กล้าตกตะลึง เพราะั้แ่เข้ามาในโลกแห่งเซนต์เซย่า เขาไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน มันให้ความรู้สึกเหมือนถูกน็อคแบบไม่รู้ตัว
“ เป็ไปได้ไง ทำไมเราถึงเสียท่าขนาดนี้ ”ความภูมิใจของกล้าถูกบั่นทอน เขาไม่เข้าใจ และมัวแต่ช็อกอยู่อย่างนั้น ไม่นาน อาจารย์สาวก็เตือนสติ
“เ้าศิษย์บ้า รีบลุกขึ้นมาได้แล้ว อย่ามัวแต่นั่งโง่อยู่แบบนั้น ”
“ เอ๊ะ ครับ ” กล้ารีบรับคำ ก่อนจะลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ปลุกปลอบตัวเอง
“ ใช่แล้ว เมื่อกี้ เ้านั่นต้องฟลุ๊คแน่ๆ เพราะเรามีร่างกายของเซย่าที่ทั้งรวดเร็วและแข็งแรง จะแพ้ทหารเลวคนนึงได้ยังไง ”
พอความมั่นใจกลับมา กล้าก็ตั้งกระบวนท่า สายตาจ้องมองเด็กหนุ่มปริศนา จึงพบว่าอีกฝ่ายก็เตรียมรับมือเช่นกัน ริมฝีปากบนใบหน้าเรียวแย้มยิ้มนิดๆ เป็เชิงเย้ย
“ นายยิ้มทำไม แค่ฟลุ๊ค ต่อยชั้นล้มได้ทีเดียว อย่าได้ใจไปหน่อยเลย” กล้าตะคอกใส่ เพราะรู้สึกเดือดหน่อยๆ แต่ก็ไม่ผลีผลามเข้ามาจู่โจม เนื่องจากกลัวจะโดนสวนด้วยกำปั้นแบบเมื่อครู่
“ผมไม่คิดจะได้ใจหรอก และหมัดเมื่อครู่ ก็แค่โชคดีเท่านั้น ทหารเลวคนนึงไม่มีความสามารถมากพอจะล้มเซนต์ตัวจริงได้แน่ๆ” เด็กหนุ่มปริศนายังคงส่งยิ้มกวนๆ ก่อนจะตอบกลับอย่างนอบน้อม ทว่าสำเนียงกลับแฝงแววดูแคลน
กล้าคิดจะพูดว่า…..รู้ตัว ก็ดีแล้ว แต่พอฉุกคิดได้อึดใจ ก็ประจักษ์ว่าอีกฝ่ายน่าจะกำลังแอบหยามตนอยู่ เลยโกรธหนักกว่าเดิม
“ ฮึ่ม…..ไอ้หมอนี่ นอกจากโชคดี ยังพูดจาเลี้ยวลดคดเคี้ยว ”
ทั้งสองฝ่ายยืนประจันหน้ากัน เด็กหนุ่มปริศนายังคงยิ้มกริ่ม ส่วนกล้านั้นตั้งท่ารัดกุม พร้อมตีหน้านิ่ว และในเสี้ยววินาทีต่อมา พระเอกของเื่ก็เปิดฉากบุกก่อน ด้วยหมัดขวาตรง
“ ย้าก……”
แม้หมัดนั้นจะไวเหลือประมาณ แต่เด็กหนุ่มปริศนาก็โยกหลบได้ไม่ยาก แถมยังสวนด้วยกำปั้นซ้ายเหมือนครั้งที่แล้ว ทว่ากล้าก็ไม่ใช่ไอ้โง่ เลยเอี้ยวตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด
“ หึ หึ หึ ไม่เลวนี่ ท่านเซนต์เพกาซัส ” เด็กหนุ่มปริศนาหัวเราะเบาๆ
กล้าเริ่มมองเด็กหนุ่มผู้นี้ใหม่ เพราะไม่ว่าจะเป็สายตา ความว่องไว จังหวะ ล้วนอยู่ในระดับที่เหนือกว่าเหล่าทหารเลว และถ้าว่ากันตามตรง เขาน่าจะเก่งกว่าคาชิออสเสียด้วยซ้ำ
“หมอนี่เป็ใครกันนะ เราก็เคยดูเซนต์เซย่ามาเกินกว่าร้อยรอบ แต่ไม่เคยเห็นนักสู้ที่มีลักษณะแบบนี้เลยซักครั้ง”
ทั้งสองคนดีดตัวออกจากกัน แล้วตั้งกระบวนต่อสู้ที่ตนถนัด ซึ่งกล้าก็ลองหยั่งเชิงด้วยการวาดฝ่ามือเป็รูปหมู่ดาว อันเป็ท่าเตรียมตัวก่อนเผด็จศึก
“ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ไม่น่าจะหยุดเพกาซัสหมัดดาวตกได้ เพราะนายยังไม่เหนือชั้นเท่าเซนต์ตัวจริง ”กล้ามั่นใจแบบนั้น ก่อนจะรวบรวมสมาธิ เพื่อใช้พลังคอสโม่ที่อยู่ในตัว แล้วปล่อยท่าไม้ตายออกไป
“เพกาซัสหมัดดาวตก ” ดวงตาของพระเอกหนุ่มเปล่งแสงแรงกล้าออกมาแวบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะปล่อยหมัดขวาตรง ทว่าสิ่งที่พุ่งออกมา กลับเป็ลำแสงสีฟ้าเพียงเส้นเดียว หาใช่ฝูงพายุหมัดที่ดุเดือด
“ เอ๊ะ! ” เด็กหนุ่มปริศนาใ ก่อนจะโดนลำแสงสีฟ้าเข้าไปเต็มๆ ทำให้ร่างเพรียวบางกระเด็นถอยหลังและนอนหงาย
หมู่มนุษย์ที่อยู่ตรงนั้น พากันนิ่งเงียบ แม้กล้าจะไม่พอใจที่ไม้ตายเด็ด บอดไปอีกคำรบ แต่ก็ยินดีที่การโจมตีนี้สามารถน็อคอริได้ เลยเป่าปากระบายลม
“ ฟู่…..โล่งอก คิดว่าจะทำอะไรมันไม่ได้ซะแล้ว ว่าแต่ทำไมเราถึงปล่อยเพกาซัสหมัดดาวตกไม่ได้ซักที ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ” กล้าฉงน พลางพลิกฝ่ามือไปมา เพื่อดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า
แม้กล้าจะวางใจ เพราะเห็นเด็กหนุ่มปริศนาแน่นิ่งไป แต่อาจารย์สาวกลับไม่เห็นอย่างงั้น เพราะเธอรู้สึกได้ถึงกระแสพลังบางอย่างของอีกฝ่าย จึงร้องเตือนลูกศิษย์เอก
“เซย่าอย่ามัวแต่สงสัย เ้าเด็กนั่นยังไม่เป็อะไร หมัดลำแสงของเ้าแทบทำอะไรไม่ได้เลย ”
“ บ้าน่า เ้านั่นจะไม่เป็อะไรได้ไง ในเมื่อมันล้มลงนอนแบบนั้น ”กล้าเถียงกลับ เพราะไม่เชื่อ แต่แล้ว เขาก็ต้องใ เมื่อได้ยินเสียงโอดโอยจากเ้าของร่างที่นอนอยู่
“ อู้ย…..หมัดของนายก็หนักไม่เลว ถึงกับทำให้ข้าหลับไปตั้งสามวินาที แต่เท่าที่รู้มา เพกาซัสหมัดดาวตกคือการปล่อยหมัดความเร็วเสียงนับร้อยในเสี้ยววินาทีนี่นา ทำไมคราวนี้ถึงออกมาแค่ดอกเดียว ”
“ เฮ้ย…..เป็ไปไม่ได้ ทำไมมันไม่สลบ ” กล้าตกตะลึง ดูท่าทางศึกนี้จะไม่ง่ายอย่างที่คิด ไม่ถึงอึดใจ เด็กหนุ่มปริศนาก็ค่อยๆลุกขึ้นยืน บนแก้มซูบๆมีรอดแดงช้ำเป็รูปกำปั้น
กล้าเริ่มใจเสีย เพราะทีเด็ดที่ปล่อยออกมา ไม่สามารถน็อคคู่อริ แถมเ้านั่นยังดูฟิตเต็มถัง ซ้ำร้ายกว่านั้น เด็กหนุ่มปริศนาเริ่มวาดกระบวนท่าเลียนแบบเขา
“ อ้า…..เตรียมรับมือท่าไม้ตายของตัวเอง เซนต์เพกาซัส ”
ทันทีที่พูดจบ กายเพรียวบางของเด็กหนุ่มปริศนาก็เริ่มแผ่ออร่าสีแดงเข้มออกมา ประกายตาดูน่าสะพรึงกลัวและแวววาว ก่อนจะปล่อยหมัดขวาตรง เพื่อใช้ท่าเด็ด
“ เพกาซัส หมัดดาวตก ”
ลำแสงสีแดงนับสิบพุ่งออกจากหมัดของเด็กหนุ่มปริศนา และทุกดอกพุ่งกระทบร่างแกร่งเกร็งของกล้า โชคดีที่เขายกสองแขนขึ้นป้องกัน เลยได้แต่กระเด็นถอยหลังไปสามก้าว
ถึงการโจมตีจะไม่หนักเท่าไหร่ แต่กลับสร้างความหนักใจให้แก่สองศิษย์อาจารย์เป็ที่สุด โดยเฉพาะกล้าถึงกับช็อกไปถนัดตา เพราะอีกฝ่ายปล่อยเพกาซัสหมัดดาวตกได้ดีกว่าเขาเสียอีก
“ มะ…..หมอนี่เป็ใคร มันทำได้ไง สามารถปล่อยท่าไม้ตายในตำนานได้กว่าชั้น ”
ดูเหมือนมารีนจะอดรนทนไม่ไหว จึงร้องถามเด็กหนุ่มปริศนา หวังให้ม้ามืดนายนี้ประกาศนาม
“ทหารเลวคนนั้นหยุดต่อสู้ก่อน ตกลงแล้ว เ้าเป็ใคร ทำไมถึงใช้พลังคอสโม่ได้ ”
เด็กหนุ่มปริศนากลับคืนสู่ท่ายืนปกติตามคำสั่ง ก่อนจะหันมาไขข้อข้องใจของมารีน
“ ข้าชื่อ…..โฟเทีย เป็ศิษย์ของท่านไชน่า ”
มารีนนิ่งงันกับคำตอบ แม้แต่กล้าก็สตั้นไปด้วย เพราะไม่เคยได้ยินชื่อนี้ในสารบบของการ์ตูน ประหนึ่งว่าไอ้หนุ่มนี่จะมาจากต่างมิติ หรือไม่ก็เป็พวกนักสู้ตกสำรวจ
“เป็ไปได้ไง ในการ์ตูน คุณไชน่ามีศิษย์เพียงหนึ่งเดียวนี่นา นั่นก็คือ…..คาชิออส แล้วเ้าโฟเทียโผล่มาได้ไง ” กล้างงสุดๆ มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ส่วนมารีนยังแอบไม่เชื่อ แต่ก่อนที่เซนต์สาวผมแดงจะเอ่ยถาม ก็มีสตรีนางหนึ่งกล่าวยืนยันข้อเท็จจริงจากทางด้านหลัง
“เ้านั่นไม่ได้โกหก มันเป็ศิษย์ของข้าจริงๆ ”
สองศิษย์อาจารย์หันมามองพร้อมกัน จึงพบกับเซนต์สาวร่างสูงเพรียว ผู้มีนามว่า “ไชน่า” เส้นผมสีเขียวที่แสนยาวปลิวไสว แถมยังสวมหน้ากากเหล็กที่ไม่แสดงออกถึงอารมณ์อีกต่างหาก
มารีนมองหน้าของไชน่านิ่งๆอยู่นานสองนาน ประมาณว่ายังเคลือบแคลงสงสัย เซนต์สาวผมเขียวเลยกล่าวตัดบท
“ข้ารู้ว่าพวกเ้ายังไม่เชื่อ ดังนั้น โฟเทียจงแสดงหลักฐานให้ดู ”
“ หึ หึ หึ ได้ครับ ท่านอาจารย์ ” เด็กหนุ่มร่างเพรียวรับคำ ก่อนจะตั้งกระบวนท่าใหม่ ด้วยการยื่นมือซ้ายมาข้างหน้า แล้วง้างหมัดขวาไปข้างหลัง
“ อ้า……เตรียมรับมือ เ้าเซนต์เพกาซัสจำแลง ” โฟเทียคำรามเบาๆ ก่อนที่ออร่าสีแดงเข้มจะแผ่ไปทั่วร่างอีกครั้ง แต่นั่นไม่ทำให้กล้าใเท่าสิ่งที่เด็กหนุ่มปริศนาพูด
“ เอ๊ะ เ้านั่นเรียกเราว่า…..เซนต์เพกาซัสจำแลง มันรู้ได้ไงว่าเราไม่ใช่เซย่าตัวจริง ”
แต่ไม่ทันที่กล้าจะได้คำตอบ เปลวไฟที่ร้อนแรงก็ห่อหุ้มร่างกายแกร่งเกร็ง ส่งผลให้เขาใจนร้องะโ
“ โว้…..นี่มันไฟอะไรกัน ร้อนเหลือเกิน ”
ขณะที่พระเอกหนุ่มกำลังสติแตก โฟเทียก็พุ่งเข้ามาจู่โจม ฝ่าเท้าของเขาพุ่งปะทะใบหน้าของกล้าแบบเต็มตีน ส่งผลให้ร่างแกร่งเกร็งกระเด็นไกลจนกระแทกูเาหิน
“ โครม ”
กล้าร่วงล้มลงไปนอน กล่องชุดครอธที่สะพายอยู่ด้านหลัง หลุดกระเด็นไปอีกทาง เหลือเพียงโฟเทียที่ยืนตั้งกระบวนท่าต่อสู้ พร้อมออร่าสีแดงเข้มที่รายล้อมเรือนร่าง
“ เป็ไง เชื่อหรือยังว่าเ้านั่นคือศิษย์ของข้า ” ไชน่าก้าวเข้ามายืนข้างมารีน พร้อมเอ่ยถามเบาๆ ดวงตายังคงจับจ้องการต่อสู้เบื้องหน้า
“ อืม….เชื่อแล้ว เพราะท่าไม้ตายนั่นมีหลักการคล้ายธันเดอร์คล็อลว์ ของเ้า เพียงแต่เ้าหนูนั่นจู่โจมเป็ธาตุไฟ ส่วนเ้าเป็ธาตุสายฟ้า ” มารีนตอบกลับ แต่ก็ยังไม่ละสายตาจากการต่อสู้
“ หึ หึ หึ ใช่แล้ว เพราะฉะนั้น ข้าถึงเปลี่ยนชื่อท่าไม้ตายของเ้านั่นใหม่เป็……ไฟเยอร์ คล็อลว์ ” ไชน่าประกาศนาม ท่าทางเธอจะภาคภูมิใจในลูกศิษย์คนนี้เป็อย่างยิ่ง แน่นอนว่าแค่นี้ ยังไม่ทำให้มารีนหายสงสัย จึงยิงคำถามต่อ
“ ในเมื่อเ้ามีศิษย์ที่ฝีมือล้ำเลิศขนาดนี้ ทำไมถึงส่งศิษย์ที่มีฝีมือรองอย่างคาชิออสลงชิงครอธเพกาซัสล่ะ ถ้าเป็เ้าหนูนี่ อาจคว้าชัยก็เป็ได้ ”
“ อืม…..จะว่าไป ข้าก็อยากส่งโฟเทียเข้าประลองเหมือนกัน แต่….เ้านั่นมีฐานะเพียงศิษย์ลับๆที่ข้าแอบสอนวิชาให้ในตอนกลางคืนเท่านั้น แถมมันยังกล่าวกับข้าว่า……” ไชน่าพูดแค่นั้น ก่อนจะนิ่งไป มารีนจึงรีบทวงถาม เพราะร้อนใจเหลือประมาณ
“ เ้าหนูนั่นพูดว่าอย่างไร”
ไชน่าไม่ตอบทันที แต่เธอได้หันมาสบตากับคู่สนทนา ก่อนจะตอบสั้นๆว่า…..
“ เ้านั่นบอกว่าครอธเพกาซัสไม่คู่ควรกับตัวเอง และมันกำลังรอชุดเกราะที่ใช่อยู่ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ