บทที่ 15
แผนการ
[ ระบบ : ระบบเปิดใช้งานสกิลศัตรูคลุ้มคลั่ง ]
[ระบบ : มอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณรอบๆร่างกายในรัศมี 500 เมตร ถ้ามีความแข็งแกร่งมากกว่าผู้ใช้งานไม่เกิน 3 เท่าจะโดนควบคุมตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่ง ]
ผลของสกิลแสดงออกมามอนสเตอร์ที่อยู่ภายในรัศมีห้าร้อยเมตรมันถูกควบคุมด้วยพลังบางอย่าง
ดวงตาของพวกมันแดงกล่ำและก็เกิดการคุ้มคลั่งขึ้นมาในทันทีพวกมันเข้าเล่นงานพรรคพวกของพวกมันแล้วก็เข้าเล่นงานศัตรูที่อยู่บริเวณรอบๆอย่างบ้าคลั่ง
เดย์ใช้มือของตนเองเอื้อมไปคว้าจับร่างกายของคิวและก็พากันวิ่งออกจากฝูงมอนส์เตอร์เ่าั้ไปมองดูการต่อสู้จากไกลๆ
คิวเต็มไปด้วยความตกตะลึงดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้น
พวกเขาหลุดออกมาจากบริเวณนั้นจนมาถึงบริเวณด้านนอกมองดูการต่อสู้ของมอนสเตอร์ทั้งสองฝูงที่กำลังต่อสู้กันอย่างคลุ้มคลั่ง
คิวหันใบหน้าของตนเองไปมองเดย์แล้วก็ถามขึ้นมา “ นี่มันอะไรกัน? ”
เดย์หันไปมองแล้วก็พูดขึ้น “ สกิลของฉันเอง ”
“ มันชื่อว่าศัตรูคลุ้มคลั่งผลของมันก็เป็อย่างที่เห็นตอนนี้พวกมอนสเตอร์บริเวณรอบๆกำลังคลุ้มคลั่งพวกมันจะโดนควบคุมอยู่ประมาณสิบนาทีใน่เวลานี้พวกมันจะสังหารกันเอง”
“ ไม่ว่ามองยังไงมองดูแล้วจำนวนของพวกมันก็คงจะลดลงไปเยอะหลังจากที่ผ่านสิบนาทีนี้ไปพวกเราจะสามารถเข้าไปบริเวณด้านในได้ง่ายดายมาก”
[ ระบบ : สกิล ศัตรูคลุ้มคลั่ง ระดับ สกิลระดับทั่วไป [Normal] ]
[ อธิบาย มอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณรอบๆร่างกายในรัศมี 500 เมตร ถ้ามีความแข็งแกร่งมากกว่าผู้ใช้งานไม่เกิน 3 เท่าจะโดนควบคุมตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งหลังจากใช้สกิลจะมีผล 10 นาที และใช้งานได้อีกในสามวัน ]
มันคือสกิลที่เขาซื้อขึ้นมาอีกหนึ่งสกิล
ในการซื้อสกิลภายในร้านค้าหนึ่งคือร่างกายแข็งแกร่งที่เพิ่มความทนทานให้กับร่างกายของตนเอง
ส่วนอีกหนึ่งอย่างที่ซื้อมามันคือสกิลที่ชื่อว่าศัตรูคลุ้มคลั่ง
เดย์มองเห็นว่าสกิลนี้แม้ว่าจะเป็สกิลธรรมดาแต่ว่าถ้าใช้มันในจังหวะที่ถูกที่ถูกเวลาย่อมเป็สกิลชั้นยอดได้
ข้อเสียของสกิลนี้ทำให้สกิลนี้กลายเป็สกิลที่ไม่ได้โดดเด่นและเป็สกิลที่จัดอยู่ในระดับธรรมดาทั่วไป
มันก็คือการทำให้มอนสเตอร์คลุ้มคลั่งมอนสเตอร์เ่าั้มันจะเลือกโจมตีศัตรูที่อยู่ใกล้ร่างกายมากที่สุดหรือเรียกง่ายๆว่ามีโอกาสที่จะโดนการโจมตีของมอนสเตอร์เ่าั้
มันคือสกิลที่ใช้ปั่นป่วนไม่ได้ใช้ในการควบคุมเลยถูกจัดอยู่ในสกิลระดับธรรมดา
เพราะว่ามันเป็สกิลที่เป็เหมือนกับดาบสองคมที่ผู้ใช้มีโอกาสที่จะโดนมอนสเตอร์ตัวนั้นเล่นงานด้วย
แต่ในสถานการณ์ที่ชุลมุนเช่นนี้ล่อมอนสเตอร์อีกประเภทหนึ่งมาแล้วเปิดใช้งานสกิลในครั้ง
ควบคุมพวกมันทั้งหมดที่อยู่บริเวณรอบๆให้พวกมันสังหารกันเองและก็ออกมายืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากบริเวณด้านนอกเช่นนี้
“ มีสกิลที่สามารถใช้ได้เหมือนกันนี่ ” คิวเอ่ยชม
เดย์ยังคงแสดงท่าทางสงบนิ่งแม้ว่าแผนการทุกอย่างจะเป็ไปอย่างที่เขาคิดเอาไว้แต่เหตุการณ์การต่อสู้ที่อยู่ด้านหน้ายังไม่สามารถวัดอะไรได้
เดย์สงบใจของตนเองแล้วก็คิดแผนการลำดับถัดไป “ หลังจากที่พวกมันต่อสู้กันคิดว่าจำนวนหน้าจะลดลงถึงแปดส่วน ”
“ ถ้าจำนวนลดลงขนาดนั้นแล้วด้วยกำลังของเราทั้งสองคงจะสามารถสังหารพวกมันได้แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้อยู่ดีว่าจะเข้าไปบริเวณด้านในแล้วจะไม่พบเจอพวกมัน ”
“ พวกแมงมุมเหล่านี้อยู่บริเวณด้านนอกมองเห็นจำนวนของมันมีจำนวนประมาณหนึ่งร้อยตัวอย่างมากที่สุดภายในรังของมอนสเตอร์ก็ไม่น่าจะมีจำนวนถึงสอง”
“ เราพยายามยิงธนูเข้าไปให้ใกล้ที่สุดเพื่อล่อมันออกมาทั้งหมด”
“ เสี่ยงดวงแล้วเสี่ยงดวงว่าด้านในจะเหลือพวกมันอีกสักเท่าไหร่ ” เดย์ในตอนนี้เขาคิดว่าอย่างไรเสียตนเองก็ต้องเสี่ยงดวงดู
“ เพราะว่าในตอนนี้ก็ใช้กลยุทธ์แบบนี้ไม่ได้อีกแล้วสกิลที่ใช้ออกไปมันเป็สกิลที่คูลดาวน์ถึงสามวันสามารถใช้ ”
สถานการณ์ที่ตนเองเป็ฝ่ายเสียเปรียบไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้
คิวหันไปมองเห็นเดย์กำลังคิดอย่างหนักจึงถามขึ้น “ นี่นายเป็พวกใช้หัวคิดสินะ ”
เดย์หันไปมองแล้วถามขึ้น “ นายหมายความว่ายังไง? ”
“ ก็ดูท่าทางของนายในตอนนี้ดูเหมือนว่าเป็พวกที่ใช้หัวคิดจากที่โลกใบนี้เปลี่ยนแปลงไปตัวของฉันก็เริ่มสังเกตผู้คนมากขึ้นหลังจากที่สังเกตุมาเห็นผู้คนอยู่สามประเภท ”
“ หนึ่งคือประเภทฉันคนที่ทำอะไรตรงไปตรงมาบางครั้งก็ใช้อารมณ์ของตนเองเป็ที่ตั้งแน่นอนว่าฉันรู้ดีแต่ว่าตัวของฉันเปลี่ยนไม่ได้คนประเภทฉันจะโดนพวกอารมณ์ชักจูงได้ง่าย ”
“ ส่วนพวกที่สองคือพวกขี้ขลาด เ้าพวกนั้นอ่อนแอและเห็นแก่ตัว ”
“ ส่วนคนประเภทที่สามคือคนประเภทเดียวกับนายไอ้ประเภทที่ใช้หัวคิดและก็แสดงใบหน้าราวกับว่ามีบางอย่างเก็บเอาไว้ภายในใจตลอดเวลา”
“ ฉันขอบอกเลยนะว่าฉันเกลียดคนประเภทนายที่สุด ” คิวพูดออกมาตรงๆ
เดย์รู้ดีเขารู้ด้วยว่าตนเองเป็อย่างไร
สำหรับตัวของเขาแล้วโลกบริเวณรอบๆร่างกายล้วนแล้วแต่อยู่ในการเฝ้ามองและในการประเมินภายในหัวจะมีลำดับขั้นตอนการคิดตลอดเวลา
และเพราะแบบนั้นเลยทำให้บรรยากาศรอบๆร่างกายของเขาเป็คนที่เข้าถึงได้ยากไปโดยปริยาย
มันเลยทำให้สังคมของเขาต่ำเป็อย่างมากขนาดเพื่อนยังแทบจะไม่มีเลยเฝ้ามองโลกใบนี้ด้วยความเฉยชาเฝ้ามองมันผ่านอย่างไรจุดหมาย
เดย์ดึงสติของตัวเองกลับมาหันไปมองพวกฝูงมอนสเตอร์ที่กำลังต่อสู้ที่อยู่ด้านหน้า “ เื่นั้นไม่ใช่เื่ที่จะมาคุยกันตรงนี้ตอนนี้พวกเราควรจะสนใจพวกมันก่อน”
“ อีกไม่นานจำนวนมอนสเตอร์มันจะลดลงเป็อย่าง ”
“ แน่นอนว่าจากการคำนวณของฉันพวกมันน่าจะมีจำนวนลดลงถึงแปดส่วนเหลืออีกเพียงแค่สองส่วนจากทั้งหมดพวกเราสามารถสังหารพวกมัน”
ทั้งสองเฝ้ารอเวลาจะมาถึง
ผ่านไปสิบนาทีทุกอย่างอยู่ในการคำนวณทั้งหมดมอนสเตอร์ที่เหลืออยู่บริเวณด้านหน้าพวกมันเหลืออยู่เพียงแค่ประมาณสองส่วนจากก่อนหน้านี้ที่มีเป็ร้อยๆตัว
เดย์มองเห็นว่าการต่อสู้ของมอนสเตอร์ยังคงดำเนินต่อไปการคลุ้มคลั่งโดยการบังคับของสกิลนั้นหมดลง
[ ระบบ : ผลของสกิลศัตรูคลุ้มคลั่งได้หมดลงเรียบร้อยแล้ว ]
เดย์ลุกขึ้นยืนและก็พูดกับผู้ที่อยู่บริเวณข้างกายของตนเอง “ ถึงเวลาแล้วผลของสกิลหมดแล้ว ”
คิวลุกขึ้นดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังและก็พูดขึ้นมา “ มอนสเตอร์เหลือเพียงแค่นี้นายไม่ต้องยุ่ง ”
คิวะโลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็วพร้อมจับตั้งใจจะเผชิญหน้ากับพวกมอนสเตอร์เ่าั้
ดาบภายในมือถูกชักออกมาก่อนที่พลังเวทจะถูกปลดปล่อยกลายเป็เปลวเพลิงห่อหุ้มตัวของดาบเอาไว้
เดย์มองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “ หมอนั่น? ”
คิวตอบกลับ “ สกิลหลักของฉันคือนักดาบเวทย์ ”
หลังจากที่สิ้นสุดเสียงร่างกายพุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วดาบเหล็กที่อยู่ภายในมือถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงฟาดฟันมอนสเตอร์เ่าั้ปิดชีพในพริบตาเดียว
พวกมันที่อยู่ด้านหน้าไม่ต่างจากพวกเปานิ่งที่หยุดนิ่งให้โจมตีทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วเป็อย่างมากเพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นการต่อสู้จบลงมอนสเตอร์เ่าั้โดนสังหารหมดด้วยฝีมือของคิวโดยที่เดย์ไม่ได้ลงมือ
เดย์ที่กำลังยืนอยู่ทึ่งในความสามารถของคิว “ หมอนี่เก่งจริงด้วย.. ”
คิวหันกลับมามองบริเวณด้านหลังและก็พูดขึ้นมา “ เสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราเข้าไปด้านในกัน ”
คิวพูดออกมาพร้อมกับเดินตรงเข้าไปภายในประตูโบราณสถานช่องว่างเล็กๆที่มีแต่ความมืดมิดคิวเดินทางเข้าไปภายในนั้นด้วยดาบที่กำลังส่องแสงสว่างไสวเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้
เขาเดินเข้าไปภายในความมืดเดย์ที่กำลังเดินอยู่ตามหลังคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันภายในใจรู้สึกสงสัยบางอย่างจึงหันไปมองหน้าต่างของระบบ
“ ไม่ใช่ยังไม่จบด้านในมีศัตรูอีก!!! ”
“ คิวระวัง!!! ”
คิวที่เดินนำหน้าไปเพียงแค่ไม่กี่เมตรก้าวเข้าไปภายในโบราณสถานเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเมื่อได้ยินเสียงเตือนจึงหันหลังมา
แต่ในขณะที่หันหลังมามองบางอย่างพุ่งตรงมาอย่างรวดเร็วกระแทกเข้าที่ร่างของคิวอย่างเต็มๆ “ ตรึง!!! ”
เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวแรงอัดกระแทกอันรุนแรงร่างของคิวกระเด็นลอยออกมาผ่านหน้าของเดย์ไปไกลหลายสิบเมตร
เดย์หันไปมองศัตรูที่ปรากฏกายอยู่ด้านหน้าร่างสีดำขนาดั์เคลื่อนที่ออกมาจากภายในโบราณสถาน
“ ไม่ผิดแน่บอสอาณาเขต…. ”
จบบท
บทที่ 15
แผนการ
[ ระบบ : ระบบเปิดใช้งานสกิลศัตรูคลุ้มคลั่ง ]
[ระบบ : มอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณรอบๆร่างกายในรัศมี 500 เมตร ถ้ามีความแข็งแกร่งมากกว่าผู้ใช้งานไม่เกิน 3 เท่าจะโดนควบคุมตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่ง ]
ผลของสกิลแสดงออกมามอนสเตอร์ที่อยู่ภายในรัศมีห้าร้อยเมตรมันถูกควบคุมด้วยพลังบางอย่าง
ดวงตาของพวกมันแดงกล่ำและก็เกิดการคุ้มคลั่งขึ้นมาในทันทีพวกมันเข้าเล่นงานพรรคพวกของพวกมันแล้วก็เข้าเล่นงานศัตรูที่อยู่บริเวณรอบๆอย่างบ้าคลั่ง
เดย์ใช้มือของตนเองเอื้อมไปคว้าจับร่างกายของคิวและก็พากันวิ่งออกจากฝูงมอนส์เตอร์เ่าั้ไปมองดูการต่อสู้จากไกลๆ
คิวเต็มไปด้วยความตกตะลึงดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้น
พวกเขาหลุดออกมาจากบริเวณนั้นจนมาถึงบริเวณด้านนอกมองดูการต่อสู้ของมอนสเตอร์ทั้งสองฝูงที่กำลังต่อสู้กันอย่างคลุ้มคลั่ง
คิวหันใบหน้าของตนเองไปมองเดย์แล้วก็ถามขึ้นมา “ นี่มันอะไรกัน? ”
เดย์หันไปมองแล้วก็พูดขึ้น “ สกิลของฉันเอง ”
“ มันชื่อว่าศัตรูคลุ้มคลั่งผลของมันก็เป็อย่างที่เห็นตอนนี้พวกมอนสเตอร์บริเวณรอบๆกำลังคลุ้มคลั่งพวกมันจะโดนควบคุมอยู่ประมาณสิบนาทีใน่เวลานี้พวกมันจะสังหารกันเอง”
“ ไม่ว่ามองยังไงมองดูแล้วจำนวนของพวกมันก็คงจะลดลงไปเยอะหลังจากที่ผ่านสิบนาทีนี้ไปพวกเราจะสามารถเข้าไปบริเวณด้านในได้ง่ายดายมาก”
[ ระบบ : สกิล ศัตรูคลุ้มคลั่ง ระดับ สกิลระดับทั่วไป [Normal] ]
[ อธิบาย มอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณรอบๆร่างกายในรัศมี 500 เมตร ถ้ามีความแข็งแกร่งมากกว่าผู้ใช้งานไม่เกิน 3 เท่าจะโดนควบคุมตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งหลังจากใช้สกิลจะมีผล 10 นาที และใช้งานได้อีกในสามวัน ]
มันคือสกิลที่เขาซื้อขึ้นมาอีกหนึ่งสกิล
ในการซื้อสกิลภายในร้านค้าหนึ่งคือร่างกายแข็งแกร่งที่เพิ่มความทนทานให้กับร่างกายของตนเอง
ส่วนอีกหนึ่งอย่างที่ซื้อมามันคือสกิลที่ชื่อว่าศัตรูคลุ้มคลั่ง
เดย์มองเห็นว่าสกิลนี้แม้ว่าจะเป็สกิลธรรมดาแต่ว่าถ้าใช้มันในจังหวะที่ถูกที่ถูกเวลาย่อมเป็สกิลชั้นยอดได้
ข้อเสียของสกิลนี้ทำให้สกิลนี้กลายเป็สกิลที่ไม่ได้โดดเด่นและเป็สกิลที่จัดอยู่ในระดับธรรมดาทั่วไป
มันก็คือการทำให้มอนสเตอร์คลุ้มคลั่งมอนสเตอร์เ่าั้มันจะเลือกโจมตีศัตรูที่อยู่ใกล้ร่างกายมากที่สุดหรือเรียกง่ายๆว่ามีโอกาสที่จะโดนการโจมตีของมอนสเตอร์เ่าั้
มันคือสกิลที่ใช้ปั่นป่วนไม่ได้ใช้ในการควบคุมเลยถูกจัดอยู่ในสกิลระดับธรรมดา
เพราะว่ามันเป็สกิลที่เป็เหมือนกับดาบสองคมที่ผู้ใช้มีโอกาสที่จะโดนมอนสเตอร์ตัวนั้นเล่นงานด้วย
แต่ในสถานการณ์ที่ชุลมุนเช่นนี้ล่อมอนสเตอร์อีกประเภทหนึ่งมาแล้วเปิดใช้งานสกิลในครั้ง
ควบคุมพวกมันทั้งหมดที่อยู่บริเวณรอบๆให้พวกมันสังหารกันเองและก็ออกมายืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากบริเวณด้านนอกเช่นนี้
“ มีสกิลที่สามารถใช้ได้เหมือนกันนี่ ” คิวเอ่ยชม
เดย์ยังคงแสดงท่าทางสงบนิ่งแม้ว่าแผนการทุกอย่างจะเป็ไปอย่างที่เขาคิดเอาไว้แต่เหตุการณ์การต่อสู้ที่อยู่ด้านหน้ายังไม่สามารถวัดอะไรได้
เดย์สงบใจของตนเองแล้วก็คิดแผนการลำดับถัดไป “ หลังจากที่พวกมันต่อสู้กันคิดว่าจำนวนหน้าจะลดลงถึงแปดส่วน ”
“ ถ้าจำนวนลดลงขนาดนั้นแล้วด้วยกำลังของเราทั้งสองคงจะสามารถสังหารพวกมันได้แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้อยู่ดีว่าจะเข้าไปบริเวณด้านในแล้วจะไม่พบเจอพวกมัน ”
“ พวกแมงมุมเหล่านี้อยู่บริเวณด้านนอกมองเห็นจำนวนของมันมีจำนวนประมาณหนึ่งร้อยตัวอย่างมากที่สุดภายในรังของมอนสเตอร์ก็ไม่น่าจะมีจำนวนถึงสอง”
“ เราพยายามยิงธนูเข้าไปให้ใกล้ที่สุดเพื่อล่อมันออกมาทั้งหมด”
“ เสี่ยงดวงแล้วเสี่ยงดวงว่าด้านในจะเหลือพวกมันอีกสักเท่าไหร่ ” เดย์ในตอนนี้เขาคิดว่าอย่างไรเสียตนเองก็ต้องเสี่ยงดวงดู
“ เพราะว่าในตอนนี้ก็ใช้กลยุทธ์แบบนี้ไม่ได้อีกแล้วสกิลที่ใช้ออกไปมันเป็สกิลที่คูลดาวน์ถึงสามวันสามารถใช้ ”
สถานการณ์ที่ตนเองเป็ฝ่ายเสียเปรียบไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้
คิวหันไปมองเห็นเดย์กำลังคิดอย่างหนักจึงถามขึ้น “ นี่นายเป็พวกใช้หัวคิดสินะ ”
เดย์หันไปมองแล้วถามขึ้น “ นายหมายความว่ายังไง? ”
“ ก็ดูท่าทางของนายในตอนนี้ดูเหมือนว่าเป็พวกที่ใช้หัวคิดจากที่โลกใบนี้เปลี่ยนแปลงไปตัวของฉันก็เริ่มสังเกตผู้คนมากขึ้นหลังจากที่สังเกตุมาเห็นผู้คนอยู่สามประเภท ”
“ หนึ่งคือประเภทฉันคนที่ทำอะไรตรงไปตรงมาบางครั้งก็ใช้อารมณ์ของตนเองเป็ที่ตั้งแน่นอนว่าฉันรู้ดีแต่ว่าตัวของฉันเปลี่ยนไม่ได้คนประเภทฉันจะโดนพวกอารมณ์ชักจูงได้ง่าย ”
“ ส่วนพวกที่สองคือพวกขี้ขลาด เ้าพวกนั้นอ่อนแอและเห็นแก่ตัว ”
“ ส่วนคนประเภทที่สามคือคนประเภทเดียวกับนายไอ้ประเภทที่ใช้หัวคิดและก็แสดงใบหน้าราวกับว่ามีบางอย่างเก็บเอาไว้ภายในใจตลอดเวลา”
“ ฉันขอบอกเลยนะว่าฉันเกลียดคนประเภทนายที่สุด ” คิวพูดออกมาตรงๆ
เดย์รู้ดีเขารู้ด้วยว่าตนเองเป็อย่างไร
สำหรับตัวของเขาแล้วโลกบริเวณรอบๆร่างกายล้วนแล้วแต่อยู่ในการเฝ้ามองและในการประเมินภายในหัวจะมีลำดับขั้นตอนการคิดตลอดเวลา
และเพราะแบบนั้นเลยทำให้บรรยากาศรอบๆร่างกายของเขาเป็คนที่เข้าถึงได้ยากไปโดยปริยาย
มันเลยทำให้สังคมของเขาต่ำเป็อย่างมากขนาดเพื่อนยังแทบจะไม่มีเลยเฝ้ามองโลกใบนี้ด้วยความเฉยชาเฝ้ามองมันผ่านอย่างไรจุดหมาย
เดย์ดึงสติของตัวเองกลับมาหันไปมองพวกฝูงมอนสเตอร์ที่กำลังต่อสู้ที่อยู่ด้านหน้า “ เื่นั้นไม่ใช่เื่ที่จะมาคุยกันตรงนี้ตอนนี้พวกเราควรจะสนใจพวกมันก่อน”
“ อีกไม่นานจำนวนมอนสเตอร์มันจะลดลงเป็อย่าง ”
“ แน่นอนว่าจากการคำนวณของฉันพวกมันน่าจะมีจำนวนลดลงถึงแปดส่วนเหลืออีกเพียงแค่สองส่วนจากทั้งหมดพวกเราสามารถสังหารพวกมัน”
ทั้งสองเฝ้ารอเวลาจะมาถึง
ผ่านไปสิบนาทีทุกอย่างอยู่ในการคำนวณทั้งหมดมอนสเตอร์ที่เหลืออยู่บริเวณด้านหน้าพวกมันเหลืออยู่เพียงแค่ประมาณสองส่วนจากก่อนหน้านี้ที่มีเป็ร้อยๆตัว
เดย์มองเห็นว่าการต่อสู้ของมอนสเตอร์ยังคงดำเนินต่อไปการคลุ้มคลั่งโดยการบังคับของสกิลนั้นหมดลง
[ ระบบ : ผลของสกิลศัตรูคลุ้มคลั่งได้หมดลงเรียบร้อยแล้ว ]
เดย์ลุกขึ้นยืนและก็พูดกับผู้ที่อยู่บริเวณข้างกายของตนเอง “ ถึงเวลาแล้วผลของสกิลหมดแล้ว ”
คิวลุกขึ้นดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังและก็พูดขึ้นมา “ มอนสเตอร์เหลือเพียงแค่นี้นายไม่ต้องยุ่ง ”
คิวะโลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็วพร้อมจับตั้งใจจะเผชิญหน้ากับพวกมอนสเตอร์เ่าั้
ดาบภายในมือถูกชักออกมาก่อนที่พลังเวทจะถูกปลดปล่อยกลายเป็เปลวเพลิงห่อหุ้มตัวของดาบเอาไว้
เดย์มองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “ หมอนั่น? ”
คิวตอบกลับ “ สกิลหลักของฉันคือนักดาบเวทย์ ”
หลังจากที่สิ้นสุดเสียงร่างกายพุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วดาบเหล็กที่อยู่ภายในมือถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงฟาดฟันมอนสเตอร์เ่าั้ปิดชีพในพริบตาเดียว
พวกมันที่อยู่ด้านหน้าไม่ต่างจากพวกเปานิ่งที่หยุดนิ่งให้โจมตีทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วเป็อย่างมากเพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นการต่อสู้จบลงมอนสเตอร์เ่าั้โดนสังหารหมดด้วยฝีมือของคิวโดยที่เดย์ไม่ได้ลงมือ
เดย์ที่กำลังยืนอยู่ทึ่งในความสามารถของคิว “ หมอนี่เก่งจริงด้วย.. ”
คิวหันกลับมามองบริเวณด้านหลังและก็พูดขึ้นมา “ เสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราเข้าไปด้านในกัน ”
คิวพูดออกมาพร้อมกับเดินตรงเข้าไปภายในประตูโบราณสถานช่องว่างเล็กๆที่มีแต่ความมืดมิดคิวเดินทางเข้าไปภายในนั้นด้วยดาบที่กำลังส่องแสงสว่างไสวเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้
เขาเดินเข้าไปภายในความมืดเดย์ที่กำลังเดินอยู่ตามหลังคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันภายในใจรู้สึกสงสัยบางอย่างจึงหันไปมองหน้าต่างของระบบ
“ ไม่ใช่ยังไม่จบด้านในมีศัตรูอีก!!! ”
“ คิวระวัง!!! ”
คิวที่เดินนำหน้าไปเพียงแค่ไม่กี่เมตรก้าวเข้าไปภายในโบราณสถานเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเมื่อได้ยินเสียงเตือนจึงหันหลังมา
แต่ในขณะที่หันหลังมามองบางอย่างพุ่งตรงมาอย่างรวดเร็วกระแทกเข้าที่ร่างของคิวอย่างเต็มๆ “ ตรึง!!! ”
เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวแรงอัดกระแทกอันรุนแรงร่างของคิวกระเด็นลอยออกมาผ่านหน้าของเดย์ไปไกลหลายสิบเมตร
เดย์หันไปมองศัตรูที่ปรากฏกายอยู่ด้านหน้าร่างสีดำขนาดั์เคลื่อนที่ออกมาจากภายในโบราณสถาน
“ ไม่ผิดแน่บอสอาณาเขต…. ”
จบบท