ท่านเทพส่งผมมาเป็นตัวประกอบ

    บทที่ 1

    “จู่ๆทำไมความรู้สึกนี้มัน... อ๊าก!!..”เด็กน้อยวัยห้าขวบพูดออกมาอย่างตกใจเมื่อจู่ๆความคิด ความทรงจำ และพลังอะไรบางอย่างได้ปะทุเข้าภายในสมองอันน้อยนิดของเขา และแน่นอนว่ามันตามมาด้วยความเจ็บปวดที่มากล้นเกินกว่าที่เด็กวัยนี้จะรับมันไหว“ท่านมิเชลเจ้าคะ..” นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่มิเชลเด็กน้อยจะได้ยินมันก่อนจะหมดสติลงไป มิเชลเหมือนกับค่อยๆรู้สึกตัว ตอนนี้สิ่งที่เขาสามารถสัมผัสได้คือความสงบ และสบายตัวเป็นที่สุด ราวกับว่าตัวของเขาเหมือนกับเมฆที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า“ตื่นเถอะเด็กน้อย.. เรารอที่จะพบเจ้ามานานมากแล้ว..” เสียงที่ดูทรงพลังเอ่ยกับมิเชล แวบแรกที่เขาได้ลืมตาขึ้นมา เขาก็ต้องแปลกใจที่พบกับกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่มีกันอยู่ 6 คน แต่ละคนนั้นดูทรงพลังแปลกๆ“ไม่ต้องตื่นกลัวไป.. มาตรงนี้เถอะ” ผู้หญิงหนึ่งในหกคนนั้นกล่าวกับเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเชื้อเชิญให้เขาไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง และที่น่าแปลกใจมิเชลเดินเข้าไปนั่งอย่างไม่ลังเล ไม่พอเก้าอี้นี้มันให้ความรู้สึกที่แสนจะคุ้นเคย เหมือนกับว่าเขาเคยใช้งานมันมาแล้วจากความทรงจำ“ข้าก็เข้าใจอยู่หรอก ตอนนี้เจ้าคงจะสับสนกับความคิด ความทรงจำที่ถูกปลดล็อกมาอย่างกะทันหัน.. เฟรย่าช่วยเจ้าหนูมิเชลมันหน่อยซิ..” ชายชราสวมชุดขาวกล่าวออกมากับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่แต่งตัวราวกับเป็นแม่มด เฟรย่าที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าให้ก่อนที่เวทมนตร์แสงสีขาวจะเข้ามาล้อมตัวของเด็กหนุ่มเอาไว้ อื้มมมมม!! ห๊ะ!!“ท่านเทพแห่งการสร้าง เซฟิส.. ท่านเทพแห่งมนตรา เฟรย่า.. ท่านเทพแห่งการค้า อเมดิส... ท่านเทพแห่งสงคราม เออทีรีส.. ท่านเทพแห่งความตาย กิมม์.. ท่านเทพแห่งผืนดิน และทะเล ไกอา..” เด็กน้อยกล่าวออกมาอย่างตกใจ ความทรงจำของเขาเริ่มที่จะกลับมาด้วยความช่วยเหลือจากท่านเทพเฟรย่า“เยี่ยม!!.. เอาล่ะตามข้อตกลงที่เราได้ทำก่อนหน้านี้ ก่อนที่เจ้าจะได้ไปเกิดใหม่.. เมื่ออายุครบ 5 ขวบ ความทรงจำในชาติก่อนรวมถึงตอนที่พบกับพวกเราครั้งแรกจะกลับคืน.. แต่พวกข้าก็กังวลว่าสมองของเด็กวัย 5 ขวบจะไม่สามารถแบกรับพวกมันได้ทั้งหมดในคราวเดียว พวกข้าจึงดึงจิตของเจ้ามายังดินแดนเทพแห่งนี้.. โทชิยะ ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่ามิเชลสินะถึงจะถูก..” เซฟิสเทพแห่งการสร้าง หรือ เทพผู้สร้างเอ่ยกล่าวกับมิเชล มิเชลเป็นบุคคลที่กลับชาติมาเกิด แต่เดิมเขาไม่ใช่คนของโลกนี้ ด้วยเหตุผลบางประการ ท่านเทพทั้งหกก็ได้ขอวิญญาณของเขาจากพระเจ้าในโลกเดิมของเขา ถึงแม้ว่ามันจะเข้าใจได้ยาก แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว และเขาก็ไม่สามารถทำอะไรเพิ่มเติมได้ ต้องปล่อยๆให้มันเป็นไปอย่างนั้น“เห้อ.. ครับๆ ผมเข้าใจ และจำได้ทั้งหมดแล้วครับท่านเทพ.. ว่าแต่ผมจะกลับไปได้ตอนไหนครับ” มิเชลกล่าวราวกับไม่ใช่เด็กตัวน้อยๆอีกต่อไป ถึงตัวเขายังเป็นเด็กแต่ความคิดของเขาในตอนนี้กลับเป็นผู้ใหญ่ไปเสียแล้ว ประสบการณ์ และความทรงจำของชายผู้หนึ่งที่ชื่อว่า ‘โทชิยะ คาบากิ’ อายุ 22 ปี“ทำไมกันล่ะ ทำไมเจ้าถึงรีบกลับจังเลย .. เด็กน้อยน่ารักอย่างเจ้า.. ข้าขอกอดสักทีไม่ได้หรือยังไงกัน..” ไกอาเทพแห่งผืนดิน และผืนน้ำกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอไม่รอคำตอบจากปากของมิเชลเลยด้วยซ้ำ เธอเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว ทำให้ใบหน้าของเด็กน้อยจมเข้าไปยังหน้าอกขนาดใหญ่ของท่านเทพไกอา“..ผม..ผมหายใจไม่ออกกกขอรับท่านเทพไกอา..” มิเชลได้แต่กล่าวออกมาอย่างทรมาน“ไกอาขี้โกง.. มิเชลอยากกอดกับข้ามากกว่านะ..” เฟรย่าเทพแห่งมนตราก็ร่วมด้วยอีกคน มันยิ่งทำให้มิเชลแทบจะขาดใจตายไปเลยในตอนนี้“พวกเจ้าจะเล่นอะไรก็ให้มันน้อยๆหน่อยซิ.. เรามีเวลามากเสียที่ไหนกันเล่า..เวลาเป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น” อเดมิสเทพแห่งการค้ากล่าวพร้อมกับส่ายหัวเล็กน้อย“เอาน่าอเมดิส ยังไงซะเหตุการณ์อย่างนี้มันก็เกิดขึ้นไม่กี่ครั้งหรอกน่า ทำตัวสบายๆเถอะ…ใช่ไหมล่ะกิมม์” เออเทอรีสเทพสงครามกล่าวอย่างชิลๆ ก่อนจะหันไปถามทางกิมม์เทพแห่งความตาย แน่นอนว่ารายนั้นเป็นประเภทที่พูดน้อยเอามากๆ กิมม์จึงแค่พยักหน้าตอบกลับไปเท่านั้น“เอาเถอะ หยุดเล่นกันก่อน.. เอาไว้หลังจากที่คุยธุระกับเจ้าหนูมิเชลเสร็จก่อนก็ยังไม่สายไปนี่... อะแฮ่ม!! เข้าเรื่องกันเถอะ เจ้าหนูเจ้าจำได้หรือไม่ว่าพวกข้าขอให้เจ้าทำสิ่งใดเพื่อเรา..” เซฟิสกล่าว“..เออ.. ช่วยพัฒนาบ้านเมืองในด้านเทคโนโลยี และแนวความคิด แนวปฏิบัติของการดำรงชีพสินะขอรับท่านเทพ.. ผมจำได้ขอรับ” มิเชลที่หลุดรอดไปจากอันตรายจาก น๊มนม มาได้ เขากล่าวขึ้นตามความทรงจำเดิมที่เขาเคยมายังสถานที่แห่งนี้ในครั้งแรกที่ท่านเทพทั้ง 6 ให้เขาไปเกิดใหม่ และยังได้มอบหมายภารกิจให้เขาทำที่โลกนี้อีกด้วย “เจ้าจำได้ก็ดีแล้ว.. ต่อไปก็เป็นพรที่ได้จากพวกเราทั้งหก ..” เทพเซฟิสกล่าว จากนั้นก็เป็นการแห่กันให้พรของเทพทั้งหก ท่านเซฟิสได้ให้พรเป็นการสร้างสรรค์ ความสามารถของเวทย์สร้างสรรค์นั้นคือการสร้างสิ่งที่เคยพบเห็นมาก่อนจากความว่างเปล่าขึ้นมาได้ แต่มันก็ขึ้นอยู่ตามจำนวนของพลังเวทมนตร์อีกทีหนึ่ง นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของอุปกรณ์ สเตตัสของตัวเองตามขอบเขตของพวกมันอีกด้วย ท่านเทพเฟรย่าได้ให้พรความเข้าใจพลังธาตุ ระดับ 10 สามารถเข้าใจพลังธาตุทั้งหมดที่อยู่ในโลกนี้ได้ทั้งหมด 4 ธาตุหลัก(ดิน น้ำ ลม ไฟ) 2 ธาตุ(พิเศษ) นอกจากนี้ยังได้ให้พรทักษะควบคุมพลังเวทย์ระดับ 10 มาอีกด้วย ชื่อของทักษะมันก็ตรงตัวมีไว้สำหรับการควบคุมเวทย์ ท่านเทพแห่งความตายกิมม์ ได้ให้พรทักษะเกี่ยวกับเนโคแมนเชอร์ และเหล่าเครื่องมือแห่งความตายอีก 4 ตัวมาเป็นข้ารับใช้ ท่านเทพแห่งการค้าอเมดิส ได้ให้ทักษะการเจรจา ทักษะความน่าเกรงขามของพ่อค้า กระเป๋ามิติที่เป็นเวทย์เรียกใช้ ทักษะลงนามสัญญาการค้า ซึ่งทั้งหมดนี้ก็นับว่าเป็นประโยชน์กับมิเชลในอนาคต ท่านเทพเออทีรีสได้ให้พรทักษะเป็นออร่าสงคราม ทักษะการปกครอง ทักษะการสั่งการ ทักษะต่อสู้ระยะประชิด ทักษะเทพสัประยุทธ์ แน่นอนว่าทักษะเหล่านี้อยู่ในระดับที่ 10 ทั้งหมด เทพองค์สุดท้ายคือท่านไกอา เธอได้มอบพรทักษะนายเหนือหัวแห่งผืนดินผืนน้ำ เพียงทักษะเดียวเท่านั้น แต่มันก็เรียกได้ว่าโกงเป็นอย่างมากเมื่อฟังจากที่ท่านเทพเล่ามา“ขอบคุณขอรับท่านเทพทั้ง 6 ..ว่าแต่ผมกลับไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาต่อได้หรือยังขอรับ” มิเชลที่อยากจะออกไปลองทักษะที่ได้รับมาแทบใจจะขาดอยู่แล้ว แต่ก็ยังถูกรั้งตัวเอาไว้จากท่านเทพสองสาว“เจ้าจะรีบร้อนไปทำไมกัน ที่โลกด้านล่างยังผ่านไปแค่ 10 นาทีเองหรอกมั้ง ... เจ้าไม่อยากจะลองใช้ทักษะที่ได้รับมาดูสักหน่อยหรือยังไง..” ไกอากล่าว แน่นอนว่าเฟรย่าเองก็เห็นด้วยกับไกอา ทั้งสองลากตัวของมิเชลเด็กน้อยไปนู่นไปนี่ เพื่อที่จะได้ชมในส่วนต่างๆของสรวงสวรรค์แห่งนี้ ‘เห้อ.. ครั้งหน้าถ้ามาพบท่านเทพอีก ควรจะใช้มุกแบบซิทคอมดีไหมน้าา.. อย่างเช่นตากผ้าเอาไว้ยังไม่ได้เก็บอะไรอย่างนั้น.. คราวหน้าต้องระวังให้มากกว่านี้แล้ว..’ มิเชลกล่าวอย่างเหนื่อยใจ