ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 146 ชื่อเสียงเริ่มปรากฏ

            นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่ซูอี้โจวไม่อยากซื้อบ้านในเมืองอวิ๋นเฉิง

            แน่นอนว่านี่เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดหากเมืองอวิ๋นเฉิงมิได้ตกต่ำถึงขั้นนั้นการซื้อบ้านที่นี่ก็มิใช่เรื่องเสียหายอันใด

            ท้ายที่สุดแล้วเมืองอวิ๋นเฉิงก็ถือว่าเจริญรุ่งเรือง บ้านที่นี่ถึงจะไม่ราคาสูงขึ้นมากนักอย่างน้อยก็คงไม่ลดค่า อีกทั้งการอยู่บ้านของตนเองก็มิต้องเสียค่าเช่าย่อมสะดวกสบายและคุ้มค่ากว่า

            หากมองในแง่ร้ายต่อให้วันหนึ่งเมืองอวิ๋นเฉิงจะเผชิญกับสถานการณ์เช่นนั้นก็คงมิได้เกิดขึ้นในเร็ววัน เมื่อคำนวณดูแล้ว พวกเขาประหยัดค่าเช่าไปได้สองสามปีก็ไม่ถือว่าขาดทุน

            ด้วยเหตุนี้ซูอี้โจวจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้

            ส่วนซูอี้หว่านเมื่อเห็นว่าเขาเห็นด้วยจากใจจริงก็ดีใจเป็นอย่างยิ่งรีบส่งสัญญาณให้ทั้งสองคนแกล้งทำเป็นเข้าไปในบ้านเพื่อไปเอาเงินแท้จริงแล้วเป็นเพียงการเข้าไปในห้องเพื่อเปิดมิติ นำหีบเงินออกมาจากมิติเท่านั้น

            ก่อนที่จะคำนวณอย่างละเอียดซูอี้หว่านประเมินคร่าวๆ ว่า ตอนนี้พวกเขาควรจะมีเงินออมประมาณเจ็ดแปดร้อยตำลึงแต่ไม่คาดคิดว่าจำนวนเงินที่แท้จริงจะมากกว่าที่นางคาดการณ์ไว้เสียอีกกลับมีเกือบหนึ่งพันตำลึงแล้ว!

            เมื่อเห็นซูอี้หว่านมีท่าทีประหลาดใจเล็กน้อยจางอ้ายหลินก็ยิ้ม "หว่านหว่านก็มิได้คาดคิดใช่หรือไม่ว่าร้านอาหารของพวกเราช่วงนี้ทำเงินได้มากขึ้นเรื่อยๆ"

            ทุกวันมีลูกค้าทานอาหารที่ร้านไม่น้อยธุรกิจส่งอาหารก็มิได้ด้อยไปกว่ากัน กลับได้รับความนิยมกว่าเมื่อก่อนหลายส่วนหลังจากนั้น พวกเขาจึงต้องจ้างคนเพิ่มอีกหลายคน ถึงจะพอส่งได้ทัน

            ห้องครัวของร้านอาหารเล็กๆแห่งนี้ ส่วนใหญ่ซูอี้หว่านเป็นผู้จัดการ ส่วนเรื่องบัญชีนั้นจางอ้ายหลินเป็นผู้รับผิดชอบหลักมาโดยตลอด ในเวลาที่ไม่ยุ่งซูอี้หว่านก็จะหาเวลาดูบ้าง ทว่าช่วงนี้กิจการรุ่งเรือง นางจึงไม่มีเวลาว่างจึงปล่อยวางเรื่องบัญชีไปโดยปริยาย

            มิคาดคิดว่าในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน ยอดขายกลับเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้

            ไม่แปลกใจเลยที่วันนี้หลี่จ่างกุ่ยจะแสดงท่าทีเช่นนั้นเห็นทีเขาคงหวาดหวั่นว่า หากยังไม่ลงมือทำสิ่งใดหอสุราประตูมังกรของเขาคงจะต้องปิดกิจการเสียแล้ว!

            ด้วยความคิดนี้ซูอี้หว่านก็ไม่รู้สึกขุ่นข้องหมองใจอีกต่อไป ความรู้สึกสมน้ำหน้าก็ค่อยๆก่อตัวขึ้น พร้อมกันนั้น ความฮึกเหิมไม่ยอมแพ้ก็พลุ่งพล่าน!

            นางเป็นคนที่เดินออกมาจากดงซอมบี้จะหวาดกลัวตาแก่หลี่จ่างกุ่ยไปทำไม?

            ถึงตระกูลหลงเป็นเจ้าถิ่นของเมืองอวิ๋นเฉิงก็จริงแต่พวกเขาจะน่ากลัวกว่าซอมบี้ได้อย่างไร?

            อย่างไรก็ตามธุรกิจร้านอาหารของพวกนางเป็นที่นิยมขึ้นมาแล้วหอสุราประตูมังกรในฐานะที่เป็นคู่แข่ง ย่อมมิอาจหลีกเลี่ยงที่จะกดดันพวกเขาเหมือนที่พี่ชายกล่าวไว้ อย่างมากก็แค่เมื่อทหารมาก็ต้องต้านเมื่อน้ำมาก็ต้องกั้นดินเท่านั้น

            เมื่อทั้งสามคนเห็นพ้องต้องกันเซียวจวิ้นอันในฐานะคนนอกก็ย่อมไม่มีความเห็นอันใดดังนั้นเรื่องซื้อบ้านก็เป็นอันตกลงกันได้

            เนื่องจากในตอนนี้เรื่องต่างๆในร้านอาหาร ส่วนใหญ่เป็นซูอี้หว่านและจางอ้ายหลินที่ยุ่งอยู่ดังนั้นเรื่องดูบ้านจึงมอบหมายให้ซูอี้โจวไปจัดการ

            ในเรื่องนี้สองแม่ลูกย่อมมิได้กังวลใจ

            ว่าไปแล้วตั้งแต่ภัตตาคารซานไห่เปิดทำการ ซูอี้หว่านก็ไปสถานพยาบาลน้อยมากแต่ละวันนางอยู่ที่นั่นเพียงแค่หนึ่งถึงสองชั่วยาม ช่วงเวลาที่เหลือล้วนเป็นท่านหมอเฉียนที่คอยดูแลสถานพยาบาล

            ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารเป็นที่นิยมอย่างมากด้านสถานพยาบาลก็ค่อยๆ ดำเนินไปในทิศทางที่ควร จำนวนผู้ป่วยที่มาหาหมอก็มิใช่น้อย

            ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีให้ท่านหมอเฉียนเพราะท้ายที่สุดแล้วเรื่องที่เขาเคยเป็นหมอหลวงในวังก็มิใช่ความลับอันใดในเมืองอวิ๋นเฉิงเมื่อได้ทราบว่าเขามาประจำอยู่ที่สถานพยาบาลแห่งนี้ผู้ที่เดินทางมาเพราะชื่อเสียงก็มีไม่น้อย

            นี่คือหมอหลวงคนที่เคยถวายการรักษาแก่ฮ่องเต้เชียวนะ!

            นั่นย่อมหมายความว่า?

            หมายความว่าฝีมือการแพทย์ของท่านหมอเฉียนถึงจะมิอาจกล่าวได้ว่าเก่งกาจที่สุดในแคว้นเยว่แต่ก็ต้องนับว่าเป็นยอดฝีมืออันดับต้นๆ!

            อีกทั้งการที่ได้คนที่เคยถวายการรักษาแก่ฮ่องเต้มารักษาตนเองก็เหมือนกับว่าตนเองก็ได้รับพระราชทานการดูแลเฉกเช่นฮ่องเต้จะมิให้ผู้คนตื่นเต้นได้อย่างไร?

            เนื่องจากซูอี้หว่านยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงในด้านทางรักษานักดังนั้นถึงแม้นางจะอยู่ที่นั่น ผู้ป่วยก็ไม่ค่อยอยากจะให้นางรักษาสักเท่าไร

            ซูอี้หว่านเองก็มิได้คับข้องหมองใจอย่างไรเสียนางก็รู้ดีว่าฝีมือของตนเองอยู่ในขั้นใด ผู้อื่นจะปักใจเชื่อหรือไม่ก็ไม่ได้สลักสำคัญสำหรับนาง ที่เปิดสถานพยาบาลแห่งนี้ขึ้นมา ส่วนหนึ่งก็ด้วยใจรักสองคือปรารถนาจะช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่กำลังของตนจะเอื้ออำนวย

            ในตอนนี้มีท่านหมอเฉียนอยู่ผู้ป่วยจำนวนมากนางก็มิจำเป็นต้องกังวลอันใด ซูอี้หว่านจึงสบายใจได้เปลาะหนึ่ง

            วันนี้ที่นางเดินทางไปยังสถานพยาบาลก็เพราะว่าคู่สามีภรรยาที่เคยมาปรึกษาเรื่องการมีบุตรยาก มาตรวจซ้ำในวันนี้

            ซูอี้หว่านมิได้รอนานสามีภรรยาคู่นั้นก็มาตรงเวลา

            นางยังคงจับชีพจรให้ฝ่ายชายก่อนตรวจสอบสภาพร่างกายของเขาสักครู่ แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ"ปรับสภาพได้ดี อีกเดี๋ยวรับยาไปทานอีกชุด ก็ไม่ต้องมาแล้วหากมีวาสนาละก็ ไม่เกินครึ่งปี ภรรยาของท่านก็จะมีข่าวดี"

            "จริงหรือ?"

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายผู้นั้นก็ตื่นเต้น "ท่านหมายความว่าพวกเราจะมีลูกในเร็ววันแล้ว?"

            ตอนแรกเขาไม่ค่อยเชื่อใจซูอี้หว่านเพียงแต่ว่าด้วยสถานการณ์ในตอนนั้น ทำได้เพียงรับยาจากที่นี่กลับไปทาน

            ทว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้เขารู้สึกรางๆ ว่าร่างกายของตนน่าจะแข็งแรงดีแล้วแต่ก็ยังวางใจมิได้ บัดนี้เมื่อได้ยินซูอี้หว่านเอ่ยเช่นนั้นในใจก็พลันบังเกิดความปีติยินดีอย่างยิ่ง

            ส่วนฝ่ายหญิงผู้นั้นก็สำนึกในบุญคุณอย่างยิ่งกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับจะคุกเข่าก้มกราบซูอี้หว่านลงเสียตรงนั้น

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมเป็นที่สนใจของผู้ป่วยคนอื่นๆมีคนเคยได้ยินว่า ซูอี้หว่านคือผู้ที่รักษาคุณหนูแห่งจวนเจ้าเมืองนางย่อมมีวิชาแพทย์เป็นเลิศ ทันใดนั้นเองผู้ป่วยที่รู้ว่าตนคงไม่มีวาสนาได้พบหมอเฉียน ต่างพากันมาหาซูอี้หว่าน

            เดิมทีพวกเขาก็มาด้วยท่าทีที่กึ่งเชื่อกึ่งสงสัยเพียงแต่ว่าการวินิจฉัยของซูอี้หว่านกลับทำให้ความไว้วางใจของพวกเขาเพิ่มขึ้นไม่น้อยสามารถมองเห็นอาการป่วยได้อย่างทะลุปรุโปร่ง วิเคราะห์ได้อย่างละเอียดลึกซึ้งเพียงเท่านี้ก็สามารถมองเห็นถึงฝีมือการแพทย์ของนางได้แล้ว

            แน่นอนว่ามีบางคนที่เชื่อถือก็ย่อมมีบางคนที่ยังคงสงสัย ซูอี้หว่านก็มิได้ใส่ใจคำกล่าวที่ว่าทองคำย่อมเปล่งประกายเสมอชื่อเสียงที่ดีจะต้องสั่งสมไปทีละเล็กละน้อย ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน

            หลังจากที่วุ่นวายอยู่ในสถานพยาบาลสักพักเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ป่วยมาที่นี่แล้ว ซูอี้หว่านจึงกล่าวลากับท่านหมอเฉียนแล้วคิดจะกลับไปยังร้านอาหาร

            ใกล้จะถึงเที่ยงวันแล้วเป็นช่วงเวลาที่ร้านอาหารยุ่งที่สุด หากนางไม่อยู่ มีเพียงสาวใช้สองคนเกรงว่าจะยุ่งจนเกินไป

            มิรู้ว่าพี่ชายของนางไปดูบ้านเป็นอย่างไรบ้างตอนเช้าที่ออกจากบ้าน เขาบอกว่า นอกจากจะไปดูบ้านแล้ว ยังจะไปซื้อคนมาอีกด้วย

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390