วันนี้เพชรชมพูแต่งตัวง่ายๆ แบบของเธอคือเสื้อแขนตุ๊กตาตัวสั้นพอดีเอวสีขาว กับกางเกงยีนส์ขายาวตัวเก่งที่ใส่ประจำ กับรองเท้าสานรัดส้นสีน้ำตาลง่ายๆ ชุดง่ายๆแต่พออยู่บนร่างขาวแบบบางกลับยิ่งขับให้ดูยิ่งขาวใสมีออร่า ปากแดงๆเล็กๆตามธรรมชาติดูจิ้มลิ้มทำให้ดูเป็เด็กสาวสดใส สุขภาพดี ตาโตๆ วาว ๆ ดูน่ารักน่าเอ็นดูรับกับผมม้าบางๆ สีน้ำตาลที่ตัดเป็ทรงนักเรียนสั้นๆ ก่อนออกจากบ้านเธอไม่ลืมหยิบกระเป๋าผ้าฝ้ายใบใหญ่ สำหรับใส่ของมาสะพายวันนี้เธอตั้งใจจะไปซื้อเมล็ดผักสลัดมาทดลองปลูกแล้วจะแวะซื้อข้าวเกรียบดิบมาทอดขายเด็กๆ หน้าบ้านในวันหยุดด้วย
เธอยืนรอบริเวณศาลารอรถหน้าโรงเรียนตามเวลานัดไม่นานก็มีรถเก๋งหรูสีขาวมาชะรอจอดเทียบ เธอจำทะเบียนรถได้พร้อมกับกระจกฝั่งข้างคนขับลดลงเห็นเพื่อนของเธอส่งเสียงเรียกทักทายอย่าง ร่าเริงพร้อมโบกมือเป็สัญญาณให้ไปนั่งข้างหลัง ฉันโบกมือยิ้มให้เพื่อนและยกมือไหว้ทักทาย “คุณทิพย์” แม่ของมะปรางแล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถข้างหลังคนขับ หลังปิดประตูเบาๆ รถก็เคลื่อนตัวมุ่งสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ คุณทิพย์ขับรถพลางชวนคุยไป “วันนี้ครูไพลินมีสอนพิเศษหรือจ๊ะเพชร” “วันนี้แม่ไม่ได้สอนพิเศษคะ แม่ไปเยี่ยมคุณยายต่างอำเภอคะแม่ทิพย์” แม่ของมะปรางวัยใกล้เคียงกับแม่ฉัน ดูเป็สาวทันสมัยตามแบบฉบับของคนมีฐานะ คุณตาของมะปรางเป็คนไทยเชื้อสายจีนที่เป็เ้าของปั๊มน้ำมันใหญ่ๆ หลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งคุณทิพย์เป็ลูกสาวคนเล็กมะปรางค์มีลุงอีกสองคนซึ่งคอยช่วยคุณตาดูแลกิจการปั๊มน้ำมันของครอบครัว ส่วนคุณทิพย์แต่งงานกับพ่อของมะปรางซึ่งเป็เ้าของโรงงานผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบผัก ผลไม้สดและแช่แข็ง เพื่อส่งออก จึงพาภรรยามาตั้งรกรากอยู่ที่อำเภอนี้มะปรางเคยบอกเธอว่าถ้าจบมัธยมต้นที่นี่แล้วเธอคงต้องย้ายไปเรียนมัธยมปลายที่ตัวจังหวัด ถึงตอนนั้นฉันคงคิดถึงมะปรางแย่ มะปรางเพื่อนเธอเป็รักของเธอเป็เด็กหญิงผิวขาวตัวเล็กๆ เวลายิ้มจะตาหยีๆ น่ารักน่าเอ็นดู และเธอเป็คนคุยเก่ง เก่งขนาดที่ว่าสามารถนั่งคุยั้แ่ออกจากบ้านจนถึงตัวจังหวัดแบบระดับเสียงไม่ตกจนคุณทิพย์แม่มะปรางยังแอบแซวลูกสาวด้วยกลัวจะคอแห้ง ระหว่างนั่งรถเราก็ร้องเพลงไปหัวเราะกันไปสนุกสนานในแบบ สาว สาว สาว แม่มะปรางเป็คนร่าเริง คุยสนุก และไม่ถือตัว เราแวะซื้ออุปกรณ์วาดภาพกันก่อนหลังจากนั้นก็ แวะเข้าไปที่บ้านคุณตา เธอไม่ค่อยได้เข้ามาในตัวจังหวัดจึงตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจไปหมด
บ้านคุณตาชาติ ของมะปรางเข้าทางซอยเล็กๆ ข้างๆปั๊มใหญ่ของครอบครัวเป็ซอยตัน มีรั้วคอนกรีตกั้นบริเวณบ้านและข้างนอกบริเวณภายในรั้วร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ มีทั้งไม้สวยงาม ไม้ดอก และ ไม้สวนเช่นต้น เงาะ ลำไย ลิ้นจี่ มะพร้าวเรียกได้ว่าขับรถเป็ กิโลเมตรเลยกว่าจะถึงตัวบ้านซึ่งที่ทำให้แปลกใจคือภายในบริเวณรั้วบ้านมีบ้านหลังสีขาวทันสมัยอยู่สามหลัง ซึ่งดูจากพื้นที่สวนเธอคิดว่า จะพบกับบ้านไม้ตามแบบฉบับของบ้านสวนเสียอีก บ้านหลังหน้าสุดเป็บ้านของคุณตา หน้าบ้านมีรถจอดอยู่ก่อนแล้วหนึ่งคันเป็รถ BMW สีดำป้ายแดง เงาวับ คุณทิพย์เลยขับไปจอดเทียบข้าง “อ้าว! ยัยทิพย์กับยัยปรางมานู่นแล้ว” เสียงชายสูงวัยร้องทักมาจากในบ้าน เสียงทักทายกันจากคนข้างในและคนมาใหม่ดังกันขลม คุณทิพย์เรียกฉันมาแนะนำกับทุกคนแบบง่ายๆ “ยายเพชรมารู้จักทุกคน นั่นคุณตาชาติ ลุงใหญ่ ลุงยิ่ง เฮียโอม เจ้อิม และเฮียอาร์ต แล้วก็...” เฮียอาร์ตรีบชิงพูดสวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง “น้าทิพย์ครับนี่นาย โมกข์ เพื่อนอาร์ตเองครับ เฮ้ยโมกข์ น้าทิพย์น้าเราเอง” คนตัวสูงที่นั่งเงียบๆตลอดการทักทายหยอกล้อของครอบครัวใหญ่ ยกมือไหว้คุณทิพย์อย่างสุภาพ “สวัสดีครับ” คุณทิพย์มองยิ้มๆ “จ้า สวัสดีจ้า ทุกคนนี่ยัยเพชร เพื่อนของมะปรางนะจ๊ะ” ลูกหลานบ้านนี้หน้าตาดีกันทั้งบ้านจากที่มะปรางเคยเล่า นั่นคงจะเป็เฮียโอม หรือ อาชวิน คนที่เป็พี่ใหญ่สุดเป็ลูกของลุงใหญ่ค่อนข้างผอมบางใส่แว่นตาดูเป็เด็กคงแก่เรียนท่าทางเป็มิตรรับไหว้ฉันและยิ้มตอบแบบคนใจดี ส่วนเจ้อิม หรือ อริยา เป็ลูกสาวของลุงใหญ่น้องสาวเฮียโอมก็เป็ผู้หญิงขาวตาและผมยาวดำขลับสดใสน่ารักในชุดเดรสดอกไม้เล็กๆ สีฟ้า ส่วนอีกคน ก็เฮียอาร์ต-อชิระมะปรางเคยเล่าว่าสนิดกับเฮียอาร์ตที่สุดเพราะวัยใกล้กัน และเฮียอาร์ตเป็คนตลกยิ้มง่ายหัวเราะเสียงดัง ชอบเล่นมุขขายขำใครไม่ขำฉันขำเอง ดูแล้วน่ารักดี ซึ่งเธอก็คิดว่ามีนิสัยคล้ายๆกับมะปรางมากที่สุด พลอยทำให้เธอรู้สึกดีกับเฮียอาร์ตั้แ่แรกเจอที่ยิ้มตาหยีเห็นฟันครบทุกซี่ ตอนรับไหว้เธอ ส่วนอีกคน เฮียโมกข์ที่มะปรางกับฉันก็น่าจะรู้จักพร้อมๆกัน เฮียโมกข์ ตัวสูงมาก ผิวขาวหน้าตาดูหยิ่งๆ เวลาคุยกับใครก็จะจ้องนิ่งๆ เฉพาะกับคนนั้น ทั้งที่หน้าตาจัดได้ว่าดีแต่บุคคลิกต่างกันสุดขั้วกับเฮียอาร์ต ทั้งที่เป็เพื่อนกันดูเป็คนเงียบๆ ดุๆ ไม่ค่อยยิ้มดู แก่กว่าวัยแทบไม่เหมือนคนอายุ 16 ปีเลย บางครั้งเขาก็เผลอขมวดคิ้วมองเหม่อเหมือนมีอะไรในใจอยู่ตลอดเวลา นอกจากตอนรับไหว้เธอแล้วเขาก็ไม่ได้ชายตามองมาทางเธออีกเลย เสียงคุณตาอธิบายเพิ่มเติมให้คุณทิพย์ฟัง “ลูกชายคนเดียวของ ยัยพิมมาดา กับคุณอาทิตย์นะ ทิพย์” เธอแอบเห็นแววสลดวูบหนึ่งในดวงตาคุณทิพย์ ก่อนที่คุณทิพย์จะพูดว่า “มาหานายอาร์ตบ่อยๆนะโมกข์ ถ้าพอมีเวลาก็มาคุยกับคุณตาพาคุณตาไปทานข้าวบ่อยๆก็ได้ถือซะว่าพาคนแก่ไปเปิดหูเปิดตาคุณตาจะได้มีเพื่อนคุยไม่เหงานะ” คนพูดน้อยตอบกลับมาสั้นๆ “ครับ” คุณทิพย์กับคุณตาแอบสบตากันแว๊บสั้นๆ ก่อนที่ลุงใหญ่จะเอ่ยปากชวน “เออยัยทิพย์ เรากำลังจะพานายโมกข์เอารถใหม่ไปให้หลวงพ่อเจิมให้นะ แล้วจะเลยพาๆไปขับโกคาร์ท สนใจไปด้วยกันไ,หม” มะปรางชูมือเย้วๆ พลางแย่งพูด “ปรางอยากไป แม่ๆ ปราง อยากไป” ไม่ปรึกษาฉันสักคำ “งั้นมะปรางกับเพชรไปกับลุงใหญ่กับพี่ๆนะลูก” ฉันรีบแย้งอย่างมีความหวัง “แม่ทิพย์ชค๊ะ เพชรสัญญากับแม่ว่าจะกลับก่อน 4 โมงเย็นกลัวกลับไม่ทันเพชรไม่ไปได้ใหมคะ” คุณทิพย์รีบพูดให้ความมั่นใจ “ไปเถอะเพชรเดี๋ยวแม่โทรบอกครูไพลินให้ ไปกับผู้ใหญ่ไม่เป็ไรหรอกถือว่าไปเปิดหูเปิดตา”เธอไม่กล้าปฏิเสธอีกเกรงจะกลายเป็เด็กเื่มาก
เราเอารถไป 2 คัน มีรถบ้านลุงใหญ่มีเฮียโอมเป็คนขับมี เจ้อิมกับลุงใหญ่เป็ผู้โดยสาร ส่วนอีกคันของเฮียโมกเป็คนขับ มีคุณตานั่งข้างๆ คนขับ เฮียอาร์ต มะปรา งและเธอ ส่วนคุณทิพย์สมัครใจอยู่กับพวกป้าๆของมะปรางค์ เพื่อทำอาหารไว้รอ เธอแอบกังวลในใจ เฮียโอมไม่มีใบขับขี่ ขับไปจะเป็อะไรใหมแต่คุณตานั่งแบบสบายๆ คงไม่เป็อะไรใช่ใหมนะคนมีเงินนี่ตามใจลูกหลานดีจังเลย คุณตาที่นั่งข้างคนขับชวนคุยเบาๆ “ขอบใจโมกมากนะลูกยังคิดถึงคนแก่ออกรถใหม่ยังมีแก่ใจขับมาให้ตานั่งนะ” คนขับที่ดูตั้งใจขับและค่อยๆออกรถอย่างระมัดระวังและดูมีความชำนาญอยู่พอตัว ตอบโดยไม่ละสายตาจากท้องถนนว่า “โมกกับแม่ตั้งใจมาหาคุณตาั้แ่ออกรถใหม่ๆแล้วละครับ แม่กับโมกนับถือคุณตาแต่พอดีมาเกิดเื่เสียก่อน” คุณตาเงียบไปสักพักก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ “ที่จริงโมกข์ยังไม่มีใบขับขี่อย่าเพิ่งขับรถยนต์เลยนะลูกเกิดอะไรขึ้นมาจะลำบากตาเป็ห่วง นายอาร์ตก็เหมือนกันนะลูกอย่าเพิ่งขับรถยนต์อดใจรออีกปี สองปีนะลูก” เฮียอาร์ตคนช่างจ้อได้ยินชื่อตัวเองรีบพูดปนหัวเราะตอบ “หูย!!! ปู่ อาร์ตไม่กล้าหรอก แม่เขาคอยดักสกัด เช้า เย็นกลัวอาร์ตเอารถยนต์ออกจากบ้าน คนอะไรไม่รู้กลัวลูกยิ่งกว่ากลัวขโมย บางทีอาร์ตสงสัยแม่เป็ห่วงรถหรือเป็ห่วงคนกันแน่”คนพูดพูดเหมือนน้อยใจแต่น้ำเสียงกลับไม่ได้จริงจังอะไรนัก คนขับที่ฟังเงียบๆก็พูดขึ้นมาบ้าง “ปรกติโมกข์ขับมอเตอร์ไซค์ครับตา พอดีคันนี้แม่เขาเลือกให้เขาขอว่ารถยนต์คันแรกของโมกข์อยากให้ใช้ที่แข็งแรง แข็งแรงหน่อยนะครับ” เฮียอาร์ตรีบอวดขึ้นมาประหนึ่งเป็ความเก่งกาจของตัวเอง “ปู่รู้เปล่ารถคันนี้แม่โมกข์เขาซื้อเป็ของขวัญที่ไอ้โมกข์มันสอบขึ้น เกรด 11 เป็ที่หนึ่งของชั้นเลยนะปู่ โมกข์ถ้ากูเป็แม่มึง แล้วถ้ามึงจะเรียนดีเสมอต้นเสมอปลายขนาดนี้ กูคงไม่รู้ว่าจะซื้อของขวัญอะไรให้มึงั้แ่มึงจบเกรด 5 เกรด 6 แล้วป่ะ” คนขับเหมือนกลืนก้อนสะอื้นตอบกลับมาเสียงขื่นๆว่า “เขาก็ไม่ได้ซื้อให้แล้วป่ะ” เธอก็ไม่รู้ประโยคสั้นๆ นี้มีความนัยอะไรรู้แต่ทำเอาเฮียอาร์ตกับคุณตานั่งเงียบไปสักพัก เธอกับมะปรางผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็นั่งคุยกันไปชี้ชวนกันดูนู่นนี่นั่น อย่างคนนานๆทีจะออกมาเที่ยวตัวจังหวัดยิ่งฉันยิ่งตื่นตาตื่นใจ เห็นอะไรก็ตื่นเต้นไปหมดสักพักเราก็ถึงวัดใจกลางเมือง ที่คุณตาพาเฮียโมกข์มาทำพิธีเจิมรถ โดยมีเฮียอาร์ตคอยประคับประคองพานที่เตรียมมาเพื่อทำพิธีประหนึ่งว่าเป็รถของตัวเองซะอย่างนั้นเฮียอาร์ต กับ เฮียโมกข์ดูใส่ใจกันดี ถ้ามองเผินๆไม่เหมือนเพื่อนกันแต่เหมือนคู่รักกันเลย เธอคิดอะไรตลกๆในใจแล้วก็แอบยิ้มอยู่คนเดียวหลังจากรถลุงใหญ่จอดลงข้างกันไม่นาน เ้าอาวาสก็ออกมาทำพิธีเจิมรถให้เฮียโมกข์ นำพวงมาลัยวางที่คอนโซลรถโดยมีคุณตากำกับอยู่ข้างๆ สตาร์ทรถบีบแตรสามครั้งเป็อันเสร็จพิธี
เรา ขับรถมายังสนามโกคาร์ท ผู้ใหญ่และเฮียๆตกลงกันเลือกรถแบบคู่ความจริงฉันไม่ได้อยากขับรถโกคาร์ทแต่ดันมากันครบคู่พอดีก็เลต้องฝืนทำเป็ใจกล้า ว่าไงว่าตามกัน เราเช่ารถทั้งหมด 4 คัน มีเฮียโอมกับคุณตา, ลุงใหญ่กับเจ้อิม มะปรางกับเฮียอาร์ต ส่วนเธอได้นั่งคู่กับเฮียโมกข์ อันที่จริงเฮียอาร์ตกำลังจะวิ่งตามเฮียโมกข์ไปขึ้นรถแต่โดนลุงใหญ่ะโเรียกเสียงดัง “นายอาร์ตกลับมานี่ นี่ใจคอนายจะให้น้องๆผู้หญิงสองคนเขาขับกันเองหรือไง” ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน เฮียอาร์ตเลยวิ่งเหยาะๆเกาหัวแบบเขินๆไปที่รถอีกคันพลางเรียกมะปรางน้องรัก ไปนั่งด้วยกันทิ้งเธอยืนโดดเดี่ยวเธอเลยต้องเดินไปขึ้นรถเฮียโมกข์อย่างเลือกไม่ได้ เธอ อดประหม่าไม่ได้ไม่ใช่เพราะเขาสูงเขาหล่อหรอกนะ(ใช่ไหม?) แต่เพราะเขาดูหยิ่งๆทำเอาเธออดอึดอัดไม่ได้ กลัวเงอะงะทำอะไรไม่ถูกใจเขา “เธอจะบังคับด้วยไหม” ด้วยความใที่อยู่ๆเขาก็หันมามองฉันซึ่งนั่งข้างๆกำลังล็อกสายเข็มขัดนิรภัย ฉันจ้องกลับตาโตแบบอึ้งๆ “เพชรขับไม่เป็คะ” เขาไม่ได้ว่าอะไรหันกลับไปแจ้งเ้าหน้าที่ เพื่อเปลี่ยนระบบเป็แบบบังคับคนเดียวแล้วก็ขยับตัวปรับเก้าอี้นั่งเพื่อให้เหมาะกับขายาวๆของเขา เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนแคระไปเลย ดูจากอายุเราต่างกันแค่...4 ปี ทำไมความสูงช่างต่างกันนักทำไมฟ้าให้ความขายาวๆเขามา แต่ไม่ยอมให้ขายาว ๆ กับเธอมาด้วย ช่างไม่ยุติธรรม เขาออกรถหลังจากเ้าหน้าที่ให้สัญญาณปล่อยตัวค่อยๆขับตามกันไปจนถึงสนามแข่ง เมื่อมีสัญญาณไฟสีเขียวเขาเร่งความเร็วขึ้น เวลาเข้าโค้งรถวิ่งเร็วมากตัวเธอโยกไปมา สำหรับเธอแล้วมันไม่สนุกเอาเสียเลย เธอหลับตามือเกาะพวงมาลัยรถแน่น เธอจะรอดไหมนะ! เธอจะได้เห็นหน้าแม่อีกครั้งหรือเปล่า? ไม่น่าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เลย! เสียงท่อไอเสียดัง กลิ่นยางรถบดกับถนน รถเหวี่ยงไปมา เธอมึนหัวไปหมด รอบที่ 1 ผ่านไป รอบที่ 2 ผ่านไป เธอทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาต้องหยุดรถเดี๋ยวนี้!! เหงื่อ ออกจนชุ่มไปหมดทั้งฝ่ามือ ใบหน้า เธอรู้สึกได้ถึงเหงื่อที่ไหลลงตามแนวกระดูกสันหลัง เธอยกมือให้สัญญาณตามที่เ้าหน้าที่สอนไว้ก่อนหน้านี้ เขาดูเหมือนจะใรถกระตุกเล็กน้อย เขาหันมามองหน้าเธอ เธอพยายามจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ยังไม่ทันได้พูดอะไร ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาค่อนข้างว่องไว เขาให้สัญญาณเ้าหน้าที่ และเพื่อนร่วมสนามก่อนจะค่อยๆพารถเข้าข้างทางทันที ขายาวๆก้าวลงจากรถด้านคนขับ เขาวิ่งเหยาะๆมาถอดหมวกกันน็อค ออกให้เธอ และ ปัดมืองุ่มง่ามของเธอ ที่พยายามควานหาที่ปลดล็อกเข็มขัดนิรภัย แล้วแย่งไปปลดล็อกออก ให้ซะเองด้วยความชำนาญและมีสติกว่า สภาพของเธอ ใบหน้าขาวซีด และผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาลากเธอลงจากรถ เธอนั่งชันเข่าที่สนามหญ้าข้างทาง พยายามหายใจเข้า และ หายใจออกเพื่อขับไล่ความคลื่นเหียนที่ค่อยๆ ตีขึ้นมาระลอกแล้วระรอกเล่า เธอเห็นสีหน้าใของเขา เขาเอื้อมมือสองข้างมาประคองหน้าของเธอแล้วตบเบาๆ เพื่อเรียกสติ ถามเธอด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง “เธอโอเคไหม?” เธอพยายามระงับความคลื่นเหียนตอบเขาออกไปเสียงสั่น “เฮีย! เพชรจะอ้วก”พิโมกข์ ค่อนข้างใที่เห็นสภาพของเธอ นึกไม่ถึงจริงๆ ยัยเด็กนี่จะเมารถโกคาร์ท “เธอปล่อยออกมาให้หมด เลยเพชรไม่ต้องกลั้นเอาไว้ ” เป็ครั้งแรกที่เธอได้ยินชื่อตัวเองจากปากเขา สิ้นเสียงอนุญาต สิ้นสุดความอดทนของเธอเช่นกัน “โอ๊กกกกกกกกกกกกกก”