“พ่อไม่ได้เข้าข้าง พ่อพูดไปตามความจริง”
“เอาละ พอกันที เื่ไม่เป็เื่ มาสนุกกันต่อดีกว่า เอ้าชนแก้วกับผมหน่อยคุณทำนุ”
นายพลสุรินทร์รีบกล่าวแก้ไขสถานการณ์แล้วยื่นแก้วไปชนกับแก้วของนายทำนุผู้เป็เพื่อน แล้วงานเลี้ยงก็ดำเนินต่อไป
หลังจากที่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตะวันก็กลับเข้ามาในงานอีกครั้ง
“เดี๋ยวอาต้องกลับก่อนนะตะวัน นี่ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้อามีงานสำคัญต้องทำ”
นายทำนุบอกกับเขา
“อาฝากน้องด้วยนะตะวัน เพราะน้องไม่ยอมกลับพร้อมอา”
นางมณีบอกกับตะวัน
งานเลี้ยงจบลงแล้วทุกคนทยอยกลับกันไปจนหมดคงเหลือแต่สองพี่น้องคือทะนงกับนภาเท่านั้นครอบครัวของตะวันจึงพาทั้งสองเข้าไปในบ้าน
“ขอตัวไปนอนก่อนนะพี่ตะวัน”
นภาบอกเมื่อรู้สึกง่วงขึ้นมา
“ครับ” ตะวันรับคำและเมื่อนภาเดินไปแล้วเขาจึงได้หันไปคุยกับผู้เป็มารดา “งานเลี้ยงสนุกไหมครับคุณแม่”
“สนุกสิลูก อีกอย่างบ้านเราก็อากาศดีมากทำให้แม่รู้สึกสดชื่นกว่าอยู่ที่กรุงเทพตั้งเยอะ”
“ผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับคุณแม่” บอกมารดาแล้วก็หันไปหาเพื่อน “ไปทะนง ไปนอนกันเถอะเรา หรือว่าแกจะออกไปช่วยเขาเก็บของข้างนอกก็เชิญ”
“พูดบ้าๆฉันง่วงจนจะลืมตาไม่ขึ้นแล้ว จะไปนอนก็ไปสิ”
แล้วสองหนุ่มก็เดินกอดคอกันตรงไปทางห้องนอน ทำให้นายพลสุรินทร์ที่มองตามถึงกับยิ้ม
“อืม...สองคนนี่มันรักกันดีจริงๆ” กล่าวอย่างนั้นแล้วก็หันไปทางภรรยา “ไป เราก็ไปนอนกันเถอะ ผมก็ง่วงแล้วหรือว่าคุณจะไปช่วยพวกนั้นเขาเก็บของอย่างที่ตาตะวันว่าก็ตามใจน่ะ”
“เอาอีกคนแล้ว เหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูกสิเอ้า”
นางแวววรรณค้อนขวับๆ
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ก๊อกๆๆๆๆๆๆ ๆๆๆ
“ตื่นได้แล้วพี่ตะวัน ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว”
นภาส่งเสียงเรียกอยู่หน้าห้องนอนของสองหนุ่ม
“รำคาญจริงๆยัยน้องคนนี้ ไม่รู้จะมาปลุกทำไม” ทะนงรู้สึกตัวขึ้นมาก่อนก็บ่นหงุงหงิงก่อนหันไปสะกิดเพื่อนที่นอนอยู่ข้างๆ “ตะวันตื่นๆๆ”
“เออๆรู้แล้ว”
“มาเรียกทำไมแต่เช้ายัยนภา”
ทะนงลุกขึ้นไปเปิดประตูแล้วก็ต่อว่าน้องสาว
“ไหนพี่ตะวันละพี่ทะนง”
นภาไม่สนใจพี่ชายพยายามที่จะชะโงกหน้าเข้าไปมองหาตะวันในห้อง
“ไม่ต้องไปยุ่งหรอก เดี๋ยวเขาก็ออกมาเองนั้นแหละ ลงไปข้างล่างได้แล้วเรา”
ทะนงเอ็ดน้องสาวทำให้เธอต้องเดินหน้ามุ่ยจากไปอย่างไม่พอใจ
เมื่อทุกคนมาพร้อมกันที่โต๊ะอาหารเช้านภาก็ได้กล่าวกับนายพลสุรินทร์ขึ้นว่า
“คุณลุงขานภาอยากจะไปเที่ยวชมวิวที่สันเขื่อน นภาอยากไปเล่นน้ำค่ะ”
“ได้สิ เดี๋ยวลุงจะให้พี่ตะวันเขาพาไปยายนวลออกไปบอกให้นายดำเตรียมรถไว้ที่ซิ”
ตอนท้ายนายพลสุรินทร์หันไปสั่งคนรับใช้ที่พามาจากกรุงเทพด้วย
“ให้นายแสงไปด้วยก็ดีน่ะ เด็กๆไม่ค่อยชินกับสถานที่”
นางแวววรรณแนะนำออกมา
“เดี๋ยวผมเป็คนไปบอกน้าแสงเองครับ”
ทะนงขออาสาอย่างกระตือรือร้น
“อิ่มแล้วหรือค่ะพี่ทะนง”
ดวงดาวอดถามออกมาอย่างหมั่นไส้ไม่ได้
“จ้ะ อิ่มแล้ว น้องดาวเองก็อย่าทานมากนักน่ะ เดี๋ยวจะเดินไม่ได้”
“ทำไมถึงจะเดินไม่ได้”
ดวงดาวย้อนถามงงๆ