บทที่ 23 ทาบทาม
พลังงานที่ไหลเข้ามาในร่างกายเหมือนกับการดื่มน้ำลงไปอึกเดียว ซูหยวนรู้สึกว่าถ้าคนที่ไม่เคยได้ดื่มน้ำดีๆมาก่อน พวกเขาอาจจะรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย แต่เพราะเธอทั้งดื่มและกินของทุกอย่างในฟาร์มของตนเองที่ให้พลังงานมากกว่าหลายเท่า ดังนั้นเธอจึงไม่รู้สึกอะไรกับการที่ได้ดูดซับแกนพลังงานนี้เลย
แน่นอนว่าความรู้สึกที่ได้กลายเป็ผู้ใช้พลังงานนั้น ซูหยวนสังเกตได้ว่าครั้งแรกที่เธอเข้ามาในมิติฟาร์มของตนเอง เธอได้ดื่มน้ำและกินอาหารในนี้ก็รู้สึกสดชื่นและรับรู้ได้ถึงพลังงานเหมือนกัน แต่มันไม่ใช่พลังงานเฉกเช่นเดียวกับแกนพลังงานเหล่านี้ หากแต่เป็พลังงานที่บริสุทธิ์ พวกมันไหลเข้าไปในร่างกายของเธอได้อย่างไหลรื่นราวกับเป็หนึ่งเดียวกับร่างกายของเธอั้แ่แรก
ดังนั้นซูหยวนจึงมั่นใจว่าอาหารและน้ำในฟาร์มของเธอนั้นจะมีส่วนช่วยในการปรับสมดุลของร่างกายผู้ดื่มกินด้วย พ่อกับแม่ของเธอคือผู้ที่ทดลองมันกลุ่มแรก เพื่อให้พวกเขาได้มีน้ำกินน้ำใช้ ซูหยวนได้เดิมน้ำเข้าไปจนเต็มในคราแรก ทั้งยังคอยป้อนน้ำและสารอาหารให้พวกเขาก่อนที่จะมีคนจากตระกูลหงมาตามหาเพื่อพาไปรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่
เดิมทีซูหยวนไม่ทันได้คิดมากเกี่ยวกับพลังงานที่อยู่ในน้ำและอาหาร ทว่าเมื่อสังเกตดูดีๆ ทุกอย่างก็เชื่อมโยงกันได้ในที่สุด
หญิงสาวถอนหายใจออกมา ปรากฏว่าเธอมีของดียิ่งกว่าแกนพลังงานเสียอีก และเพราะมันเป็ของดีมากเกินไปเช่นนี้ ความลับที่ควรจะเก็บเอาไว้ให้มิด หลังจากนี้จะต้องทำให้มั่นใจมากกว่าเดิมว่ามันจะไม่ถูกเปิดเผยออกไป ชีวิตของเธอขึ้นอยู่กับพวกมันแล้ว หากมีคนรู้เข้าล่ะก็....เธอน่าจะถูกพวกเขาจับตัวไปเป็ทาสเพื่อการพัฒนาโลกใบนี้แน่นอน
เมื่อรู้ว่าแท้จริงตนเองได้กลายเป็ผู้ใช้พลังงานแล้ว ซูหยวนก็จะต้องเลือกเส้นทางของตนเองอย่างจริงจังเสียที ที่โลกนี้ต่างจากโลกก่อนของเธอ ไม่ใช่แค่เื่เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำกว่าเท่านั้น หากแต่ยังมีวิธีการใช้พลังงานที่เข้าไปควบรวมอยู่ในร่างกายอีกด้วย
เหมือนกับผู้ใช้ไม้พลองก่อนหน้านี้ อาวุธของเขาเป็อาวุธพลังงานที่มีประสิทธิภาพก็จริง แต่ยิ่งได้รับการกระตุ้นจากผู้ใช้มากเท่าไร อานุภาพของมันก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น
เฉกเช่นเดียวกับที่คุณหนูจางได้ใช้ทักษะของตนเองในการต่อสู้ รายนั้นสามารถใช้พลังงานในร่างกายเพื่อเพิ่มความเร็วและลดน้ำหนักตัวได้ ซูหยวนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายใช้วิชาอะไรในการฝึกฝน แต่เธอเคยได้ยินเกี่ยวกับเทคนิคพวกนี้อยู่ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากจะมีสอนในสถาบันศึกษาแล้ว ก็ยังมีให้ซื้อขายกันอยู่ภายนอกด้วย
วิชาลับของแต่ละคนมีราคาสูงมาก ที่ซูหยวนเคยตรวจสอบผ่านๆจะต้องมีเงินในบัญชีมากกว่าหนึ่งล้านเครดิตขึ้นไปจึงจะสามารถซื้อวิชาระดับต่ำได้สักวิชา ซึ่งตอนนี้เธอมีอยู่แค่ 247,674 เครดิตเท่านั้น ไม่นับว่าเป็จำนวนที่ใกล้เคียงด้วยซ้ำ จากนี้ไปถ้า้าวิชาฝึกฝนจริงๆ เธอจะต้องเพิ่มความเร็วในการล่าของตนเอง
ไม่ใช่ว่าทักษะของเธอถูกเปิดเผยออกไปแล้วหรอ? ผู้คนมากมายได้เห็นการต่อสู้ของเธอกับผู้ใช้ไม้พลองแล้ว ด้วยความเร็วในการเคลื่อนไหวของเธอ พวกเขาจะไม่มีใครสงสัยอีกหากเธอจะล่าแกนพลังงานได้เป็จำนวนมาก
อันที่จริง ซูหยวน้าจะเข้าไปในสถาบันศึกษาของพวกผู้ใช้พลังงานมากกว่า เพราะที่นั่น...ตราบเท่าที่มีอาจารย์รับเธอเข้าเป็ศิษย์ของพวกเขา ซูหยวนก็จะได้รับการถ่ายทอดวิชาโดยไม่ต้องเสียเงิน แถมยังอาจจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้เทคนิคมากกว่าสองสามเทคนิคจากสถาบันอีกด้วย
แต่การที่จะได้เข้าไปนั้นไม่ใช่เื่ง่าย อายุของเธอในตอนนี้สามารถสมัครเรียนได้ ตราบเท่าที่เธอเป็ผู้ใช้พลังงาน มีเงิน และมี “สถานะ” ที่เพียงพอ
ซูหยวนในตอนนี้มีสองอย่างตามเงื่อนไข ขาดเพียงอย่างเดียวก็คือ “สถานะ” ที่เธอจะเข้าไปศึกษาได้ โดยปกติแล้ว...พวกที่สามารถเข้าเรียนในสถาบันได้จะต้องมาจากตระกูลในเขตชั้นในหรืออาจจะเป็เขตกลางก็ได้ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องเป็พวกที่ได้รับการสนับสนุนจากพวกเขาอีกที
เธอยัง้าหาขาทองคำเพื่อที่จะติดตามและสมัครเป็คนงานของพวกเขา ถึงอย่างนั้น...การเลือกเ้านายก็ไม่อาจจะทำสุ่มสี่สุ่มห้าได้ ถ้าเ้านายไม่ดี ไม่สนใจการพัฒนาของลูกน้อง หรือออกคำสั่งโง่ๆ ซูหยวนก็รู้เลยว่าอนาคตของตนเองจะเต็มไปด้วยความมืดมนแน่ๆ
เป้าหมายแรกที่ซูหยวน้าจะไปเป็ลูกน้องของเขาก็คือผู้ตรวจการพิเศษรุ่ยคนนั้น หากแต่เขาดูเหมือนจะไม่้ารับเธอไปเป็ลูกน้อง ดังนั้นซูหยวนจึงทำได้แค่รอเท่านั้น
จนกว่าเธอจะพร้อมมากพอสำหรับการสมัครงานครั้งใหม่ ซูหยวนจะต้องใช้ความพยายามเพื่อยกระดับความสามารถของตนเองไปก่อน โดยระหว่างนี้จะต้องเก็บเงินให้ได้มากขึ้นด้วย เผื่อว่าเธออาจจะกลายเป็เ้านายตัวเอง ซื้อวิชาฝึกด้วยตัวเอง แล้วก็กลายเป็นักล่าอิสระได้
อย่างไรก็ตาม...ความคิดที่ฟุ้งซ่านของเด็กสาวได้ถูกหยุดเอาไว้ในเช้าวันต่อมา หลังจากที่ซูหยวน้าจะออกไปยังพื้นที่ล่าเขต A อีกครั้ง ตอนนั้นเธอจึงได้เห็นว่ามีใครบางคนรอเธออยู่ก่อนแล้ว
พวกเขาเป็ชายหนุ่มร่างสูงสองคน อายุน่าจะมากกว่าเธอไม่กี่ปีเท่านั้น ยังดูเป็เด็กวัยรุ่นที่มีความกระตือรือร้นอยู่เลย คนหนึ่งแบกดาบใหญ่ไว้ด้านหลัง อีกคนมีคันธนูและยังมีมีดสั้นเหน็บที่เอว อาวุธของพวกเขาไม่ถือเป็อาวุธระดับสูงเหมือนกับไม้พลองที่ติดตั้งแกนพลังงานเอาไว้ กระนั้นก็ยังมองออกว่าเป็อาวุธที่เหนือกว่าอาวุธทั่วไป
จากการประเมินราคาของซูหยวน คิดว่ามันน่าจะอยู่ที่ระดับ 2 แสนเครดิตขึ้นไปต่อชิ้น ไม่ใช่ของราคาถูกที่คนทั่วไปจะได้เลย
พ่อกับแม่ของซูหยวนยืนกระวนกระวายใจอยู่หน้าบ้าน ไม่กล้าเข้าไปสอบถามเหตุผลที่พวกเขามาที่นี่ ด้วยท่าทางที่สูงส่งเช่นนั้น กลัวว่าจะทำให้พวกเขาไม่พอใจแล้วก็สังหารตนเองทิ้งหน้าบ้านเช่นนี้เลย และแน่นอนว่าทั้งสองคนนั้นก็ไม่ได้มีธุระอะไรกับพ่อแม่ของเธอ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้พูดคุยกัน
ทันทีที่เห็นซูหยวนแบกแท่งเหล็กรูปร่างประหลาดออกมา ทั้งสองคนก็พยักหน้าให้กัน ท่าทางเช่นนี้แสดงออกว่าเป้าหมายของพวกเขาก็คือซูหยวนนั่นเอง
“เด็กน้อย เธอชื่อ “อันซูหยวน” ใช่ไหม” หนึ่งในนั้นเอ่ยถามขึ้นมา
“ใช่ค่ะ” ซูหยวนระมัดระวัง ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งต่อสู้กับคนของตระกูลใหญ่ วันนี้ก็มีคนตระกูลใหญ่มาปรากฏตัวตรงหน้าอีก จะให้เธอวางใจพวกเขาได้ยังไง
“พวกเรามาจากตระกูลจาง คุณจางอู่หยางส่งพวกเรามาที่นี่เพื่อรับเธอไปทดสอบ”
“ตระกูลจางหรอคะ” ซูหยวนถามกลับไปอย่างไม่มั่นใจ ในความจำของเธอ...ดูเหมือนเมื่อวานจะได้เห็นคุณหนูจางผ่านหน้าไปด้วย และอีกฝ่ายก็ยังส่งยิ้มมาให้เธอ บางทีอาจจะเป็เด็กสาวคนนั้นก็ได้...
อ่า...มันก็ต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรอ? ก่อนหน้านี้พวกเ้าหน้าที่ระดับสูงแทบจะเอาหูไปทิ้งไว้ที่เขตรังกลายพันธุ์ ไม่ว่าเ้าหน้าที่จะพยายามติดต่อไปมากเท่าไรก็ไม่ตอบสนองกลับมา ทว่าหลังจากที่คุณหนูจางผ่านไป เพียงชั่วครู่ก็มีเ้าหน้าที่ระดับสูงที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับความชั่วร้ายของพวกตระกูลใหญ่ปรากฏตัวขึ้นเพื่อช่วยเหลือทุกคน
ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ต้องเป็คุณหนูน้อยผู้นั้นแหละที่จัดการทุกอย่าง ส่วนชื่อ “จางอู่หยาง” ที่พวกเขาพูดออกมา มันทำให้ซูหยวนหวนนึกถึงบุรุษเ็าผู้นั้น คนที่มีสายตาเหมือนกับสัตว์ร้าย ไม่รู้ว่าในหัวของเขาคิดอะไรอยู่มากมายข้างในนั้น ซึ่งคนแบบนี้เป็คนที่ซูหยวนเจอมานักต่อนักแล้วในชีวิตก่อน
พวกเขาจะเป็คนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในโลกธุรกิจของตนเอง เ้าของสายตาแบบนี้ที่ทำให้ซูหยวนต้องทำการบ้านอย่างหนักก่อนจะนำผลงานไปเสนอ ถ้าไม่ครบถ้วนครอบคลุมล่ะก็...เดี๋ยวก็จะถูกโยนแฟ้มงานออกมาอย่างไม่ใยดี
ถึงอย่างนั้น...ถ้าคิดๆดูแล้ว ซูหยวนก็รู้สึกว่าเธอชอบทำงานกับคนแบบนี้เหมือนกัน พวกเขามีจุดประสงค์ มอบหมายงานชัดเจน ทั้งหลายครั้งก็เป็งานที่ท้าทายความสามารถของเธอด้วย มันทำให้เนื้อหาของงานไม่น่าเบื่อเกินไป บางที...ถ้าเขากำลังสนใจเธอ เธออาจจะสมัครเป็ลูกน้องของเขาก็ได้ใช่ไหม?
“ใช่ คุณจางสนใจเธอ ถ้าเธอมีพร์จริงๆ เขาก็จะให้ทุนสนับสนุนเธอใน่แรกเหมือนกับพวกเรา ตอนนี้ฉันกำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันผู้ใช้พลังงานที่ 3 อยู่ปี 4 ถ้าเธอถูกเลือกก็จะกลายมาเป็รุ่นน้องของฉันที่สถาบัน” เ้าของคันธนูอธิบายให้ฟังอีกครั้ง ในขณะที่ผู้แบกดาบใหญ่ก็พยักหน้าหงึกหงัก
“นี่ไม่ใช่โอกาสที่ทุกคนจะได้รับไปง่ายๆ ดังนั้นเธอไม่ควรจะต้องคิดทบทวนอะไร” เขาพูดสนับสนุนเพื่อนของตนเอง กลัวว่าเด็กสาวคนนี้จะเป็คนโง่งมไม่เข้าใจว่านี่เป็โอกาสที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน
ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ถูกทาบทามเช่นนี้เหมือนกัน และได้ยินว่ามีหลายคนที่พลาดโอกาสเนื่องจากกลัวพวกคนระดับสูงมากเกินไป แน่นอนว่าพวกเขาก็กลัวเช่นกัน จู่ๆก็มีคนจากตระกูลชั้นในมาบอกว่าจะพาพวกเขาไปทดสอบ ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นชีวิตของพวกเขามันบัดซบจนต้องไปตายเอาดาบหน้า พวกเขาก็อาจจะเหมือนคนอื่นๆที่มีพร์แต่ใจไม่กล้าพอ สุดท้ายก็ถูกทิ้งเอาไว้อยู่ข้างหลังเช่นนี้...
ทั้งสองคนคิดว่าซูหยวนก็อาจจะเป็เหมือนกัน เด็กสาวคนนี้ไม่ได้มีความเป็อยู่ที่เลวร้ายนัก เห็นได้จากบ้านของเธอ รวมถึงพ่อแม่และตัวเธอเองที่ดูมีเนื้อมีหนังอยู่บ้าง ไม่เหมือนกับคนที่เหลือแต่กระดูกเช่นพวกเขาก่อนหน้านี้ ปกติแล้วถ้ามาติดต่อคนประเภทนี้มักจะถูกปฏิเสธอยู่เสมอ ทว่า....
“เข้าใจแล้วค่ะ ขอคุยกับพ่อแม่สักครู่นะคะ” ซูหยวนกลับพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
เด็กทั้งสองมองหน้ากันเอง พวกเขาไม่คิดเลยว่าเด็กสาวคนนี้จะตกลงไปง่ายๆเช่นนั้น เห็นว่าเธอตัวเล็กเท่านี้ อายุยังไม่ถึง 15 ปีด้วยซ้ำ ทว่าจิตใจช่างเข้มแข็งจริงๆ ... สมแล้วที่ท่านจางอู่หยางเลือกให้มาทดสอบด้วยตนเอง ขนาดพวกเขายังเป็คนของตระกูลจางที่เห็นแววอีกทีนึงเลย
ซูหยวนหันไปหาพ่อกับแม่ที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์มากนัก พวกเขาเพียงรู้ว่าคนทั้งสองมาหาลูกสาวของตนเองเป็การเฉพาะ และน่าจะเกี่ยวข้องกับการเป็นักล่าด้วย
“ทั้งสองคนเป็คนที่ลูกเคยไปทำงานด้วยหรอ” ผู้เป็บิดาคาดการณ์ พวกเขาไม่กล้าแอบฟังใกล้ๆ ดังนั้นจึงไม่ได้ยินว่าทั้งสามคนคุยอะไรก่อนหน้านี้
“ประมาณนั้นค่ะ แต่วันนี้ผู้จ้าง้าทดสอบเพื่อดูว่าหนูมีพร์ที่จะสนับสนุนต่อไปหรือเปล่า พวกเขา้าส่งหนูเข้าเรียนสถาบันถ้าหนูสามารถผ่านการทดสอบของพวกเขา และจะกลายเป็คนงานของตระกูลใหญ่ในอนาคตค่ะ” ซูหยวนพูดคร่าวๆ
ทั้งสองกล่าวว่าเธออาจจะได้เข้าสถาบันเพื่อเป็รุ่นน้องของพวกเขา นี่คือโอกาสที่ดีที่เธอตามหาอยู่ ดังนั้นซูหยวนจะพยายามทำการทดสอบหลังจากนี้ให้ดีที่สุด เพราะถ้าพลาดโอกาสนี้ไป ก็ไม่รู้ว่าจะมีนายจ้างที่ไหนมายื่นข้อเสนอดีๆเช่นนี้ให้อีกหรือเปล่า
“ขะ เข้าสถาบัน!” คนเป็มารดาใมากเมื่อได้ยินแบบนั้น
ทำไมเธอจะไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับผู้ศึกษาในสถาบันกันล่ะ คนเ่าั้เมื่อเติบโตไปก็จะกลายเป็คนอาศัยชั้นในได้ด้วยซ้ำ หลายคน้าที่จะเข้าสถาบัน แต่พวกที่อยู่ระดับต่ำแบบพวกเธอทำได้แค่มองพวกเขาด้วยความอิจฉาเรื่อยมา
คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะมีคนมายื่นข้อเสนอว่าอยากจะสนับสนุนลูกสาวของเธอแบบนั้น ดวงตาของหญิงวัยกลางคนแดงก่ำ รู้สึกว่าลูกสาวโชคดีเหลือเกินที่ได้รับโอกาสดีๆแบบนี้
“นั่นเป็เื่จริงหรือเปล่า คนที่ว่าจ้างพวกนี้ไว้ใจได้แค่ไหน พวกเขาไม่ได้จะหลอกใช่ไหม”
ชายวัยกลางคนไม่ได้คิดเพ้อฝันเท่านั้น ถึงจะรู้ว่านี่เป็โอกาสดี แต่ในฐานะพ่อแม่ที่ยังไม่รู้จักกระทั่งตัวผู้ว่าจ้างของลูกสาว เขาจะยอมปล่อยให้ลูกเพียงคนเดียวของตนเองไปเจอกับอันตรายได้อย่างไร
“หนูทำงานกับพวกเขามานานแล้ว พวกเขาเป็คนที่ยุติธรรมมากๆค่ะ ทั้งสองคนนี้ที่มาก็เป็สองคนที่ได้รับการสนับสนุนเหมือนกัน พวกเขาบอกว่าตอนนี้เรียนที่สถาบันเขต 3 ปี 4 ค่ะ” ซูหยวนพยักหน้าให้คนเป็บิดา
อาศัยพูดจริงสลับกับคำโกหก ในที่สุดบิดาของเธอก็ทำได้แค่พยักหน้าให้เท่านั้น
“ในเมื่อลูกพูดแบบนี้ พ่อก็จะไม่ขวางโอกาสที่ดีของลูก แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น...ลูกต้องรีบแจ้งเ้าหน้าที่ทันที อย่าให้คนอื่นรังแกเอาได้”
“เข้าใจแล้วค่ะ” แม้ซูหยวนจะรับคำเป็มั่นเป็เหมาะ แต่พ่อแม่ก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี
พวกเขามองส่งลูกสาวตัวน้อยของตนเองเดินจากไป คาดว่าจนกว่าลูกสาวจะกลับมาปลอดภัยดี พวกเขาคงไม่เป็อันทำอะไรแล้วในวันนี้...
“เอาล่ะ มาทำความรู้จักกันก่อน ฉันชื่อว่า “วังเฮ่า” ส่วนคนนี้ชื่อว่า “ฟู่พ่าย” พวกเราทั้งสองคนในตอนนี้กำลังทดลองจับคู่กันอยู่ หากเป็ไปได้ก็จะตั้งทีมกันสองคนหลังจากเรียนจบเพื่อทำงานให้กับตระกูลจาง” ชายที่ใช้ธนูแนะนำตนเอง และแนะนำเพื่อนให้กับซูหยวนด้วย
“ทดลองจับคู่งั้นหรอคะ”
“ใช่ ท่านจางอู่หยางมีบริษัทเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรของตนเอง มีนักล่าใต้สังกัดมากมาย ทำงานกันเป็ทีมบ้างหรือถ้ามีฝีมือจริงๆก็ทำงานคนเดียวก็ได้ ขอเพียงทำหน้าที่ของตนเองได้เหมาะสมก็จะได้รับค่าตอบแทนที่ดีไปด้วย พวกฉันสองคนเรียนมาด้วยกันและรู้สึกว่าพวกเราเข้ากันดี จึงพยายามอยากจะทำงานด้วยกันแค่สองคน ไม่อย่างนั้นจะต้องแบ่งส่วนค่าตอบแทนให้คนอื่นอีก แถมอาจจะไม่สบายใจด้วย”
“แต่การที่จะสรุปเพื่อตั้งทีมนั้นจะต้องถูกทดสอบอีกนั่นแหละ กระบวนการพวกนั้นเธอยังไม่ต้องรู้หรอก ไว้รับรู้หลังจากที่ผ่านการทดสอบของท่านจางแล้วก็ยังไม่สาย” ทั้งสองคนอธิบายซูหยวนอย่างใจดี ทว่า...เหนือสิ่งอื่นใด ต้องดูว่าเธอมีความสามารถพอหรือเปล่า
ซูหยวนตามพวกเขาไป นี่นับเป็ครั้งแรกที่เธอได้เข้ามาในเขตชั้นในเลย ก่อนหน้านี้พ่อกับแม่ของเธอถูกพามารักษาตัวที่นี่ แต่เธอก็ไม่ได้รับอนุญาตให้แม้แต่จะมาเยี่ยมด้วยซ้ำ ไม่น่าแปลกใจที่ซูหยวนจะเดินช้าลงอีกหน่อยเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ของเขตชั้นในแห่งนี้...
………………………..