มกัน เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าโลกที่เธอกำลังก้าวเข้าไป ไม่ได้มีเพียงแค่สำนวนคดีและข้อกฎหมาย แต่มันคือโลกที่ใช้ ‘อำนาจ’ และ ‘การ’ เป็กฎเกณฑ์สำคัญ