“บรึ้ม!!!” เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวกลุ่มควันที่ขาวและเขม่าสีดำลอยคละคลุ้งพุ่งออกมาทุกช่องทางลมที่เปิดอยู่สร้างความใให้กับทุกคนในตำหนักเร่งรุดออกไปดูตามต้นเสียงและกลุ่มควันที่ลอยมาจากทางตำหนักปรุงโอสถทิพย์
“เกิดอะไรขึ้นทำไมตำหนักปรุงยาของข้าเป็เยี่ยงนี้” เหล่าซือมู่ผิงใกับสภาพตำหนักปรุงยาที่เกิดไฟไหม้อยู่
“รีบดับไฟเร็ว!” ศิษย์พี่ใหญ่เฉิงอันพูดแล้วตั้งท่าร่ายคาถาเรียกสายน้ำจากสระบัวพุ่งเข้าใส่กองไฟที่กำลังพวยพุ่งลุกลามไปทั่วตำหนักปรุงยา บรรดาศิษย์น้องทั้งหลายต่างพากันใช้คาถาเรียกสายน้ำจากที่ต่างๆ มาดับไฟตามเฉิงอันจนสามารถดับไฟไม่ให้ลุกลามไปที่อื่นได้
“แค่ก แค่ก” “เย้ ไฟดับแล้ว” “แค่ก แค่ก” “ศิษย์พี่ใหญ่ท่านมาช่วยข้าแล้ว” หนุ่มน้อยหน้าดำผมเผ้ายุ่งเหยิงเนื้อตัวเปื้อนไปด้วยเขม่าควันไฟเสื้อผ้ามีร่องรอยถูกไฟเผาขาดวิ่นแถมยังเปียกมะล่อกมะแล่กรีบวิ่งออกมาจากตำหนักปรุงยามากอดเฉิงอันทันที
“อาเซี่ยน!!!” เสียงเหล่าซือมู่ผิงและเหล่าบรรดาศิษย์ในสำนักต่างเรียกเด็กหนุ่มที่สร้างความปวดหัวให้กับทุกคน
“ท่านอาจารย์ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเผาตำหนักปรุงยานะขอรับ ข้าเพียงแค่ปรุงยาสูตรใหม่แต่เกิดผิดพลาดเล็กน้อยทำให้เกิดประกายไฟกระเด็นไปติดที่ตำรา พอข้าใช้คาถาเรียกสายน้ำเพื่อจะดับไฟแต่น้ำไม่ออกมากลับกลายเป็เศษกระดาษแทนเลยยิ่งทำให้ไฟลุกลามไปทั่ว ข้าก็พยายามใช้เสื้อผ้าดับไฟแต่มันยิ่งไหม้ใส่ตัวข้าอีก โชคดีนะที่ท่านอาจารย์และเหล่าศิษย์พี่ทั้งหลายมาช่วยข้า” ซิงเซี่ยนเอ่ยเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ผู้เป็อาจารย์ได้ฟัง
“เฮ้อ! ข้าจะทำอย่างไงกับเ้าดี คราที่แล้วเ้าก็เพิ่งทำตัวยาสลับกันไปหมด” เหล่าซือมู่ผิงเอ่ยว่าอย่างอ่อนใจกับศิษย์ผู้นี้
“แต่คราที่แล้วข้าสามารถปรุงยาขนานใหม่ได้เพราะการทดลองตัวยาทุกชนิดนะท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ยังชื่นชมข้าอยู่เลยว่า “ผงสกัดปราณ” สามารถช่วยระงับความรู้สึกเหมาะในการรักษาอาการาเ็ขั้นรุนแรง”
“เพียงแต่ครานี้ข้ายาตัวใหม่ข้ายังคงใส่ส่วนผสมไม่ถูกเลยทำให้เกิดประกายไฟขึ้นมา คราหน้าข้าจะระมัดระวังให้ยิ่งกว่านี้นะท่านอาจารย์อย่าลงโทษข้าเลยนะ” ซิงเซี่ยนออดอ้อนเอาความดีที่เคยทำเพื่อขอลดโทษที่ก่อขึ้นในครั้งนี้
“ยังคิดจะทำอีกหรือ โอ๊ย! อาจารย์ปวดหัวกับเ้าเสียจริง” “อาจารย์จะลงโทษห้ามเ้าปรุงยาเพียงลำพังโดยเด็ดขาด หาก้าปรุงยาใดต้องมีศิษย์พี่ร่วมสำนักอยู่กับเ้าอย่างน้อยหนึ่งคน ถ้าเ้าฝ่าฝืนคำสั่งข้าจะถูกลงโทษกักขังบริเวณและต้องทำความสะอาดหอคัมภีร์ตลอดหนึ่งเดือน” เหล่าซือมู่ผิงรู้จักนิสัยใจคอของศิษย์ทุกคนเป็อย่างดี
โดยเฉพาะเ้าจิ้งจอกน้อยศิษย์คนเล็กของเค้าคนนี้ แม้จะซุกซนเอาแต่ใจในบางคราแต่ก็มีความสามารถในด้านการแพทย์ที่โดดเด่นยิ่งนัก สามารถคิดค้นหาตัวยาแปลกประหลาดใหม่ๆ ได้ตลอด เพียงแต่เกรงว่าหากปล่อยให้ทำอะไรตามอำเภอใจเพียงคนเดียวคราหน้าอาจเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นเกรงว่าจะไม่สามารถช่วยศิษย์ตัวน้อยนี้ไว้ได้ทันจึงได้ออกคำสั่งเยี่ยงนี้
“ขอรับท่านอาจารย์” ซิงเซี่ยนได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่งของเหล่าซือมู่ผิง
เมื่อเหล่าซือมู่ผิงเดินกลับไปพักผ่อนที่ห้อง
“ท่านอาจารย์ทำไมท่านต้องไม่ไว้ใจข้าด้วย” ซิงเซี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ
“ท่านอาจารย์เป็ห่วงเ้า เ้าอย่าได้ตำหนิท่านอาจารย์เยี่ยงนี้” ศิษย์พี่สี่เหยี่ยวโยวผู้ใจดีปรามศิษย์น้องเล็กที่แง่งอน
“ท่านอาจารย์ยังใจดีให้เ้าได้ปรุงยาต่อเป็ข้าจะลงโทษเ้าให้หนักที่ทำตำหนักปรุงยาไหม้ไปเกือบครึ่งหลัง” ศิษย์พี่หลี้จิ้งผู้คุมกฏของสำนักต่อว่าซิงเซี่ยนเสียงดุ
“นั่นสิเป็ข้าจะให้เ้าขัดล้างตำหนักปรุงยาที่ก่อเหตุไว้ซะให้เข็ดเลย” ศิษย์พี่ห้าหรูซื่อและศิษย์พี่หกที่เป็ฝาแฝดพูดสำทับ
“ศิษย์น้องเล็กไม่ได้มีเจตนาร้าย พวกเ้าก็อย่าได้คาดโทษกันนักเลย” ศิษย์พี่สามจางหย่งได้ช่วยพูดปรามเมื่อเห็นซิงเซี่ยนเปลี่ยนสีหน้าจากที่น้อยอกน้อยใจกับหน้าสำนึกผิด
“เอาละอย่าได้ต่อว่าเ้าจิ้งจอกจอมซนตัวน้อยนี่อยู่เลย เ้ารีบไปล้างหน้าล้างตาอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่เสียก่อนดูหน้าเ้าสิดำยิ่งกว่าถ่านเสียอีก” ศิษย์พี่ใหญ่เฉิงอันยกสาบแขนเสื้อเช็ดหน้าตามอมแมมของซิงเซี่ยนก่อนจะลูบหัวด้วยความเอ็นดู
“ขอรับศิษย์พี่ใหญ่” ซิงเซี่ยนยิ้มเอาหัวซุกไซร้รับมืออ่อนโยนที่ลูบหัวปลอบใจเค้าอยู่ก่อนจะวิ่งไปตามคำบอกของเฉิงอัน
….. สองวันต่อมา…..
"อาเซี่ยน อาเซี่ยนหายไปไหน ไปแอบเล่นซนอยู่ที่ไหนทำไมยังไม่มาเข้าเรียน"
"มีใครเห็นศิษย์น้องเล็กของพวกเ้ากันไหม" เสียงเหล่าซือมู่ผิงขานเรียกเด็กน้อยคนหนึ่งสายตาสอดส่ายไปทั่วห้องเรียนแต่ก็ไม่พบตัวคนที่เรียกหาจึงได้ถามเอาจากบรรดาศิษย์พี่ทั้งหกคนของเด็กน้อยคนนี้
"ท่านอาจารย์ให้ศิษย์ไปตามหาศิษย์น้องเล็กดีหรือไหม" ศิษย์พี่ใหญ่เฉิงอันพูดพร้อมลุกขึ้นเสนอตัวเพื่อไปตามหาซิงเซี่ยน
"เฉิงอันเ้าไปตามหาเ้าตัวดีให้มารับโทษที่ไม่ยอมมาเข้าเรียนให้อาจารย์ที"
"ส่วนคนอื่นๆ คัดตำราพระธรรมรอเฉิงอันกับอาเซี่ยนไปก่อน" เหล่าซือมู่ผิงพูดบอกเหล่าลูกศิษย์อีกเจ็ดคนที่ยังคงอยู่ในห้องเรียน
"เ้าตัวแสบหาเื่ให้พวกเราอีกแล้วซวยเลยต้องมานั่งคัดพระธรรมรอมันมาเรียนอีก"
“เดี๋ยวถ้าศิษย์พี่ใหญ่พาเ้าเด็กดื้อกลับมาจัดการซะให้เข็ดเลย"
บรรดาศิษย์พี่ทั้งหลายต่างพากันโมโหที่ต้องมานั่งคัดหนังสือรอคนที่ไม่ยอมเข้าเรียนทำให้กลายเป็ถูกลงโทษทั้งชั้นเรียน
"อาเซี่ยน อาเซี่ยนเ้าอยู่ไหน" เสียงเฉิงอันเรียกหาศิษย์น้องตัวแสบ
"ศิษย์พี่ข้าอยู่บนนี้" เสียงใสของหนุ่มน้อยหน้าหวาน ผิวขาวอมชมพู รูปร่างอ้อนแอ้นอรชรเยี่ยงสตรีกำลังยิ้มเริงร่าร้องเรียกคนด้านล่างส่งท่าทางโบกไม้โบกมืออยู่บนต้นไม้สูงต้นหนึ่ง
"เ้าขึ้นไปเล่นซนอะไรบนนั้นรีบลงมาเร็วท่านอาจารย์โมโหเ้าใหญ่แล้ว" เฉิงอันะโเรียกคนที่ยิ้มอารมณ์ดีอยู่บนต้นไม้ให้รีบลงมา
"ข้าทำแผลให้แล้วอีกสองสามวันเ้าก็จะหายดีนะ วันหลังต้องระวังอย่าให้ตกลงมาอีกนะ เดี๋ยวแม่เ้าจะหาเ้าไม่เจอนะ ข้าไปก่อนนะเ้านกน้อย" เสียงคนที่อยู่บนต้นไม้พูดคุยกับนกน้อยที่อยู่ในรังก่อนจะลากลับไปตามเสียงคนด้านล่างที่เรียกหา แต่เมื่อหันบอกลาจากนกน้อยแล้วก้มมองความสูงของต้นไม้ที่จะโดดลงมาแล้วเกิดความกลัวขึ้นมา ตอนขึ้นมาดูเหมือนจะง่ายและดูไม่สูงขนาดนี้
"ทำไมเ้ายังไม่ลงมาอีกเร็วเข้ารีบลงมา" เฉิงอันเห็นซิงเซี่ยนทำท่าหน้าแปลกๆ หันซ้ายหันขวาไม่ยอมลงมาจากต้นไม้สักที
"ศิษย์พี่ข้ากลัว มันสูงช่วยข้าด้วย" ซิงเซี่ยนเอ่ยด้วยเสียงสั่นหูและหางจิ้งจอกสีขาวโผล่ขึ้นส่ายไปมาด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่รู้ตัว
"ตอนขึ้นดันขึ้นไปได้แต่ตอนลงดันลงไม่ได้ซะงั้นเ้าเด็กคนนี้" "ไม่ต้องกลัวโดดลงมาเลย เดี๋ยวศิษย์พี่จะรับเ้าเอง" เฉิงอันแอบขำกับหน้าตาของคนที่ยิ้มแย้มเมื่อสักครู่ กลับเป็หน้าซีดในตอนนี้พร้อมทั้งอ้าแขนรอรับคนที่อยู่บนต้นไม้
"ศิษย์พี่ต้องรับข้าด้วยนะข้าจะโดดแล้วนะพร้อมนะ" จากน้ำเสียงตื่นกลัวกลับกลายเป็น้ำเสียงรู้สึกสนุกตื่นเต้นแทนเมื่อเห็นภาพศิษย์พี่ที่แสนใจดีอ้าแขนรอรับตนอยู่ด้านล่าง
"อืมศิษย์พี่จะรับเ้าเอง" ใบหน้ายิ้มแย้มส่งเสียงดังก้องกังวานไปหาคนบนต้นไม้
"ไปละนะ" "ฮึบ" สิ้นเสียงคนพูดไม่ทันไรก็ะโลงมาจากบนต้นไม้ในอ้อมแขนของคนด้านล่างที่ยิ้มหวานรอรับอยู่
"ศิษย์พี่ท่านแข็งแรงมากเลยรับข้าได้ด้วย" ซิงเซี่ยนยิ้มหวานในอ้อมกอดคนอุ้มที่ยิ้มให้เช่นกัน
"แน่ละสิราชสีห์อย่างข้าที่เป็ศิษย์พี่ใหญ่ของเ้า ถ้าข้าอ่อนแอปวกเปียกจะปกป้องเหล่าศิษย์น้องทั้งหลายได้อย่างไร" "โดยเฉพาะตัวแสบอย่างเ้าด้วย" เฉิงอันพูดแล้วค่อยๆ ปล่อยคนที่ยิ้มหวานในอ้อมกอดให้ยืนบนพื้นเอง
"ศิษย์พี่เฉิงอันของข้าเก่งที่สุดเลย" ซิงเซี่ยนกอดแขนเอาหัวซุกไซร้ออดอ้อนบนอกอุ่นของเฉิงอันอย่างเด็กน้อย
"ไม่ต้องมาอ้อนข้าเลย เ้ารีบตามข้าไปที่ห้องเรียนเลยพวกศิษย์น้องคนอื่นๆ กำลังถูกลงโทษแทนเ้าอยู่นะ" เฉิงอันปรับสีหน้าดุคนที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำผิดและทำให้เหล่าบรรดาศิษย์พี่ขุ่นเคืองอยู่
"แบบนี้ไม่ถูกนะข้าทำผิดที่ไม่ได้เข้าเรียนแต่ทำไมท่านอาจารย์จะต้องไปลงโทษพวกศิษย์พี่แทนข้าด้วย" เมื่อได้ยินคำของเฉิงอันตำหนิขึ้น ซิงเซี่ยนรู้สึกผิดและรีบดึงแขนเฉิงอันวิ่งไปที่ห้องเรียนเพื่อท้วงความยุติธรรมให้พวกศิษย์พี่ถูกลงโทษแทนเขาอยู่
"นั่นไง! เ้าตัวดีมาแล้ว"
"เ้าเด็กดื้อเ้าหนีไปเถลไถลที่ไหนมาทำไมไม่ยอมมาเข้าเรียน พวกข้าต้องรับกรรมเพราะความเกเรของเ้า"
ศิษย์พี่ห้าชิงซานและศิษย์พี่หกหรูซื่อคู่ฝาแฝดทั้งสองที่โมโหต่อว่าเมื่อเห็นซิงเซี่ยนเดินเข้ามาพร้อมเฉิงอัน
"ศิษย์พี่ห้าศิษย์พี่หกไม่ต้องกังวล ข้ามารับผิดแล้วข้าจะทวงความยุติธรรมให้ศิษย์พี่ทุกคนเอง" ซิงเซี่ยนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วเดินเข้าไปหาเหล่าซือมู่ผิง
"คำนับท่านอาจารย์ ศิษย์ผิดไปแล้วที่ไม่ได้มาเข้าเรียนตามเวลาได้ทัน ศิษย์มารับโทษด้วยตัวเองแล้ว ขอท่านอาจารย์ละเว้นโทษให้พวกศิษย์พี่ด้วยนะขอรับ" ซิงเซี่ยนก้มคำนับเหล่าซือมู่ผิงรับความผิดด้วยท่าทางจริงจัง ทำให้เหล่าศิษย์พี่ทั้งหลายต่างคลายความโกรธลงไปทันที
"ทำไมเ้าไม่เข้าเรียน เ้าหายไปซุกซนที่ไหนมา" เหล่าซือมู่ผิงสอบถามด้วยสีนิ่งเงียบ
"เหตุที่ศิษย์ไม่สามารถเรียนได้ทันเวลาเพราะก่อนที่ศิษย์เดินผ่านป่าไผ่เห็นเ้าลูกนกน้อยร่วงตกลงมาจากต้นไม้แล้วได้รับาเ็ ปากก็ส่งเสียงเรียกร้องหาแม่ให้ช่วย ศิษย์เห็นว่ามันยังเล็กและแม่ของมันคงออกไปหาอาหาร ทั้งมันยังได้รับาเ็เลยช่วยมันรักษาาแและพามันไปส่งบนต้นไม้เพื่อรอแม่ของมันกลับมา”
“แต่ทว่าตอนที่ศิษย์จะลงจากต้นไม้กลับลงไม่ได้เพราะมันสูงมาก ศิษย์กลัวมากจนศิษย์พี่เฉิงอันมาช่วยศิษย์ไว้ครับ ศิษย์ผิดไปแล้วท่านอาจารย์ลงโทษศิษย์คนเดียวได้ไหมขอรับ พวกศิษย์พี่ไม่ได้รู้เื่นี้เลย" ซิงเซี่ยนก้มหน้ารับผิดเล่าความจริงทุกอย่างให้เหล่าซือมู่ผิงและทุกคนฟัง
“เหตุใดเ้าไม่ใช้วิชาย้ายร่างจากต้นไม้ลงมาพื้นดินหรือหากไม่สามารถย้ายร่างได้ เหตุใดเ้าไม่ใช้วิชาเสียงพันลี้เรียกเหล่าศิษย์พี่ไปช่วยเหลือเ้าก่อนเข้าเวลาเรียน” เหล่าซือมู่ผิงเอ่ยถามด้วยความข้องใจเพราะวิชาเหล่านี้ล้วนเป็วิชาพื้นฐานง่ายๆ ซึ่งเหล่าเทพเซียนสามารถทำได้อยู่แล้ว
“คือว่าท่านอาจารย์ศิษย์เผลอเล่นกับเ้านกน้อยจนลืมเวลาและที่สำคัญศิษย์ใช้วิชาเ่าั้ไม่ได้ อภัยที่ศิษย์โง่เขลาเช่นนี้” ซิงเซี่ยนก้มหน้าตอบอึกอักเพราะนอกจากวิชาแพทย์ที่มีความสามารถเรียนรู้ได้ปราดเปรื่องนั้น ส่วนวิชาเทพเซียนอย่างอื่นล้วนไม่ได้ความทั้งสิ้น
"การที่เ้าทำความดีช่วยเหลือสรรสัตว์นับเป็เื่ที่ดีแต่การละเลยการเรียนก็ยังนับว่ามีความผิด ไหนเลยวิชาเซียนง่ายๆ เ้ายังไม่สามารถทำได้ นั่นเพราะเ้าไม่ตั้งใจฝึกฝนอย่างจริงจัง ข้าจะลงโทษให้เ้าทบทวนตำราวิชาเทพเซียนอยู่ในหอคัมภีร์เพื่อสำนึกผิดเป็เวลาเจ็ดวันและคัดตำราบำเพ็ญเพียรจำนวนสามร้อยจบ" เหล่าซือมู่ผิงให้บทลงโทษให้กับศิษย์คนเล็กของตนที่มักจะซุกซนกว่าทุกคนอย่างเหนื่อยใจ
สำหรับตำหนักเซียนโอสถของเทพมู่ผิงที่ดำรงมายาวนานกว่านับสามแสนปี มีกฏระเบียบเข้มงวดในการปฏิบัติธรรและมีชื่อเสียงวิชาการแพทย์ที่เลื่องลือไปทั่วโพ้นสามภพ นอกจากนั้นเทพมู่ผิงยังมีความสามารถในด้านวิชาเทพเซียน การวางค่ายกลและดาราศาสตร์ต่างๆ ทำให้บรรดาเหล่าเทพเซียนต่างพากันลูกหลานของตนมาฝากตัวเป็ศิษย์กับเทพมู่ผิงผู้มากความสามารถ
แต่ถึงกระนั้นทุกๆ หมื่นปีเทพมู่ผิงจะเป็รับศิษย์ที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อถ่ายทอดวิชาเอกแขนงต่างๆ ในสำนักต่อรุ่นครั้งละเจ็ดคนให้เท่านั้น ส่วนศิษย์ที่เหลือสามารถเรียนรู้ในด้านอื่นๆ ซึ่งเมื่อร่ำเรียนจบจากตำหนักเทพโอสถเทพมู่ผิงก็สามารถเป็เทพเซียนที่เลืองชื่อในหลากหลายแขนงเพื่อไปบำเพ็ญประโยชน์ต่อเหล่าทวพเทพและดินแดนมนุษย์
โดยไป๋ซิงเซี่ยนเป็บุตรชายคนเล็กของเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง บรรดาผู้คนในเผ่าต่างเป็ผู้มากความสามารถ โดยเฉพาะบุตรชายคนโตของเผ่าจิ้งจอกเก้าหางก็เป็ผู้นำเผ่ารุ่นถัดไปที่ได้รับการฝึกอบรมมาจากตำหนักเทพโอสถของมู่ผิง “ไป๋เฟิงหลิว”
“ไป๋เฟิงหลิวนับเป็ศิษย์คนโปรดและเก่งกาจกว่าศิษย์ทุกคน เมื่อพี่ชายได้พาน้องชายคนเล็กมาฝากฝังกับท่านอาจารย์มู่ผิง หลังจากทำการทดสอบคัดเลือกแล้วพบว่าซิงเซี่ยนเป็ผู้มีพร์ด้านการแพทย์อย่างมากจึงได้ยอมรับเข้ามาเป็ศิษย์ในสำนัก ถึงกระนั้นการร่ำเรียนผ่านมาเป็เวลาสามพันปี นอกจากความสามารถการแพทย์ที่รุดหน้ามากกว่าศิษย์พี่ทั้งหกแต่วิชาด้านอื่นๆ ล้วนไม่เอาไหน ดังนั้นจึงต้องมีบทลงโทษที่เข้มงวดที่ไม่อาจผ่อนปรนหรือเพิกเฉยได้อีก หวังว่าการลงโทษจะช่วยให้ศิษย์จอมเกียจคร้านแสนซนคนนี้ได้ปรับปรุงตัวเสียใหม่
"ศิษย์น้อมรับการลงโทษขอรับแล้วการลงโทษของเหล่าศิษย์พี่ ศิษย์ขอรับไว้แทนด้วยได้ไหมขอรับ" ซิงเซี่ยนก้มคำนับและเงยหน้าถามเหล่าซือมู่ผิง
"ให้เ้าคัดตำราวิชาเทพเซียนทั้งหมดร้อยจบและคัดแทนเหล่าศิษย์พี่เพิ่มอีกสามร้อยจบ" เหล่าซือมู่ผิงพูดเอ่ย
"ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์" ซิงเซี่ยนก้มคำนับเหล่าซือมู่ผิงแล้วหันไปยิ้มให้กับเหล่าศิษย์พี่ทั้งหกคนประหนึ่งบอกว่า ศิษย์พี่ทั้งหลายไม่ต้องเป็ห่วง ท่านอาจารย์ให้ข้ารับผิดเองแล้วแต่กลับเป็ว่าตอนนี้เหล่าศิษย์พี่ทั้งหกกลับรู้สึกสงสารเ้าศิษย์น้องเล็กที่ยังยิ้มให้ทุกคน
"ท่านอาจารย์ขอรับ พวกศิษย์ทุกคนยินดีร่วมรับความผิดกับศิษย์น้องเล็ก" เหล่าศิษย์พี่ทั้งหกเดินออกมาคำนับขอร้องเหล่าซือมู่ผิงเพราะเมื่อฟังสาเหตุของการซุกซนครั้งนี้แล้วก็ไม่อยากให้ศิษย์น้องเล็กต้องถูกลงโทษอีก
อันที่จริงศิษย์น้องเล็กตัวแสบคนนี้ทำตัวซุกซนอยู่เป็ประจำทั้งยังสร้างความเดือดร้อนให้เป็ที่ปวดหัวกับเหล่าศิษย์ร่วมสำนักเสมอ แต่ไม่เคยมีศิษย์พี่ผู้ใดโกรธเคืองศิษย์น้องคนนี้ได้อย่างจริงจังเพราะความบริสุทธิ์ใสซื่อและจิตใจดีของซิงเซี่ยนที่ทำให้ทุกคนยอมอภัยให้ทุกครั้ง
"ถ้าเป็เช่นนั้นอาจารย์เห็นแก่ความรักใคร่สามัคคีปรองดองของพวกเ้า ครั้งนี้อาจารย์จะยกโทษให้ทั้งเ้าและเหล่าศิษย์พี่ของเ้าไม่ต้องคัดตำราก่อน”
“แต่เ้ายังต้องถูกกักตัวอ่านตำราในหอคัมภีร์เป็เวลาเจ็ดวันเช่นเดิมเพื่อศึกษาวิชาเซียน หลังออกจากหอคัมภีร์อาจารย์จะทดสอบวิชาที่เ้าศึกษาในเจ็ดวันที่เก็บตัว หากสามารถผ่านการทดสอบ “วิชาย้ายร่าง” “วิชาเสียงพันลี้” และปราณเซียนที่เพิ่มขึ้น”
“อาจารย์จะไม่ลงโทษพวกศิษย์พี่ของเ้าแต่หากเ้ายังคงไม่ได้เื่อีกอาจารย์จะให้ศิษย์พี่ทุกคนของเ้ารับโทษหนักกว่าเดิม เ้าได้ยินหรือไม่" เหล่าซือมู่ผิงกล่าวด้วยใบหน้าจริงจังให้กับเหล่าศิษย์ทั้งหลายที่รักใคร่ปรองดองกัน
"ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เมตตานะขอรับ" เสียงบรรดาเหล่าศิษย์ทั้งเจ็ดคนพูดพร้อมโค้งคำนับให้อาจารย์แต่ในใจศิษย์พี่ทั้งหกแอบหวาดกลัวกับการทดสอบของซิงเซี่ยนว่าจะสำเร็จหรือไม่
"อืมงั้นมาเริ่มเรียนกันต่อจากเมื่อวานละกัน ส่วนเ้าอาเซี่ยนหลังจากเรียนจบวันนี้ให้ไปสำนึกผิดและฝึกวิชาที่หอคัมภีร์" เสียงเหล่าซือมู่ผิงบอกเหล่าบรรดาศิษย์หนุ่มทั้งสิบคน
“น้อมรับคำสั่งของท่านอาจารย์ขอรับ” ซิงเซี่ยนยิ้มรับคำสั่งจากเหล่าซือมู่ผิ