จ้าวอิงในใจก็แอบคิดท้อใจอยู่บ้างว่าเหตุใดนางต้องมาพิสูจน์ตัวเองกับคนนอกที่เดิมทีไม่มีความเกี่ยวข้องกับิญญาต่างโลกอย่างนางเลย
แต่เอาเถอะ์ส่งนางมายังที่นี่ และมอบสถานะนี้ให้นางต้องทำให้ดีอีกอย่างที่นางรู้สึกเสียดายเป็อย่างมากคือ ‘ครอบครัว’
ชาติที่แล้วนางเคยมีครอบครัวที่อบอุ่นแต่ความอบอุ่นนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน พ่อแม่และน้องชายนางตายในอุบัติเหตุรถยนต์สุดท้ายสมบัติของนางตกเป็ของอาที่เคยแสนดี
ส่วนตัวนางต้องไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าสุดท้ายนางเติบโตและกลับไปแก้แค้นให้พ่อแม่และน้องชายสำเร็จแต่ถึงแม้จะแก้แค้นไปแล้ว แต่่เวลาเลวร้ายของนางก็ยังอยู่กับนางเช่นเดิม
พ่อ แม่ น้องชายไม่ได้กลับมาจนวาระสุดท้ายก็ไม่ได้เห็นแม้แต่ิญญาของคนทั้งสามเลย
คิดได้ดังนั้นนางจึงจูงมือเสี่ยวเป่าเดินไปนำเครื่องในพร้อมขี้เถ้าในเตา พากันไปที่ริมแม่น้ำและเริ่มลงมือล้างทำความสะอาดทันที
ล้างอยู่หลายรอบจนมั่นใจว่าสะอาดดีแล้วจึงกลับมาตั้งเตาใสเครื่องตุ๋นยาจีนรอน้ำเดือดอีกครั้งจึงใส่เครื่องในลงไป
ตอนนี้เองที่จางซื่อมารับตัวเสี่ยวเป่าไปอาบน้ำชำระร่างกายก่อนเข้าห้องครัวจางซื่อก็ได้กลิ่นหอมที่ลอยออกมาแล้ว แต่นางก็ไม่ได้ถามอะไร
จ้าวอิงยกหม้อต้มยาที่งวดดีแล้วออกไปพักด้านข้างและใช้เตานั้นตั้งหม้อต้มข้าว
เมื่อเห็นหม้อตุ๋นน้ำเดือดนางเพิ่มต้นหอม ขิง พริกไทย เกลือเพิ่มรสชาติ ระหว่างตุ๋นเครื่องในนี้ นางทำไข่ตุ๋นเห็ดเพิ่มไปอีกโดยใช้ชั้นนึ่งวางบนหม้ออีกชั้น แล้วอาศัยไอน้ำจากน้ำที่เดือดของหม้อตุ๋นให้ไข่สุกแล้วนิ่มเหมือนพุดดิ่ง นางทำให้เสี่ยวเป่ากินบำรุงโดยเฉพาะ
นางวางแผนโภชนาการของบ้านนี้ไว้เรียบร้อยแต่แผนการกับทางปฏิบัติค่อนข้างจะสวนทางกัน เพราะนางไม่สามารถหยิบเอาของใช้วัตถุดิบ ออกมาจากห้วงมิติตามใจชอบได้
พรุ่งนี้นางต้องเข้าป่าเพื่อหาของป่า รวมถึงการเจอเห็ดหลินจือ ‘โดยบังเอิญ’ เพื่อนำมันมาให้พ่อลูและจางซื่อเห็นว่าได้มันมาจากป่าจริงๆ
แล้วนางก็นำเห็ดหลินจือนี้ไปขายได้เงินมา เพียงเท่านี้ก็แก้ปัญหาเื่เงินที่จู่ๆ นางก็มีเงินมีนับร้อยนับพันตำลึงโดยไม่ถูกสงสัยแล้ว
นางวางแผนให้ครอบครัวเพาะปลูกสมุนไพรเพื่อขายน่าจะยั่งยืนกว่าปลูกข้าวหรือข้าวโพดหรือถั่วเหลืองเหมือนชาวบ้านอีกอย่างที่ดินที่มีเพียงสองสามหมู่นี้ หากปลูกข้าวโพดหรือถั่วเหลืองผลผลิตที่ได้ไม่คุ้มทุน
แต่การปลูกสมุนไพรจะต่างออกไป ไม่ต้องใช้บริเวณที่มากแต่ผลผลิตมีมูลค่าสูงกว่า เมื่อครอบครัวนี้ดำรงชีพด้วยตัวเองได้รอสามีในนามของนางกลับมาจะได้หย่าไปอย่างสบายใจ
ในความเป็จริงนางสามารถจากไปได้เลย เพราะนางเป็ิญญาจากต่างโลกไม่มีความผูกพันใด ๆ กับครอบครัวนี้เลย
แต่ลางสังหรณ์บางอย่างบอกนางว่าต้องช่วยครอบครัวนี้ก่อนซึ่งนางก็เชื่อในลางสังหรณ์ของตัวเองมาตลอด
เมื่อถึงเวลาอาหารเมื่อจ้าวอิงยกถ้วยแกงมาวางไว้กลางโต๊ะคนทั้งโต๊ะนั่งมองอาหารด้วยใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ เพราะอาหารวันนี้เป็เนื้อตุ๋นกลิ่นสมุนไพร กลิ่นเนื้อหอมฟุ้ง ถึงแม้จะดูเนื้อในถ้วยก็รู้ว่าเป็เพียงเครื่องใน
แต่สำหรับทุกคนที่ไม่ได้กินเนื้อและอาหารอิ่มท้องมานานแล้วเพียงเครื่องในเท่านี้ก็ทำให้จุกอกพูดไม่ออกแล้ว
ดวงตาของจางซื่อแดงเรื่อขึ้นมา นางมองหน้าจ้าวอิงแล้วพลันพูดไม่ออก
“นี่…”
ยังไม่ทันที่ใครจะได้ตอบสนองเสี่ยวเป่าก็โพล่งออกมาก่อน
“หอมมากเลยท่านแม่นี้คืออะไรหรือ”
จ้าวอิงยิ้มแล้วบอกเขาว่า
“นี่คือเครื่องในตุ๋นอร่อยมากนะ เสี่ยวเป่าลองชิมดู”
“เนื้อนี่คือเนื้อใช่ไหมขอรับเมื่อก่อนมีแค่ท่านอาเล็กกับต้าหนิวเท่านั้นที่ได้กินเนื้อ”
เสี่ยวเป่าผู้ไม่รู้เื่รู้ราวยังคงพูดต่อไปตามประสา
จางซื่อที่อดสะท้อนใจไม่ได้ก็น้ำตาไหลออกมาเสียแล้วเมื่อมองไปยังพ่อลู่เขาเองก็ตาแดงก่ำเช่นกัน จ้าวอิงถอนหายใจอยู่ภายในใจเงียบ ๆครอบครัวนี้ยามอยู่บ้านใหญ่ก็เป็เพียงแรงงานชั้นต่ำเท่านั้น
อุตส่าห์ได้แยกบ้านออกมาเป็อิสระทั้งที ก็ออกมาอย่างยากลำบากถูกคนเอาเปรียบด้วยคำว่า ‘กตัญญู’มาทั้งชีวิตโดยไม่รู้ตัวได้รับส่วนแบ่งที่เป็สมบัติที่เลวที่สุดก็ต้องกัดฟันรับเอาไว้ ความหวังทั้งหมดฝากไว้ที่ลู่เหวินเหยาที่ติดตามอาจารย์ไปเล่าเรียน และตอนนี้เดินทางไปสอบถงเชิงเพื่อไต่เต้าต่อไป
ยังโชคดีที่อาจารย์ท่านนั้นรักลู่เหวินเหยามาก ไม่เพียงไม่เก็บค่าเล่าเรียนยังสนับสนุนอุปกรณ์ทั้งหมดอีกด้วยดังนั้นถึงแม้ที่บ้านจะยากลำบากเพียงใด ลู่เหวินเหยาก็สามารถเล่าเรียนได้และยังเขาฉลาดมาอีกด้วย
จ้าวอิงไม่ได้พูดถึงบ้านใหญ่อีก แต่หันไปหาเสี่ยวเป่าที่น้ำลายแทบจะหยดลงมาอยู่แล้ว
“เสี่ยวเป่าลองกินสิ แม้จะเป็เพียงเครื่องในตุ๋นแต่ก็อร่อยมากทีเดียว แถมยังมีประโยชน์มากด้วย”
จ้าวอิงคีบส่วนไส้ที่ตุ๋นจนเปื่อยให้เสี่ยวเป่าเสี่ยวเป่าไม่รอช้ารีบคีบเข้าปากทันที
“อร่อย อร่อยมากเลยขอรับท่านแม่....เอ๊ะท่านย่าท่านเป็อะไร”
เสี่ยวเป่าที่กำลังจะหันไปบอกย่าของเขาว่าให้รีบกิน ก็เห็นจางซื่อกำลังเช็ดน้ำตาอยู่พอดี จางซื่อเห็นดังนั้นจึงรีบปั้นหน้ายิ้มแย้มแล้วบอกว่า
“ย่าไม่เป็อะไร น่าจะมีเศษฝุ่นเข้าตาน่ะ”
ตอนแรกสองปู่ย่าเพียงกินข้าวต้มอย่างเดียวไม่กล้ากินเครื่องในเพราะเคยทดลองเมื่อนานมาแล้วมีแต่กลิ่นคาวชวนให้กลืนไม่ลงจริง ๆ
จ้าวอิงเข้าใจได้นางจึงคีบปอดมากินก่อน ให้พวกเขาเห็นว่ามันกินได้จริง จ้าวอิงเป็คนอ้วนท้วนใบหน้ากลมมนตาจึงเล็กหยีเพราะเนื้อเยอะจนบดบังตากลม ๆของนาง ตอนที่กินช่างดูอร่อยยิ่งนัก แต่ไม่ดูตะกละตะกลามเหมือนแต่ก่อน
จางซื่อมองจ้าวอิงเพียงรู้สึกว่านางดูไม่เหมือนเดิมแต่ก็เหมือนเดิมด้วยความที่เป็คนชนบทไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอันใดจึงปัดความคิดนี้ออกอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดสองปู่ย่าก็มิอาจทนต่อกลิ่นอันหอมหวนและท่าทางการกินที่น่าอร่อยของสองแม่ลูกจ้าวอิงและเสี่ยวเป่าได้อีก จึงเริ่มคีบเนื้อตุ๋นกิน
เมื่อกินคำแรกเข้าไปแล้วก็ไม่สามารถหยุดได้อีกเลย รู้ตัวอีกทีแต่ละคนก็อดเก้อเขินไม่ได้พวกเขากินจนพุงกลมป่องเลยทีเดียว
จ้าวอิงพอใจกับมื้อนี้มาก ถือว่าเป็มื้อกระชับมิตรที่ดีทีเดียวเพราะบรรยากาศในบ้านเริ่มเปลี่ยนไปบ้างแล้ว
หลังมื้ออาหารจบลงทุกคนยังไม่ลุกไปไหนจ้าวอิงล้างจานเสร็จแล้วจึงกลับมาที่โต๊ะตัวเก่า ๆ กลางห้องโถงเช่นเดิมเมื่อนั่งลงพ่อลู่จึงพูดขึ้น
“เื่ซ่อมแซมบ้านข้าได้ปรึกษาท่านลุงรองหวังไว้แล้วล่ะ ลุงหวังเขาเป็ช่างไม้ปกติรับงานไม้เป็ประจำหากเราไปคุยกับคนอื่นเดี๋ยวจะกลายเป็ว่าเราไม่เห็นแก่หน้าอีกอย่างลุงรองหวังก็ดีกับเราเสมอมา”
จ้าวอิงรู้สึกตื่นตระหนกในใจ นี่พ่อลู่เอาเื่นี้มาคุยกับนางหรือนางรู้สึกดีจริง ๆยังไงเสียชาวบ้านชนบทธรรมดาก็เรียบง่ายอยู่แล้วดีมาก็สมควรดีกลับเป็หลักการที่เรียบง่ายแต่ใช้ได้จริง นางจึงยิ้มรับ
"เอาที่ท่านพ่อเห็นสมควรเลยเ้าค่ะเห็นว่าอย่างไรดีก็ตัดสินใจได้เลย"
"ได้งั้นพรุ่งนี้พ่อจะเชิญท่านลุงรองหวังมาเริ่มงานเลยเสี่ยวเป่าของเราจะได้มีห้องนอนสบายๆ "
พ่อลู่พูดยิ้ม ๆ เขามีความหวังขึ้นมาบ้างแล้ว
ลุงรองหวังในที่นี่เป็ครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านซึ่งสนิทสนมกับพ่อลู่เป็อย่างดี จ้าวอิงเห็นดังนั้นจึงไม่ได้คุยเื่นี้อีกแต่บอกกล่าวถึงเื่ที่นางจะขึ้นไปสำรวจเขาหลังบ้านเพื่อหาสมุนไพรที่พอจะนำมาขายได้
จางซื่อกังวลอยู่บ้างเพราะป่าฝั่งทางนี้ไม่ค่อยมีใครขึ้นมาเท่าไหร่เพราะทางลาดชันและ่ตีนูเามีโขดหินอยู่มากหากเข้าไปลึกเกินก็มีงูพิษ สัตว์ร้ายอื่น ๆ อีก
“มันดูอันตรายนะ รอพ่อเ้าขาหายดีแล้วค่อยไปเถิด”
"ไม่เป็ไรเ้าท่านแม่ ข้าแค่ไปดู ๆก่อนหากเข้าไปยากก็จะกลับออกมาไม่ฝืนเด็ดขาด "
“ก็ได้”
เช่นนี้จางซื่อถึงได้ยอมให้นางขึ้นไปลำพัง
จ้าวอิงลุกไปหยิบห่อยาและชุดทำแผลที่เตรียมไว้เพื่อมาจัดการแผลภายนอกให้แก่พ่อลู่
“ท่านพ่อยื่นขาออกมาตรงนี้เ้าค่ะ ข้าทำแผลให้ท่านก่อนรับรองวงว่าพรุ่งนี้ท่านตื่นขึ้นมาจะไม่ปวดอีก”
จ้าวอิงบอก
ครั้งนี้พ่อลู่ไม่อิดออดอีกเขาเจ็บขามากจริง ๆเมื่อจ้าวอิงยืนยันว่าหมอได้สอนนางมาแล้วเขาก็พร้อมจะเสี่ยงดูถึงไม่หายแต่ขอให้ความปวดลดลงบ้างก็ยังดี
จ้าวอิงเริ่มแกะผ้าเก่า ๆที่พันข้อเท้าเขาออกผ้าที่ซับเืซับหนองจนสกปรกไปหมดแล้วยิ่งเมื่อเห็นแผลยิ่งน่าใเพราะเนื้อเริ่มเน่าบางส่วน กลางแผลมีหนองจำนวนมาก
“ท่านแม่ยกตะเกียงมาใกล้อีกหน่อยเ้าค่ะ”
จ้าวอิงบอกโดยไม่เงยหน้า
“ได้ ๆ ”
จางซื่อตอบแล้วถือตะเกียงมาส่องเหนือแผลให้นางทันที
“อาจจะเจ็บเล็กน้อยนะเ้าคะ ข้าต้องขุดเอาเนื้อเน่าออกก่อน”
จ้าวอิงบอกกับพ่อลู่ ปกติต้องฉีดยาชาเข้ากล้ามเนื้อแต่นางไม่สามารถเอาเข็มฉีดยาออกมาใช้แบบโต้ง ๆได้นางจึงต้องหยดยาชาลงบนแผลให้เขาเล็กน้อยเพื่อให้เจ็บน้อยลง
“ข้าทนไหว”
พ่อลู่ตอบเสียงเขาสั่นเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วจ้าวอิงก็เอามีดผ่าตัดเล็ก ๆออกมาเริ่มจัดการเนื้อเน่าทันทีจนกระทั่งเนื้อกลายเป็สีแดงแล้วจึงหยุดลง
ใช้น้ำเกลือที่ตองเอาไว้ล้างอีกครั้ง จากนั้นก็โรยผงยาปฏิชีวนะลงไปใช้ผ้าพันแผลที่สะอาดพันด้านในก่อนจากนั้นก็ใช้แถบผ้าฝ้ายที่ซื้อมาวันนี้พันทับด้านนอกจะได้ไม่มีใครเห็นผ้าก๊อชที่นางเอามาใช้
จางซื่อหันหลังให้นางั้แ่ที่จ้าวอิงเริ่มเปิดแผลแล้วจึงไม่ได้เห็นว่าจ้าวอิงหยิบของแปลกประหลาดออกมาใช้มากมาย ส่วนพ่อลู่ก็เป็โรคตาบอดกลางคืนยิ่งแสงน้อยภาพที่เห็นก็ยิ่งพร่ามัว เขาจึงไม่เห็นอุปกรณ์ชัด ๆเช่นกัน
ส่วนเสี่ยวเป่าน่ะหรือ แม้จะเห็นทุกอย่างแต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจเขาเพียงตื่นเต้นที่เห็นแม่เขาทำแผลให้ปู่เท่านั้น
“เสร็จแล้ว ท่านหมอกำชับมาว่าห้ามให้แผลโดนน้ำ และห้ามแกะมันออกเองพรุ่งนี้ตอนเย็นค่อยทำแผลอีกครั้งเ้าค่ะ”
จ้าวอิงกำชับพ่อลู่ตามแบบฉบับของการดูแลแผล จากนั้นพวกเขาจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเอง
คืนนี้เสี่ยวเป่ามานอนกับจ้าวอิง เริ่มแรกนางก็ไม่คุ้นชินอยู่บ้างนางนึกถึงตอนที่ยังเด็กพ่อและแม่ของนางจะผลัดเปลี่ยนกันมาเล่านิทานให้นางและน้องชายฟังอยู่บ่อยๆและตอนนั้นนางก็มีความสุขมาก
ดังนั้นนางจึงตัดสินใจจะเล่านิทานสักเื่ให้เขาฟัง
“แม่จะเล่านิทานให้เสี่ยวเป่าฟัง อยากฟังหรือไม่”
“อยากขอรับท่านแม่”
เสี่ยวเป่าดวงตาเป็ประกายในความมืดวันนี้เป็ครั้งแรกที่เขาจะได้นอนกับแม่เพียงสองคนแถมท่านแม่ยังใจดีเล่านิทานให้อีก
หลังจากเล่านิทานกระต่ายกับเต่าจบลง เสี่ยวเป่าก็ตื่นเต้นเกินกว่าจะข่มตานอนได้ กว่าจะหลับสนิทก็ค่อนคืนแล้ว
ส่วนจ้าวอิงวันนี้นางเหนื่อยมาทั้งวัน เมื่อเห็นเสี่ยวเป่าหลับสนิท นางก็แอบเข้าห้วงมิติไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกมาโอบตัวเสี่ยงเป่าไว้และหลับไปเช่นกัน .......
•─────❅❀❅─────•