ตอนที่50 บังอาจจะล้มทับตัวฉันอีก
ในตอนสายของวันต่อมาต้ากังส่งเสียงตะโกนโห่ร้องด้วยความยินดีเพราะเขาพบอีเมลตอบกลับจากตัวแทนฟิวเจอร์กรุปซึ่งเป็นการตอบรับซื้อสินค้าของพวกเขา ประการสำคัญคือหากราคาไม่แพงเกินเกณฑ์ที่ตั้งราคามาฟิวเจอร์กรุปยินดีแนะนำให้บริษัทในเครือซื้อสินค้าทั้งหมด
“ไชโย! เสี่ยวกุ้ย พวกเราทำสำเร็จแล้วมีอีเมลตอบกลับจากตัวแทนฟิวเจอร์กรุปด้วย”
“เขาว่ายังไงบ้างพี่กัง?”ต้ากุ้ยวิ่งพรวดเข้ามาในห้องทำงานของพี่ชายพร้อมสอบถามด้วยความตื่นเต้นยินดีเช่นกัน
“เขาบอกว่ายินดีซื้อและแนะนำบริษัทในเครือให้ด้วยขอแค่ราคาไม่เกินที่ตั้งเป้าไว้ รู้ไหมว่ามันอยู่ในเกณฑ์พอดีเป๊ะเลย”
ต้ากังหัวเราะอีกครั้งพลางตอบน้องชายอย่างมีความสุขเขาไม่คาดคิดว่าก้าวแรกที่ได้รับการเรียนรู้วิชาเพิ่มเติมจากณิชาจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จจนสามารถก้าวเดินตามความฝันได้แล้ว
“เยี่ยมไปเลยพี่กังแล้วมีอีเมลตอบกลับจากกรมตำรวจหรือยัง?”
ต้ากุ้ยสอบถามพี่ชายเพิ่มเติมเพราะเขากำลังติดพันการสัมภาษณ์รับคนเข้าทำงานในบริษัทเพิ่มจึงยังไม่ได้ตรวจสอบอีเมล
“เดี๋ยวกดรีเฟรซดูก่อนหากฟิวเจอร์กรุปตอบกลับ ทางกรมตำรวจก็อาจมีหวังเหมือนกัน”
ต้ากังตอบพร้อมคาดหวังผลลัพธ์จากกรมตำรวจซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐองค์กรแรกที่พวกเขาพุ่งเป้าโจมตีจึงมีความหวังว่าจะได้รับข่าวดีเช่นกัน ทว่าเมื่อเขากดรีเฟรซกล่องข้อความเข้าแล้วยังไม่มีข้อความใหม่ตอบกลับมา
อย่างไรก็ตามแค่การมีโอกาสได้ร่วมธุรกิจกับฟิวเจอร์กรุปก็ทำให้สองพี่น้องต้ามีความสุขมากแล้วจึงไม่ได้สนใจเรื่องการตอบรับจากกรมตำรวจแต่อย่างใด
“หากทางกรมตำรวจยังไม่ตอบก็ไม่เป็นไรหรอกพี่กังพวกเราไปติดตั้งระบบป้องกันให้ฟิวเจอร์กรุปก่อน ผมว่าคนที่พวกเรากำลังรับสมัครเข้ามาช่วยงานก็อาจจะไม่เพียงพอแล้วนะ”
ต้ากุ้ยพูดปลอบใจพี่ชายพร้อมให้กำลังใจซึ่งกันและกันเนื่องด้วยเป็นงานแรกที่สมหวังและอาจจะไม่สมหวังก็เป็นได้
“ไม่เป็นไรเรื่องแค่นี้เอง พี่โอเคอยู่ ถ้าเหยาเหยาอยู่ด้วยคงดีเธอคงดีใจที่พวกเราปิดงานแรกได้อย่างสวยงาม”
ต้ากังพยักหน้ารับคำปลอบใจจากน้องชายเขาคิดถึงณิชาที่กำลังเดินทางไกลอยู่เนื่องจากหญิงสาวเป็นคนหยิบยื่นโอกาสที่ทำให้สองพี่น้องต้าก้าวหน้าในหน้าที่การงานและสามารถเป็นที่พึ่งของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าต่อไปในอนาคตได้
“ผมว่าเหยาเหยาอาจรู้ผลลัพธ์ก่อนพวกเราเสียอีกนะครับ”ต้ากุ้ยพูดอย่างคาดหวังเพราะเชื่อมั่นในทักษะของหญิงสาว
..........
“ฮัดชิ้ว! ใครนินทาฉันเนี่ย?”
ณิชาจามเสียงดังเมื่อรู้สึกตัวว่ารถจอดกะทันหันถึงแม้ว่าเธอจะหลับทว่าเธอหลับเพื่อฟื้นฟูพลังจิตจึงยังมีสติครบถ้วนเมื่อรู้สึกว่ารถหยุดนิ่งโดยไม่มีสัญญาณแจ้งล่วงหน้าทำให้เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับรู้สึกคันจมูกทันใดจึงจามเสียงดัง
“ไม่สบายหรือครับ?”เยียนตันหันหน้ามาถามหญิงสาวด้วยความห่วงใย
“ไม่ใช่ค่ะคงมีคนคิดถึงฉันมากกว่า พอดีคันจมูกเฉยๆ ไม่ได้แพ้อากาศเย็นหรอกค่ะ”ณิชาตอบกลับเยียนตันอย่างผ่อนคลาย
เยียนตันพยักหน้ารับอย่างพอใจเขาพบว่าหญิงสาวตั้งครรภ์คนนี้ไม่เรื่องมากและทำตัวง่ายๆช่วยให้เขาลดความเกร็งในการอยู่ใกล้ชิดสาวสวย ประการสำคัญเขารับรู้มาจากเพื่อนว่าหยางจวินแสดงความสนใจหญิงสาวคนนี้เป็นพิเศษทำให้เขาใส่ใจดูแลเธอ รวมทั้งเป็นคำสั่งเฉพาะจากเจ้านายด้วย ยิ่งทำให้เขาเป็นกังวลหากพบอาการผิดปกติจากเธอ
“อากาศเย็นลงเรื่อยๆเหยาเหยาเตรียมเสื้อผ้ามาพอไหม?”
ไป๋มี่ถามณิชาด้วยความห่วงใยเพราะเคยมีประสบการณ์ตั้งครรภ์มาก่อนจึงไม่ต้องการเห็นหญิงสาวคราวลูกต้องมีสภาพ
ป่วยในขณะตั้งครรภ์ซึ่งเสี่ยงอันตรายต่อทารกในครรภ์เป็นอย่างยิ่ง
“เพียบเลยค่ะไม่ต้องห่วง” ณิชาตอบกลับไป๋มี่อย่างสบายใจ
ทันใดนั้นมีเสียงแจ้งเตือนผ่านวิทยุสื่อสารในรถโดยเป็นเสียงจากกวางคุนที่แจ้งเตือนภัยข้างหน้าซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำไมรถสี่คันถึงได้จอดพร้อมกัน โดยมีรถของกวางคุนนำหน้าตามด้วยรถของเจียงเว่ยถิง รถของเยียนตันที่มีณิชานั่งอยู่ด้วยและรถของโหวเส้าเฟิงปิดท้ายขบวน
“แจ้งเตือน! แยกย้ายหาที่กำบังตามเนินทรายก่อนมีแขกไม่ได้รับเชิญกำลังเคลื่อนตัวมาทางนี้ มีเวลาห้านาที ด่วน!”
เยียนตันส่งสัญญาณแจ้งสถานที่ที่ใกล้ที่สุดเพื่อให้ติงหานขับรถไปหลบซุ่มสังเกตการณ์ทันทีว่า“ไปทางนั้น เร็ว!”
“ครับผม!”ติงหานรับคำพร้อมกับหักพวงมาลัยขับรถหลบไปอยู่หลังเนินทรายตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
ณิชาเหลียวมองด้านหลังเธอมองเห็นรถแต่ละคันแยกย้ายไปหลบซุ่มแต่ละเนินทรายเป็นการกระจายกำลังที่มีประสิทธิภาพซึ่งเธอรู้สึกพอใจการเฝ้าระวังและเตือนภัยที่มีจากระยะไกลและใกล้เป็นอย่างยิ่ง
‘ไม่เลวแฮะพวกเขาทำงานกันเป็นทีมดี แสดงว่าจะต้องมีอีกทีมที่บัญชาการอยู่เบื้องหลังไม่งั้นลำพังแค่ใช้กล้องส่องทางไกลสอดแนม คงไม่สามารถมองเห็นศัตรูจากระยะไกลได้แน่’
ณิชาคิดในมุมมองที่เธอร่วมเดินทางและวิเคราะห์ตามสถานการณ์เนื่องด้วยสภาพภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเนินทรายโดยมีเส้นทางสำหรับรถแล่นผ่านแคบและเล็กซึ่งวิ่งได้ทีละคันดังนั้นการที่จะมองเห็นศัตรูจากระยะไกลจึงเป็นไปได้ยาก ยกเว้นว่าจะมีทีมคอยสอดแนมทางอากาศเท่านั้นจึงจะสามารถมองเห็นศัตรูและวิเคราะห์สถานการณ์ได้แม่นยำ
..........
เมื่อรถคันที่ณิชานั่งอยู่ด้วยหลบหลังเนินทรายได้ครู่เดียวพลันมีรถจี๊ปทหารห้าคันพร้อมปืนกลหนักและจรวดอาร์พีจีที่มีพลยิงพร้อมโจมตีศัตรูแล่นมาจอดในตำแหน่งที่เคยมีรถของกลุ่มณิชาจอดอยู่
อย่างไรก็ตามด้วยสภาพภูมิอากาศที่มีลมพัดตลอดเวลาส่งผลให้รอยล้อรถถูกหิมะที่เริ่มโปรยปรายกลบหายไปจนหมดสิ้น
ณิชาได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกของศัตรูสอบถามกันด้วยภาษาแปลกหูที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
‘พวกมันพูดภาษาอะไรกันอยากรู้จริงว่าพวกมันคุยกันว่าอะไร อย่างน้อยจะได้วางแผนจัดการพวกมันได้ทัน’
ณิชาคิดอย่างกังวลใจเพราะเธอไม่สามารถเข้าใจภาษาที่พวกมันทั้งหลายใช้สื่อสารกันซึ่งเธอเหลือบมองเห็นพวกมันมี
ทั้งหมดห้าคันรวมสิบห้าคน ถือได้ว่ามีจำนวนน้อยกว่ากลุ่มของเธอแต่อาวุธหนักที่ฝ่ายตรงข้ามมีกลับสร้างความกังวลใจให้เธอมากทีเดียว
“หลบอยู่บนรถอย่าลงมาเด็ดขาดเข้าใจไหม?”เยียนตันหันหน้ามาบอกณิชาและไป๋มี่พร้อมกำชับเสียงเข้มจริงจัง
จากนั้นเขาและติงหานหยิบปืนกลหนักที่วางอยู่ข้างตัวไปด้วยโดยไม่รอฟังคำตอบจากณิชาและไป๋มี่แต่อย่างใด
พลันมีเสียงตะโกนของพวกมันดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับชี้นิ้วตรงเข้าใส่ตำแหน่งรถของโหวเส้าเฟิงที่จอดหลบอยู่ใกล้พวกมันมากที่สุด
“พวกเราจะต้องปลอดภัยใช่ไหมเหยาเหยา?”ไป๋มี่กระเถิบเข้ามาใกล้ณิชาพร้อมกับโอบกอดเธออย่างหวาดกลัว
“ใช่ค่ะน้าไป๋อย่ากังวลไปเลยค่ะ พวกมันไม่กล้าฆ่าเราหรอก” ณิชาพูดปลอบใจไป๋มี่อย่างมั่นใจ
เธอเชื่อว่าหากพวกมันคิดที่จะเข้ามาทำร้ายเธอและไป๋มี่โดยไม่ยิงกราดเข้ามาก่อนเธอสามารถสังหารพวกมันได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าพลังต่อสู้จะมีไม่เต็มร้อยก็ตามแต่ทักษะพื้นฐานในการหลบหลีกนั้นเธอยังสามารถทำได้โดยระวังไม่ให้พลังลึกลับดูดหายไปได้อย่างแน่นอน
กลุ่มของกวางคุนที่ขับรถกระจายออกไปหลบตามเนินทรายกลายเป็นการหลบเพื่อสร้างวงโอบล้อมศัตรูไว้อย่างชาญฉลาดโดยในเวลานี้ณิชาทอดสายตามองไกลและเห็นผู้คนจากทุกคันๆ ละสองคนหยิบอาวุธออกมาพร้อมโจมตีศัตรูเป็นการโจมตีโดยปล่อยให้ศัตรูอยู่ในวงล้อมอย่างแยบคาย
‘รู้จักวางแผนจัดการศัตรูในคราวเดียวช่างเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพเสียจริง’
ณิชาคิดอย่างชื่นชมกลุ่มของกวางคุณที่มีการสื่อสารและรู้จักวางแผนเพื่อกำจัดศัตรูทั้งหมดในคราวเดียว
พลันมีเสียงปืนดังขึ้นจากฝั่งของกวางคุนเป็นการเปิดฉากโจมตีศัตรูก่อน โดยพวกเขาทั้งสี่คนและผู้คุ้มกันสี่คนต่างพุ่งเป้ายิงศัตรูที่ถือจรวดอาร์พีจีและปืนกลหนักโดยตรงเป็นเป้าหมายแรก
“ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!”
เสียงปืนดังสนั่นก้องไปทั่วทะเลทรายไป๋มี่ซุกตัวเข้าหาณิชามากขึ้นด้วยความหวาดหวั่นทว่าณิชากลับเงยหน้าดู
สถานการณ์ผ่านกระจกรถด้วยความสนใจเธออยากรู้ว่ากลยุทธ์การต่อสู้ของทหารบนโลกนี้เป็นอย่างไรบ้างจึงตั้งใจมองด้วยความสนใจ
เธอพบว่าฝ่ายศัตรูต่างมีอาวุธครบมือจำนวนมากทำให้ต่างฝ่ายต่างยิงโจมตีกันอย่างไม่ลดละ โดยที่พวกเขาไม่เสียเวลาสอบถามหรือเจรจากันแม้แต่น้อยถึงแม้ว่าฝ่ายเธอจะมีจำนวนน้อยกว่าทว่าการต่อสู้กลับไม่ผิดพลาดเลยยิ่งทำให้เธอชื่นชมพวกเขามากขึ้น
‘เก่งทีเดียวไม่เสียทีชื่อทีมเสือขาว ช่างเก่งกาจและมีแผนแยบคายเสียจริง’ ณิชาคิดอย่างชื่นชมพวกเขาอีกครั้งอย่างจริงใจ
ทันใดนั้นณิชารู้สึกสังหรณ์ใจชอบกลจึงเหลือบมองไปอีกด้านและพบว่ามีกลุ่มคนแต่งกายเหมือนกับศัตรูกำลังวิ่งเข้าหารถแต่ละคันโดยวิ่งพร้อมกับหลบหลังเนินทรายเล็กเป็นระยะถือได้ว่าเป็นการพรางตัวได้ดีหากไม่มีใครสังเกตพบหรือมัวแต่สนใจเหตุการณ์สู้รบตรงหน้าอาจถูกสังหารหมดคันได้อย่างง่ายดาย
“ฉิบหาย! คันอื่นจะพากันรู้ตัวไหมละทีนี้?” ณิชาพึมพำอย่างเป็นกังวลใจ
เธอพบว่าไป๋มี่กำลังจะส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวเนื่องจากเสียงปืนที่คล้ายกับเคลื่อนตัวเข้าใกล้รถมากขึ้นทุกขณะ
“เป็นไงเป็นกันถ้ามัวแต่กลัวถูกดูดพลัง ได้ตายห่ากันพอดีเลย”
ณิชาพึมพำอย่างหงุดหงิดที่พบไป๋มี่เริ่มสติแตกด้วยความหวั่นเกรงเธอตัดสินใจใช้สันมือฟันฉับเข้าที่ต้นคอของไป๋มี่อย่างรวดเร็วเพื่อให้อีกฝ่ายหมดสติจะได้เงียบเสียงเนื่องด้วยศัตรูเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้รถเธอมากขึ้น
‘มันไม่คิดจะยิงคนในรถทันทีแสดงว่าพวกมันต้องการจับตัวงั้นหรือ?’
ณิชาคิดด้วยความแปลกใจพร้อมกับหยิบกริชที่ซุกอยู่ข้างลำตัวออกมาเธอได้แต่หวังว่าผู้คนในรถคันอื่นจะสามารถป้องกันตัวเองได้เพราะเธอไม่สามารถตะโกนดึงดูดความสนใจพวกมันได้รวมทั้งต่อให้เธอตะโกนจนคอแห้งก็ไม่สู้เสียงปืนที่ดังลั่นในเวลานี้ได้
เมื่อเหลือบมองเห็นไป๋มี่หมดสติแล้วณิชาผลักตัวไป๋มี่แล้วรีบจัดท่านอนให้อีกฝ่ายพร้อมกับเธอที่ก้มหน้าเหมือนหลับอยู่เช่นกันโดยที่มือขวาของเธอจับด้ามกริชไว้ในมือมั่นคงพร้อมสังหารศัตรูในทันใด
เธอได้ยินเสียงฝีเท้าของศัตรูเข้ามาใกล้รถแล้วถึงแม้ว่าจะมีเสียงปืนแผดดังลั่นก็ตามทว่าเธอสามารถแยกแยะเสียงแปลกปลอมได้อย่างง่ายดายทำให้รับรู้ว่าศัตรูบุกเข้ามาประชิดรถยนต์ที่เธอนั่งอยู่แล้ว
“คลิ๊ก!” ศัตรูเปิดประตูเบาะหลังในตำแหน่งฝั่งของณิชาพอดี
“ฉัวะ! ตุบ!”ณิชาหรี่ตามองแวบหนึ่งแล้วตัดสินใจตวัดกริชในมือปาดคอศัตรูทันทีโดยไม่ปล่อยให้มันตั้งตัวทัน
“หน็อยแน่! บังอาจจะล้มทับตัวฉันอีก”
ณิชาสบถด้วยความโมโหที่ร่างของศัตรูถูกปาดคอแล้วกำลังจะโน้มลงทับตัวเธอทำให้เธอถีบร่างมันออกไปจากรถโดยตรงส่งผลให้ร่างชายฉกรรจ์สูงใหญ่ล้มนอนหงายบนพื้นโดยที่ตาเบิกกว้างค้างอยู่ทันที
จากนั้นเธอทอดสายตามองรถทุกคันในกลุ่มตนเองเมื่อพบว่ามีคนสามารถจัดการศัตรูได้ทำให้เธอคลายความกังวลแล้วสำรวจความเรียบร้อยของตนเองครั้นพบว่ามีเลือดของคนร้ายเปรอะเปื้อนใบหน้าและเสื้อผ้าจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดทำความสะอาดใบหน้าเส้นผม และเสื้อผ้าบางส่วน
“โชคดีที่ฉันไม่ได้ใช้พลังเอสเปอร์โดยตรงไม่งั้นคงเหนื่อยมากกว่านี้” ณิชาพึมพำอย่างพึงพอใจผลงานที่สามารถสังหารศัตรูได้