บทที่ 37-ข้าก็อยากเห็นความพยายามของท่านเช่นกัน
ทันทีที่ได้ยินประโยคของอีกฝ่าย ใบหน้าราบเรียบที่ปนความเจ็บปวดของเหมยกุ้ยก็นิ่งค้าง หญิงสาวตัวแข็งทื่อราวกับกำลังได้ยืนเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ
เขาพูดกับนางอยากจะขอแก้ตัวอย่างนั้นหรือ?
เหมยกุ้ยหลุบตาต่ำลงอีกครา ระหว่างที่หานโจวกำลังเฝ้ารอคำตอบอย่างคาดหวัง ริมฝีปากบอบบางที่มีร่องรอยเม้มแน่นก็ค่อยๆขยับ
"ท่านรู้หรือไม่ว่าเมื่อครู่เอ่ยสิ่งใดออกมา"
"ข้ารู้" หานโจวพยักหน้า "สามีของเจ้าเพิ่งเอ่ยสิ่งใดไป เขาย่อมต้องรู้แน่ชัด"
"คำพูดครั้งนี้ก็หมายจะทำดีกับข้า หมายจะเอาใจข้าดั่งกลอนหวานหูกับการเดินป่าพวกนั้นหรือเจ้าคะ" เหมยกุ้ยไม่กล้าสบตาอีกคน นางเอาแต่พูดก้มหน้าอยู่เช่นนั้น
"ใช่..."
ได้ยินคำยืนยันแรกใจที่สั่นระริกของเหมยกุ้ยก็ค่อยๆคลายลง นางเยาะยิ้มพลางนึกสมเพชตนเองที่เผลอหวั่นไหวไปกับประโยคของบุรุษที่ไม่เคยยอมใคร แท้จริงแล้วเขาพูดก็แค่เอาใจนางเท่านั้น ไร้เหตุผลใดอื่น
ทว่าก่อนที่นางจะตอบกลับ พลันมีเสียงหนึ่งเสริม "...และไม่ใช่"
หญิงสาวบนเตียงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สบเข้ากับแววตามืดมิด...ที่ตอนนี้นางเห็นว่ามีประกายแห่งชีวิต
หานโจวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ข้าตั้งใจทำดีกับเจ้า เอาใจเจ้า แต่ไม่เหมือนกลอนหวานหูกับการเดินป่าพวกนั้น เพราะครั้งนี้เกิดจากความรู้สึกอย่างแท้จริงของข้า เป็นความนึกคิดที่เกิดจากตัวตนของข้า"
ครานี้เขาจะไม่สนใจการเกี้ยวภรรยาจากเจ้าของโรงเตี๊ยมน่าตายจากไหนอีก แผนนั้นใช้การไม่ได้สักนิด การตัดสินใจถามเหมยกุ้ยด้วยความรู้สึกปรารถนาจะพยายามอย่างแท้จริงต่างหากจึงจะถูกต้อง
"ข้าจะทำทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ ข้าจะดีกับเจ้าให้มาก"
เหมยกุ้ยจ้องคนตรงหน้าอย่างสับสนงุนงง "คำพูดเช่นนี้ท่านไม่เคยเอ่ยกับข้ามาก่อน เพราะเหตุใดจึงเอ่ยกับข้าเช่นนี้เจ้าคะ เมื่อครั้งตอนที่อยู่ในจวน ท่าน..." นางชะงักราวกับมิอาจกล่าวถึงได้อีก
"จวนที่ไม่มีเจ้าอยู่ก็เสมือนการขาดสิ่งสำคัญที่สมควรดำรงอยู่ไป"
น่าแปลก ประโยคที่ไม่ได้เป็นการเปรียบสละสลวยเหมือนกลอนที่เขาเคยส่งมาให้นาง หากกระนั้นเหมยกุ้ยก็อดรู้สึกหน้าร้อนไม่ได้ แต่ใช่ว่าใจนางจะอ่อนลงจากคำของหานโจวโดยง่าย ความสับสนมากมายยังถาโถมเข้าหาใจนาง
"ท่านอ๋อง ในเมื่อท่านรู้ว่าพูดอะไรออกมา เช่นนั้นแล้วทั้งหมดที่ท่านตั้งใจจะทำให้ข้า นั่นหมายถึงต้องการให้ข้ากลับไปอยู่ที่จวนอ๋องอีกใช่หรือไม่"
"ใช่" หานโจวไม่ลังเลที่จะตอบ
"เช่นนั้นแล้วเพราะอะไรเจ้าคะ" เหมยกุ้ยเลือกถามสิ่งที่เขาเคยถามนาง "เพราะอะไรท่านถึงต้องการให้ข้ากลับไป ท่านจะบังคับข้ากลับก็ย่อมได้ ด้วยฐานะสามีของท่าน ภรรยาเช่นข้ามิอาจต้านทานได้ หรือว่าที่ท่านพยายามทั้งหมดนี้เพราะสงสารข้า?"
"ไม่ใช่ความสงสาร" หานโจวรีบพูด ก่อนจะชะงัก "มันเป็น..."
ความรู้สึกนี้เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน
หานโจวไม่รู้ว่าควรเอ่ยอย่างไร ครั้นจะไม่ตอบก็ดันเห็นแววตาคาดหวังของเหมยกุ้ย เขาจึงเลือกที่จะอธิบายออกมา "ตลอดหนึ่งปีที่เจ้าหนีจากจวน หนีไปจากข้างกายข้า ไม่เคยมีคืนใดที่ข้านอนหลับเต็มตา ไม่เคยมีวันใดที่ข้าจะใช้ชีวิตโดยไม่รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างในอกขาดหายไป แต่ก่อนตอนที่ไม่มีเจ้าเข้ามา จวนก็ยังเป็นจวนเหมือนเดิมที่ข้าเคยอยู่มานับสิบปี เป็นที่นอนหลังกลับจากทำงาน เป็นที่กินข้าวในบางวัน สำหรับข้าความหมายของจวนใช้เพื่อไม่กี่สิ่ง แต่ครั้นตอนนี้ จวนกลับให้ความรู้สึกไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว"
"ยามที่ข้ากลับมาแล้วไม่มีเรือนร่างของเจ้าย่างก้าวเข้ามา ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเสียงอ่อนหวาน ไม่มีกลิ่นหอมจากกายเจ้า ไม่เห็นเจ้ามารอด้วยน้ำที่ลอยกลิ่นหอม ไม่มีประโยคที่เจ้าคอยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล ไม่มีคืนที่ข้ากับเจ้าใช้เวลาร่วมกัน ถุงหอมที่เจ้าเคยเย็บให้ข้าก็ยังอยู่ในตู้มุมห้องในเรือนเจ้า"
"ท่านจำได้หรือเจ้าคะ" เหมยกุ้ยถามอย่างตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเขาพูดถึงสิ่งที่นางล้วนเคยทำ นางนึกว่าเขาไม่สนใจเสียอีก เพราะท่าทางของท่านอ๋องในอดีตช่างห่างเหิน
"ข้าจดจำได้" หลังนางไป นอกจากความโกรธเคือง เขาก็ยังรู้สึกอดสู
อุตส่าห์คิดกักเก็บไว้กับตนเพียงลำพัง ทว่าในเมื่อมาถึงขั้นนี้ การพูดออกไปก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่หรือเสียเกียรติอันใด
เหมยกุ้ยกำมือแน่นซ่อนใต้แขนเสื้อกว้าง นางทั้งอยากฟังและไม่อยากฟัง ส่วนหานโจวก็ไม่หยุดยั้งรออะไรทั้งสิ้น
"เตียงในเรือนเจ้าน่านอนเหมือนเคย เพียงแต่คนที่ข้าปรารถนาจะให้อยู่กลับหายไป"
"..."
"คงใช้คำว่าชอบได้ แต่ข้าก็รู้สึกว่าคำนี้ไม่ถูกต้องนัก เหมือนมันยังเปรียบได้น้อยกว่าความรู้สึกที่แท้จริงของหัวใจข้า"
"..."
"แต่หากเจ้าอยากรู้ ข้าก็ตอบได้แต่ว่าข้าอยากเห็นเจ้าอยู่ข้างข้าตลอดไป"
เหมยกุ้ยนิ่งงัน พยายามข่มความขมปร่าที่สะท้อนขึ้นมา นางรู้สึกจุกในอก
บุรุษที่ถูกเลี้ยงมาในวังหลวง ถูกยกค่าให้อยู่เหนือประชาชน บุรุษที่ใช้ชีวิตไม่อ่อนข้อ ใช้วาจาแข็งทื่อไร้คำอ่อนโยน มีความยึดมั่นในตนเองสูง บัดนี้เขากลับมีความรู้สึกบางอย่างให้แก่นาง แต่กระทั่งตัวเขาก็ยังไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นเรียกว่าอะไร
"เจ้าทำเพื่อข้ามามาก"
บรรยากาศตกลงอยู่ในความว่างเปล่าปราศจากเสียงใดอีกรอบ เนิ่นนานจนซือซือน้อยที่อยู่บนเตียงขยับกายจากการนอนแผ่วเบาทั้งที่ดวงตาปิดสนิท เมื่อนั้นเหมยกุ้ยก็กล่าวเสียงคล้ายกับไม่มั่นใจ แต่นางก็พูดออกมา
"ข้าเป็นเพียงสตรีธรรมดาทั่วไป มีความชมชอบที่เป็นตัวเอง ท่านไม่ต้องใช้บทเกี้ยวใดเหมือนผู้อื่นเขาทำกัน ขอเพียงท่านทะนุถนอมภรรยากับลูกด้วยใจ ให้ความสำคัญภรรยากับลูกด้วยใจ เห็นคุณค่าของข้า ให้ภรรยาผู้นี้ได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านั้นเถิดเจ้าค่ะ"
หานโจวยิ้มอย่างมีความสุข คล้ายกับว่าเขาได้รับการปลอบประโลมใจที่ตึงแน่น
"ข้าจะทำ ข้าต้องทำได้แน่" เขากล่าวอย่างมั่นใจ
เหมยกุ้ยพูดคล้ายยิ้มไม่ยิ้ม "ข้าก็อยากเห็นความพยายามของท่านเช่นกัน"
นางจะลองดูสักครั้ง ให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง
หากครั้งนี้ไม่ใช่ ก็ไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้ว
__________________________________________________________
ขออภัยที่หายไปหลายวัน ช่วงนี้งานค่อนข้างเยอะ ทุกคนอย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ถ้าเคร่งเครียดก็แวะมาอ่านนิยายของไรท์ได้เสมออ ลากเพื่อนลากพ่อแม่พี่น้องมาดูท่านอ๋องคนซื่อบื้อที่กำลังจะถูกขัดเกลาใหม่อีกครั้ง (แบบถูกต้องสักที555) ก็ได้นะคะ
เจอกันตอนหน้าค่า ขอบพระคุณที่สนับสนุนและให้กำลังใจไรท์นะคะ มีแรงบันดาลใจแต่งก็เพราะทุกคนเลย