ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินต่อไปเกษมได้สะดุดหูอยู่หนึ่งประโยคในคำพูดของอลัน “เดี๋ยวนะ..เมื่อกี้พวกนายใช้คำว่า ‘พ่อของพวกเรา’ ??” หนุ่มแว่นทวนคำพูดของชายหัวเห็ด
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันกับโจเซฟเป็พี่น้องกันฉันชื่ออลัน ซีเชโญ่ ( Alan Zeceho ) ส่วนนี่พี่ชายของฉัน โจเซฟซีเชโญ่ ( Joseph Zeceho )” เขาพูดขึ้นหน้าตาเฉยในขณะที่เพื่อนๆ ภายในกลุ่มเหวอไปชั่วครู่
“ถ้าอย่างงั้น.. พวกนายก็มีอวัยวะพิเศษชนิดเดียวกันน่ะสิ?”หลังจากดึงสติกลับมาได้ มีสท์ก็เอ่ยถามไปยังสองพี่น้อง
“อืม.. ก็ใช่แหละ ว่าแต่รู้ได้ยังไงว่าพวกเรามีอวัยวะพิเศษชนิดเดียวกัน?”โจเซฟถามกลับ
“ก็ที่พวกนายหลับตอนปฐมนิเทศ คุณเวิร์ดเขาก็อธิบายว่าอวัยวะพิเศษจะถูกถ่ายทอดทางพันธุกรรมซึ่งถ้าพวกนายสองคนเป็พี่น้องกัน ก็แสดงว่าต้องมีอวัยวะพิเศษเหมือนกันสิ” โสตรีบอธิบายทันที
“แหะ ๆ แต่สรุปคือพวกนายยังไม่รู้ใช่ไหมว่าพวกเรามีอวัยวะพิเศษอะไร?”โจเซฟยิ้มแหย ๆ พลางเอามือลูบหัว
แต่ทันใดนั้นก็เป็เกษมที่ตอบสวนกลับไปทันควัน“รู้สิ! เพราะเรารู้ว่าอวัยวะพิเศษของอลันคืออะไรเราก็ต้องรู้อวัยวะพิเศษของโจเซฟแหมือนกัน”
“อ่าว.. แล้วทำไมนายถึงรู้อวัยวะพิเศษของอลันล่ะ?ไปรู้ตอนไหน?” ชายผมเดรดล็อคถามกลับด้วยใบหน้าสงสัย
ทางด้านของอลันนั้น เขาก็มั่นใจมากว่ายังไม่เคยใช้พลังของตนให้ใครได้เห็น(ถึงแม้จะเกือบก็เถอะ)จึงพูดขึ้นอย่างมั่นใจ “แกล้งอำกันเล่นล่ะสิ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ฉันยังไม่เคยใช้พลังให้ใครในที่นี้เห็นเลยนะนายจะไปรู้ได้ยังไง?”
“เฮ้ยย.. ฉันไม่ได้อำก็อวัยวะพิเศษของฉันคือตา ฉันสามารถมองเห็นว่าออแกเนียนคนไหนกำลังใช้พลังของอวัยวะพิเศษอยู่ที่ฉันเห็นอวัยวะพิเศษของนายก็ตอนที่นายกำลังเข้าตาจนตอนทะเลาะกับโอ๊ต,หน่อม,ดั๊ก น่ะฉันเห็นขาของนายกำลังเรืองแสง ก่อนที่ฉันจะเห็นมีสท์ที่ตัวเรืองแสงเหมือนกันมาเตะตัดขาหลักของนายให้ล้มลง” เกษมพยายามอธิบายพร้อมทำไม้ทำมือประกอบ
ก่อนที่จะเล่าเหตุการณ์ที่มีเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เห็นให้กับอลันและเพื่อน ๆ ได้รับรู้ต่อ “ตอนแรกฉันก็งง ๆ ว่าทำไมฉันเห็นอะไรเรืองแสงเต็มไปหมดเลย? แต่ก็พึ่งมาวิเคราะห์ได้ก็เมื่อกี้นี้แหละว่าฉันสามารถเห็นอวัยวะพิเศษของออแกเนียนคนอื่น ๆ เรืองแสงตอนกำลังใช้พลังได้”
“อ้าว!! มีสท์ก็อยู่ในเหตุการณ์คืนนั้นด้วยหรอ?ถ้าเป็เื่จริง.. พลังของนายนี่โคตรเจ๋งเลยแฮะ” อลันยังคงไม่ปักใจเชื่อและพยายามรวบรวมหลักฐานต่อโดยพุ่งเป้าคำถามไปที่มีสท์ผู้ซึ่งถูกเกษมเอ่ยถึงว่ามีส่วนร่วมในเหตุการณ์
ซึ่งมีสท์ก็อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแสนทะเล้น“ใช่แล้ว ๆ ที่เกษมพูดเป็ความจริงเราเป็หลานของลุงควันเอง ที่พวกนายโดนเชือกมัดก็ฝีมือเราเช่นกัน อิอิ”
“ส่วนอวัยวะพิเศษของเราก็คือิัเราสามารถหายตัวได้แหละ” เธอจะเผยความสามารถของตัวเองให้เพื่อนๆ ฟังอย่างเป็ทางการ
“พูดถึงลุงควัน ลุงแกเป็ยังไงบ้าง สบายดีไหม?” หลังจากมีสท์กล่าวถึงลุงควันเกษมจึงถือโอกาสถามขึ้น
“ลุงควันสบายดี ๆ แต่ก็คงต้องพักการแสดงมายากลไปก่อนนั่นแหละเพราะไม่มีเราคอยใช้พลังหายตัวช่วย แกเลยแสดงโชว์พิเศษไม่ได้ แล้วอีกอย่าง่นี้แกก็ยุ่งๆน่ะ”สาวน้อยผมเปียตอบเสียงใส
“อ๋ออ.. ไอ้โชว์ที่ ‘ไม่มีคณะมายากลที่ไหนบนโลกกล้าเล่น’ อ่ะนะ? ฮ่า ๆ ๆ ” หนุ่มแว่นพูดพลันทำท่าทางและสำเนียงเสียงเลียนแบบคุณลุงมาดเซอร์
“เ้าเษม!! เราจะฟ้องลุงควัน ฮิฮิ” มีสท์ดูเมือนจะโกรธแต่ก็อดตลกเกษมไม่ได้ เพราะนายแว่นหน้าเนิร์ดเก็บรายละเอียดของลุงควันมาล้อเลียนได้ทุกกระเบียดนิ้วจริงๆ
และในระหว่างที่ทั้งวงสนทนากำลังเฮฮากันในสิ่งที่เกษมทำอยู่นั้น..“ส่วนอวัยวะพิเศษของเราคือหู ความสามารถคือมันสามารถกำหนดคีย์เวิร์ดขึ้นมาได้ และถ้ามีใครพูดถึงคำ ๆ นั้นเราก็จะสารมารถได้ยินทั้งประโยคสนทนานั้นและพิกัดที่กำเนิดเสียงด้วยแต่มันก็มีรัศมีที่จำกัดอยู่ ต้องฝึกฝนเพิ่มเพื่อขยายระยะการได้ยิน โดยตอนที่เราหาเกษมกับมีสท์เจอเราก็ได้ใช้พลังของอวัยวะพิเศษโดยให้คำจำกัดความว่า ‘สวัสดี’แล้วเราก็ได้ยินมีสท์กับเกษมคุยกันก็เลยเดินตามเสียงมาจนเจอนั่นแหละ”นายโสตผู้ไม่รู้จังหวะในการสนทนาเอาเสียเลย อยู่ ๆ ก็อธิบายพลังพิเศษของตัวเองขึ้นมาซะงั้นจนเพื่อน ๆ ต้องหยุดหัวเราะและปรับอารมณ์มาเพื่อฟังพ่อหนุ่มหูกางนี่อธิบาย
“โอ้โฮ.. พวกนายนี่จริงใจกันดีจังฮ่า ๆ ๆ ฉันชอบว่ะ!” เมื่ออลันเห็นว่าเพื่อน ๆ ทุกคนในกลุ่มคุยกันอย่างเปิดอก สองพี่น้องตระกูลซีเชโญ่ก็กล้าพอที่จะเปิดใจรับเพื่อนใหม่อย่างแฟร์ๆ เช่นกัน
“เอาจริง ๆ ฉันก็ยังไม่รู้พลังของฉันชัดเจนสักเท่าไหร่นะแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจพลังนั้นนักหรอก เพราะถึงจะไม่มีพลังพิเศษแต่ตอนนี้ฉันก็เป็ถึงดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในวงการฟุตบอลเลยล่ะซึ่งสำหรับฉันแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้ว” โจเซฟเปรย
“ส่วนพลังของฉันก็คือ ฉันสามารถเพิ่มพลังให้กับขาได้ มันจะช่วยให้ฉันวิ่งเร็วและเตะแรงขึ้นน่ะถ้าตอนนั้นเกิดใช้ใส่เ้าอ้วนดั๊กไป ต่อให้ตัวใหญ่เป็หมีก็เถอะต้องมีกระเด็นแน่ ๆ” อลันโอ้อวดความสามารถของเขาด้วยความภูมิใจ
เมื่อได้ฟังเพื่อนๆอธิบายความสามารถพิเศษของตัวเองกันแล้วก็ได้มีดวงตาคู่หนึ่งเปลี่ยนไปมันดูลุกวาวราวกับพบเจอขุมสมบัติก้อนโตมาวางอยู่เบื้องหน้า ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนมันคือแววตาของหญิงสาวผู้มีผมเปียคู่คนนั้นนั่นเอง “ว้าวว.. ถ้าจะรู้อวัยวะพิเศษกันขนาดนี้แล้วเรามาแนะนำตัวด้วยชื่อเต็ม ๆ กันเถอะ! เราชอบมาก ๆ เลยล่ะ!” มีสท์พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
และทันใดนั้น.. โจเซฟก็ได้เป็คนประเดิมในการแนะนำตัวเองคนแรก“ได้เลย!! เราชื่อ โจเซฟ ซีเชโญ่ เดอะเลกออฟมิราเคิล ‘The Leg ofMiracle’ เป็พี่ชายของอลัน” เขานะนำตัวพลางเอามือทาบอกอย่างภาคภูมิ
พลันที่พี่ชายแนะนำตัวเสร็จ อลันก็เอื้อมแขนไปโอบไหล่พี่ชายของเขาอย่างสนิทสนมก่อนจะแนะนำตัวตามมาติดๆ “ส่วนเรา ชื่อ อลัน ซีเชโญ่ เดอะเลกออฟมิราเคิลเป็น้องชายของโจเซฟ”
“หวาววววว.. ขาแห่งปาฏิหาริย์หรอ??ฉายาเท่ชะมัดเลย!” ปฏิกริยาของมีสท์หลังจากที่ได้ยินสมญาของทั้งคู่นั้นจากที่ตื่นตาตื่นใจมากอยู่แล้วมันก็ได้พุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ
“ระ..เราชื่อ โสต.. โสตินทรีย์สดับฟัง เดอะบัค ‘The Bug’” ชายหนุ่มหูกางก้มหน้าก้มตาพูดเสียงอ่อย ๆ ด้วยความเขินอายตามภาษาของเขา
ซึ่งหลังจากได้ยินการแนะนำตัวของโสตมีสท์ก็เกิดเอะใจอะไรขึ้นมาบางอย่าง “เอ๋.. ทำไมฉายานายถึงเกี่ยวข้องกับแมลงล่ะ?”เธอเอ่ยถามด้วยความฉงน
“อืม.. คำว่าบัคในที่นี้มันแปลว่าเครื่องดักฟังน่ะ”ชายร่างท้วมไขข้อสงสัยอย่างรวดเร็วเช่นเคย
“อ๋อ.. เข้าใจแล้วล่ะ”สาวผมเปียคู่ยิ้มรับตาหยีก่อนจะแนะนำตัวเองด้วยความกระดี๊กระด๊าสุดๆ “ตาเราแล้วๆ ๆ เราชื่อ มีสท์ ม่านหมอก เมฆะมายาดิอินวิซิบิลิตี้ ‘The Invisibility’” หญิงสาวผู้ซึ่งดูจะมีความสุขมากที่สุดในกิจกรรมการแนะนำตัวครั้งนี้พูดอย่างกระตือรือร้น
และเมื่อมีสท์แนะนำตัวเสร็จความเงียบงันก็ได้เข้ามาครอบงำวงสนทนา ทุกสายตาจับจ้องมาหาเกษมที่ยังคงยืนทื่ออยู่
“ตาเธอแนะนำตัวแล้วเ้าเกษมเร็วเข้า ๆ ๆ เราอยากฟัง ๆ ๆ ” มีสท์เร่งเร้าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
เมื่อดวงตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขาชายผู้มีตาสองสีอันเป็เอกลักษณ์ก็เกิดอาการเลิ่กลั่กจนทำอะไรไม่ถูก “ชื่อเท่ห์ ๆ กันทั้งนั้นเลย แต่เราไม่รู้ฉายาข้างหลังนามสกุลของเราน่ะต้องตั้งยังไงหรอ?” เขายิ้มแหย ๆ พลางเอามือเกาไปที่หัว
“ส่วนใหญ่ก็จะตั้งกันตามความสามารถของพลังอวัยวะพิเศษน่ะนายลองคิดดู ๆ ” มีสท์แนะนำก่อนจะจ้องไปที่เกษมเพื่อเฝ้ารอคำตอบด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“เราสามารถใช้ฉายา ของพ่อเราได้หรือเปล่าอ่ะ?เหมือนเราจำได้ว่าคุณเวิร์ดเคยเรียกฉายาพ่อเราอยู่” เกษมชำเลืองตาขึ้น้าเหมือนคิดอะไรบางอย่างก่อนจะถามมีสท์อีกรอบจนทำเอาสาวผมเปียที่ก็ลังใจจดใจจ่ออยู่นั้นคอตกไปชั่วขณะ
“ได้สิโดยปกติคนตระกูลเดียวกันก็จะใช้ฉายาเดียวกันนะ เพราะพลังพิเศษจะเหมือนกันอยู่แล้ว เว้นแต่เธอจะมีพลังใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนคนในตระกูล”มีสท์ให้คำตอบก่อนจะปั้นหน้ากลับมาลุ้นกับการแนะนำตัวของเกษมอีกครั้ง
หนุ่มแว่นหน้าเนิร์ดในตอนนั้นที่คิดอะไรไม่ออกก็เหมือนจะพยายามตอบส่งๆ มันออกไปให้จบเื่ “โอเค ๆ .. งั้นเราชื่อ เษม เกษมสืบสายั์ตรา เดอะไซท์สตีลเลอร์” ชายหนุ่มยิ้มแห้ง
“เย้ ๆ ๆ ๆ ๆ ชื่อเท่ ๆ กันทุกคนเลยยย~” มีสท์ะโโลดเต้นเหมือนเด็กน้อยไปรอบเพื่อน ๆ ที่กำลังเดินกลับหอด้วยความร่าเริงสุดๆ
เส้นทางที่ทอดยาวจากอาคารหลักของมหาวิทยาลัยไปยังหอพักนั้นเป็ถนนที่กว้างประมาณสี่เลน ปูด้วยหินอ่อนสีขาวสะอาดตามีไฟสีส้มคอยประดับประดาและนำทิศไปตลอดทาง รอบข้างเป็ต้นซากุระประหลาดที่ผลิดอกสีชมพูสดใสเบ่งบานตลอดเวลามีกลิ่นอ่อน ๆ ของหญ้าและดอกไม้ต้นเล็ก ๆ ที่งอกเงยขึ้นบนผืนดินตามแต่กระแสลมจะพัดนำพามากลิ่นนั้นมาให้
“เฮ้เพื่อน ๆ .. เราได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินตามเรามาสักพักแล้วล่ะ”โสตเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง หลังจากที่เขาได้ยินเสียงฝีเท้าลึกลับ
บรรยากาศที่กำลังคึกครื้นร่าเริงอยู่นั้นกลับเปลี่ยนเป็ความตึงเครียดเข้ามาแทนที่ในทันที..
เมื่อได้ยินที่โสตเตือน เกษมจึงค่อยๆ หันไปมองด้านหลัง สิ่งที่เขาพบก็คือ.. ผู้ชายผิวสีรูปร่างสูงใหญ่กำยำผมเตียนหนึ่งคนผู้หญิงผิวสีร่างกายแข็งแรงหนึ่งคน และคนสุดท้ายคือเด็กชายชาวยุโรปผิวขาวตัวเล็ก ๆที่หน้าตาดูหวาดกลัวไปซะทุกอย่าง ใ
ช่แล้ว.. พวกเขาก็คือคนกลุ่มที่เคยคุยอยู่กับเอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม เมื่อครั้งเหตุการณ์ที่ทำให้อลันได้รับาเ็ในตอนนั้นนั่นเอง!
“ว่าไง ไอ้พวกออแกเนียนมือใหม่ เจอกันอีกแล้วนะ แหม่! โลกมันช่างกลมซะจริง ๆ ฮะฮ่า ๆ !” ชายผิวสีเริ่มทักทายขึ้นก่อนด้วยคำพูดอันสุดแสนจะกวนประสาท
“ใครดูก็รู้ว่าพวกแกจงใจตามพวกเรามามีปัญหาอะไรกับพวกเราวะ!?” อลันตอบโต้ด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“จะพูดแบบตรง ๆ เลยแล้วกันนะ.. ฉันมาล้างแค้นไอ้หนูท่อไร้น้ำยาอย่างแกไง! โทษฐานที่ทำให้ฉันต้องโดนคุณเวิร์ดลงโทษ ส่วนใครที่ไม่เกี่ยวข้องก็ถอยออกไปซะ! หรือถ้าอยากจะเจ็บตัวด้วยก็ตามใจ” ชายผิวสีพูดพลางชี้ไปที่หน้าของอลันผู้ซึ่งมีฟันหน้าเล็กแหลมสองซี่ยื่นออกมาเล็กน้อย
และด้วยความที่เป็คนไม่ยอมใครเป็ทุนเดิมของอลันทั้งคู่จึงต่อปากต่อคำกันอยู่สักพักหนึ่ง โดยมีเกษม มีสท์ โสต คอยห้ามหนุ่มละตินเืร้อน
แต่ทางฝั่งหญิงผิวสีกลับมีท่าทีเบื่อหน่ายในการกระทำของคนที่มากับเธอโดยไม่มีทีท่าว่าจะห้ามปรามเลยแม้แต่นิดเดียวส่วนชายชาวยุโรปผิวขาวนวลตัวกระจ้อยก็มีแต่ความหวาดกลัว และเอาแต่หลบอยู่ข้างหลังเพียงอย่างเดียว
เวลาผ่านไปสักพักจนผู้หญิงผิวสีเหมือนจะทนไม่ไหวเธอจึงพูดขึ้นอย่างเซ็ง ๆ “ไทรซ์.. นายจะมาทะเลาะกับเ้าพวกนี้ทำไมกัน?”
“ฉันก็ไม่อยากเสียเวลาทะเลาะกับพวกไอ้หนูท่อไร้น้ำยาพวกนี้หรอกหน่าไบซ์แต่เธอลืมแผนของเราไปแล้วหรือไง?” ชายหุ่นบึ้กตอบกลับก่อนจะหันกลับไปยั่วยุอลันต่อ
และหลังจากที่อดกลั้นมานานจุดเดือดที่ค่อนข้างต่ำของอลันก็ได้ะเิออก! “แกหาว่าใครเป็ไอ้หนูท่อไร้น้ำยากันวะ!! ตอนนี้ฉันสามารถใช้พลังได้โดยไม่ต้องกลัวมนุษย์เห็นอีกต่อไปแล้ว ไปตายซะเถอะแก!!!ย้ากกกก!!!!” ซีเชโญ่ผู้น้องทนไม่ไหวอีกต่อไป! เขาจึงหวังจะใช้พลังของอวัยวะพิเศษของตนเองในการจัดการกับปัญหาซะ!
ตึ้บ ๆ ๆ !!.. อลันวิ่งลงฝ่าเท้าหมายจะเข้าไปเตะใส่ชายร่างั์โดยที่เกษม มีสท์ และโสต พยายามจะห้ามแล้ว เพราะรู้ว่าถ้าอลันเป็ฝ่ายลงมือก่อน การพิจารณาในเหตุทะเลาะวิวาทครั้งนี้อลันจะต้องเป็ฝ่ายผิดอย่างแน่นอนตามกฎที่ เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม ได้บอกไว้
แต่ถึงกระนั้น.. พวกเขาก็ไม่สารมารถหยุดความเร็วของอลันเอาไว้ได้ทัน
ชายหัวเห็ดง้างขาที่ผ่านการเพิ่มพลังของเขากระโจนเข้าไปหาไทรซ์หวังจะหวดลงอย่างเต็มแรงโดยมีเป้าหมายคือใบหน้าของชายหนุ่มผมเตียน!
เปรี้ยง! ! ! แต่ทว่า.. ลูกเตะของเขากลับไม่ผ่านการป้องกันฝ่ายคู่อริสามารถยกแขนขึ้นมาบังการโจมตีไว้ได้อย่างทันท่วงทีและสลัดขาของอลันออกอย่างง่ายดาย
ในขณะที่ไทรซ์สะบัดขาของอลันซึ่งกำลังลอยเคว้งอยู่กลางอากาศออกมันก็ทำให้หนุ่มละตินเืร้อนได้เห็นใบหน้าและแววตาที่เปื้อนรอยยิ้มอันแสนเ้าเล่ห์ของเขา“ฮึ ๆ .. แกเสร็จฉันแล้ว ไอ้หนูท่อ..” ไทรซ์แสยะยิ้มอย่างผู้ชนะเพราะเื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้เป็ไปตามแผนที่เขาวางเอาไว้ทั้งหมด
หนุ่มผมเตียน้าให้อลันที่มีจุดเดือดต่ำได้รับการลงโทษจากเอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม
โดยการยั่วยุให้อลันเริ่มลงมือทำร้ายร่างกายเขาก่อนเพื่อเป็การล้างแค้นให้กับตัวเองที่เคยโดนคุณเวิร์ดลงโทษเพราะอลันนั่นเอง (ในเหตุการณ์ที่ทั้งสองกลุ่มทะเลาะกันตอนหลังจากวันสอบคัดเลือกหนึ่งวัน)
“อลัน! ระวัง!มันมีอวัยวะพิเศษคือแขน!” เกษมรีบะโบอกเดอะเลกออฟมิราเคิลผู้น้องทันทีหลังจากเขาเห็นแขนของไทรซ์เริ่มเรืองแสงอร่าม
“มีแรงแค่นี้เองหรอ! ไอ้หนูท่อไร้น้ำยา! คราวนี้ถึงตาฉันบ้างล่ะ!!”ชายหุ่นบึ้กเหวี่ยงแขนอันเป็อวัยวะพิเศษของเขา หวังเพื่อบดขยี้ร่างของชายหัวเห็ดที่กำลังลอยเคว้งอยู่จึงทำให้หมดความสามารถในการปกป้องตนเองไปโดยปริยาย
แต่ก่อนที่พลังอันน่าสะพรึงของไทรซ์จะเข้าถึงใบหน้าของอลัน..ทันใดนั้นเอง!!
ฟิ่ว!!~ ฟิ่ว!!~
ก็มีอุปกรณ์คล้ายมีดสั้นอันเล็ก ๆ ลอยผ่านระหว่างหน้าของชายหัวเห็ดและหมัดของไทรซ์ไปอย่างฉิวเฉียด!
และด้วยสิ่งที่มาขัดจังหวะการต่อสู้นั้นจึงทำให้การต่อยของชายกล้ามโตต้องหยุดชะงักลง และทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างก็หันไปมองตามทิศทางของดาวกระจายเพื่อหาต้นกำเนิด
ซึ่งแหล่งที่มานั้นอยู่บนยอดต้นซากุระในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดการทะเลาะวิวาทก่อนที่บุคคลปริศนาจะหายไปจากดอกไม้สีชมพูที่บานสะพรั่งอย่างไร้ร่องรอย..
หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่กี่อึดใจก็ได้มีแสงสีน้ำเงินสว่างวาบพลันปรากฏตัว เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม ขึ้น เขาถอนหายใจและส่ายหัวด้วยความละเหี่ยหลังจากเห็นคู่กรณีกลุ่มเดิม ๆ ที่เคยถูกลงโทษไปแล้วกลับมาทะเลาะวิวาทกันอีก
“เห้อ.. พวกคุณอีกแล้วหรอเนี่ย?ยังไม่เข็ดกันอีกหรือไง? มีเื่อะไรกันอีกล่ะคราวนี้?” ชายมาดผู้ดีอังกฤษถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เบื่อหน่ายเต็มทน
“ไหน.. มีใครอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผมฟังได้บ้าง?ว่าไงคุณไทรซ์ ฟาน เดอร์ อาร์ม? (Trice Van Der Arm) คุณอลัน ซีเชโญ่? แล้วคนอื่น ๆ มีอะไรจะบอกผมไหม คุณโจเซฟ? คุณเกษม? คุณมีสท์?คุณโสต? คุณไบซ์ ฟาน เดอร์ อาร์ม? (BiceVan Der Arm)” เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สามจี้ถามพร้อมไล่มองหน้าเรียงคน
“โอ้ว.. ผมเจอแล้ว เอาล่ะ คุณโพซิเออร์ไทเรจ ( Pozier Thylage ) รบกวนออกมาจากข้างหลังของคุณไบซ์ได้แล้วครับคุณโพซิเออร์ผมจะสามารถถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณได้หรือไม่?” ผู้คุมกฎของเหล่าออแกเนียนมองไล่ไปจนถึงเด็กหนุ่มชาวเยอรมันตัวกระจ้อยที่หลบอยู่ก่อนจะเดินเข้าไปหาและถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ดะดะ.. ได้ครับ” โพซิเออร์ตอบเสียงสั่นพร้อมหันไปมองหน้าไบซ์และไทรซ์
ชายชุดทักซิโด้เล็งเห็นว่าเด็กหนุ่มผู้ขี้กลัวดูกังวลใจเป็อย่างมากจึงพยายามสร้างบรรยากาศให้เป็กันเองมากที่สุด “เอาล่ะไม่ต้องกลัวนะจงเล่าไปตามความจริง ผมรู้ว่าคุณซื่อตรงพอ” เขาตบไหล่โพซิเออร์เบา ๆ
จากนั้นผู้ถูกเลือกก็ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดจนจบอย่างไม่ตกประเด็นสำคัญ
“อืม.. เอาล่ะผมขอถามทุกคน ณที่นี้ว่า สิ่งที่โพซิเออร์พูดมาทั้งหมดเป็ความจริงใช่หรือไม่?” เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม เอ่ยถามทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์
“เป็ความจริงครับคุณเวิร์ด! ลงโทษมันเลยครับ!!” อลันผู้ไม่รู้อะไรเลย ะโฟ้องคุณเวิร์ดอย่างมั่นใจด้วยความคิดว่าตนเองเป็ฝ่ายถูก
“นี่คุณอลัน!! คุณไม่ได้ฟังที่ผมปฐมนิเทศเลยหรอ!?” เดอะคอนโทรลเลอร์หันมาดุใส่อลันที่กำลังผยองสุดขีด จนทำให้เด็กหนุ่มชาวละตินผู้เืร้อนถึงกับหน้าเสียไปในทันที
“ก็พวกมันสะกดรอยตามพวกผมมาแถมยังด่าพวกผมเสีย ๆ หาย ๆ ก่อนนี่ครับ ผมผิดอะไร?” ซีเชโญ่ผู้น้องยังคงไม่ยอมแพ้
“มันผิดตรงที่นายเข้าไปทำร้ายเขาก่อนน่ะสิ!!”มีสท์พูดเชิงดุอลันที่ไม่ยอมฟังตอนพวกเขาห้ามปรามเลย..
สีหน้าของเอ็ดเวิร์ดดูจะหงุดหงิดไม่น้อยจนเกือบจะเสียมาดของผู้ดีไปแต่เขาก็ได้รวบรวมสติระงับอารมณ์ก่อนจะทวนกฎให้อลันฟังอีกหนึ่งครั้ง“เอาล่ะคุณอลัน.. ผมจะอธิบายการพิจารณาความผิดในการทะเลาะวิวาทคร่าว ๆ ให้คุณฟังอีกครั้งนะ..กฎก็คือ ใครเป็ฝ่ายลงมือทำร้ายคู่กรณีก่อนจะถือเป็ฝ่ายผิด ทั้งนี้ก็เพื่อเสริมความใจเย็นให้กับออแกเนียนทั้งหลาย เพราะหากคุณจบการศึกษาออกไป แล้วคุณโดนมนุษย์ยั่วยุจนโกรธจนเผลอใช้พลังออกไปมันจะส่งผลเสียต่อพวกเราทั้งหมด..แต่ถ้าคุณ้าจะประลองจริง ๆ ให้คุณบอกผม แล้วผมจะพิจารณาว่าสมควรหรือไม่ถ้าผมเห็นควรผมจะเป็ผู้ดูแลการประลองนั้นให้เอง และครั้งนี้ ผมขอให้เป็ครั้งสุดท้ายที่ผมจะอธิบายเกี่ยวกับกฎของออแกเนียนนะ!”
“และต่อไปนี้จะเป็บทลงโทษของคุณอลัน”ท่านผู้อำนวยการเอ่ยขึ้นพลางร่ายคำกล่าวศักสิทธิ์อันเป็พลังพิเศษของเขาอีกครั้ง.. “ด้วยพลังแห่ง เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ขอบันดาลให้ คุณอลัน ซีเชโญ่ต้องทำการนั่งสมาธิกำหนดลมหายใจทุกวัน วันละสามสิบนาที ถ้าไม่ทำขอให้ปวดหัวจนกว่าจะได้นั่งสมาธิและเมื่อไหร่ที่เขามีอารมณ์โกรธ ขอให้เขาปวดหัวจนกว่าจะควบคุมสติของตัวเองได้ โดยการลงโทษจะมีระยะเวลาทั้งสิ้นหนึ่งเดือน!”
ซึ่งชายหัวเห็ดก็ได้ยอมรับการลงโทษอย่างขัดขืนไม่ได้ก่อนที่สมองของเขาจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง “คุณเวิร์ด!! ผมมีสิทธิ์ท้าประลองใช่ไหมครับ? งั้นผมขอท้าประลองไอหมอนั่น!!” เขายื่นคำร้องด้วยอารมณ์ที่เดือดดาลพร้อมชี้ไปยังไทรซ์ ฟาน เดอร์ อาร์ม
เมื่อได้ยินคำพูดอันโอหังเช่นนั้นเอ็ดเวิร์ดอาเธอร์ สปีช ที่สาม จึงบอกปัดคำร้องของอลันโดยที่แทบจะไม่ต้องคิดอะไรเลยสักนิด “ผมไม่อนุญาตในการท้าประลองครั้งนี้..”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ โอ๊ยยย ขำ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ นี่! ทุกคนได้ยินไหม? ไอ้หนูท่อไร้น้ำยานั่นมันจะท้าฉันประลองว่ะ! ไม่เจียมกะลาหัวเลยจริง ๆ ถ้าเมื่อกี้ถ้าไม่มีคนมาขัดจังหวะนะ ป่านนี้แกเละเป็โจ๊กไปแล้ว! นี่ขนาดฉันโดนคุณเวิร์ดลงโทษโดยการลบพลังของอวัยวะพิเศษที่มีไปครึ่งหนึ่งแล้วนะพลังเตะสุดแรงเกิดของแกยังทำอะไรฉันไม่ได้เลย ไปฝึกมาให้เก่งกว่านี้อีกสิบเท่าก่อนนะแล้วค่อยมาท้าฉันประลองใหม่ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ” ไทรซ์หัวเราะเยาะเย้ยจนตัวโก่งตัวงอหลังจากได้ยินคำพูดอันแสนจะอวดดี
ซึ่งสิ่งที่ไทรซ์กำลังแสดงออกมา มันไม่มีทางเลยที่คนจุดเดือดต่ำอย่างอลันจะควบคุมโทสะของตัวเองไว้ได้“หนอยแหนะแก!! คำก็ไอ้หนูท่อไร้น้ำยา สองคำก็ไอ้หนูท่อไร้น้ำยาไปตายซะ!!” ชายหัวเห็ดะโลั่นขึ้นด้วยความแค้น!
แต่เมื่อความโกรธเข้าครอบงำ..บทลงโทษจึงแผลงฤทธิ์ในทันที! “อะ..โอ๊ยยย!! ปวดหัว!! โอ๊ยยยยยย!!! ไม่ไหวแล้ววว!!!” เด็กหนุ่มเืร้อนนำมือกุมไปที่ศีรษะก่อนจะทรุดตัวลงด้วยความเ็ป
และด้วยความเป็ห่วงน้องซีเชโญ่ผู้พี่จึงปรี่เข้าไปถามชายชุดทักซิโด้ทันที “เฮ้!! คุณเวิร์ด แล้วต้องทำยังไงน้องผมถึงจะหายล่ะ?”
“ไม่มีวิธีอะไรทั้งนั้น..เดี๋ยวพอเขาตั้งสติเริ่มหายโกรธได้ อาการมันก็จะหายไปเอง” เอ็ดเวิร์ดอาเธอร์ สปีช ที่สาม ตอบด้วยท่าทีที่ไม่สนใจใยดีอลันเลยแม้แต่น้อย
“คุณเวิร์ดคะ หนูสงสัยว่าทำไมคุณถึงปฏิเสธคำขอของอลันโดยแทบจะไม่คิดเลยล่ะคะ?”มีสท์ที่สงสัยเหตุผลการตัดสินใจจึงเอ่ยถามขึ้น
ทางฝั่งไบซ์ที่ดูท่าทางจะอัดอั้นไปด้วยความเบื่อหน่ายในสถานการณ์สุดๆ จึงได้ชิงอธิบายขึ้นก่อนว่า “ก็เพราะระดับของพลังมันต่างกันมากเกินไปน่ะสิพวกเราคือเดอะบอดี้การ์ด ‘The Bodyguard’ ตระกูลของเราเป็ตระกูลบอดี้การ์ดรับจ้างที่ดีที่สุดในโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์โดยฉันและพี่ชายของฉันได้ถูกฝึกให้ใช้พลังของอวัยวะพิเศษมาั้แ่เด็ก ๆ ทำให้มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมอวัยวะพิเศษนั้นเมื่อเทียบกับอลันที่ดูแค่ผิวเผินก็รู้ว่าเหมือนไม่เคยได้ผ่านการฝึกมาเลย ถ้าเกิดประลองกันขึ้นมาจริงๆ มันก็จะทำให้เกิดผลเสียต่อตัวของเขาเปล่า ๆ .. ก็อย่างที่ไทรซ์บอกนั่นแหละ ถ้าหมอนั่นอยากจะประลองก็คงต้องไปฝึกใช้งานอวัยวะพิเศษให้เชี่ยวชาญกว่านี้ซะก่อน”
“เหตุผลของผมก็ตรงอย่างที่คุณไบซ์กล่าวมาทุกประการ”เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม ยืนไขว้ทั้งสองมือไว้ด้านหลังพลางพูดด้วยเสียงนิ่งอันเป็ปกติของเขาของเขา
“หึ! ได้เลย!! สักวันเราต้องได้ประลองกันแน่!!” อลันพูดอย่างมุ่งมั่นด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟแค้น
“แล้วเื่คนลึกลับที่มาปาดาวกระจายใส่พวกเราล่ะครับ?”เกษมเหลือบไปเห็นร่องรอยของเศษอาวุธลับที่เปล่งแสงระยิบระยับสะท้อนเข้าดวงตาของเขาจึงนึกขึ้นได้และเอ่ยถามไปยังคุณเวิร์ด
“สำหรับคนผู้นั้นผมพิจารณาแล้วว่าเขามีเจตนาดีในการห้ามปรามเหตุทะเลาะวิวาท ผมจึงตัดสินให้เขาไร้ซึ่งความผิด”ชายชุดทักซิโด้อธิบายพร้อมให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ
“เอาล่ะ.. ตอนนี้ก็ใกล้จะมืดแล้วนักศึกษาทุกคนแยกย้ายกันกลับหอได้ ส่วนคุณอลัน การลงโทษนั้นจะเริ่มขึ้นั้แ่วันนี้กลับไปก็อย่าลืมไปนั่งสมาธิล่ะ” เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีชที่สาม พูดย้ำกับหนุ่มละตินเืร้อนก่อนจะร่ายคำพูดวิเศษ “ด้วยพลังแห่ง เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ขอบันดาลให้ นักศึกษาที่อยู่ต่อหน้าผมทุกคนกลับไปยังหน้าหอพัก”
และเช่นเคย.. หลังจากสิ้นแสงสีน้ำเงินอันคุ้นตาเหล่าออแกเนียนวัยรุ่นก็ได้วาร์ปกลับไปสู่ด้านหน้าที่พักของตัวเองในทันที
บรรยากาศภายนอกหอมองไปเป็ตึกสูงเพียงสามชั้นแต่มันทอดยาวไปในแนวลึก แบ่งแยกชาย-หญิงชัดเจน โดยที่มีต้นไม้ใหญ่ขนาดห้าคนโอบสูงระดับเดียวกับหอพักขั้นกลางระหว่างตึกขนานไปทางแนวลึกเช่นกัน
ทั้งหมดต่างก็ได้แยกย้ายกันเข้าหอพักของตนเองโดยด้านในปรากฏเป็เคาท์เตอร์ที่เรียงต่อกันหลายช่อง แต่กลับไม่มีพนักงานต้อนรับประจำอยู่เลยแม้แต่คนเดียวมีเพียงแค่แท่นเพื่อให้วางฝ่ามือลงไปประทับเท่านั้น
เมื่อทันทีที่นำมือไปััระบบปฏิบัติการก็เปิดช่องเคาท์เตอร์และมีแสงไฟสีเขียวอันเป็เหมือนลายแทงพาผู้นั้นไปยังห้องพัก โดยที่ด้านหน้าห้องจะมีชื่อของเ้าของห้องนั้นๆ ติดอยู่ ส่วนวิธีการเปิดประตูเป็ระบบสแกนนิ้วมือเช่นเดียวกัน
แอ๊ดด..
เกษมผลักประตูห้องของเขาเข้าไปอย่างช้าๆ .. และสิ่งที่หนุ่มแว่นเห็นเื้ับานประตูอันสุดแสนจะธรรมดากลับทำให้เขาอ้าปากหวอ และหลุดพูดประโยคติดปากออกมาอีกครั้ง. “โอโฮฮ.. ผมนี่อึ้งไปเลย”
“..แรกพบปะดำเนินไป ในกำหนด
จงจำจดกฎเหล่านี้ ไว้ให้มั่น
ความลับรั่วโทสะครอบ จะซวยพลัน
โดนลงทัณฑ์คาดโทษ โปรดทำใจ..”