เธอส่งข้อความมาตอนสองทุ่มครึ่ง
ไม่ยาว แค่สองบรรทัด
"ขอโทษ ฉันเจอคนใหม่แล้ว"
"อย่าโกรธนะ"
ฉันนั่งอยู่บนม้านั่งสวนสาธารณะ อ่านข้อความนั้นสามรอบ แล้วก็วางโทรศัพท์ลงบนเข่า
ไม่ได้โกรธ
แค่รู้สึกว่าอากาศหนาวขึ้นนิดหนึ่ง ทั้งที่อุณหภูมิไม่ได้เปลี่ยน
สองปีที่แล้ว เธอเป็คนพูดก่อน
"รอฉันนะ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม"
ตอนนั้นฉันยิ้ม เพราะไม่รู้ว่าคำว่า "ไม่ว่าจะนานแค่ไหน" ในใจเธอนั้นหมายความว่าสองปี
ฉันลุกขึ้นเดิน ไม่รู้จะไปไหน แต่อยู่นิ่งไม่ได้
เดินออกจากสวนสาธารณะ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ผ่านร้านสะดวกซื้อที่ไฟสว่าง ผ่านซอยเงียบที่ไม่มีคน ผ่านตัวเองในกระจกหน้าต่างร้านขายยาที่ปิดแล้ว
คนในกระจกดูเหนื่อย
ฉันเดินต่อโดยไม่หยุดมอง
— ✦ —
ถนนข้างหน้าเงียบ
ไม่มีรถ ไม่มีคน มีแค่เสียงลมและไฟถนนสีเหลืองที่กระพริบเป็จังหวะ
ฉันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เป็นิสัยที่ทำมาั้แ่เด็ก ทุกครั้งที่รู้สึกแย่ก็จะมองท้องฟ้า เหมือนมันจะมีคำตอบอยู่ที่นั่น
ไม่เคยมีคำตอบ แต่ก็ยังทำ
คืนนั้นฟ้าใส ดาวเยอะผิดปกติสำหรับในเมือง
แล้วดาวดวงหนึ่งก็ขยับ
ไม่ใช่กระพริบ ไม่ใช่ล้า แต่เป็การขยับที่ชัดเจน ช้าๆ แล้วเร็วขึ้น เร็วขึ้น จนกลายเป็แสงยาวพาดผ่านท้องฟ้า
ดาวตก
ฉันเคยอ่านว่าดาวตกคือเศษหินจากอวกาศ ไม่มีความหมาย ไม่มีพลังพิเศษ ขอพรเป็เื่งมงาย
แต่ครั้งนี้ดาวตกนั้นไม่ได้พาดผ่าน
มันพุ่งลงมา
ตรงหัวฉัน
ฉันมีเวลาคิดแค่หนึ่งอย่างก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็แสงขาว
เสียดายที่ไม่ได้บอกแม่ว่าวันนี้จะกลับดึก
แล้วก็ไม่มีอะไรอีกต่อไป
— ✦ —
ฉันตื่นขึ้นมาเพราะหน้าฟาดพื้นหิน
ไม่ใช่พื้นยาง ไม่ใช่พื้นดิน แต่เป็หินที่เย็นและแข็งมาก รสเืในปากบอกว่าริมฝีปากแตก
ฉันพยายามลุกขึ้น มือค้ำหิน หัวยังหมุน
แสงแดดสว่างมาก ฟ้าสีฟ้าสด ต้นไม้สูงใหญ่รอบด้าน
ไม่ใช่ถนนในเมือง
ไม่ใช่ที่ไหนที่ฉันเคยเห็น
"ตื่นแล้ว" เสียงผู้หญิงดังจากด้านข้าง
ฉันหัน มีคนยืนอยู่สี่คน มองมาที่ฉัน คนหนึ่งเป็ผู้หญิงที่พูด เธอยืนตัวตรง สายตาประเมิน
"เอาขึ้นมาสิ ไม่ตายหรอก" เธอพูดแล้วหันไปคุยกับคนอื่นต่อ
ฉันนั่งอยู่กับพื้นอีกนาน มองรอบๆ พยายามเรียบเรียงสิ่งที่รู้
หนึ่ง ฉันไม่ได้อยู่ในเมืองแล้ว
สอง มีคนห้าคนในบริเวณนี้ รวมถึงฉัน
สาม ทุกคนดูสับสนพอๆ กัน ยกเว้นผู้หญิงคนนั้น
ชายสูงที่ยืนใกล้ๆ เดินมาและยื่นมือให้
"ยอด" เขาแนะนำตัวสั้นๆ
"เคน"
เขาดึงฉันลุกขึ้น
ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกคนรู้ว่ามาจากที่เดียวกัน โลกที่มีรถยนต์ โทรศัพท์ และถนนลาดยาง
โลกที่ไม่มีอะไรแบบนี้
— ✦ —
เ้าหน้าที่ชายที่มารับตัวพวกเราพูดเร็วและยิ้มน้อย
เขาอธิบายว่านี่คือทวีป Elvar โลกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ Crest คือพลังงานในตัวมนุษย์ที่วัดได้และพัฒนาได้ ผู้ที่ข้ามโลกมาจากโลกอื่นจะได้รับ Crest ที่แตกต่างจากคนที่เกิดที่นี่ บางครั้งสูงกว่ามาก บางครั้งต่ำกว่า
พิธีวัดระดับจะเกิดขึ้นเช้าวันรุ่งขึ้น
ฉันฟังทุกอย่าง พยักหน้าตามจังหวะที่ควร แต่หัวไม่ได้อยู่กับคำอธิบาย
หัวอยู่กับข้อความสองบรรทัดในโทรศัพท์ที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนแล้ว
และอยู่กับความรู้สึกว่าบางอย่างในอกหายไปั้แ่ตอนที่ดาวตกพุ่งลงมา
ไม่ใช่ความเ็ป แต่เป็ที่ว่าง ที่ว่างขนาดเล็กที่ไม่เคยมีอยู่มาก่อน
— ✦ —
เช้าวันพิธี จัตุรัสกลางเมือง Aldren เต็มไปด้วยคน
ชาวเมืองมาดูผู้ข้ามโลกเป็เื่ปกติ บางคนพนันกันเงียบๆ ว่าใครจะได้ระดับอะไร
รีน่า ผู้หญิงที่บอกให้ฉันลุกขึ้นั้แ่ตอนแรก เดินเข้าวงแสงก่อน ผลออกมาในสองวินาที Silver ทั้งจัตุรัสฮือ เธอไม่ได้ยิ้มอย่างดีอกดีใจ แค่พยักหน้าเหมือนรู้อยู่แล้ว
ยอดได้ Bronze สกิลลม ยิ้มกว้าง
กล้าวได้ Bronze สกิลเพลิง ฮือดีพอสมควร
นาวินได้ Bronze สกิลน้ำ พยักหน้าพอใจ
แล้วก็ถึงฉัน
ฉันเดินเข้าวงแสง ความอุ่นซึมขึ้นมาจากพื้นหินเหมือนที่ทุกคนบอก
แต่ยังรู้สึกถึงที่ว่างในอกนั้นด้วย
คราวนี้มันใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อคืน
เหมือนแสงของพิธีกำลังดึงบางอย่างออกมาจากที่นั้น
ฉันปิดตา
รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เหมือนมีประตูถูกเคาะเบาๆ จากอีกด้านหนึ่ง
ครั้งเดียว
แล้วก็เงียบ
แสงดับ
นักบวชไม่พูด
วินาทีที่สี่ ห้า หก
"ระดับ..." เขาเริ่มพูด เสียงเปลี่ยน "...ไม่พบสัญญาณ Crest"
จัตุรัสเงียบ
ไม่ใช่เงียบเพราะตื่นเต้น แต่เป็เงียบที่ฉันรู้จักดี เป็เงียบแบบเดียวกับตอนที่รออ่านผลสอบแล้วรู้ว่าไม่ผ่าน
"ระดับศูนย์" เขาพูดเสียงแบน "ไม่มี Crest"
ฉันได้ยินเสียงกระซิบแผ่ออกรอบจัตุรัส
ยืนนิ่ง
เพราะถ้าขยับ ขาจะสั่น
และฉันไม่อยากให้ใครเห็นว่าขาสั่น
— ✦ —
ท่านสุงก้ามาหาฉันตอนพระอาทิตย์ตก
เขาไม่นั่ง ยืนตรงหน้าด้วยท่าทางของคนที่ตัดสินใจมาแล้วก่อนเดินมา
"เคน เส้นทางไปยัง Vael อันตราย เราไม่อาจรับภาระ—"
"คนระดับศูนย์" ฉันพูดแทน
เขาหยุด
"เราจะทิ้งเสบียงให้สามวัน หมู่บ้านถัดไปห่างสองวันเดิน ถ้า—"
"ขอบคุณครับ"
เขายืนอยู่อีกสักครู่ แล้วก็เดินจากไป
รีน่าอยู่ห่างออกไปสิบเมตร เธอมองมาทางฉัน ลังเล จะเดินมา แต่ก็ไม่เดิน
ฉันนึกถึงข้อความเมื่อคืนก่อน
"อย่าโกรธนะ"
ฉันหันออกจากทิศทางนั้นก่อนให้เธอเลือก
เคยชินแล้วกับการถูกทิ้ง
ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน
— ✦ —
ป่าทางตะวันตกของ Aldren มืดเร็วกว่าที่คิด
ฉันเดินมาสองชั่วโมง หาที่โล่งพอที่จะนอน ไม่เจอ เลยนั่งพิงโคนต้นไม้ใหญ่ที่รากยื่นออกมาพอเป็ที่หลบลม กินขนมปังหนึ่งชิ้นจากเสบียงที่ท่านสุงก้าให้ เก็บส่วนที่เหลือไว้
หนาว
ไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาว เพราะไม่รู้ว่าจะมาอยู่ที่นี่
ฉันนั่งกอดเข่ามองท้องฟ้าผ่านช่องใบไม้
ดาวในโลกนี้เยอะกว่า สว่างกว่า และไม่มีดวงไหนที่ฉันจำได้
ไม่มีดาวเหนือ ไม่มีกลุ่มดาวอะไรที่เคยเห็น
ฉันอยู่ไกลจากทุกอย่างที่รู้จัก
ครั้งแรกในคืนนั้นที่รู้สึกว่ากำลังจะร้องไห้
แต่ก็ไม่ร้องไห้
เพราะถ้าร้องไห้แล้วยังอยู่ในป่าอยู่ดี ไม่มีประโยชน์อะไร
ฉันหลับตาและพยายามนอน
ตีสองกว่า เสียงก้าวที่ไม่ใช่เสียงใบไม้ร่วง
ฉันเปิดตา
สองตัว สีเทา ดวงตาสะท้อนแสงจันทร์ ยืนห่างออกไปสักสิบเมตร มองมาที่ฉัน
หัวใจเต้นแรง แต่ฉันไม่ขยับ
ไม่ใช่เพราะรู้วิธีรับมือกับหมาป่า แต่เพราะรู้ว่าวิ่งไม่ทัน
หมาป่าก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว
ฉันนิ่ง
มันหยุด
ทั้งสองมองตากันอยู่นาน ฉันรู้สึกอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ไม่ใช่ความกลัว แต่เหมือนมีอะไรในหัวบอกเบาๆ ว่า
มันไม่ได้ล่า
มันแค่ทดสอบ
ฉันไม่รู้ว่ารู้ได้ยังไง แต่รู้ว่าถ้าเชื่อมันและยืนนิ่งต่อไป มันจะเดินจากไป
ฉันเชื่อ
สิบนาทีต่อมา หมาป่าทั้งสองก็หายเข้าไปในความมืด
ฉันหายใจออกยาว
แล้วก็นั่งอยู่กับคำถามที่ไม่มีคำตอบ
ทำไมถึงรู้ว่ามันไม่ล่า
ทำไมถึงรู้ว่าถ้าเชื่อแล้วจะปลอดภัย
ฉันไม่มีสกิล ไม่มี Crest ไม่มีอะไรเลย
แต่รู้
— ✦ —
ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีตอนใกล้รุ่ง
ฉันยังนั่งอยู่ที่เดิม นอนไม่หลับ
แล้วก็เห็นมัน
ไม่ใช่แสง ไม่ใช่เสียง แต่เป็ตัวอักษรที่ลอยอยู่ตรงหน้า จางจนต้องเพ่งมองเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝัน
[ ??? ]
แค่นั้น สามเครื่องหมายคำถาม
ฉันยื่นมือเข้าไปัั นิ้วทะลุผ่าน แต่ตอนถอนมือออก มีความเย็นเล็กน้อยติดอยู่ที่ปลายนิ้วชั่วครู่
"คืออะไร" ฉันถามออกเสียง รู้ว่าโง่ แต่ก็ถาม
ไม่มีคำตอบ
ตัวอักษรลอยอยู่นิ่งๆ ไม่ขยับ ไม่เปลี่ยน
ฉันนั่งจ้องมันจนแสงแดดสาดลงมาจากช่องใบไม้ และตัวอักษรก็จางหายไปพร้อมกับความมืด
เหลือแต่เช้าของวันใหม่ในโลกที่ไม่รู้จัก
เหลือแต่คำถามที่ไม่มีคำตอบ
และเหลือแต่ที่ว่างในอกที่ไม่หายไปไหน
ฉันลุกขึ้น ปัดดินออกจากกางเกง แล้วก็เดินต่อ
เพราะไม่มีที่ไหนให้กลับ
และเพราะนั่งร้องไห้ในป่าไม่มีประโยชน์อะไร
แต่ก้าวที่สามฉันหยุดมีบางอย่างในหัวพูดเบาๆไม่ใช่เสียง ไม่ใช่ความคิดของตัวเองเป็บางอย่างที่ต่างออกไปเหมือนคนอื่นพูดแค่สั้นๆ สองคำ"ยังไม่ถึงเวลา"ฉันมองรอบๆไม่มีใครแค่ป่า ลม และดาวที่เริ่มจางหายไปในแสงเช้าและความรู้สึกว่าสิ่งที่ปรากฏในคืนนั้นไม่ได้มาโดยบังเอิญ
— จบตอนที่ 1 —