บทที่ 86
สัตว์วิเศษ
“ แม่ทัพหวง!!! ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันเจ้าคะ ” ซูฉีอุทานขึ้นอย่างตื่นตระหนกตกใจ เห็นแม่ทัพหวงปรากฏกายอยู่ด้านหลังอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง
หวงเจียวลู่สวมใส่ชุดขนสัตว์หนาสีดำปกคลุมร่างกาย ภายในมือข้างซ้ายจับกระบี่ที่เอวเอาไว้ตลอดเวลา ส่วนมือข้างขวาถือตะเกียงส่องแสงสว่างไสวท่ามกลางความมืด
แสงจากตะเกียงกระทบใบหน้าอันเย็นชาของแม่ทัพหนุ่ม ดวงตาคู่นั้นมองตรงมาที่ลูกแมวน้อยที่กำลังนอนขดตัวแข็งอยู่บ่นหิมะ
ซูฉีประหลาดใจนางแสดงใบหน้าที่ตื่นตระหนก สิ่งที่น่าประหลาดก็คือแม่ทัพผู้นี้ปรากฏกายมาที่สถานที่แห่งนี้ได้
ไม่เพียงเท่านั้นรอบกายของแม่ทัพนุ่มกับไม่มีผู้ใดอยู่เลย เดิมทีแล้วหวงเจียวลู่ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนต่อไหนก็มักจะมีทหารย่อมฝีมือคุ้มกันอยู่รอบร่างกาย
ถึงแม้ว่าจะไม่มีทหารมากมายแต่อย่างน้อยก็น่าจะมียอดฝีมือสักหนึ่งคน แต่ในยามนี้จะมองด้วยสายตารอบร่างกายกลับไม่มีผู้ใดอยู่
นี่เป็นข้อประหลาดใจข้อที่สองที่ปรากฏขึ้นมา หวงเจียวลู่เอียงคอสงสัยมองตรงมาที่นาง
“ ข้าเดินมาจากทางนั้น ” แม่ทัพหนุ่มตอบอย่างหน้าตาย
หลังจากที่ได้ยินคำตอบเช่นนั้น ซูฉีถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากัน คนผู้นี้กำลังหล่อนั่งเล่นหรืออย่างไรหรือพยายามจะกวนประสาทกันแน่
“ เหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้กันเจ้าค่ะแล้วพวกผู้คุ้มกันเล่า ”
“ ในช่วงยามราตรีเช่นนี้ ท่านควรจะอยู่ภายในกองทัพไม่ใช่หรือ ”
“ ถามข้าอย่างนั้นรึ… ”
“ ข้าเองก็ควรถามเช่นเดียวกันในช่วงเวลาเช่นนี้เจ้าควรอยู่ที่โรงสุราไม่ใช่รึเหตุใดจึงมีอยู่ที่สถานที่แห่งนี้” แม่ทับหนุ่มย้อนถามทำให้นางทำตัวไม่ถูก
ซูฉีได้แต่แสดงท่าทางเก้ๆกังๆ นางไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี ในตอนนี้ถ้าคนผู้นี้เดินทางไปที่โรงสุราคงพบเจอหุ่นไม้นั้นอย่างแน่นอน
“ อ๋อ… คือเรื่องนั้นข้ารู้สึกไม่สบายนะเจ้าคะ เลยหยุดพัก ” นางได้แต่โกหกเอาตัวรอดไป
หวงเจียวลู่ใบหน้าไม่ปรากฏความรู้สึก มองตรงโดยใช้สายตาของตนเหลือบไปมองที่เจ้าสิ่งมีชีวิตคล้ายลูกแมวน้อยที่นอนขดตัวหนาวอยู่บนพื้นหิมะ
มองดูแล้วมันมีขนทั่วทั้งกายที่มีสีขาวเหมือนกับหิมะ มีร่างกายเล็กผอมแห้งราวกับว่าขาดสารอาหารมาเป็นเวลานาน ไม่เพียงเท่านั้นมันยังมีรูปลักษณะคล้ายๆลูกแมวหิวโซ
ซูฉีหันไปมองเมื่อเห็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาของแม่ทับหนุ่ม “ ท่านบอกว่ามันคือสัตว์วิญญาณอย่างงั้นหรือ… ”
นางถามเพื่อความแน่ใจ ภายในนิยายเรื่องนี้แล้วมีพลังที่เรียกว่าพลังวิญญาณ เพราะแบบนั้นการมีสิ่งพิเศษปรากฏขึ้นมาเหมือนนิยายแฟนตาซีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่พวกมนุษย์และสัตว์ธรรมดาทั่วไป อย่างเช่นสิ่งที่เรียกว่าสัตว์วิญญาณ
สัตว์วิญญาณเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งพิเศษเช่นเดียวกัน มันเป็นสิ่งที่ปรากฏภายในนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา
สัตว์ที่มีความพิเศษถูกเรียกว่าเป็นสัตว์พิเศษ มันมีความแตกต่างจากพวกสัตว์ทั่วไปหรือว่าพวกสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
โดยมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงปัญญา ไม่เพียงแค่ส่งบรรยาเท่านั้นยังทรงพลังอีกด้วย แต่ว่าพวกมันเองก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง
ภายในนิยายปรากฏออกมาเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น ซูฉีจดจำได้แม่นเนื้อเรื่องภายในนิยายเรื่องนี้มันปรากฏสัตว์วิญญาณออกมาสองครั้ง
หนึ่งครั้งเป็นนกเจ็ดสีที่ปรากฏภายในเนื้อเรื่องหลักที่มีความสำคัญ ส่วนอีกหนึ่งครั่งเป็นแมลงพิเศษที่เคยปรากฏออกมาเพียงแค่เล็กน้อยภายในนิยาย
มีเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นที่นางเคยอ่านเจอสิ่งที่เรียกว่าสัตว์วิญญาณ ในยามนี้แม้ทัพหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้ากล่าวถึงสัตว์วิญญาณออกมา
นางแสดงใบหน้าสงสัยจ้องมองไปที่แม่ทัพหวงคนผู้นี้พูดผิดหรือไม่ สิ่งวิเศษที่หายากแบบนั้นมันจะปรากฏที่สถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร
“ ท่านพูดว่าอย่างไรนะเจ้าคะท่านบอกว่าสัตว์วิญญาณอย่างนั้นหรือ? ” แววตาที่เต็มไปด้วยคำถามมองตรงไปที่หวงเจียวลู่
แม่ทัพใบหน้าเย็นชาพยักหน้าตอบรับกลับมา
“ ท่านบอกว่าเจ้าลูกแมวน้อยตัวนี้มันเป็นสัตว์วิญญาณอย่างงั้นหรือเจ้าคะ ”
“ มันคือสัตว์วิญญาณพยัคฆ์ไม่ใช่แมว… ”
“ พยัคฆ์!!! ” ถ้ากล่าวถึงพยัคฆ์ก็คือเสือตัวโตที่น่าเกรงขาม แต่นางหันไปมองเจ้าสิ่งนี้จะเป็นเสือตัวโตจริงอย่างนั้นเหรอขนาดของมันใหญ่กว่าฝ่ามือของนางได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ไม่เพียงเท่านั้นร่างกายยังผอมแห้งแถมยังไม่ดูมีพิษมีภัยอะไร
“ แล้วท่านรู้ได้อย่างไรเจ้าคะว่ามันเป็นสัตว์วิญญาณ ”
“ พบเจอรอยเท้าแปลกประหลาด ข้าเลยรีบมุ่งตรงมาที่สถานที่แห่งนี้ตามวิสัยของสัตว์วิญญาณ เมื่อพวกมันร่างกายบาดเจ็บพวกมันมักจะเข้าหาพลังวิญญาณ ”
“ ภายในเมืองแห่งนี้คนที่มีพลังวิญญาณภายในร่างกาย มีแค่เจ้าเท่านั้นที่เป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณ ”
“ เพราะแบบนั้นก็เลยคาดการณ์ได้ว่ามันคงจะมุ่งตรงมาหาเจ้าที่สถานที่แห่งนี้”
“ เลยรีบเดินทางมุ่งตรงตามมาแล้วก็เป็นอย่างที่เห็น ” แม่ทัพหนุ่มที่พูดน้อยอธิบายเรื่องทุกอย่างออกมาอย่างละเอียด
เพียงแค่คำพูดและคำอธิบายพวกนั้นมันก็ทำให้นางรู้ได้อย่างชัดเจน เกี่ยวกับที่มาที่ไปกับสถานการณ์เช่นนี้
ตามวิสัยของสัตว์วิญญาณที่หวงเจียวลู่ศึกษามา มันทำให้เขารู้ว่าพวกสัตว์วิญญาณมีนิสัยเช่นไร
นิสัยของพวกนั้นเมื่อพวกมันบาดเจ็บหรือว่าร่างกายกำลังอ่อนแอ พวกมันมีประสานสัมผัสทางด้านพลังวิญญาณที่รวดเร็วเป็นพิเศษแถมยังกว้างเป็นอย่างมาก
พวกมันเลยมักจะมุ่งตรงเข้าไปหาแหล่งพลังวิญญาณที่จะทำให้ร่างกายของพวกมันนั้นฟื้นฟูขึ้นมาได้
จากการศึกษาเรื่องพวกนี้ภายในตำรา แม่ทัพหนุ่มเมื่อเห็นว่ามีรอยเท้าของสัตว์วิญญาณอยู่ด้านนอก เห็นว่ามันไม่ใช่รอยเท้าของสัตว์ป่าจึงรีบมุ่งตรงมาที่สถานที่แห่งนี้
แน่นอนว่าการสันนิษฐานและการคาดการณ์ของแม่ทัพหนุ่มผู้นี้นั้นถูกต้อง เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ก็พบเจอพยัคฆ์ข่าวร่างกายอ่อนแอที่อยู่ในช่วงวัยทารกกำลังจะแข็งตาย
แม้กล่าวว่าเป็นสัตว์พิเศษแต่อย่างไรก็ยังมีเลือดเนื้อ เพราะแบบนั้นจึงพูดได้ว่าตัวของมันนั้นย่อมสามารถเจ็บป่วยหรือว่าโดนภายหนาวโจมตีได้
“ แล้วถ้ามันเป็นสัตว์วิญญาณท่านจะทำอย่างไรกับมันเจ้าค่ะ? ” นางหันไปถามอย่างสงสัย
สัตว์วิญญาณเป็นสัตว์วิเศษเดิมทีแล้วไม่เป็นมิตรกับมนุษย์สักเท่าไหร่ ถ้ามนุษย์พบเจอมักจะออกห่างหรือว่าถ้าพบเจอกันอย่างซึ่งหน้ายังไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็จะเกิดการปะทะ
เพราะแบบนั้นในอดีตผู้คนมักจะสังหารสัตว์วิญญาณเพื่อความปลอดภัยของตนเอง
“ เดิมทีข้าควรจะสังหารมันซะเพราะไม่รู้ว่ามันจะเป็นภัยกับพวกเราหรือไม่ ”
“ ไม่ได้นะเจ้าคะ!!! ” ซูฉีออกตัวรับอย่างรวดเร็วเห็นแบบนี้แต่เจ้าสัตว์วิญญาณตัวนี้ก็น่าสงสาร มันยังเด็กอยู่เลย
เจ้าสัตว์วิญญาณตัวนี้มันน่าเวทนายิ่งนัก ชะตาชีวิตของมันเพิ่งเกิดมาแน่นอนว่าจะมาตายอยู่ที่สถานที่แห่งนี้อย่างงั้นหรือ
“ แล้วถ้าไม่ให้ข้าสังหารมันเจ้าคิดจะทำอย่างไร ” แม่ทัพหนุ่มถามด้วยใบหน้าจริงจัง
แววตานั้นต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้ ซูฉีแสดงแววตาลังเลเมื่อเห็นว่าแม่ทัพหนุ่มผู้นั้นกำลังแสดงแววตาแบบนั้น
เวลาบีบกระชั้นชิดเข้ามาให้นางตัดสินใจ แววตาของแม่ทัพหนุ่มต้องการคำตอบ ท่านได้นั้นเองเสียงภายในหัวของนางก็ดังขึ้น
ตึ้ง!!! ที่ดังขึ้นมาเป็นข้อความจากระบบพร้อมกับภาพความทรงจำอันเลือนรางที่แทรกเข้ามาภายในหัว
[ ภารกิจ ช่วยเหลือสัตว์วิญญาณที่น่าอนาถได้รับแต้มความดีเพิ่มขึ้นสองร้อยแต้ม]
จบบท