(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 80 จักรพรรดิสงคราม ทันย่า

            ทันย่าหายใจลึก ขณะที่เขาพยายามทรงตัวหลังจากการต่อสู้อันดุเดือด ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดการปะทะทำให้ร่างกายของเขาสั่นระริก ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงแผลลึกที่กระจายอยู่ทั่วร่าง ร่างกายภายนอกของเขาดูจะยังยืนหยัดได้


            แต่ภายในนั้นบาดเจ็บมากกว่าที่ใครจะสังเกตเห็น พลังจิตที่ใช้ควบคุมมีดบินทั้งยี่สิบเล่มค่อยๆเลือนหายไป


            มีดบินค่อยๆร่วงลงสู่พื้นผืนเบื้องล่างทีละเล่ม แสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าและอาการบาดเจ็บของเขา


            “แฮ่ก!แฮ่ก!แฮ่ก! เจ้าแข็งแกร่งจริงๆ”


            อัลเบี้ยนเองก็ไม่ต่างกัน ราชันสงครามลำดับที่ 30 ยืนหอบหายใจอย่างหนัก


            ร่างกายที่ปกคลุมด้วยเปลวไฟและทองคำเริ่มสูญสลาย กฎต้นกำเนิดแห่งทองคำที่ป้องกันเขาไว้จากการโจมตีของทันย่าได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ


            บางส่วนของร่างกายถูกโจมตีโดยพลังงานมหาศาลที่ปล่อยออกมาในช่วงท้ายของการต่อสู้ เสื้อผ้าและเกราะรบที่เขาสวมใส่แทบจะถูกทำลายจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม


            ใบหน้าและร่างกายของเขามีบาดแผลจากการถูกโจมตีโดยมีดบินพลังจิตที่แหลมคม


            ในตอนนั้นบรรยากาศภายในห้องโถงต่างใหญ่เงียบสงัด ไม่มีใครกล้าพูดหรือขยับการเคลื่อนไหว แม้แต่ลมหายใจของราชันสงครามที่ติดตามการต่อสู้ครั้งนี้ ทั้งหมดก็ต่างกลั้นไว้ด้วยความหวาดหวั่น


            ภาพการต่อสู้ที่ผ่านไปทำให้ทุกคนตระหนักถึงพลังที่แท้จริงของทั้งสองฝ่าย และไม่มีใครคาดเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป


            “เจ้าสมควรได้รับการยอมรับ ทันย่า”


            เสียงของอัลเบี้ยนยังคงดังสะท้อนผ่านห้องโถง แม้จะอ่อนแรงแต่ก็ยังเปี่ยมด้วยความเคารพ


            “ข้าต่อสู้มาแล้วหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยมีใครทำให้ข้าบาดเจ็บได้ถึงเพียงนี้”


            ทันย่าเช็ดเลือดที่มุมปากด้วยท่าทีที่นิ่งสงบ ดวงตาของเขายังคงแสดงถึงความแน่วแน่


            แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า แต่จิตใจของเขายังคงแข็งแกร่ง ชายหนุ่มมองไปที่อัลเบี้ยนด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยสายตาที่ดูสนใจ ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับ แต่เพียงแค่การเผชิญหน้าทางสายตาก็เพียงพอที่จะสื่อถึงความเข้าใจกันได้


            “พวกเรายังไม่ถึงจุดสิ้นสุด!”


            อัลเบี้ยนพูดต่อ แม้จะเหนื่อยล้า ทว่าประกายในสายตาของเขายังคงแสดงถึงความต้องการสู้ต่อ


            เขายกมือขึ้นอีกครั้ง กฎต้นกำเนิดแห่งเปลวเพลิงได้ฟื้นตัวอย่างช้าๆ เปลวไฟเล็กๆที่ลุกโชนขึ้นจากฝ่ามือของเขาแสดงถึงความพร้อมที่จะต่อสู้ต่อไป แต่ก่อนที่เขาจะปล่อยพลังเต็มที่


            เสียงทุ้มใหญ่ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ


            “พอได้แล้ว! จบการต่อสู้เพียงแค่นี้”


            เสียงของเทพสงครามหลี่จิ้งได้ขึ้นจากเบื้องหลัง ทำให้ทั้งทันย่าและอัลเบี้ยนต้องหยุดชะงัก


            บุคคลผู้ถือครองอำนาจสูงสุดในสถานที่แห่งนี้ก้าวเข้ามา ท่ามกลางแสงสลัว เสียงฝีเท้าดังสะท้อนอยู่ในโถงหินที่แตกร้าว


            “พวกเจ้าได้พิสูจน์ตัวเองเพียงพอแล้ว”


            “การต่อสู้ที่นี่เป็นเพียงการทดสอบฝีมือ ไม่มีประโยชน์ที่จะสู้จนถึงตาย พวกเจ้าต่างมีค่าเกินกว่าจะสูญเสียในที่แห่งนี้!”


            น้ำเสียงของหลี่จิ้งเต็มไปด้วยความเด็ดขาด แม้เขาจะไม่ได้แสดงออกอย่างเปิดเผย แต่ความยำเกรงที่ทุกคนมีต่อเขานั้นเห็นได้ชัด


            “ตาแก่/ท่านเทพสงคราม!”


            ทันย่ากับอัลเบี้ยนหันมองไปที่บุคคลนั้น ทั้งสองรู้ดีว่าคำสั่งนี้คือจุดสิ้นสุดของการต่อสู้


            บรรยากาศรอบสนามรบเงียบสงัด


            ขณะที่คำพูดของเทพสงครามหลี่จิ้งดังก้องไปทั่วอาณาเขตบริเวณ


            เขายืนอย่างมั่นคงด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยอำนาจและความเมตตา ถึงเขาจะเป็นบุคคลที่ทุกคนเกรงกลัว แต่ท่าทีของเขาในครั้งนี้กลับแฝงไปด้วยความกรุณาในการหยุดยั้งการต่อสู้ที่เกือบทำลายชีวิตของทั้งสองฝ่าย


            ทันย่าและอัลเบี้ยนต่างพยักหน้ารับคำสั่งนั้น ทันย่าที่แม้จะเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือด รู้ดีว่าการหยุดการต่อสู้ในเวลานี้คือสิ่งที่ดีที่สุด


            ทั้งตัวเขาและอัลเบี้ยนต่างก็บาดเจ็บหนักเกินไปที่จะสู้ต่อได้โดยไม่เสี่ยงต่อชีวิต


            ตอนนั้นอัลเบี้ยนก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอันเหนื่อยล้า


            “เข้าใจแล้วครับ... ”


            “ในการต่อสู้นี้ข้าพ่ายแพ้แล้ว แม้ข้าจะเป็นถึงนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับที่ 5 ดาว! แต่กลับไม่สามารถชนะทันย่าที่มีพลังเพียงแค่ 1 ดาวได้ ถ้าอยู่ในระดับเดียวกัน ข้าคงไม่มีโอกาสเลย!”


            ขณะที่พูด เปลวไฟที่ลุกโชนรอบตัวอัลเบี้ยนก็ค่อยๆมอดดับลง เกราะทองคำซึ่งปกป้องร่างของเขาก็ค่อยๆหายไป


            ทันย่าก็ทำเช่นเดียวกัน เขาดึงพลังจิตที่ส่งควบคุมมีดบินกลับมา มีดบินค่อยๆเลือนหายเข้าไปในกล่องเหล็กที่อยู่หัวมุมนึงของห้องโถง


            หลี่จิ้งพยักหน้าเบาๆอย่างเห็นด้วย ก่อนจะหันไปมองทันย่า


            “บททดสอบสิ้นสุดลงแล้ว การทลายพันธะแห่งราชันสงครามสำเร็จเสร็จสิ้น เจ้าสามารถท้าทายราชันสงครามที่มีลำดับสูงกว่าตนเองได้”


            “จากนี้ไปขอประกาศว่า ทันย่าจะเป็นจักรพรรดิแห่งสงคราม หนึ่งเดียวในสมาพันธ์โลกที่ไร้ผู้ใดสามารถสั่งการได้ แม้จะเป็นข้าเองก็ตาม”


            ทันทีที่หลี่จิ้งประกาศตำแหน่งใหม่ของทันย่า เสียงปรบมือที่ประหนึ่งพายุโหมกระหน่ำก็ดังกึกก้องขึ้นจากราชันสงครามคนอื่นๆ


            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า จักรพรรดิสงครามยังงั้นเรอะ! แม้แต่ท่านหลี่จิ้งก็ไม่อาจสั่งการได้!”


            “อยากเป็นมั้งจังเลยน้องทันย่า นั้นคือตำแหน่งที่เหนือกว่าราชันสงครามเช่นพวกเรา”


            “เหอะๆ งั้นคุณก็ลองเข้ารับการทดสอบแห่งตำนานนี้ดู แล้วจะรู้ว่าการที่ต้องต่อสู้กับคนที่เหนือกว่าถึง 5 คนมันไม่ง่ายเลยซักนิด”


            ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ทันย่า ราวกับพวกเขาได้เห็นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตที่เกินกว่าจินตนาการ


            ทันย่าซึ่งเพิ่งได้รับชัยชนะครั้งนี้ รู้สึกถึงสายตาเหล่านั้น และพลังที่แฝงอยู่ในคำประกาศของหลี่จิ้ง—มันไม่ใช่แค่ตำแหน่ง แต่คือการยอมรับจากสมาพันธ์โลกทั้งหมด


            ทันย่ายืนนิ่ง มองไปที่หลี่จิ้งซึ่งยังคงมองกลับมาด้วยสายตาที่ไม่เปิดเผยความรู้สึก


            ขณะเดียวกัน อัลเบี้ยนก็เดินเข้าไปใกล้ทันย่า เขายกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเองอย่างอ่อนล้า


            “ข้ายอมรับ... เจ้าชนะอย่างสมศักดิ์ศรี”


            “ทันย่า เจ้าคือคนที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้อย่างแท้จริง”


            ในน้ำเสียงของอัลเบี้ยนนั้นเต็มไปด้วยความจริงใจ จากนั้นเขาก็ได้กล่าวขึ้นมาอีก


            “เจ้ารู้หรือไม่? ข้าคิดมาตลอดว่าตัวของข้าจะต้องเป็นผู้ไร้เทียมทานในสมาพันธ์โลก”


            “แต่วันนี้ข้าได้เห็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น และมันทำให้ข้าได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง”


            อัลเบี้ยนพูดจบ พลางมองดูมือของตนเองที่ยังคงสั่นเล็กน้อยจากการต่อสู้


            ทันย่ามองไปที่เขาก่อนจะเอ่ย


            “ทุกคนล้วนมีขีดจำกัด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นไป"


            น้ำเสียงของทันย่าเต็มไปด้วยความแน่วแน่ที่แม้แต่ผู้ฟังยังสัมผัสได้ถึงแรงผลักดันภายใน


            “บางที.. ข้าควรพยายามให้มากกว่านี้”


            อัลเบี้ยนได้ยินแบบนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้ม เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์และความตั้งใจครั้งใหม่


            หลี่จิ้งที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดพยักหน้าช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบริเวณมุมปาก


            ก่อนที่จะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ทันย่ากับอัลเบี้ยนยืนอยู่ในกลางสนามรบอันเงียบสงบ ซึ่งเคยเต็มไปด้วยเสียงของความโหดร้ายเมื่อไม่นานมานี้


            แต่ก่อนไปเขาก็ได้พูดกล่าวกับทันย่า


            “ทันย่า หลังจากนี้เรามาพูดคุยกันหน่อยเถอะ ข้าหลี่จิ้งมีของขวัญที่จะให้เจ้าอีกด้วยนะ”



            ..

            ไม่ค้างแน่นอน เพราะจบแล้ว 555+


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน