บทที่ 2
การหวนคืนของอสูรไร้เทียมทาน
ตำหนักบ่มเพาะตั้งอยู่นอกเมืองหลวงของจักรวรรดิลู่ 1 ใน 9 มหาอาณาจักรของทวีปแห่งนี้ ตำหนักบ่มเพาะเป็สถานที่ของราชวงศ์
ภายในสถานที่แห่งนี้มีเอาไว้บ่มเพาะเหล่าราชวงศ์ที่มีอายุยังไม่ถึง 18 ปี มันเป็สถานที่ในการพิสูจน์ความสามารถ
ภายในตำหนักบ่มเพาะแห่งนี้มีทั้งทรัพยากรที่มีค่า และก็มีบรรยากาศที่เหมาะสมกับการฝึกฝน เหล่าราชวงศ์ที่มีเชื้อสายของชนชั้นสูงของอาณาจักรแห่งนี้
ล้วนแล้วเป็คนที่ความสามารถอันน่าเหลือเชื่อ เชื้อสายของจักรพรรดิสืบทอดต่อกันมาหลายยุคหลายสมัย
ผู้ฝึกฝนวรยุทธภายในราชวงศ์ล้วนแล้วเป็คนที่เก่งกาจ ตำหนักแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อบ่มเพาะเหล่าคนภายในราชวงศ์ให้แข็งแกร่ง
ลู่เฟิ่งบุตรชายคนที่ห้า เป็บุตรชายคนสุดท้องที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ ลู่เฟิ่งหลังจากทำความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น
จึงได้รู้ว่าตนเองย้อนกลับมาใน่วัย 16 หรือประมาณ 20 ปีที่แล้วก่อนที่ตนเองนั้นจะตาย
ในตอนนี้เขายังคงอยู่ภายในราชวงศ์ เป็คนที่มีฐานะเป็องค์ชายลำดับที่ 5 และยังไม่ออกจากตำหนักแห่งการบ่มเพาะ
ไม่เพียงเท่านั้นองค์ชายลำดับที่ 5 ของจักรวรรดิยังถูกผู้คนมากมายเรียกว่าองค์ชายไร้ค่า
ลู่เฟิ่งไม่โดดเด่นในด้านการฝึกฝนวรยุทธมาั้แ่เมื่อก่อน เหล่าเด็กๆเมื่อเติบโตขึ้นพวกเขาจะเริ่มทำการบ่มเพาะั้แ่วัย 7 ปี
หลังจากนั้นก็ต้องฝึกฝนพลังิญญาหรือว่าลมปราณของตนเองให้พัฒนาก้าวหน้าไปเรื่อยๆ
ลู่เฟิ่งเป็หนึ่งในคนที่ถูกขนานนามว่าไร้ความสามารถในราชวงศ์ เป็เหมือนกับตราบาปของราชวงศ์ที่เกิดมาด้วยไร้ความสามารถ
เชื้อสายของจักรพรรดิในแต่ละอาณาจักรล้วนแล้วเป็เชื้อสายที่มีต้นตระกูลมาจากผู้บ่งเพาะระดับสูง
แน่นอนเืแห่งการบ่มเพาะเป็สายเืที่จำเป็ สายเืของจักรพรรดิสายเืของราชวงศ์ล้วนแล้วเป็สิ่งที่ยอดเยี่ยม
ผู้คนที่เกิดภายในราชวงศ์ที่มีสายเืของจักรพรรดิ ยิ่งมีเืของจักรพรรดิเข้มข้นมากเท่าไร การบ่มเพาะของตนเองก็ยิ่งก้าวหน้าไปได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น
แต่ว่าลู่เฟิ่งนั้นแตกต่างออกไป เขาเกิดมาโดยมีสายเืตรงกับจักรพรรดิของอาณาจักรลู่แห่งนี้ แต่ว่าเขากลับไม่มีพร์ในการฝึกฝน
แม้ว่าจะตั้งใจบ่มเพาะขนาดไหนพลังิญญาหรือพลังปราณภายในร่างกายของตนเองก็ไม่ได้ก้าวหน้า
แตกต่างจากพี่น้องคนอื่นๆที่เมื่อยิ่งฝึกฝน ขอบเขตของพวกเขายิ่งก้าวหน้าอย่างก้าวะโ เพราะแบบนั้นคนไร้ความสามารถอย่างลู่เฟิงจนถูกตีตราหน้าว่าเป็คนไร้ความสามารถของราชวงศ์
และเขาเองก็ยังถูกขนานนามว่าเป็ตัวอัปยศของราชวงศ์แห่งนี้ด้วย เพียงแต่นั่นมันก็เป็เพียงแค่สิ่งที่ผู้คนรู้
หลังจากที่ลูกเฟิงได้ออกไปจากราชวงศ์ ไม่สิควรจะเรียกว่าโดนขับไล่ออกจากราชวงศ์ในตอนอายุ 23 ปี
หรือก็คืออีก 5 ปีต่อจากนี้ ลู่เฟิ่งค้นคว้าอย่างหนักจนสุดท้ายแล้วตัวของเขาก็ได้รู้ความจริงบางอย่าง
ลู่เฟิ่งไม่รู้ว่าพลังของตนเองแตกต่างจากผู้ฝึกฝนพลังทั่วไป เขามีความสามารถที่ไม่เหมือนผู้ใด และจำเป็จะต้องใช้วิธีบ่มเพาะที่ไม่เหมือนกับคนอื่น
“ ข้ากลับมาแล้ว ”
“ อากาศช่างบริสุทธิ์ยิ่งนัก” ลู่เฟิ่งนั่งดื่มชาอยู่บริเวณริมหน้าต่าง
ใบหน้าของลู่เฟิ่งในยามนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม การกลับมามีชีวิตอีกครั้งถือว่าเป็เื่ที่ดีเยี่ยม แต่ที่มันดีมากกว่านี้ก็คือการย้อนกลับมาภายในอดีต
“ อีก 2 ปีข้าจะถูกส่งออกไปจากตำหนักแห่งการบ่มเพาะแล้วก็จะไปที่วังหลวง ”
“ ในตอนนี้ทุกคนที่อยู่ภายในตำหนักแห่งการบ่มเพาะล้วนแล้วออกไปแล้วทั้งหมด เหลือเพียงแค่ตัวของข้าเพียงคนเดียว ”
“ เพราะว่าเป็องค์ชายไร้ค่าเลยมีบ่าวรับใช้ที่รับใช้อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ”
“ สถานที่แห่งนี้มันช่างเหมาะสมกับการฝึกฝนจริงๆ เ้าพวกราชวงศ์ที่สูงส่ง ข้าจะทำให้พวกเ้าเสียใจ ”
“ ตอนนี้พลังของข้าคนที่อยู่ในระดับประมาณขอบเขตผมเพาะก่อตัวขั้นที่ 5 สินะ ”
“ ขอบเขตการบ่มเพาะพลังถูกแบ่งออกเป็ระดับ ”
[ ขอบเขตบ่มเพาะก่อตัว ขั้นที่ 1-9 ]
[ ขอบเขตบ่มเพาะรวมพลัง ขั้นที่ 1-9 ]
[ ขอบเขตบ่มเพาะสร้างพลัง ขั้นที่ 1-9 ]
[ ขอบเขตบ่มเพาะเชื่อมโยงกระดูก ขั้นที่ 1-9 ]
[ ขอบเขตบ่มเพาะเชื่อมโยงจิติญญา ขั้นที่ 1-9 ]
[ ขอบเขตบ่มเพาะวังิญญา ขั้นที่ 1-9 ]
[ ขอบเขตบ่มเพาะขุนพลิญญา ขั้นที่ 1-9 ]
[ ขอบเขตบ่มเพาะแม่ทัพิญญา ขั้นที่ 1-9 ]
[ ขอบเขตบ่มเพาะาาิญญา ขั้นที่ 1-9 ]
[ ขอบเขตบ่มเพาะจักรพรรดิิญญา ขั้นที่ 1-9 ]
[ ขอบเขตบ่มเพาะจักรพรรดินิรันดร์ ขั้นที่ 1-9 ]
[ ขอบเขตบ่มเพาะระดับพระเ้า ] ยังไม่มีใครเคยไปถึง
“ ขอบเขตการบ่มเพาะแบ่งออกได้เป็ 12 ระดับ ข้าในตอนนี้อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดนั่นคือก่อตัว”
“ ระดับบ่มเพาะระดับก่อตัวแถมยังเป็ขั้น 5 พลังปราณภายในร่างกายของข้าถูกบ่มเพาะช้ากว่าคนอื่น ”
“ คนที่มีสายเืของราชวงศ์ถ้าใน่วัย 16 ก็คงจะก้าวไปสู่ในระดับที่เรียกว่าการรวมพลังขั้นสูงไปแล้ว ”
“ แต่ว่าในตอนนี้ตัวของข้ายังอยู่ในระดับนี้ ”
“ แต่ว่ามันเองก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะว่าพลังของข้ามันแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป ” ลู่เฟิ่งแสดงรอยยิ้ม
ก่อนที่จะยกขาของตนเองขึ้นมานั่งไขว้อยู่ในท่าทางนั่งสมาธิ ลู่เฟิงตกเข้าไปอยู่ภายในห้วงภวังค์แห่งสมาธิ
พลังภายในร่างกายของตนที่มีอยู่เพียงน้อยนิดไหลเวียนแตกซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย มันหมุนเวียนเป็วงกลมก่อนที่จะค่อยๆถูกหลอมรวมเอาไว้ตรงบริเวณกลางฝ่ามือทั้งสองที่ยกขึ้น
พวกมันถูกหลอมรวมเข้าหากันก่อตัวกลายเป็ก้อนพลังิญญาอย่างน่าเหลือเชื่อ ลู่เฟิงแสดงใบหน้าที่ยากลำบาก เม็ดเหงื่อไหลออกมาทั่วทั้งใบหน้า “ … ”
หลังจากนั้นลู่เฟิ่งใช้เวลาในการรวบรวมพลังอยู่ถึงประมาณ 1 ชั่วยามเต็มๆ พลังหมุนเวียนภายในร่างกาย หลอมรวมกลายเป็ตัวอ่อน
จิติญญาภายในร่างกายราวกับว่าถูกฉีกกระชากออกไป ก่อนที่พลังที่รวบรวมเอาไว้ภายในฝ่ามือมันจะแตกซ่านออกมาในพริบตาเดียว
คลื่นพลังจำนวนมากปลดปล่อยออกมาราวกับเป็การะเิรอบร่างกาย “ ปั้ง!!! ”
เสียงของพลังปราณที่ควบแน่นและะเิดังขึ้น ร่างของลู่เฟิงที่นั่งรวบรวมพลังมาหนึ่งชั่วยามเต็มๆกระเด็นออกไปกระแทกผนังอย่างรุนแรง “ ตูม!!! ”
ลู่เฟิ่งกระอักโลหิตออกมา มันค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆแล้วก็ใช้ฝ่ามือปาดโลหิตที่ไหลออกมาจากมุมปาก
มุมปากของเด็กหนุ่มยกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจ ดวงตามองไปดูก้อนพลังิญญาที่อยู่ด้านหน้า
ในตอนนี้หลังจากการะเิพลังอันน่าเหลือเชื่อ ระดับของลู่เฟิงลดลงไปเหลือเพียงแค่ขอบเขตบ่มเพาะก่อตัวขั้นที่ 1
ซึ่งมันคือระดับเริ่มแรกของการฝึกฝน เพียงแต่ว่าความลับของการทำแบบนี้ มันมีจุดประสงค์อยู่
ก้อนพลังปราณที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าอยู่ๆมันก็ค่อยๆก่อตัวกลายเป็รูปร่างของสิ่งมีชีวิต
ปรากฏออกมากลายเป็หมาป่าสีดำสนิทร่างกายแข็งแกร่งและกำยำ มันเป็หมาป่าที่มีความสูงกว่า 1 เมตร มีดวงตาสีแดงมีขนสีดำมีคมเขี้ยวอ่อนแหลมคม
ลู่เฟิ่งหัวเราะดังลั่น “ ฮ่าๆๆ สำเร็จ หมาป่าทมิฬ สัตว์อสูรที่อยู่ในระดับขอบเขตขุนพลอสูร ”
จบบท