“พี่ซูลี่ยังไม่ตอบจดหมายมาอีกหรือคะ เธอ...เธอคงจะโกรธพี่มากเลยใช่ไหมคะเื่การหมั้นหมายของเรา พี่บอกเธอไปหรือยังคะว่าพี่ไม่ได้เต็มใจที่จะหมั้นกับฉัน แต่ที่พี่ต้องทำไปเพราะเป็ความ้าของผู้ใหญ่ หรือว่าพี่จะให้ฉันเป็คนเขียนจดหมายไปบอกพี่ซูลี่ก็ได้นะคะ เผื่อว่าบางทีพี่ซูลี่อาจจะเขียนจดหมายตอบกลับมา” หลินเว่ยฉิงพูดกับเฉินเฮ่าจงอย่างน่าสงสาร
เฉินเฮ่าจงมองดูหลินเว่ยฉิงนิ่ง ในความคิดของเขาหลินซูลี่เป็ผู้หญิงสวยที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ แต่หลินเว่ยฉิงก็ไม่ได้น่ารักน้อยไปกว่าพี่สาวของเธอเลย เธอดูน่ารักอ่อนเยาว์และไร้เดียงสา
ความจริงแล้วเฉินเฮ่าจงจะปฏิเสธการหมั้นของเขากับหลินเว่ยฉิงก็ได้ แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำเพราะเขาอยากอาศัยครอบครัวฝั่งแม่ของหลินเว่ยฉิงให้เป็บันไดพาเขาไปสู่ความสำเร็จ
ส่วนหลินซูลี่นั้นก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าคนในบ้านปฏิบัติกับเธอยังไง เฉินเฮ่าจงจึงคิดมาตลอดว่าเขาอยู่เหนือเธอทุกอย่าง เมื่อเขาออกปาก เธอก็แค่ต้องทำตามความ้าของเขาเท่านั้นเอง และครั้งนี้ก็เหมือนกัน ดีแค่ไหนแล้วที่เขายังเขียนจดหมายไปบอกให้เธอรู้เื่การหมั้นหมายของเขา แต่เธอยังทำเป็เล่นตัวและคิดว่าเขาจะสนใจที่เธอไม่เขียนจดหมายตอบกลับมาอย่างนั้นหรือ ‘เธอคิดผิดแล้วล่ะหลินซูลี่ อย่างเธอก็เป็ได้แค่บ้านเล็กของฉันเท่านั้นล่ะ และเื่หย่ากับน้องเว่ยฉิงน่ะหรือ ไม่มีวันเสียหรอก เพราะครอบครัวของคุณตาน้องเว่ยฉิงจะทำให้ความเป็อยู่ของครอบครัวฉันดีขึ้น’
“ทั้งๆ ที่รู้ว่าหลังจากที่เราหย่ากันมันจะทำให้ชื่อเสียงของเธอเสียหาย แต่ทำไมเธอถึงยอมทำล่ะ เธอยอมได้จริงๆ หรือที่จะหย่ากับพี่เพื่อหลีกทางให้พี่สาวของเธอ” เฉินเฮ่าจงแสร้งถามทั้งที่ในใจของเขารู้มาตลอดว่าหลินเว่ยฉิงนั้นแอบรักเขามานานแล้ว และเขาก็รู้ด้วยว่าเธอนั้นรักเขามากขนาดไหน
“ฉันรู้ว่าในใจของพี่มีแต่พี่ซูลี่ ฉันไม่คิดที่จะเอาตัวเองเข้าไปแทรกกลางระหว่างพวกพี่หรอกค่ะ แต่ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพราะฉันไม่อยากให้พี่กับคุณพ่อคุณแม่ของพี่ต้องทะเลาะกัน”
“เพราะเหตุผลแค่นั้นจริงหรือ” เฉินเฮ่าจงโปรยยิ้มอย่างมีเสน่ห์ถามออกไป
หลินเว่ยฉิงเขินอายไปกับรอยยิ้มชวนหวั่นไหวนั้น “พี่อย่ามองว่าฉันเป็คนไม่ดีเลยนะคะ แต่ความจริงแล้วที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพราะฉันรักพี่ค่ะพี่เฮ่าจง”
“พี่ไม่คู่ควรกับความรักของเธอหรอก เธอตัดใจจากพี่ซะเถอะ อีกอย่างเธอก็รู้ดีนี่ว่าในใจของพี่มีใครอยู่”
“ฉันรู้ค่ะว่ามีรักใครอยู่ ฉันผิดเองที่เผลอใจไปรักพี่ พี่อย่าโกรธฉันเลยนะ ฉันสัญญาว่าฉันจะพยายามตัดใจจากพี่ และเมื่อเราแต่งงานกันแล้ว ฉันก็จะยอมหย่ากับพี่อย่างไม่มีเงื่อนไขเลยค่ะ ถึงตอนนั้นพี่ก็จะได้ไปแต่งงานกับพี่ซูลี่ แล้วก็ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขเหมือนอย่างที่พี่เคยบอกกับฉันยังไงล่ะคะ” หลินเว่ยฉิงรีบบอกพร้อมกับแสดงท่าทางร้อนรนอย่างน่าสงสาร
เฉินเฮ่าจงจับมือหญิงสาวเอาไว้ ก่อนที่จะพูดเสียงเศร้า “พี่ขอบใจที่เธอมีใจให้พี่ แต่พี่ก็ทำผิดต่อซูลี่ไม่ได้จริงๆ ถ้าพี่จะเห็นแก่ตัวและบอกให้เธอรอพี่ล่ะ เธอจะรอพี่ได้ไหม เพราะพี่ไม่มั่นใจแล้วว่าซูลี่ยังรักพี่เหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า พี่เฝ้าเขียนจดหมายไปหาเธอตลอด แต่เธอก็ไม่เคยเขียนจดหมายตอบกลับมาหาพี่สักฉบับ”
‘นังซูลี่จะเขียนจดหมายหาพี่ได้ยังไงล่ะคะพี่เฮ่าจง เพราะจดหมายของมันทุกฉบับอยู่ที่ฉัน พี่อยากรู้ไหมคะว่าจดหมายพวกนั้นน่ะ นังซูลี่บอกรักบอกคิดถึงพี่ไปกี่ครั้ง แต่พี่จะไม่มีทางรู้หรอกค่ะ และเื่หย่าของเราก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นด้วย เพราะฉันจะไม่ยอมให้เกิดเื่แบบนั้นขึ้นแน่ๆ’
“พี่ซูลี่อาจจะแค่ไม่มีเวลาก็ได้นะคะ” หลินเว่ยฉิงแสร้งพูด
“ไม่มีเวลาหรือว่าเธอไม่สนใจพี่แล้วกันแน่”
เฉินเฮ่าจงก้มหน้าพูดเสียงสั่น ท่าทางของเขาเหมือนคนที่หัวใจแตกสลาย เรียกคะแนนสงสารจากหลินเว่ยฉิงได้ไม่น้อยเลย และก็ได้ผล หลินเว่ยฉิงโผเข้าไปกอดเขาไว้อย่างปลอบใจ เขาก็ใช้โอกาสนี้จูบเธออย่างซาบซึ้ง ก่อนที่เขาจะผลักเธอออกไปอย่างแรง
“พี่ขอโทษ! น้องเว่ยฉิงยกโทษให้พี่ด้วยนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่ลืมตัวเพราะพี่เสียใจมากไปเท่านั้น” เฉินเฮ่าจงแสร้งพูดอย่างรู้สึกผิด
จากความซาบซึ้งใจกลายเป็ทำตัวไม่ถูก และสุดท้ายก็กลายเป็ความโกรธ หลินเว่ยฉิงเกือบจะทนไม่ไหวและกรีดร้องออกมาแล้ว แต่เธอก็ต้องกัดฟันทนและพูดออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ “ฉันรู้ค่ะ ฉันไม่โกรธพี่หรอก พี่คงคิดว่าฉันเป็พี่ซูลี่สินะคะ น่าอิจฉาพี่ซูลี่นะคะที่พี่รักเธอมากขนาดนี้”
“เมื่อพี่รักใครพี่ก็จะมอบทั้งหัวใจให้เธอคนนั้นเพียงคนเดียวครับ และพี่ก็หวังว่าน้องเว่ยฉิงจะเจอคนๆ นั้นเหมือนกัน”
“ฉันเจอคนๆ นั้นแล้วล่ะค่ะ เพียงแต่เขาไม่เคยมองมาที่ฉันเลย” หลินเว่ยฉิงยิ้มเศร้า
แต่เฉินเฮ่าจงกลับยิ้มกริ่มอยู่ในใจ ‘รอก่อนนะน้องเว่ยฉิง รอให้พี่จัดการเื่หลินซูลี่ให้เสร็จเสียก่อน จากนั้นแม้เธออยากจะหนี เธอก็หนีพี่ไปไม่พ้นหรอก’
“ทำไมถึงนั่งทำหน้ายุ่งอย่างนั้นล่ะลูก มีเื่ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” จ้าวหวั่นฮุ่ยถามลูกสาว
“วันนี้พี่เฮ่าจงเขาจูบหนูด้วยค่ะแม่”
“จูบ! แสดงว่าเฉินเฮ่าจงเริ่มเปิดใจให้ลูกแล้วใช่ไหม เขาลืมนังซูลี่ได้แล้วใช่ไหม แม่เตรียมงานแต่งงานของลูกสาวแม่ได้แล้วใช่ไหมเนี่ย”
“ลืมนังซูลี่หรือคะแม่ ที่เขาทำอย่างนั้นลงไปก็เพราะเขาคิดว่าหนูเป็มันต่างหากล่ะค่ะ ทำไมจนป่านนี้แล้วพี่เฮ่าจงถึงยังไม่ลืมนังนั่นสักทีล่ะคะแม่”
จ้าวหวั่นฮุ่ยรีบเข้าไปปลอบลูกสาว “หนูเชื่อแม่เถอะ พอหนูกับเฮ่าจงแต่งงานกัน เขาจะต้องไม่มองใครอีกนอกจากลูกสาวของแม่ ก็ลูกสาวของแม่ทั้งน่ารัก อ่อนโยน แถมยังมีครอบครัวของคุณตาคอยหนุนหลังอยู่อีก เชื่อแม่นะว่าเฮ่าจงเป็คนฉลาด เขาจะต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองแน่ๆ”
“ถ้าเป็เพราะเหตุผลนั้นก็แสดงว่าเขาไม่ได้รักหนูจริงน่ะสิคะ”
“ตอนนี้ไม่รัก พอได้อยู่ด้วยกันไปนานๆ เขาก็จะรักหนูเองนั่นแหละจ้ะ”
“แต่คุณพ่อก็ไม่เคยรักคุณแม่นี่คะ”
จ้าวหวั่นฮุ่ยถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาว นางจะบอกลูกสาวได้อย่างไรว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่พ่อของเธอ ลูกสาวของเขามีแค่หลินซูลี่ “ใครบอกว่าพ่อไม่รักแม่ล่ะจ๊ะ พ่อรักแม่มากสิ แต่ที่เขาไม่กล้าแสดงออกก็เพราะนังซูลี่ต่างหากที่ทำให้เขายังเกรงใจภรรยาเก่าของเขาอยู่”
“ทำไมนังซูลี่ถึงทำให้ชีวิตของเราสองคนแม่ลูกต้องยุ่งยากขนาดนี้ด้วยคะแม่ พ่อแสดงความรักกับแม่ได้ไม่เต็มที่ก็เพราะมัน ส่วนคนที่หนูรักก็ยังไปรักมันอีก จดหมายของมันที่เขียนถึงพี่เฮ่าจง หนูให้ฟางซินเยว่ส่งมาให้หนูทุกฉบับ และหนูก็ไม่เคยส่งให้พี่เฮ่าจงดูเลยแม้แต่ฉบับเดียว แต่แม่เชื่อไหมคะว่าขนาดพี่เฮ่าจงไม่ได้รับจดหมายจากมัน เขาก็ยังไม่ลืมและยังรักมันมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ”
“ลูกให้แม่ไปบอกกับทางโน้นให้เลื่อนงานแต่งของลูกให้เร็วขึ้นดีไหม”
“ไม่ต้องหรอกค่ะแม่ หนูรอพี่เฮ่าจงมาได้ตั้งหลายปีแล้ว หนูจะเสียเวลารอเขาอีกสักหน่อยจะเป็อะไรไป อีกอย่างหนึ่งนะคะ นังซูลี่ก็ไม่ได้เขียนจดหมายมาหาพี่เฮ่าจงได้ครึ่งปีแล้ว ไม่แน่ว่าป่านนี้นังนั่นอาจจะแต่งงานกับคนชนบทไปแล้วก็ได้ ถึงตอนนั้นหนูค่อยเข้าไปปลอบใจพี่เฮ่าจง และทำให้เขาเห็นความรักที่หนูมีให้เขา” หลินเว่ยฉิงคิดอย่างมั่นใจ และเธอจะต้องไม่แพ้ให้กับหลินซูลี่