จงซานรับรู้วิธีใช้แล้วว่าจะใช้มุกคงหลิงในมือของเขาเช่นไร.
เขา้ายกระดับดาบของเขา,เขามั่นใจว่าจะทำให้ดาบของเขานั้นคมยิ่งกว่าเดิม,ตอนนี้เขาที่กุมมุกคงหลิงในมือ,พร้อมกับทำตามวิธีที่หลิงเอ๋อได้แนะนำมา,เขาที่ใช้ดาบในมือเฉือนไปยังแขนของเขาเพื่อใช้โลหิตใส่ลงไปในมุกคงหลิง.
เมื่อโลหิตของเขาอาบไปทั่วมุกคงหลิง,รูปร่างของมันก็เปลี่ยนไป,ตอนนี้ราวกับว่ามันกำลังเชื่อมต่อกับจิตสำนึกของจงซาน,มุกคงหลิงที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนรูปร่างไปตามความตั้งใจของจงซาน,ตอนนี้มันกำลังยืดยาวออกมาช้าๆและท้ายที่สุดก็กลายเป็ดาบขนาดใหญ่.
จงซานที่มีความสูงราวๆ 180 ซม,ดาบใหญ่ของเขานี้มีความยาวถึง 160 ซม. ดูเป็ดาบที่น่าเกรงขามเป็อย่างมาก,มีร่องระหว่างใบดาบ,ใบดาบสีดำทมิฬ,มีเดือยขนาดใหญ่ั์หกแท่งด้านหลัง,ดาบนี้ดูเหมือนกับนิสัยของจงซานเป็อย่างมาก,ดูดุร้ายป่าเถื่อนไม่น้อย.
อย่างไรก็ตาม,ตอนนี้มันยังเป็ตัวอ่อนอยู่เท่านั้น.
ขั้นตอนต่อไปเป็การนำโลหะใส่เข้าไปด้านใน.
จงซานที่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย,เขาที่นำมันผสานเข้ากับดาบเดิมของเขา,ซึ่งตอนนี้มันกำลังผสานหลอมรวมเข้ากันช้าๆ.
ดูเหมือนว่าเนื้อโลหะจะยังไม่พอ,จงซานที่ออกมายังสวนพร้อมกับนำกระบี่ที่อยู่ในสวนติงสุ่ยเซียนเขามาเพิ่ง,พร้อมกันนี้ยังมีขวานใส่ลงไปอีก,ท้ายที่สุดก็เพียงพอสำหรับเนื้อโลหะของดาบั์ใหญ่เล่มใหม่ของเขา.
ตอนนี้มันยังอยู่ในระดับต่ำสุด,เป็เพียงอาวุธวิเศษระดับหนึ่งเท่านั้น,นับจากตอนนี้จำเป็ต้องใช้ปราณแท้ในการหล่อเลี้ยงตลอดจนการใช้จิตสำนึกพลังจิตในการพัฒนาพลังของมันให้ยกระดับขึ้นมา.
เห็นอาวุธวิเศษที่เขาสร้างขึ้นมาเป็ครั้งแรก,สายตาที่เปล่งประกายฝังแน่นไปด้วยความเศร้าที่แผ่ออกมา.
"ไท่จื่อเหล่ยเทียน,ดาบนี้จะเป็ฝันร้ายสำหรับเ้าในวันข้างหน้า,ข้าจะสร้างฝันร้ายให้กับเ้านับั้แ่วันนี้."จงซานที่กล่าวกับดาบั์ของเขา.
"จงซาน,เ้ากลับมาแล้วรึ?"ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกังวานดังออกมาจากด้านนอก.
จงซานที่เปิดประตูออกมา,เห็นหนานป่าเทียนและเทียนหลิงเอ๋อที่มาด้วยกัน.
"เฮ้,เ้าสร้างเสร็จแล้วอย่างงั้นรึ? ดาบั์เ้าดูน่าเกรงขามจริงๆ."หนานป่าเทียนที่เห็นดาบบนมือของจงซานและกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ.
"ดาบเ้าดูร้ายกาจจริงๆ,เ้าเองก็ร้ายกาจ,รูปร่างของดาบนี้จึงดูร้ายกาจไงล่ะ."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวเสริม.
"เชิญนั่งๆ,ข้าจะไปชงชาให้กับพวกเ้า."จงซานกล่าว.
คนทั้งสามคนที่นั่งอยุ่บนโต๊ะศิลาที่ลานบ้าน,ถัดจากสระน้ำ.
"จงซานวันนี้เ้าสุดยอดจริงๆเลย,ระดับสามเซียนเทียนล้มระดับสี่เซียนเทียนได้,ชายคนั้นถึงกับเป็บ้าไปเลยหลังจากที่กลับไป."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าว.
"ใช่,ข้าได้ยินมาว่าชายคนนั้นเป็อันดับสองของคนที่ดีที่สุดในระดับเซียนเทียนเลย,ไม่มีใครคิดเลยว่าเขาจะพ่ายแพ้เ้า,เื่นี้นับว่าเป็ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในหลายปีนี้เลย."หนานป่าเทียนกล่าว.
"ใครบอกเ้า,ศิษย์พี่ใหญ่เคยประลองกับคนที่มีระดับสูงกว่าเมื่อไม่นานมานี้,ในเวลานั้นข้าได้ยินมาว่าเขาสังหารคนที่มีระดับสูงกว่าด้วยไม่ใช่รึ?"เทียนหลิงเอ๋อกล่าว.
"เ้าไม่ได้เห็นกลับตาสักหน่อย."หนานป่าเทียนที่แสดงท่าทางราวกับว่าเขาไม่อยากเชื่อนัก.
"ข้าเชื่อว่ามันต้องเป็จริงแน่นอน,พี่ใหญ่ไม่เคยหลอกข้า."เทียนหลิงเอ๋อที่โต้เถียง.
เฝ้าดูการโต้เถียงของทั้งคู่,จงซานที่ไม่ได้สนใจจะห้ามนัก,ความจริงการจะล้มใครที่มีระดับสูงกว่าใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้,กลับคนหนึ่งที่ตะเกียกกายเพื่อเอาชีวิตจากความเป็ความตายนั้น,สามารถที่จะทำได้ทุกอย่างเพื่อล่อหลอกให้ตัวเองเอาชีวิตรอดหรือสังหารศัตรูได้,อย่างไรก็ตาม,จงซานรู้สึกดีใจที่ได้ทั้งสองคนเป็สหายที่วางใจ,ทั้งคู่นั้นมีระดับสูงกว่าจงซานมากทว่ากลับยังมีอายุเป็เพียงผู้เยาว์,ในสายตาของจงซานนั้น,ทั้งคู่ยังไร้เดียวสาเป็เหมือนกับน้องชายและน้องสาวของเขาเท่านั้น.
"ท่านประมุขบอกว่าอีกสิบห้าวันให้ข้าไปพบ,มีภารกิจอะไรอย่างงั้นรึ?"ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงคำพูดของเทียนซวินจื่อที่กล่าวต่อเขาที่ลานฝีกได้.
"เอ๋,เ้ายังไม่รู้อย่างงั้นรึ?พวกเราจะออกไปด้านนอก,ออกไปหาประสบการณ์ในโลกด้านนอกไงล่ะ."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น.
"หาประสบการณ์อย่างงั้นรึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วไปมา.
"ใช่แล้ว,พวกเราจะออกไปหาประสบการณ์กัน,ก่อนหน้านี้เตี่ยเป็คนพาข้าไป,เขาไม่ยอมปล่อยให้ข้าออกห่างเลยและก็กลับมาในที่สุด,ครั้งนี้,ข้าจะออกไปด้วยตัวข้าเองและไม่ต้องฟังคำสั่งเตี่ยแล้ว."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางน่ารัก.
"มีใครต้องไปบ้าง?ข้าต้องไปด้วยอย่างงั้นรึ?"จงซานยังคงขมวดคิ้ว.
จงซานไม่้าที่จะออกไปด้านนอกเลย,เขารู้ดีว่าด้านนอกนั้นมีพลังิญญาเบาบางไม่สามารถเทียบกับภายในสำนักไคหยางได้เลย,นอกจากนี้,เขายังพบถ้ำผลไม้์,ทำให้พัฒนาการของเขารวดเร็วกว่าอยู่โลกภายนอกอีกมากมายนัก.
"เ้าไม่ต้องไปก็ได้,ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ,ทว่า,ก็มีคนไม่น้อยเลยที่ต้องอยู่ที่นี่เป็เวลานานหลายปี้าไป,เช่นข้าไง,ข้าอยากจะออกไปท่องเที่ยวบ้างสักระยะหนึ่ง,นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนเหมือนกันที่้ากลับไปเยี่ยมเยือนครอบครับพวกเขาเช่นกัน."เทียนหลิงเอ๋ออธิบาย.
"อืม."จงซานพยักหน้า.
ไม่ว่าอย่างไร,จงซานก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ออกไป.
"หลิงเอ๋อ,ป่าเทียน,พวกเ้าอยู่ที่นี่เองเหรอ?"เสียงๆหนึ่งที่คุ้นเคยดังออกมาจากด้านนอก.
เสียงของท่านประมุข,เทียนซวินจื่อนั่นเอง.
"เตี่ย?ทำไมท่านมาอยู่ที่นี่ล่ะ?"ทันใดนั้นเทียนหลิงเอ๋อที่หันจ้องมองออกไปยังต้นเสียง.
เทียนซวินจื่อที่เหินลงมาจากฟ้าและมาอยู่ด้านหน้าจงซานที่นั่งอยู่บนโต๊ะศิลา.
จงซานลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและยกมือคารวะเทียนซวินจื่อ."คารวะท่านประมุข."
"เทียนโป๋ว."หนานป่าเทียนเองก็ลุกขึ้นทักทาย.
[伯, bó] older brother; father's elder brother; sir, sire, count ท่านลุง.
"อืม."เทียนซวินจื่อพยักหน้าก่อนที่จะนั่งลงบนโต๊ะศิลา.
เทียนซวินจื่อที่จ้องมองไปยังจงซาน,"จงซาน,ตามสบาย,ข้าไม่คิดเลยว่าด้วยพร์ที่อ่อนด้อยของเ้า,จะสามารถพัฒนาได้มากมายขนาดนี้เพียงแค่ปีเดียว,เ้าคงจะฝึกฝนอย่างหนัก."
"ใช่แล้ว,เตี่ย,ท่านไม่รู้,จงซานนะฝึกฝนโดยเข้าไปฝึกในเตาอบเลย,จากนั้นเขาก็ยังเดินทางเข้าไปในป่าต่อสู้กับสัตว์อสูรไม่หยุด,ทำให้พัฒนาการของเขารวดเร็วขนาดนี้."เทียนหลิงเอ๋อที่ชิงตอบแทนในทันที.
เห็นเตาอบที่ด้านหลังของเทียนหลิงเอ๋อและหนานป่าเทียน,เทียนซวินจื่อก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย.
"เ้าและป่าเทียนไปอยู่ตรงโน้นก่อน,ข้ามีเื่ที่จะพูดกับจงซาน."เทียนซวินจื่อกล่าว.
"ทำไมล่ะ,ข้าฟังด้วยไม่ได้เหรอ?"เทียนหลิงเอ๋อที่เบ้ปากและโต้แย้ง.
"มันเป็เื่สำคัญมาก."เทียนซวินจื่อที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง.
"ก็ได้."เทียนหลิงเอ๋อที่พยักหน้าหยุดโต้เถียง,นางที่เดินไปข้างๆหนานป่าเทียน.
เทียนซวินจื่อที่เรียกเมฆออกมา,เพียงแค่สะบัดมือออกไปอย่างนุ่มนวลพร้อมกับปกคลุมล้อมรอบทั้งคู่ที่อยู่ห่างออกไปราวๆห้าเมตร,แยกพวกเขาไม่ให้สามารถได้ยินเสียงได้.
จงซานไม่มั่นใจว่าเทียนซวินจื่อมาหาเขานั้นมีวัตถุประสงอะไรเช่นกัน.
"จงซาน."เทียนซวินจื่อที่กล่าวออกมาอย่างจริงจับจ้องมองไปยังจงซาน.
"ศิษย์อยู่นี่แล้ว."จงซานที่พยักหน้ารับคำ.
"เฮ้เฮ้,เ้าไม่ต้องกังวลไป,ข้ารู้สึกประหลาดใจจริงๆ,ด้วยความสามารถของเ้า,เ้านับว่าประสบความสำเร็จเป็อย่างมากภายในปีเดียว,ข้ารู้ดีว่าเ้าเป็คนมีน้ำใจและไม่เคยกลัวความลำบาก,เ้าที่ใช้เม็ดยาโพวจวินเพื่อเลื่อนระดับเมื่อตอนอายุแปดสิบปี,ไม่ว่าอย่างไรกับสิ่งที่เ้ามีอยู่,ข้าเชื่อ ว่ามันลึกล้ำไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนกับเทียนหลิงเอ๋อและคนอื่นๆ,เ้ามีปัญญาและยังรู้จักวิธีฝึกฝนหนัก."เทียนซวินจื่อกล่าว.
จงซานไม่ได้กล่าวอะไร,เขายังคงพยายามคาดเดาเจตนาที่ซ่อนอยู่ของเทียนซวินจื่ออยู่,รอคอยให้เขากล่าวสรุปออกมา.
"ดังนั้น,ครั้งนี้,ข้า้าขอให้เ้าช่วยข้าบ้างเื่"หลังจากเทียนซวินจื่อกล่าวจบ,เขาก็จ้องมองไปยังจงซาน.
จงซนที่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของเทียนซวินจื่อ,ทว่าเขาไม่สามารถคาดเดาได้จริงๆ,ก่อนที่จะหันหน้าไปยังเทียนซวินจื่อ,"ขอให้อาจารย์กล่าวมาได้เลย."
เทียนซวินจื่อเผยยิ้มออกมา,พึงพอใจกับท่าทางของจงซานอยู่เหมือนกัน.
"พวกเขาคงจะบอกกับเ้าแล้วว่าอีกไม่กี่วัน,หลิงเอ๋อและป่าเทียนนั้นจะออกไปด้านนอก.พวกเราไม่เป็กังวลกับป่าเทียนนัก,เขาเป็ผู้ชายและยังมีอาวุธพิเศษจากพวกเราเพื่อช่วยชีวิตตัวเองในเวลาวิกฤติ,เขาย่อมเอาตัวรอดภายในโลกปุถุชนได้.ส่วนหลิงเอ๋อนั้น,ข้าเป็กังวลเป็อย่างมาก,ดังนั้น,ข้าหวังว่าเ้าจะไปกับนาง,เพื่อที่จะดูแลหลังให้กับนางหลังจากนี้สักหนึ่งปี."เทียนซวินจื่อที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.
"ไปกับนางอย่างงั้นรึ?"จงซานขมวดคิ้ว.
"ป่าเทียนเองก็นั้นก็จะเดินทางไปยังเส้นทางของตัวเอง,ส่วนหลิงเอ๋อนั้นนางไร้เดียงสาเป็อย่างมาก,นางและเ้าเป็สหายกัน,หากว่านางเดินทางไปกับเ้า,เช่นนั้นข้ามั่นใจว่านางจะต้องปลอดภัย,ตราบเท่าที่เ้าสามารถนำนางกลับมาอย่างปลอดภัยหลังจากนี้หนึ่งปี,ข้าจะเป็คนชี้แนะการฝึกฝนให้กับเ้าด้วยตัวเอง."เทียนซวินจื่อที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง.
ดวงตาของจงซานถึงกับเป็ประกายหลังจากได้ยินว่าเทียนซวินจื่อจะชี้แนะการฝึกให้กับเขาด้วยตัวเอง? แน่นอนว่ามั่นย่อมยอดเยี่ยมกว่าเขาฝึกฝนด้วยตัวเองอย่างแน่นอน.
"ด้วยการชี้แนะของข้า,เ้าย่อมมีพัฒนาการที่รวดเร็วยิ่งกว่านี้แน่นอน,ตราบเท่าที่เ้าก้าวไปถึงระดับแกนทอง,ข้าจะรับเ้าเป็ศิษย์หลัก,เป็อย่างไร?"เทียนซวินจื่อที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย.
การสัญญาเช่นนี้ไม่มีอะไรเสียสำหรับเทียนซวินจื่อ,หากว่าจงซานสามารถทะลวงไปยังขั้นแกนทองด้วยพร์เช่นนี้,เช่นนั้นก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่รับเขาเป็ศิษย์หลัก,อีกอย่างหากเขาไม่สามารถก้าวไปถึงขั้นแกนทองได้,เช่นนั้นก็ไม่จำเป็ต้องรักษาสัญญา,เขาจำเป็เพียงแค่ชี้แนะการฝึกของจงซานสักครั้งสองครั้งชั่วคราวเท่านั้นก็พอ.
อย่างไรก็ตาม,คำสัญญาเช่นนี้กลับยั่วยวนความ้าของจงซานเป็อย่างมาก.
หากว่าเขามีอาจารย์หลักคอยชี้แนะ,เขาย่อมประสบความสำเร็จเร็วกว่าปรกติ,และสามารถหลีกเลี่ยงความผิดพลาดต่างๆได้มากด้วย.
หนึ่งปี,แค่เพียงหนึ่งปีเท่านั้น,มันคุ้มค่าอย่างแน่นอน.
"ตกลง,ศิษย์ยินดี."จงซานที่ตอบรับในทันที.
"เช่นนั้น,ข้าก็เบาใจ,ข้าเชื่อใจเ้า."เทียนซวินจื่อยืนขึ้น,พร้อมกับตบไปที่ไหล่ของจงซานและหัวเราะออกมา.
เขาที่โบกมือเบาๆทำให้เมฆสีขาวหายไปทั้งหมด.
"เอาล่ะ,พวกเ้าพูดคุยกันต่อไปเถอะ,ข้าไม่รบกวนแล้ว."เทียนซวินจื่อที่เผยยิ้มให้กับพวกเขาทั้งสองก่อนที่จะะโขึ้นเมฆและลอยหายไป.
"จงซาน,เตี่ยข้าพูดอะไรกับเ้าอย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่สอบถามออกมาทันที.
"เขา้าให้ข้าเดินทางไปกับเ้า."จงซานที่สายหน้าไปมาและกล่าวสรุป.