วันที่เจ็ด
เป็่เวลาศึกเป็ตายระหว่างทหารรักษาการณ์เมืองเยี่ยเฉิงและกองฏโพกผ้าเหลือง
ท้องฟ้าเพิ่งจะสว่างรำไร เตียวเหลียงที่พักผ่อนมาทั้งคืน ก็เปิดฉากบุกโจมตีเมืองเยี่ยเฉิงครั้งสุดท้ายภายใต้การบัญชาการของตน หากวันนี้ตีเมืองเยี่ยเฉิงไม่ได้ พวกเขาก็ทำได้เพียงถอยทัพเพื่อตั้งหลักใหม่เท่านั้น
เตียวเหลียงโยกย้ายกำลังพลครึ่งหนึ่งทางทิศใต้ของเมืองเยี่ยเฉิงไปรวมไว้ที่ทิศตะวันออก และยังคงรวบรวมกำลังพลบุกตีประตูเมืองทิศตะวันออกอย่างหนักหน่วง
ยามนี้โลติดยังมาไม่ถึง เขารู้สึกว่าโอกาสยังคงอยู่ จำต้องตีเมืองให้พังทลายให้ได้
ไม่ว่าอย่างไร... ก็ต้องตีเมืองให้แตก!
ขณะที่กองฏโพกผ้าเหลืองบุกโจมตีเต็มอัตราศึก หยางเจาก็นำทหารเดินทางมาถึงด้านหลังสุด
เขาเปลี่ยนมาใช้หอกยาว กระชับไว้ในมือแน่น
ทหารเจนศึกห้าร้อยนายด้านหลัง บางคนถือทวนและหอกยาว บางคนถือดาบ สายตาจับจ้องไปที่กองทัพหลังของพวกฏโพกผ้าเหลืองเบื้องหน้าเป็จุดเดียว
อีกครู่เดียวจะต้องออกไปเสี่ยงชีวิต มือที่จับอาวุธของพวกเขาต่างเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ
"ใกล้ได้เวลาแล้ว!"
คำพูดของหยางเจาทำให้เส้นประสาทของพวกเขาตึงเครียดขึ้นมาทันที
พวกเขามองออกไปจากมุมนี้ เห็นเพียงค่ายทหารของฏโพกผ้าเหลืองว่างเปล่า กองทัพหลังก็เบาบาง ทหารโพกผ้าเหลืองทั้งหมดกำลังบุกตีเมืองเยี่ยเฉิง ข้างกายเตียวเหลียงมีองครักษ์อยู่เพียงพันกว่านายเท่านั้น
"อีกครู่แบ่งงานกันทำ"
"พวกเราร่วมมือกัน บุกเข้าค่ายทหารของศัตรู จุดไฟเผาค่าย ดึงดูดความสนใจของเตียวเหลียงด้านหน้า"
"พวกเ้าห้าสิบนาย!"
หยางเจาชี้ไปยังองครักษ์สนิทห้าสิบนายที่พัวหองจัดสรรมาให้ กล่าวต่อว่า "เดี๋ยวพอเตียวเหลียงเห็นว่าค่ายทหารถูกเผา จะต้องส่งคนมาดับไฟ ทหารที่บุกตีเมืองไม่อาจถอนกำลังได้ ยิ่งไม่อาจกลับมาดับไฟ น่าจะสั่งการให้องครักษ์พันนายข้างกายกลับมา เช่นนั้นด้านข้างกายเตียวเหลียงก็จะไร้คนปกป้อง ข้าจะนำพวกเ้าบุกออกไปสังหารเตียวเหลียง"
เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนจะวางแผนต่อ "ส่วนทหารนายอื่น ๆ อีกสี่ร้อยห้าสิบนาย หลังจากเผาค่ายทหารแล้ว ให้พยายามยื้อทหารโพกผ้าเหลืองที่มาดับไฟไว้ อย่าให้พวกมันกลับไปช่วยเตียวเหลียง ถ่วงเวลาให้พวกเรา เข้าใจหรือไม่?"
"เข้าใจแล้ว!"
พวกเขาส่งเสียงขานรับพร้อมกัน
ในเมื่อเลือกออกมาลอบสังหาร พวกเขาก็ไม่เคยคิดว่าจะได้กลับไปแบบมีชีวิต แม้จะตึงเครียด แต่ความตายยังไม่กลัว เื่อื่นก็ไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว
"ท่านจวินโฮ่ว ข้าอยากไปสังหารเตียวเหลียงกับท่านขอรับ"
ฟางรุ่ยเอ่ยปากร้องขอ
เขาคือคนที่ห้าร้อยเอ็ด หยางเจาก็นำเขาออกนอกเมืองมาด้วย
หากหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ฟางรุ่ยสามารถรอดชีวิตกลับไปได้ หยางเจาตั้งใจจะรับเขาเป็คนของตนเอง เป็น้องชายคนแรกที่รับไว้หลังจากข้ามมิติมา
เส้นทางที่หยางเจาจะเดินในอนาคต ไม่ใช่แค่การเป็จวินโฮ่วของเมืองเยี่ยเฉิงแน่นอน
"เช่นนั้นก็มาด้วยกัน!" หยางเจาไม่ได้ปฏิเสธ
ไม่นานนัก พวกเขาก็เตรียมตัวพร้อมพุ่งตรงไปยังค่ายใหญ่ของพวกฏโพกผ้าเหลืองทันที
ภายในค่ายทหารโพกผ้าเหลือง เหลือเพียงทหารฝ่ายหน่วยเสบียงบางส่วน และทหารสิบกว่านายเฝ้าค่าย เตียวเหลียงนึกไม่ถึงเลยว่า หยางเจาจะใช้วิธีการเช่นนี้ พวกเขาจึงบุกเข้าค่ายทหารได้อย่างง่ายดาย
"คนพวกไหน..."
ทหารโพกผ้าเหลืองนายหนึ่งเห็นเข้า กำลังจะะโขึ้นมา
หยางเจาที่อยู่หน้าสุดแทงหอกเดียวทะลวงร่างคนผู้นั้น ก่อนนำทหารบุกสังหารเข้าไปด้านใน
ทหารเฝ้าค่ายคนอื่น ๆ พบว่าหยางเจาและพวกพ้องบุกซุ่มโจมตี ตอนแรกใแทบแย่ จากนั้นก็คว้าอาวุธขึ้นมาตอบโต้ แต่เพียงแค่เริ่มปะทะ ทหารโพกผ้าเหลืองก็ถูกทหารเมืองเยี่ยเฉิงที่ยอมสู้ตายสังหารจนระส่ำระสาย
ศัตรูที่นี่ถูกหยางเจาและพวกสังหารจนหมดสิ้นในเวลาไม่นาน
"จุดไฟ!"
หยางเจาเดินไปที่ค่ายเสบียงของศัตรู ค้นหาหินจุดไฟมาจุดเพลิง แล้วเผาค่ายเสบียงของศัตรูก่อนเป็อันดับแรก
ครู่ต่อมา แสงไฟก็แพร่กระจายไปทั่วค่ายทหารของศัตรู กลายเป็ทะเลเพลิงขนาดใหญ่ ควันดำพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
สถานการณ์ทางนี้สร้างความตกตะลึงให้แก่ทหารโพกผ้าเหลืองส่วนหนึ่ง
"ท่านเหรินกงเจียงจวิน แย่แล้วขอรับ!"
ทหารโพกผ้าเหลืองนายหนึ่งรีบร้อนเดินเข้ามากล่าวว่า "ค่ายใหญ่ของพวกเราเกิดไฟไหม้ขอรับ!"
เตียวเหลียงและหุยง่วนเสี้ยว หันกลับไปมองค่ายใหญ่ของตนเองพร้อมกัน
เห็นเพียงเปลวไฟโชติ่ ควันดำพวยพุ่ง
ต่อให้จะอยู่ห่างจากค่ายทหารระยะหนึ่ง ก็ยังััได้ถึงกระแสความร้อนที่โชยมาตามลมยามเช้า
เตียวเหลียงชะงักไป "ค่ายทหารเกิดไฟไหม้ได้อย่างไร เสบียงอาหารของพวกเรา... รีบสั่งให้คนกลับไปดับไฟเร็วเข้า!"
ทหารที่กำลังบุกตีเมืองไม่อาจถอนกำลังได้ ทั้งยังไม่สะดวกที่จะถอนกำลัง
องครักษ์พันกว่านายข้างกายจึงถูกเขาสั่งการให้ไปดับไฟประมาณแปดร้อยนาย เร่งรีบมุ่งหน้าไปยังค่ายทหาร ในความเร่งรีบนั้นไม่มีใครนึกฝันเลยว่า เมืองเยี่ยเฉิงจะมีคนออกมาลอบโจมตี
ทหารโพกผ้าเหลืองที่ไปดับไฟเพิ่งจะเดินทางมาถึงใกล้ค่ายทหาร ก็ถูกทหารรักษาการณ์เมืองเยี่ยเฉิงซุ่มโจมตีทันที
ทหารสี่ร้อยห้าสิบนายเผชิญหน้ากับศัตรูที่มากกว่าตนสองเท่า ต่างไร้ความลังเลพุ่งเข้าเข่นฆ่า ทำลายแผนการดับไฟของศัตรูจนระส่ำระสาย
หยางเจารอเวลานี้อยู่แล้ว เขานำองครักษ์ห้าสิบนายนั้นกระชับหอกยาวพุ่งไปทางที่เตียวเหลียงอยู่ทันที
ค่ายทหารอยู่ห่างจากตำแหน่งของเตียวเหลียงไม่ไกลนัก
การปรากฏตัวของพวกเขา ไม่เพียงแค่เตียวเหลียงที่มองเห็น แม้แต่ทหารที่ไปดับไฟก็มองเห็นเช่นเดียวกัน
เมื่อเห็นว่ายังมีคนมาลอบโจมตี ทหารโพกผ้าเหลืองที่ไปดับไฟคิดจะกลับไปช่วยเตียวเหลียง แต่ก็ถูกทหารรักษาการณ์เมืองเยี่ยเฉิงที่พุ่งออกมาต้านทานไว้ได้อย่างรุนแรง พวกเขาสร้างเวลาให้หยางเจาอย่างสุดกำลัง
"ขวางพวกมันไว้!"
เตียวเหลียงสังเกตเห็นสถานการณ์ทางค่ายทหาร สีหน้าพลันดำมืดลงทันที
เวลานี้พวกเขาดูออกแล้วว่า ค่ายใหญ่เกิดไฟไหม้ไม่ใช่เื่บังเอิญ คนเมืองเยี่ยเฉิงกล้าดีอย่างไรถึงออกมาลอบโจมตีจุดไฟเผาค่าย?
โทสะในอกเขาพวยพุ่ง หากตีเมืองแตกเมื่อใด จะต้องทำให้พวกหวังเฟินเสียใจภายหลังอย่างที่สุด!
จางหนิวเจี่ยวและหวังตู้ต่างนำทหารเข้าร่วมการบุกตีเมือง
มีเพียงหุยง่วนเสี้ยวที่อยู่ข้างกายเตียวเหลียง นำองครักษ์โพกผ้าเหลืองสองร้อยกว่านายข้างกาย พุ่งเข้าใส่กลุ่มของหยางเจาห้าสิบกว่าคน
"ตาย!"
เมื่อทั้งสองฝ่ายใกล้จะปะทะกัน หยางเจาแทงหอกออกไปครั้งหนึ่ง
ทหารโพกผ้าเหลืองสองนายล้มหงายทันที!
ฟางรุ่ยและพวกพ้องติดตามอยู่ด้านหลังหยางเจา ถือดาบหัวแหวนหรือยกหอกยาวแทงใส่ศัตรูทันที
ทหารห้าสิบกว่านายนี้เปรียบเสมือนคมมีดอันแหลมคม
และหยางเจาคือปลายมีดที่แทงเข้าใส่กลุ่มศัตรูก่อนเป็อันดับแรก ทหารนายอื่น ๆ ในฐานะตัวมีด ติดตามปลายมีดบุกลึกเข้าไป แหวกการขัดขวางของศัตรู บีบกระชับเข้าหาเตียวเหลียง
พวกเขาต่างสู้เป็ตายสังหารศัตรู มีเพียงการโจมตีไร้ซึ่งการป้องกัน ขวัญกำลังใจกดดันศัตรูจนพ่ายแพ้ สังหารศัตรูไปสิบกว่าคนในทันที
ทหารโพกผ้าเหลืองถูกความโเี้ของพวกเขาสะกดข่มจนขวัญกระเจิง เพิ่งจะปะทะก็เป็ฝ่ายเสียเปรียบเสียแล้ว
"ฟางรุ่ย พวกเ้าต้านไว้ก่อน!"
หยางเจาใช้หอกยาวแทงศัตรูจนกระเด็นไปคนหนึ่ง แล้วหันกลับมากล่าวว่า "ข้าจะไปตัดหัวเตียวก๊กกลับมา!"
"ขอรับ!"
ฟางรุ่ยและคนอื่นขานรับพร้อมกัน
หยางเจาใช้พละกำลังอันเกรียงไกร สังหารจนเกิดช่องว่างขึ้นมาช่องหนึ่ง หอกยาวแทงบ้าง ชักบ้าง หรือเหวี่ยงซ้ายขวา ทำลายศัตรูไปอีกหลายคน พร้อมพุ่งตรงเข้าหาเตียวเหลียง
เมื่อเข้าใกล้เตียวเหลียงมากขึ้นเรื่อย ๆ เสียงม้าตะเบ็งก็ดังขึ้นข้างกายหยางเจา เห็นเพียงม้าศึกตัวหนึ่งพุ่งเข้าหาตนเองด้วยความเร็วสูง
อัศวินบนหลังม้าตวัดดาบฟันลงมา
คมดาบเฉียดมาใกล้หยางเจาในพริบตา
เคร้ง!
หยางเจายกหอกยาวขึ้นต้านทานคมดาบ
เนื่องจากด้ามหอกทำจากไม้ จึงถูกหุยง่วนเสี้ยวที่ควบม้าลอบโจมตีฟันหักสะบั้น ทำให้หยางเจาถูกกดดันถอยร่นไปหลายก้าว
เขาเพิ่งจะยืนทรงตัวได้มั่นคง ทหารโพกผ้าเหลืองสองสามนายก็พุ่งเข้ามาประชิด ด้ามหอกหักสองท่อนในมือถูกเหวี่ยงไปมาทำลายศัตรูไปหลายคน จากนั้นปลายหอกก็กระซวกเข้าท้องศัตรูคนหนึ่ง เืสีแดงฉานสาดกระเซ็น
"ปล่อยมือ!"
หยางเจาทิ้งหอกหัก ชิงดาบของศัตรูมา กำลังจะพุ่งไปสังหารเตียวเหลียงต่อ ซึ่งเป็จังหวะที่หุยง่วนเสี้ยวควบม้าบุกมาถึงอีกครั้ง
ดาบยาวของหุยง่วนเสี้ยวห้อยต่ำลง ลากคมดาบมาตรงหน้าหยางเจาตามแรงพุ่งและน้ำหนักของม้าศึกอีกครั้ง พลางแสยะยิ้มหมายจะฟันอีกฝ่ายให้ขาดเป็สองท่อน!