ตอนที่ 5 ให้พวกเราอยู่ด้วยกันอย่างนั้นเหรอ (2)
ยังพูดไม่ทันจบ เสิ่นซีโหลวก็เดินตรงไปก้าวหนึ่ง ยื่นมือไปถึงคอเสื้อแล้วก้มหน้าจัดการกับกระดุมเม็ดนั้นอย่างตั้งใจ “ผมมีความจู้จี้กับกระดุมอย่างบอกไม่ถูก ถ้าไม่ติดมันซะจะรู้สึกไม่สบายใจ”
กู้อู๋เหยียนที่ตัวแข็งทื่อไปแล้ว ตอนนี้ไม่รู้จะตอบประโยคนี้ของเขาอย่างไร ความรู้สึกตื่นตระหนกที่เพิ่งเกิดขึ้นตรงตู้เสื้อผ้าหวนมาอีกแล้ว อาการจะกำเริบอีกแล้วเหรอ แต่ก็ไม่น่านะ หลินเชินเคยพูดว่า ขอแค่ไม่ใช่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ มากก็ไม่มีทางเกิดปัญหา...ดูท่าวันนี้กลับไปคงต้องตั้งใจถามหลินเชินแล้วว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น...
“เรียบร้อย...” ตอนที่เสิ่นซีโหลวพูดประโยคนี้ออกมา กู้อู๋เหยียนที่ตัวแข็งทื่อก็โล่งอก
“อื้ม...โอเค งั้นพวกเราไปกันเถอะ...”
กู้อู๋เหยียนจงใจรั้งท้ายด้านหลังเสิ่นซีโหลวสามสี่ก้าว เขาล้วงกล่องเล็กๆ ออกจากกระเป๋า หยิบเม็ดกลมเล็กๆ สีเขียวในนั้นมาใส่ปาก พลางขมวดคิ้ว
-------------------------------------
เสิ่นเชี่ยนเชี่ยนที่ถูกโหลวอีหรานอุ้มเอาไว้เห็นพี่ชายมาแล้วก็ะโเรียกเสียงหวาน เสิ่นซีโหลวก้าวเร็วๆ ไม่กี่ก้าวก็มาถึงด้านข้างแม่เขา ย่อตัวลงนั่งแล้วหยิกแก้มยุ้ยของเสิ่นเชี่ยนเชี่ยน ก่อนเอ่ยทักทายผู้าุโม่อด้วยรอยยิ้มระรื่น
โหลวอีหรานเห็นเขายิ้มทะเล้น ไม่ประพฤติตัวให้เรียบร้อยก็ปวดหัว เธอมองกู้อู๋เหยียนที่นั่งตรงข้ามซึ่งหลังตั้งตรง ท่าทางสุภาพเรียบร้อยแล้วหันมองเสิ่นซีโหลวอย่างเอือมระอาพลางพูด “ลูกนั่งให้ดีๆ หน่อยซิ หัดเรียนรู้จากคนอื่นบ้าง เสี่ยวเหยียนสุขุมแค่ไหนกัน”
เสิ่นซีโหลวที่ถูกแม่ตัวเองเรียกตำหนิจำต้องปรับท่านั่งตามสบายของตนให้เรียบร้อยขึ้น ไม่กล้าพิงทั้งตัวบนพนักเก้าอี้อีก
“ซีโหลวเขายังเด็ก ไม่ต้องฝืนธรรมชาติของเขาขนาดนี้หรอก”
“ลุงม่อ เขาไม่เด็กแล้วนะคะ เป็ผู้ใหญ่แล้ว”
“เฮ้อ ถ้าเขามีความสุขุมอย่างเสี่ยวเหยียนได้สักส่วน หนูก็ไม่ถึงกับต้องดึงหูคอยพร่ำสอนอยู่ทุกวี่ทุกวันหรอกค่ะ...”
เสิ่นซีโหลวรู้สึกได้ถึงความชิงชังอย่างสุดซึ้งจากมารดาที่เคารพ ‘ขอถามหน่อยเถอะ จะเรียกคืนความรักจากแม่ได้ยังไง ออนไลน์รอคำตอบอยู่นะ...เร่งด่วนมาก’
เสิ่นเชี่ยนเชี่ยนที่ถูกอุ้มดิ้นออกจากอ้อมแขนโหลวอีหรานมาถึงข้างกายกู้อู๋เหยียน เด็กหญิงช้อนดวงตากลมโตสดใสถามอย่างนุ่มนวล “พี่คะ หนูอยากให้พี่อุ้ม...”
กู้อู๋เหยียนจ้องมองเด็กหญิงที่นิสัยอ่อนโยนน่ารักตรงหน้า พลันทำอะไรไม่ถูกอยู่ชั่วขณะ พอเห็นดวงตาสุกใสไร้เดียงสาของเธอก็ไม่อาจแข็งใจปฏิเสธได้ กล่าวอย่างกัดฟันออกไป “ได้สิ”
โหลวอีหรานเห็นเสิ่นเชี่ยนเชี่ยนขอให้กู้อู๋เหยียนอุ้ม ในใจก็ตกตะลึงเล็กน้อย เด็กน้อยคนนี้ไม่ใช่ใครอยากอุ้มก็อุ้มได้ นอกเสียจากว่าเธอจะเต็มใจเอง ไม่อย่างนั้นพูดอะไรไปก็เปล่าประโยชน์
“คิดไม่ถึงเลยว่าเชี่ยนเชี่ยนจะชอบเธอมาก ปกตินอกจากคนในครอบครัว ไม่ว่าใครหน้าไหนเธอก็ไม่ให้อุ้มนะ...”
กู้อู๋เหยียนได้ยินโหลวอีหรานพูดแบบนี้ก็มองหนูน้อยอ่อนโยนน่ารักในอ้อมแขน รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างยิ่งขึ้น
เสิ่นซีโหลวประหลาดใจมากเช่นกัน นึกไม่ถึงว่าเชี่ยนเชี่ยนจะขอให้เขาอุ้มเอง พลางมองกู้อู๋เหยียนที่สนทนากับเสิ่นเชี่ยนเชี่ยนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนดุจสายลม ท่วงท่าเหมือนคุณชายสง่างาม เห็นแบบนั้นก็ส่งเสียงฮึดฮัดในใจ ‘เอาอีกแล้ว ใบหน้าที่กุมใจคนอย่างลึกซึ้งของกู้อู๋เหยียนเซียนใหญ่ออนไลน์แล้ว’
ม่อเฉิงอู่มองกู้อู๋เหยียนคลี่ยิ้มหยอกล้อกับเชี่ยนเชี่ยนเงียบๆ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเผยยิ้มระทมทุกข์เล็กน้อย เสี่ยวเหยียนมักจะกักขังตัวเองจมอยู่กับความเ็ปในอดีต เขาเองก็ควรจะมีชีวิตที่มีความสุข ทำอะไรตามใจเหมือนซีโหลวแบบนั้น ที่ถูกพ่อแม่พะเน้าพะนอจนไม่รู้จักความกลัดกลุ้ม ต้องโทษตนเองที่ในปีนั้นพลาดไปก้าวเดียว แถมยังทำให้ลูกสาวต้องสูญเสียชีวิต
ไปติดพันกับเื่ในอดีตก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว เขาจะต้องให้คนพวกนั้นได้ชดใช้ ม่อเฉิงอู่ค่อยๆ เก็บความชิงชังในแววตาลง มองไปทางโหลวอีหรานแล้วพูด “อีหราน เมื่อกี้หนูบอกลุงว่าจะไปโชว์การแสดงที่เมืองนอก ประเทศไหนนะ”
“สองวันนี้หนูกับสามีจะเดินทางไปประเทศ Y ค่ะ น่าจะต้องไปหนึ่งปี”
เสิ่นซีโหลวที่ซึมกะทืออยู่อีกข้างได้ยินแบบนั้นก็พูดด้วยความประหลาดใจ “ทำไมแม่ไม่บอกผมว่าพ่อกับแม่ต้องออกไปโชว์การแสดงล่ะครับ นี่ผมอุตส่าห์ยกกองกลับมา พวกแม่ก็จะไปอีกแล้ว”
“ไม่ใช่เพราะทุกวันลูกอยู่บ้านพูดมาก กวนซะจนแม่กับพ่อต่างไม่อยากสนใจลูกหรอกเหรอ”
เสิ่นซีโหลวมองสีหน้าที่สามสิบเปอร์เซ็นต์อิดหนาระอาใจ และอีกสี่สิบเปอร์เซ็นต์ไม่ใส่ใจของมารดาที่เคารพ พูดเสียงสะอื้นเบาๆ “คุณแม่ บอกตามตรงมาเลยว่าคุณพ่อกับคุณแม่เก็บผมมาจากข้างนอกใช่หรือเปล่า”
กู้อู๋เหยียนได้ยินคำพูดนี้ก็เผลอหัวเราะอย่างเป็สุขบนความทุกข์คนอื่นออกมาอย่างไม่ทันระวัง ทำให้เสิ่นซีโหลวขึงตาใส่อย่างโมโห แถมยังเตะเขาใต้โต๊ะอีกที
โหลวอีหรานพูดต่อราวกับไม่มีลูกชายงี่เง่า “หลังจากพ่อแม่ไปแล้ว บ้านต้องตกแต่งใหม่ ดังนั้นลูกเลยอยู่ที่บ้านไม่ได้ ต้องย้ายไปอยู่ข้างนอก”
ฟ้าผ่าลงมากลางวันแสกๆ[1] อีกแล้ว เสิ่นซีโหลวปรับจังหวะหายใจสักพัก ก่อนกล่าวอย่างเดือดดาล “โดยรวมแล้วตอนนี้ผมสามารถยืนยันได้ว่า ผมจะต้องถูกคุณพ่อคุณแม่เก็บมาเลี้ยงแน่ๆ!!”
โหลวอีหรานขำพรืดออกมา พลางลูบศีรษะเสิ่นซีโหลว เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนรักใคร่ “ลูกดูสิ แม่ออกจะรักลูกซะขนาดนี้ แม่หาที่พักให้เรียบร้อยแล้วนะ”
ยากที่เสิ่นซีโหลวจะเห็นแม่ที่เคารพพูดกับเขาอย่างอ่อนโยนขนาดนี้ ลึกๆ นั้นดีใจเล็กน้อย เลยถามอย่างมีความหวัง “เหรอครับ งั้นผมพักที่ไหนล่ะ”
“แม่กับคุณปู่ม่อขอหารือกันสักประเดี๋ยว ลูกย้ายไปพักกับเสี่ยวเหยียนก่อนชั่วคราวนะ...”
ตอนที่โหลวอีหรานคลี่ยิ้มพูดประโยคนี้จบ เสียงใของชายหนุ่มทั้งสองพลันดังขึ้นพร้อมกัน “อะไรนะครับ ให้พวกเราสองคนอยู่ด้วยกันเนี่ยนะ”
ทั้งคู่มองสบตาอีกฝ่ายแวบหนึ่ง จากนั้นก็ส่งเสียงฮึดฮัดแล้วเบือนหน้าออก
เชิงอรรถ
^ ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ อุปมาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด