ตอนที่ 3 เ้าของกระเป๋า
“เฮ้ย! กระเป๋าใครวะ” เพราะของที่อยู่ในกระเป๋าใบนี้มันไม่มีอะไรที่เป็ของฉันเลยสักชิ้นแล้วดูเหมือนว่า กระเป๋าใบนี้จะเป็กระเป๋าผู้ชาย เออ...ผู้ชายจริงๆด้วย เสื้อ กางเกงไหนจะชั้นในนี่อีก อี๋! ฉันหยิบมันขึ้นมาดูแล้วก็รีบวางลงที่เดิมทันที
“โอ้โหใส่ของแพงด้วยแฮะ” ฉันรีบปิดกระเป๋าใบนี้ทันทีแล้วก็พยายามคิดว่ากระเป๋าใบนี้มันมาอยู่ที่ฉันได้ยังไง
“เฮ้อแล้วฉันจะเอาเสื้อผ้าที่ไหนใส่วะเนี่ย...พี่ดิน” ฉันรีบหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาโทรหาพี่ชายทันทีแล้วฉันก็คิดว่าฉันต้องสลับกระเป๋ากับผู้ชายที่ฉันเดินชนเขาที่สนามบินแน่ๆเลยแล้วจะเอาไปคืนเขาได้ที่ไหนล่ะ
“มีอะไรอีก พี่ขับรถอยู่” เมื่อสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นพี่ดินก็รับสายทันที
“ฟ้าสลับกระเป๋าของใครมาก็ไม่รู้ พี่ดินอย่าพึ่งวางสายนะคะตอนอยู่ที่สนามบิน ฟ้าเดินชนกับผู้ชายคนหนึ่ง ฟ้าน่าจะหยิบกระเป๋าเขามาแล้วเขาก็คงหยิบกระเป๋าฟ้าไป” ฉันรีบอธิบายให้พี่ดินฟังน่าจะเป็จังหวะนั้น
“มีอะไรสำคัญอยู่ในนั้นหรือเปล่า” ของฉันน่ะไม่มี แต่ของเขามีเต็มเลย
“ของฟ้ามีแค่เสื้อผ้าที่เอามาใส่ค่ะ”
“ถ้างั้นก็ไปซื้อใหม่ นั่งแท็กซี่ไปซื้อเองได้ไหม”
“เื่นั้นมันไม่สำคัญค่ะ สำคัญคือเ้าของกระเป๋าใบที่ฟ้าหยิบมาล่ะคะ”
“ใบนั้นมีอะไร”ฉันก็ไม่ได้สำรวจมากนักแต่ที่มองด้วยสายตา...
“มีเสื้อผ้า แล้วก็ขอใช้หลายอย่างเลยค่ะ” ฉันยังไม่ได้สำรวจว่ามีอะไรบ้างแต่ที่แน่ๆที่เห็นก็คือกางเกงในแบรนด์นี้คือแพงมาก...
“อือถ้าเจอเ้าของก็คืน แต่ถ้าไม่เจอก็ทิ้งไป” ห๊ะ...พี่ดินนี่พูดง่ายเนอะ แล้วเขาจะหาว่าฉันเป็ขโมยหรือเปล่าเนี่ย
“ค่ะ” จากนั้นฉันก็วางสายของพี่ดินไปแล้วก็เตรียมตัวออกไปหาซื้อชุดใหม่มาแทนชุดที่สลับกับผู้ชายคนนั้นซึ่งถ้าฉันเจอเขาฉันก็จำหน้าเขาไม่ได้อยู่ดี เพราะฉันไม่ทันได้มองเวลานั้นรีบมากจริงๆ แต่ฉันก็หวังว่าเขาจะจำฉันได้ เพราะฉันก็อยากได้ของของฉันคืน
ทางด้านพนัส
“อาหารมื้อนี้อร่อยมากเลยครับผมไม่ได้ทานอาหารฝีมือป้าจันทร์ตั้งหลายปี ยังอร่อยมากเหมือนเดิมเลยนะครับ” ผมว่าอาหารในโลกใบนี้อาหารไทยอร่อยที่สุดแล้ว โดยเฉพาะอาหารฝีมือป้าจันทร์
“แหมคุณหนูเล็กของป้าก็ยังปากหวานเหมือนเดิมเลยนะคะ” ป้าจันทร์เป็แม่บ้านที่ั้แ่ผมจำความได้ ผมก็เจอกับแกแล้ว
“ป้าจันทร์เรียกผมว่าคุณหนูเล็กอีกแล้วนะครับมันฟังดูยังไม่โตยังไงก็ไม่รู้นะครับ” ป้าจันทร์เรียกผมแบบนี้ั้แ่ผมจำความได้ ตอนนี้ก็ยังเรียกอยู่ไม่ยอมเปลี่ยนสักที
“ไม่รู้แหละป้าเรียกของป้ามาั้แ่คุณหนูตัวเล็กๆป้าไม่ขอเปลี่ยนนะคะ” เอาที่ป้าจันทร์สบายใจเลยครับเพราะยังไงผมก็เป็คุณหนูเล็กของบ้านอยู่แล้วถึงจะเรียกอย่างอื่นผมก็หนีความจริงไม่พ้นอยู่ดี
“แล้วแต่ป้าจันทร์เลยครับ แต่อย่าเรียกผมต่อหน้าสาวๆแบบนี้นะครับใครได้ยินคงคิดว่าผมยังไม่โตแน่ๆ” ผมยิ้มให้ป้าจันทร์กับคุณแม่ที่นั่งคุยกันอย่างมีความสุขแล้วผมก็ไม่ได้เจอกับบรรยากาศแบบนี้มานานมากแล้ว
“อิ่มแล้วก็ไปอาบน้ำอาบท่าซะ กลับมาเหนื่อยๆ” คุณแม่พูดขึ้นผมก็รู้สึกเหนียวตัวอยู่พอดีเลย ได้อาบน้ำสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน
“ครับคุณแม่”ผมทำท่าจะลุก ป้าจันทร์ก็พูดแซวขึ้นมาว่า...
“อยากให้ป้าไปช่วยถูหลังให้เหมือนตอนคุณหนูเล็กเด็กๆไหมคะ” แซวผม...ป้านะป้า
“อย่าดีกว่าครับ ถ้าเป็สาวๆสวยๆสักคนผมจะไม่ปฏิเสธเลยครับ” ผมยิ้มให้ท่านอย่างขี้เล่นก็ป้าจันทร์ของผมตอนนี้อายุเข้าเลขหกแล้วน่ะสิครับ ถ้าผมใช้ท่านก็อาจจะบาปได้
“อ้าวเห็นแบบนี้ป้าก็เคยสาว เคยสวย มาก่อนนะคะ”
“ครับๆ รักป้าจันทร์กับคุณแม่นะครับ ผมขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนดีกว่า” จากนั้นผมก็เดินขึ้นชั้นบนของบ้านไปที่ห้องเดิมของผมผมเปิดประตูเข้าห้องก็เห็นว่ากระเป๋าของผมมันเข้ามาอยู่ในห้องเรียบร้อยแล้วคงเป็เด็กในบ้านยกขึ้นมาให้ ในกระเป๋าใบนี้มีของฝากที่ผมซื้อมาฝากทุกคนด้วย
ผมลากกระเป๋ามาวางข้างๆโซฟาภายในห้องนอนของผมแล้วผมก็เปิดมันออก
“เฮ๊ย! กระเป๋าใครวะเนี่ย” ผมใมากเพราะสิ่งที่ผมเห็นมันมีแต่ของผู้หญิงทั้งนั้นเลย ผมรีบปิดมันลงทันที แล้วก็คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับกระเป๋าของผมกันแน่กระเป๋าใบนี้มันมาอยู่ที่ผมได้ยังไง เพราะมองภายนอกมันก็คือกระเป๋าของผมอยู่ดีเหมือนกันทุกอย่าง แล้วผมก็คิดถึงเหตุการณ์ ที่เดินชนกับผู้หญิงคนหนึ่งได้
“ต้องใช่แน่ๆ”ต้องเป็ผู้หญิงคนนั้นแน่ๆที่เอากระเป๋าของผมไปแล้วผมจะติดต่อเธอได้ยังไง ผมเปิดกระเป๋าใบนี้ดูอีกครั้งเผื่อว่าจะมีที่อยู่หรืออะไรที่พอจะติดต่อเธอคนนั้นได้เพราะเสื้อผ้าและของฝากที่ผมซื้อมาฝากทุกคนมันอยู่ในกระเป๋าใบนั้นหมดเลย
ผมกำลังช่างใจและก็ค่อยๆเปิดดูเพราะมันเป็ของผู้หญิง กลัวว่าถ้าเ้าตัวรู้ เธออาจจะไม่พอใจที่ผมกำลังจะค้นกระเป๋าของเธอดู
และสิ่งที่ผมเห็นก็คือ เสื้อผ้า ชั้นในผ้าอนามัย นาฬิกาข้อมือ เครื่องสำอางกล่องใหญ่มาก ดูจากของใช้ในกระเป๋าใบนี้ผมว่าผู้หญิงคนนั้น คงไม่ได้ตั้งใจสลับกระเป๋ากับผมเพราะว่าของทุกชิ้นในกระเป๋าใบนี้ล้วนแล้วแต่มีราคาทั้งนั้นเลยแล้วผมก็คิดว่าป่านนี้เธอคนนั้นก็น่าจะรู้แล้วว่าหยิบกระเป๋าผิดไป
เอายังไงล่ะทีนี้ เสื้อผ้าในตู้ก็ไม่มีสักตัวเพราะผมไปอยู่ต่างประเทศมาหลายปี ถึงมีก็คงใส่ไม่ได้แล้วผมรีบปิดกระเป๋าใบนี้อีกครั้ง เพราะไม่เจออะไรที่สามารถติดต่อเธอคนนั้นได้เลย แล้วผมก็คงต้องออกไปหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ใส่ก่อนเื่อื่นค่อยว่ากันทีหลัง
“ป้าจันทร์ครับขอกุญแจรถของผมหน่อยครับ” ผมเดินลงมาชั้นล่างด้วยชุดๆเดิม บ่งบอกว่าผมยังไม่ได้อาบน้ำ
“คุณหนูเล็กจะออกไปข้างนอกเหรอคะ เดี๋ยวป้าหยิบให้สักครู่นะคะ” ป้าจันทร์เดินไปหยิบกุญแจ แรมโบกินี่สีขาวคันของผมที่คุณพ่อซื้อให้เมื่อสองปีก่อน ตอนที่ผมเรียนจบปริญญาตรีท่านซื้อให้เป็ของขวัญ สำหรับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ซึ่งรถคันนี้ผมรักมันมากนานๆทีถึงจะได้ขับมันสักทีแล้วนี่ก็สองปีแล้วแต่ผมให้คนรถที่บ้านดูแลไว้เป็อย่างดี
“นัส ไหนบอกว่าจะขึ้นไปอาบน้ำไง แล้วจะออกไปไหนพึ่งจะกลับมาถึงแท้ๆ”
“คุณแม่อย่างพึ่งบ่นผมสิครับก็กระเป๋าใบที่ผมได้มามันไม่ใช่ของผมน่ะสิครับน่าจะสลับกับผู้หญิงที่ผมเดินชนเธอที่สนามบินผมก็เลยว่าจะออกไปซื้อของใช้สักหน่อยครับ”
“อ้าวแล้วอย่างนี้ จะเอาไปคืนกันได้ที่ไหนล่ะ” ผมส่ายหน้าเบาๆเพราะผมก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน
“กุญแจได้แล้วค่ะคุณหนูเล็ก” ป้าจันทร์เดินมาส่งกุญแจรถให้ผม
“ขอบคุณนะครับป้าจันทร์...ผมไปก่อนนะครับคุณแม่”
ผมขับรถมาจอดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งกลางใจเมืองกรุงเทพจากนั้นผมก็เดินหาซื้อเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวที่ผมจะเอาไว้ใช้ทั้งวันนี้และวันถัดๆไปด้วย อยู่ๆผมก็เจอกับผู้หญิงที่ผมคิดว่าน่าจะใช่เธอเพราะผมจำชุดที่เธอใส่ได้