เฉินอันหนิงตระหนักได้ว่ามิควรเปลี่ยนแปลงการเื่ราวของพี่เหยียน ในเมื่อนางเองก็หาตัวคนร้ายที่อยู่เื้ัไม่เจอ และหากช่วยเหลือพี่เหยียนให้อยู่ข้างกายต่อไปรังแต่จะทำให้เขาเป็อันตราย เช่นนั้นก็ให้เขาไปพบเจอเื่ราวข้างนอกเพื่อเป็ไปตามเนื้อเื่ของเขาก็แล้วกัน...หากแต่บทสรุปสุดท้ายนางมิอาจยินยอมให้เป็เช่นในฝันได้
จะให้พี่เหยียนผู้นั้นมาตายตามนางได้อย่างไรในเมื่อชาตินี้นางจะไม่ตาย
เปลี่ยนการออกจากแคว้นไปของพี่เหยียนไม่ได้ เพื่อตัวของเขาเองก็ไม่เป็ไรแต่นางปรับแก้สถานการณ์อื่นมิให้ต้องพบจุดจบเช่นเดิมได้ใช่หรือไม่
แก้ไขเล็กน้อย...คงมิเป็อันใด
“แล้วจะแก้เื่ใดกัน”
นางพึมพำเพียงลำพังได้ไม่นานอี้กงกงก็เข้ามาโค้งคำนับและรายงาน “องค์หญิง ฉินกงกงมาขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ”
“ให้เข้ามา”
“ฉินกงกง!” องค์หญิงน้อยะโมาหาคนมาใหม่ทันทีอย่างคุ้นเคย แม้ว่าจะทำให้ผู้มีอายุใจหายใจคว่ำไปไม่น้อยเพราะเกรงว่าจะหกล้มก็ตาม
ฉินกงกง ขันทีาุโจากตำหนักชินอ๋องโค้งคำนับองค์หญิงใหญ่ก่อนจะเอ่ยจุดประสงค์ของตน “วันนี้ชินอ๋องมาเฝ้าไท่เฟย จึงให้ข้าน้อยนำถังหูลู่และขนมกุ้ยฮวาจากร้านประจำมาถวายองค์หญิงพะย่ะค่ะ”
“เสด็จอายังคงนึกถึงหนิงเอ๋อร์เสมอเลย...พี่ซวงซวง นำไปเก็บไว้ หนิงเอ๋อร์จะไปเฝ้าเสด็จอากับเสด็จย่าไท่เฟยก่อน ค่อยกลับมากิน”
“เพคะ”
องค์หญิงตัวน้อยไม่รอช้าพุ่งออกนอกตำหนักมุ่งหน้าสู่ตำหนักไท่เฟยในทันที หนึ่งคืออยากจะพบเจอเสด็จอาชินอ๋องที่ในชาติที่แล้วก็เป็อีกหนึ่งบุคคลที่ตายจากไปเพราะแผนชั่วข้าของเฉินซูเหมยอีกครั้ง และสองก็คือเื่เกี่ยวกับตระกูลฟู่
นางเพิ่งจะจดจำได้ว่าในฝันเมื่อชาติก่อนนางฝันเห็นชินอ๋องที่กำลังควบม้าออกจากวัดด้วยสีหน้าร้อนลน
นางเพิ่งตระหนักได้ว่าเหตุร้ายของตระกูลฟู่เกิดขึ้นในวันที่อันไท่เฟยและชินอ๋องไปไหว้พระที่อารามบนเขา โดยมีฟู่ฮูหยินที่ครรภ์แก่ใกล้คลอดติดตามไปขอพรให้คลอดลูกอย่างปลอดภัยด้วย
ในครั้งนั้นนางและพี่เหยียนก็ติดตามไปด้วยและเพราะนางอยากเที่ยวเล่นในตลาด พี่เหยียนถึงหนีทหารที่มาตามจับตัวไปสำเร็จโทษได้ ส่วนฟู่ฮูหยิน ตกเืและเสียชีวิตระหว่างคลอด...ทารกในครรภ์มิพ้นภัย
ยามนั้นนางกล่าวโทษชินอ๋องว่าเหตุใดเขาถึงมิห้ามปรามและรักษาชีวิตบริสุทธ์เอาไว้ เสด็จอาผู้นั้นจึงได้บอกเล่าว่าเขาถูกเรียกตัวออกไปด้วยข่าวลวง กว่าจะกลับมาทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว
และการไปไหว้พระของอันไท่เฟยก็จะมาถึงในไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว...นี่คือวันที่อันไท่เฟยจะพูดเื่ไหว้พระกับชินอ๋อง
หากยับยั้งมิให้ชินอ๋องติดกับข่าวลวง ฟู่ฮูหยินกับทารกในครรภ์ก็มีโอกาสปลอดภัย...มีหนทางเปลี่ยนชะตากรรมพี่เหยียนและตระกูลฟู่แล้ว
ตำหนักอันไท่เฟย
ชินอ๋องเฉินเทียนหยางเป็พระอนุชาองค์เล็กของฮ่องเต้ไท่เสียน ทว่าเก่งกาจการรบ อายุสิบหกหนาวก็จับดาบควบม้าทะลวงฟันกองทัพต่างแคว้นที่มารุกรานแล้ว ด้วยความสามารถที่โดดเด่นจึงถูกแต่งตั้งให้เป็ชินอ๋องั้แ่อายุสิบเจ็ด ปีนี้เพิ่งจะอายุได้สิบเก้าเท่านั้น
ผู้คนต่างเกรงกลัวและกล่าวว่าเขาคือท่านอ๋องบ้าเืทว่าเฉินอันหนิงกลับรักใคร่และชื่นชอบเสด็จอาผู้นี้ที่สุดในบรรดาอ๋องทั้งหลาย
เสด็จอาเล็กมิได้้า่ชิงตำแหน่งฮ่องเต้ คนผู้นี้มิอยากจะเข้ามาในพระราชวังอันโอ่อ่าเลยด้วยซ้ำ หากมิใช่เพราะพระมารดายังอยู่ที่นี่ พระองค์ก็คงหายหน้าหายตาจนมิมีผู้ใดในวังได้พบเห็นเป็แน่
เสด็จอาเล็กจะมาเฝ้าอันไท่เฟยผู้เป็มารดา หนึ่งครั้งทุกสองสัปดาห์ ทุกครั้งที่มาก็ไม่ลืมจะนำขนมหรือของเล่นนอกวังติดไม้ติดมือมาฝากนางและน้อง ๆ และอาจจะเพราะนางเป็องค์หญิงองค์แรก คุ้นหน้าคุ้นตาเสด็จอาผู้ไม่ใคร่อยากสนใจโลกผู้นี้มากกว่าน้อง ๆ พระองค์จึงมีของมาให้นางมากกว่าหลาน ๆ คนอื่น และให้ความเอ็นดูนางมากกว่าผู้ใด เช่นนี้แล้วจะไม่ให้นางรักใคร่ได้อย่างไรเล่า
ทันทีที่มาถึงตำหนักอันไท่เฟยองค์หญิงตัวน้อยก็ไม่รอให้นางกำนันเข้าไปกราบทูล นางวิ่งเข้าไปเกาะท่อนขาของบุรุษผู้องอาจในทันทีอย่างไร้เดียงสา
“เสด็จอา หนิงเอ๋อร์คิดถึงเสด็จอา”
“ประจบประแจงยิ่ง” แม้คำพูดจะคล้ายตำหนิ หากแต่ในดวงตาคู่นั้นกลับมีความเอ็นดูเจือปนอยู่ บุรุษชาตินักรบอยู่ในสนามรบเกือบทั้งชีวิตย่อมแข็งกระด่าง ไหนเลยจะพูดจาอ่อนโยนได้
องค์หญิงตัวน้อยคุ้นชินกับท่าทีเช่นนี้ดี แม้ว่าลึก ๆ แล้วนางจะคิดถึงท่าทีเช่นนี้มากเพียงใดทว่าก็ยังแสดงออกอย่างไร้เดียงสา
“เสด็จย่าไท่เฟยเพคะ เสด็จอากล่าวร้ายหนิงเอ๋อร์”
“เ้านี่ช่างฟ้องยิ่ง”
“เสด็จย่าไท่เฟย...”
“หยุดฟ้องได้แล้วเ้าก้อนแป้ง มิเช่นนั้น...”
“มิเช่นนั้นเสด็จอาจะฟ้องเสด็จพ่อของหนิงเอ๋อร์ใช่หรือไม่ เช่นนั้นก็ฟ้องได้เลย หนิงเอ๋อร์ไม่กลัวหรอก” ไม่ปล่อยให้ชินอ๋องบ้าเืได้กล่าว นางก็ชิงพูดก่อนด้วยท่าทีเป็ต่อ ท่านอ๋องหนุ่มได้แต่ส่งสีหน้าหมั่นไส้มาให้ก่อนจะโต้แย้ง
“หึ หากฟ้องบิดาเ้า เกรงว่าอาของเ้าผู้นี้จะถูกส่งไปประจำชายแดนเสียน่ะสิ”
“คิกคิก”
“พวกเ้าอาหลานพอเถิด...เด็ก ๆ ตั้งเครื่องเสวยได้แล้ว แล้วก็นำขนมกุ้ยฮวาออกมาด้วย” อันไท่เฟยผู้เป็มารดาของชินอ๋องกล่าวแทรกขึ้นก่อนจะสั่งนางกำนันและหันกลับมาชักชวนองค์หญิงตัวน้อย “เสวยมื้อเช้ากับขนมด้วยกันนะเพคะองค์หญิงน้อย”
“เพคะเสด็จย่าไท่เฟย”
“ข้าให้ฉินกงกงนำไปให้แล้วมิใช่หรือ กลับไปกินที่ตำหนักสิ” ผู้เป็เสด็จอามิวายทำทีขับไล่หลานสาว หากแต่เฉินอันหนิงกลับยังคงลอยหน้าลอยตา
“ไม่ไปเพคะ หนิงเอ๋อร์อยากอยู่กับเสด็จอา กับเสด็จย่าไท่เฟย”
“หึ”
อันไท่เฟยมองท่าทีแข็งกระด้างและปากร้ายของบุตรชายก่อนจะลอยถอนใจ ความจริงก็อยากให้องค์หญิงตัวน้อยอยู่ด้วยแท้ ๆ แต่ท่าทีที่แสดงออกกลับคล้ายรำคาญเสียทุกครั้ง
ช่างเป็คนที่ปากไม่ตรงกับใจเสียจริง ๆ
เช่นนี้อย่างไรเล่าถึงได้ยังมิมีสตรีที่ต้องใจเสียที
“ได้ยินว่าป่วยไข้เพิ่งหาย เช่นนั้นองค์หญิงน้อยเสวยเยอะ ๆ นะเพคะ จะได้มีพระวรกายแข็งแรง” อันไท่เฟยไม่เพียงแค่ชักชวนให้องค์หญิงตัวน้อยเสวยแต่ยังคีบเนื้อให้ด้วยความเอ็นดู
กล่าวตามความจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็ไทเฮา หรือสนมอื่นในอดีตฮ่องเต้ที่ยังอาศัยอยู่ในวังต่างก็ให้ความเอื้อเอ็นดูองค์หญิงผู้นี้ เพราะนางช่างออดอ้อนและมักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนพวกนางอยู่บ่อย ๆ ร้องเรียกเสด็จย่าอย่างนั้น เสด็จย่าอย่างนี้ ผู้ใดเล่าจะไม่เอ็นดู
ยิ่งคิดถึงเื่ที่มารดาจากไปเร็วพวกนางก็ยิ่งเอ็นดูองค์หญิงผู้นี้มากกว่าโอรสธิดาองค์อื่น ๆ
“เสวยนี่ด้วยสิเพคะ”
“ขอบพระทัยเพคะเสด็จย่าไท่เฟย”
“เสด็จแม่อย่าคีบแต่เนื้อให้นางซิพะย่ะค่ะ ประเดี๋ยวนางก็อ้วนเป็หมูกันพอดี” ชินอ๋องที่ควรได้รับการเอาอกเอาใจจากมารดาที่ไม่ได้พบเจอกันบ่อยแทรกขึ้นก่อนจะคีบผักไปใส่ในจานของหลานสาว “เอ้านี่...กินผักเสียบ้าง จะได้ไม่ป่วยไข้อีก”
“เสด็จอา หนิงเอ๋อร์ไม่ชอบ”
“ไม่ชอบเ้าก็ต้องกิน กินแต่เนื้อจนอ้วนกลมเช่นนี้อย่างไรเล่าจึงได้เจ็บไข้ง่าย ๆ”
“แต่...” นางอยากจะแย้ง หากแต่มิทันได้แย้งชินอ๋องก็คีบผักมาใส่ให้เพิ่มและข่มขู่
“หากเ้าไม่กินผักด้วย คราวหน้าข้าจะไม่เอาขนมกุ้ยฮวาและถังหูลู่มาฝากอีก”
“เพคะ หนิงเอ๋อร์กินก็ได้”
“หึ” ชินอ๋องส่งเสียงอย่างพอใจก่อนจะคีบเนื้อเอาใจมารดา อันไท่เฟยมองค้อนอย่างหมั่นไส้ ท่าทีกลั่นแกล้งไปเช่นนั้นที่แท้ก็ห่วงใยหลานสาวนั่นล่ะ
“เอ้อ หยางเอ๋อร์ ปีนี้เ้าไปอารามซุยหลิงกับแม่หรือไม่ หรือจะอยู่ร่วมงานเลี้ยงที่พระราชวัง” และแล้วอันไท่เฟยก็พูดถึงการไปอารามซุยหลิง ในทุกปีเพื่อกราบไหว้บิดามารดาผู้ล่วงลับอันไท่เฟยจะเดินทางไปอารามซุยหลิงและอยู่ถือศีลที่อารามเป็เวลาสามวัน หลายปีมานี้ชินอ๋องก็ติดตามไปดูแลเสมอมา หากแต่ปีนี้่เวลาที่นางจะไปอารามซุยหลิงเป็่เวลาเดียวกับที่ภายในวังมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูต มิทราบชินอ๋องจะได้ไปด้วยหรือไม่
องค์หญิงน้อยมิได้แทรกอันใดหากแต่นางรู้แก่ใจอยู่แล้วว่าปีนี้เสด็จอาเองก็ต้องไปกับพระมารดาอย่างแน่นอน
และก็เป็เช่นนั้นเมื่อชินอ๋องตอบพระมารดา “งานเลี้ยงน่าเบื่อหน่ายเช่นนั้นลูกมิเข้าร่วมหรอกพะย่ะค่ะ และเสด็จพี่ก็ทรงเมตตาให้ลูกนำกำลังทหารอารักขาเสด็จแม่ไปการามซุยหลิงด้วยพะย่ะค่ะ”
“ดี ดีแล้ว”
บทสนทนาที่ไม่ได้แตกต่างไปจากในอดีตตกอยู่ในการรับรู้ขององค์หญิงตัวน้อยทั้งหมด นางวางตะเกียบลงก่อนจะเกาะแขนอันไท่เฟยผู้เมตตา “เสด็จย่าไท่เฟยเพคะ...หนิงเอ๋อร์ไปด้วยได้หรือไม่ หนิงเอ๋อร์อยากไปไหว้พระ”
“เ้าจะไปเที่ยวเล่นแต่อาศัยเสด็จแม่เป็ข้ออ้างสินะ” เป็ชินอ๋องที่แทรกมา ไม่ต่างจากกาลก่อน และเฉินอันหนิงก็ไม่ได้ทำให้บทสนทนานั้นแตกต่างไปจากอดีต
“เสด็จอากล่าวร้ายหนิงเอ๋อร์ หนิงเอ๋อร์เพียงอยากไหว้พระ”
“หึ ข้าหรือจะรู้ไม่ทันเ้า”
“เสด็จย่าไท่เฟยเพคะ เสด็จอากล่าวร้ายหนิงเอ๋อร์อีกแล้ว”
“เ้าตัวขี้ฟ้อง อย่าเอานางไปเป็ภาระนะพะย่ะค่ะเสด็จแม่”
“แต่หนิงเอ๋อร์อยากไปด้วย” สายตาออดอ้อนถูกส่งให้ ไหนเลยอันไท่เฟยจะใจแข็งได้ พระนางทอดถอนใจหากแต่ยังสอบถาม
“องค์หญิงมิอยู่ร่วมงานเลี้ยงหรือเพคะ”
“ไม่สนุกเพคะ งานเลี้ยงน่าเบื่อมาก ๆ เลยเพคะ หนิงเอ๋อร์ไม่ชอบ” ไม่ชอบที่มีความหมายว่าไม่ชอบจริง ๆ ในอดีตนางก็ขอติดตามไปก็เพราะเบื่อหน่ายงานเลี้ยง แต่คำตอบของนางกลับถูกใจผู้เป็อาเป็อย่างมาก
“เ้าอ้าปากพูดจ้อมาหลายคำ พูดได้ดีก็ประโยคเมื่อครู่นี้เอง งานเลี้ยงน่าเบื่อหน่ายยิ่ง”
“เฮ้อ ทั้งอาทั้งหลาน เหตุใดจึงได้มองว่างานเลี้ยงน่าเบื่อหน่ายเช่นนี้ไปได้เล่า”
“ก็มันไม่สนุกจริง ๆ นี่เพคะ สนมทั้งหลายเอาแต่่ชิงความโปรดปราน องค์หญิงองค์ชายจะขยับตัวสักนิดก็ถูกจับตา เล่นงานมารดามิได้ ก็มาลงกับโอรสธิดา น่าเบื่อหน่ายเพคะ ให้หนิงเอ๋อร์เดินทางไปอารามซุยหลิงกับไท่เฟยยังจะสนุกยิ่งกว่า”
“แต่ฝ่าา...”
“เสด็จพ่อตามใจหนิงเอ๋อร์อยู่แล้วเพคะ” องค์หญิงผู้ได้รับการตามใจจากพระบิดาเหนือกว่าผู้ใดกล่าวอย่างมุ่งมั่น
อันไท่เฟยแม้จะใจอ่อนไปแล้วแต่ก็ยังกังวล ฮ่องเต้หวงแหนองค์หญิงตัวน้อยเป็อย่างยิ่ง หากการไปวัดซุยหลิงครั้งนี้เกิดสิ่งใดขึ้น นางและบุตรชายจะชดใช้เช่นไรหมดเล่า
พระนางหันไปมองชินอ๋องอย่างขอความเห็น ชินอ๋องยักไหล่ก่อนจะกล่าว “ให้นางติดตามไปเถิดเสด็จแม่ ฟู่ฮูหยินและบุตรชายก็จะติดตามไปด้วย นางคงอยากเที่ยวเล่นกับคุณชายฟู่แทนที่จะอยู่ในวังนั่งมองสนมตบตีกัน”
“เช่นนั้น...หากฝ่าาอนุญาต ก็ไปด้วยกันได้เพคะ”
“ขอบพระทับเพคะเสด็จย่าไท่เฟย...หนิงเอ๋อร์จะไปทูลขอเสด็จพ่อหลังจากกินเสร็จเพคะ” นางแสดงออกอย่างยินดีก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบผักเข้าปากเคี้ยวตุ๊บ ๆ ต่อ เื่ต่อจากนี้ย่อมราบรื่น เสด็จพ่อย่อมไม่ขัดขวาง แม้ว่าจะห่วงใยนางมากก็ตาม...จากนี้ก็เหลือเพียงเปลี่ยนแปลงเื่ของฟู่ฮูหยินและบุตรในครรภ์
หากช่วยเหลือให้รอดได้ทั้งมารดาและบุตรก็คงจะดี...
และหากช่วยเหลือท่านลุงฟู่ได้ด้วยก็ยิ่งดี...