ตอนที่ 56
ศึกตัดสินหุบเขาพรางอากาศ·สงครามแห่งเจ็ดราชา
บุญคุณความแค้นเก่าใหม่ล้วนแต่ได้ทบต้นทบดอกกันเข้ามา เฉินหมิงและปีศาจราชสีห์เสมือนกับ ศัตรูคู่แค้นพบปะตาแดงก่ำเป็นพิเศษ[1]
เหล่าสัตว์ปีศาจในพื้นดินต่างเริ่มพุ่งกวัดแกว่งอาวุธเข้าใส่กัน คชสารยักษ์ยาวประมาณสามจั้ง คล้ายกับมนุษย์ยักษ์ทุบเข้าไปภายใจกลางฝูงปีศาจ ทิ้งเอาไว้แต่เพียงเศษซากศพเม่นที่มีขนหนามแหลมอยู่บนร่าง ร่างกายพลันขยับวูบ หนามแหลมหลายเส้นก็ลอยออกไป แฝงเอาไว้ด้วยเลือดอยู่สายหนึ่ง ที่ใต้พื้นดิน ยังได้มีฝูงมุสิกขนาดเท่าลูกวัวเจาะทะลวงออกมา ชั่วพริบตาก็ทำให้ราชสีห์ตนหนึ่งถูกแทะจนหลงเหลือไว้เพียงโครงกระดูก
เพลิงอัคคี วายุคลั่ง คลื่นยักษ์ ก้อนกรวดสั่นสะท้าน พริบตานั้นทั่วทั้งสนามรบได้กลายเป็นความวุ่นวายขุมหนึ่ง ที่เบื้องหน้าเริ่มมีซากศพทับซ้อนกันขึ้น จนคล้ายกับเป็นทางเชื่อมสู่สนามรบอีกสายหนึ่ง
เลือดสดๆยังคงไหลออกมาไม่หยุด รวมกันจนกลายเป็นแอ่งเล็กๆ ที่ไหลทอดอยู่บนสนามรบ ที่ด้านข้างยังรายล้อมเอาไว้ด้วยธารสายใหญ่ ซึ่งถูกชโลมจนกลายเป็นสีแดงไปแล้ว
ราชาปีศาจราชสีห์หาได้ใส่ใจต่อสนามรบที่ด้อยกว่าระดับของราชาปีศาจมาก่อนไม่ บัดนี้เมื่อศึกตัดสินได้มาถึง จึงหาได้มีผลกระทบอะไรต่อระดับชั้นราชาปีศาจไม่
เฉินหมิงและราชาปีศาจทั้งห้าหาได้รอคอยกันนานไม่ พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อฆ่าสังหารราชาปีศาจราชสีห์
ราชาปีศาจเต่าพุ่งตัวออกไปก่อน จนเกิดเป็นคลื่นลมปีศาจซัดเป็นระลอก เขาที่ซึ่งมีพลังป้องก้นที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ห้าราชาปีศาจ ในศึกการต่อสู้นี้ล้วนแต่ขึ้นอยู่กับเขาในการเข้าปะทะอยู่แนวหน้ากับราชาปีศาจราชสีห์ เพื่อคอยรับการโจมตีของราชาปีศาจราชสีห์
ในมือของราชาปีศาจเต่า ปรากฏโล่สีเขียวอันหนึ่งขึ้น นั่นคือศาสตราอาวุธของเขา
ราชาปีศาจราชสีห์ในที่สุดก็ได้เคลื่อนไหวแล้ว เมื่อเทียบกับเมื่อสามเดือนก่อนหน้า พลังฝีมือของราชาปีศาจราชสีห์ถือได้ว่าพัฒนาขึ้นอีกแล้ว ในมือของราชาปีศาจราชสีห์ยังได้มีธงปลายแหลมขนาดใหญ่สีเขียวอยู่ด้ามหนึ่ง นั้นก็คือศาสตราอาวุธของราชาปีศาจราชสีห์ : “เจ้าราชาปีศาจเต่า คิดจริงหรือว่ากระดองผุพังของเจ้ายังมีประโยชน์อีกหรือไง วันนี้ ข้าจะทุบมันให้แหลกลาญเอง เพื่อทำให้เจ้าได้รู้เองว่าอะไรคือความแตกต่างของพลัง !”
พลังมนตร์ตราล้นทะลักไปทั่วร่างราชาปีศาจราชสีห์ เกิดการสั่นสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน ขอบเขตบรรลุวิถีกลับไม่ได้เป็นเหมือนกับว่าขอบเขตสู่วิถี ที่มีขอบเขตอยู่ทั้งหมดเก้าขั้น ขอบเขตบรรลุวิถีนั้นกลับมีเพียงแค่สามขั้น นั้นก็คือ ประเภทวิถี คลังเทวะ มนตร์ตราเกื้อหนุน
ถึงแม้จะมีเพียงแค่สามขอบเขต แต่ว่าความห่างชั้นระหว่างสามขอบเขต กับเป็นสิ่งที่ไม่อาจประเมินได้ เมื่อมาถึงยังขั้นนี้ ก็เริ่มเข้าถึงหลักวิถีที่แท้จริงแล้ว
ประเภทวิถียังเป็นเพียงกุญแจสู่การเปิดของคลังเทวะเท่านั้น หลังจากที่เปิดคลังเทวะไปแล้ว พลังมนตร์ตราของผู้ฝึกตนก็จะฟื้นคืนปริมาณพลังมนตร์ตราล้วนแต่เพิ่มพูนจนมากขึ้นเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าจะไม่ได้จงใจที่จะไปฟื้นฟูพลังมนตร์ตรา คลังเทวะก็สามารถที่จะนำลมปราณที่อยู่รอบข้าง หลอมจนกลายเป็นพลังมนตร์ตรา
ราชาปีศาจเต่าสัมผัสได้ถึงพลังมนตร์ตราของราชาปีศาจราชสีห์ : “เจ้าเข้าถึงระยะแรกของคลังเทวะแล้ว!”
ราชาปีศาจราชสีห์หัวเราะเสียงดังกังวานแล้วกล่าว : “ถือว่าเจ้าฉลาดอยู่เหมือนกัน เฉินหมิง หากว่ามิใช่เจ้า เกรงว่าข้าในตอนนี้ก็คงจะเข้าถึงคลังเทวะระยะกลางไปแล้ว!”
เฉินหมิงในที่สุดก็เข้าใจแล้วในสิ่งที่ม่อเทียนเอ่ยถึงความหมายของราชาปีศาจตนใหม่โดยทั่วไป กระนั้นตัวเขาในตอนนี้กลับสมควรที่จะมีพลังในประเภทวิถีระดับกลาง เพียงแต่มิใช่ราชาปีศาจตนใหม่โดยทั่วไป
ในหมู่ราชาปีศาจหลายตน คงมีแต่เพียงราชาปีศาจเต่าที่มีประเภทวิถีในระยะหลัง ที่พอจะฝืนต้านทานการโจมตีของราชาปีศาจราชสีห์เอาไว้ได้
ธงรวบปีศาจที่โบกสะบัดอยู่ในมือของราชาปีศาจราชสีห์ เกิดเปลวไฟสีดำสายหนึ่งลุกโหมขึ้น ทำให้ราชาปีศาจเต่าถูกซัดจนลอยออกไป แม้ราชาปีศาจเต่ายกโล่ที่อยู่ในมือเข้าต้านทาน แต่ก็ยังถูกโจมตีจนลอยกระเด็นออกไปในทันที
เฉินหมิงและพวกต่างหันไปมองทางด้านราชาปีศาจเต่า เฉินหมิงกล่าว : “เจ้าไม่เป็นไรไม?”
ราชาปีศาจเต่ากล่าว : “ก็ยังดี”
เฉินหมิงพยักหน้า ขอเพียงแค่สามารถต้านทานซึ่งๆหน้าก็พอแล้ว : “ลุย ! ”
การต่อสู้ระหว่างราชาปีศาจได้ปะทุขึ้นใจกลางเวหา เหล่าปีศาจชั้นสูงที่ยังมีสติต่างพากันหลบเลี่ยงออกไปจากสนามรบของราชาปีศาจ ทิ้งระยะห่างจากสนามรบผืนนี้ไปอีกกว่าสิบลี้
ราชาปีศาจเต่าและราชาปีศาจทั้งสี่ตนพุ่งเข้าใส่ราชาปีศาจราชสีห์อีกครั้ง ราชาปีศาจเต่าที่ถือโล่อยู่ในมือ เข้าปะทะกับราชาปีศาจราชสีห์ซึ่งๆหน้า ค่อยรักษาแนวป้องกันเอาไว้ แส้ยาวในมือของราชาปีศาจจิ้งจอกขาวถูกโบกสะบัดร่ายรำดุจวิญญาณอสรพิษ หมายมั่นตั้งใจที่จะเข้ามัดราชาปีศาจราชสีห์เอาไว้ ทว่ากลับถูกพลังมนตร์ตราคุ้มครองร่างของราชาปีศาจราชสีห์ทำลายลงได้อย่างง่ายดาย
ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำที่อ้อมมายังด้านหลังของราชาปีศาจราชสีห์ ในมือถือเอาไว้ด้วยพลองเหล็กสัมฤทธิ์ทมิฬฟาดลง : “เบิกภูผา!”
ราชาปีศาจนางแอ่นไฟที่แผ่นหลังมีปีกคู่หนึ่งก็ได้เริงระบำไปมา เมฆไฟขนาดใหญ่สายหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางอากาศ หยดลงมาดุจพิรุณไฟที่ตกร่วงหล่นลงมาจากผืนฟ้า จนทำให้ราชาปีศาจราชสีห์ถูกโอบล้อมไว้ภายในใจกลาง ร้อนจนพลังมนตร์ตราคุ้มกายบนร่างของราชาปีศาจราชสีห์ต้องเกิดเสียงดังเปรี้ยงเปรี้ยงขึ้นมา
มีดสั้นอันแหลมคมที่อยู่ในมือของราชาปีศาจงูเหลือมดำ คล้ายกับเขี้ยวอสรพิษที่สาดเป็นประกายเย็นเยียบ ร่างกายของเขามีการเปลี่ยนแปลงขึ้น จนกลายเป็นหมอกดำสายหนึ่ง หมอกดำกำลังรอคอยจังหวะเข้าปกคลุมราชาปีศาจราชสีห์ในช่วงที่เขาไม่ทันระวัง จากนั้นจึงค่อยปรากฏตัวออกมาเพื่อลอบฆ่าราชาปีศาจราชสีห์
เฉินหมิงมองเข้าไปแวบหนึ่ง โล่เนื้อ นักรบ นักเวทย์ ผู้ควบคุม นักฆ่าล้วนแต่ก็มีกันแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลามาอัด buff[2] กันแล้ว
เฉินหมิงยื่นมือออก กระบี่ทั้งสี่เล่มลอยวนเวียนอยู่รอบเฉินหมิง : “ลักษณ์ที่หนึ่งมาจากอันตราย บุญคุณแห่งธรณีอันหนักแน่น ไม่สั่นคลอนดุจภูผา ไป ! ลักษณ์ที่สองรวมมาจากดวงสุริยัน แผดเผาผลาญสวรรค์ ดั่งรูปแบบแห่งอัคคี ไป ! ลักษณ์ที่สามมาพร้อมกับพายุหิมะโหม วายุคลั่งเริงระบำ รูปแบบแห่งสายลม ไป ! ลักษณ์ที่สี่เสริมสี่ทิศจนเต็ม คุณงามความดีดุจสายน้ำ รูปแบบแห่งวารี ไป ! บูรพาแห่งธรณีดิน ทักษิณเปลวเพลิงกระจ่างแจ้ง ประจิมสายลมโชยพัด อุดรแห่งความเย็นเยือก สี่ลักษณ์ล้วนครบ ค่ายกลจตุลักษณ์ เบิกให้แก่ข้า!”
กระบี่ทั้งสี่เล่มเสียบลงทั้งสี่ทิศของราชาปีศาจราชสีห์ ภายในกระบี่ทั้งสี่เล่มที่รายล้อมอยู่ภายใน พริบตานั้นก็ได้แปรเปลี่ยนฟ้าดิน ด้านบนของพื้นดินได้เกิดเป็นหอกน้ำแข็งแต่ละเล่ม ลอยเข้าหาราชาปีศาจราชสีห์ หอกน้ำแข็งเหล่านี้ไม่สามารถที่จะทำอันตรายราชาปีศาจราชสีห์ให้รับบาดเจ็บได้ เพียงแต่ถ้าคิดจะตรึงราชาปีศาจราชสีห์เอาไว้ก็ยังพอที่จะทำได้อยู่ ราชาปีศาจราชสีห์ขยับแขน สั่นสะท้านพลังมนตร์ตราทั่วร่าง จนทำให้หอกน้ำแข็งที่อยู่ตามร่างกายแหลกลาญกลายเป็นชิ้นๆ!
ใจกลางอากาศ คลื่นพายุคลั่งแฝงไว้ด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรงได้พัดเข้าใส่ราชาปีศาจราชสีห์ คลื่นพายุและเปลวเพลิงนับไม่ถ้วนโหมกันเข้ามา หมายมั่นที่จะหลอมละลายราชาปีศาจราชสีห์ทั้งเป็น
ราชาปีศาจราชสีห์สัมผัสได้ว่าค่ายกลนี้มีพลังในการสยบเขาไว้ได้เป็นอย่างยิ่ง จนแทบจะสะกดพลังฝีมือของเขาเอาไว้ได้ถึงสองส่วน ควรทราบว่า เขาที่อยู่ในขอบเขตคลังเทวะระยะแรกยังสามารถถูกสะกดพลังไว้เช่นนี้ได้ ค่ายกลจตุลักษณ์นี้ ช่างไม่ธรรมดาเลยเสียจริง!
ทว่าราชาปีศาจราชสีห์ในเวลานี้เองก็ไม่ได้รีบร้อน ถึงแม้พลังฝีมือของเขาจะถูกสะกดเอาไว้ แต่ว่าก็ยังไม่ถึงขั้นที่ส่งผลต่อชีวิตไม่ ราชาปีศาจราชสีห์จึงขยับธงรวบปีศาจที่อยู่ในมือ เปลวไฟสีดำคล้ายดั่งราชสีห์สีดำตัวหนึ่งลอยออกมา กระแทกจนทำให้ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำต้องกระอักเลือดออกมาในทันที
“สวะยังไงก็ยังคงเป็นสวะ ถึงแม้ว่าจะมีกันหกคน ก็ยังคงเป็นได้แค่สวะ!”
ในเวลาเช่นนี้ มีดสั้นที่ทำมาจากเขี้ยวอสรพิษด้ามหนึ่งได้แทงเข้าใส่แผ่นหลังของเขา เลือดไหลรินออกมาจากมีดสั้น ราชาปีศาจราชสีห์ถึงกับเกรี้ยวกราด เสียงราชสีห์คำรามดังไปทั่วสนามรบ กรงเล็บราชสีห์ขนาดใหญ่โผล่มาจากใจกลางหมอกดำ คว้าจับเข้าที่คอของราชาปีศาจงูเหลือมดำโดยไม่อาจหลบเลี่ยงได้ ธงรวบปีศาจโบกสะบัด หมายมั่นที่จะทะลวงผ่านร่างของราชาปีศาจงูเหลือมดำ
ราชาปีศาจงูเหลือมดำทราบว่าหากตนเองต้องถูกราชาปีศาจราชสีห์จับกุมไว้ได้จะอยู่ในสภาพเช่นไร จึงได้ท่องเคล็ดพลังขึ้น : “จักจั่นทองลอกคราบ ! ”
ร่างกายของราชาปีศาจงูเหลือมดำที่หดตัวดุจน้ำไหล กลับคืนสู่งูควันดำสายหนึ่งหายไปจากที่เดิม และในมือของราชาปีศาจราชสีห์ ก็เหลือไว้แต่เพียงคราบสีดำที่ถูกลอกออกมาเท่านั้น
“ลอกคราบ? เจ้าหนีไปได้ครั้งหนึ่งก็จริง แต่ข้าอยากจะรู้ว่าเจ้าจะหนีไปได้ในครั้งต่อไปยังไง?”
ราชาปีศาจงูเหลือมดำกล่าว : “เขาถูกจำกัดพลังฝีมือแล้ว พวกเรารีบฆ่าเขากันเถอะ!”
ราชาปีศาจนางแอ่นไฟพยักหน้า ภายในเท้าได้มีเมล็ดสีแดงเพลิงอยู่เม็ดหนึ่ง นั่นก็คือพลังประเภทวิถีของเขา ภายในใจกลางประเภทวิถี ยังได้พ่นเปลวไฟไร้อนันต์ออกมาเปลวไฟนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เป็นเปลวไฟธรรมดา แต่เป็นถึงเปลวไฟที่เมื่อราชาปีศาจนางแอ่นไฟทะลวงเข้าสู่ขอบเขตราชาปีศาจได้รับมา ย่อมไม่ใช่เปลวไฟสามัญกันอยู่แล้ว อีกทั้งยังเป็นต้นหม่อนไฟร้อนระอุ นี่ก็คือสิ่งที่มีการดำรงอยู่ในระดับเดียวกันกับกระแสกระบี่ ทว่าก็มีข้อแตกต่างกันขึ้นอยู่กับพลัง ขณะนี้ ก็ได้มีต้นหม่อนไฟร้อนระอุพวยพุ่งออกมาหลายร้อยสายเข้าใส่ราชาปีศาจราชสีห์!
.
.
.
.
[1] อุปมาถึง เมื่อศัตรูได้พบหน้ากัน มักมีอารมณ์โกรธแค้นรุนแรงเป็นพิเศษ
[2] อ่านว่า บัพ แปลว่า เพิ่มค่าสถานะ