แว่นตื่นนอนั้แ่ตี 5 อาบน้ำแต่งตัวเสร็จได้ซักพักแม่กับน้องชายก็เดินทางมาถึง แว่นเล่าเื่ราวของเมื่อวานตอนเย็นจนจบ วันนี้แว่นยังต้องไปทำงานเพราะงานทำจันทร์ถึงเสาร์ ทุกคนบอกหยุดทำซักวันก็ได้มั้ง
" อย่างนี้ก็ี้เีซิ " แว่นพูดกับทุกคน
" พักซักวันเถอะ เมื่อวานก็เหนื่อยกันมามากแล้ว " พวกญาติๆช่วยกันออกความคิดเห็นในแนวทางเดียวกัน
หลังจากเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียจ แว่นจึงยอมเพื่อความสบายใจของทุกคน แม่ น้อง ญาติๆ บอกว่าไปพบแพทย์เพื่อพูดคุยจะดีกว่ามั้ย มีอะไรก็เล่าให้หมอฟัง
" แว่นไม่ได้บ้านะรถเมล์มันสีชมพูจริงๆ ไม่มีใครเชื่อเลยใช่มั้ย "
" ไปเล่าให้หมอฟังก็ไม่เห็นเป็ไรนะ อืม...รถเมล์มีสีชมพูถ้าแว่นเห็นแบบนี้จริงๆ พวกเราก็เชื่อนะแต่ต้องไปพบแพทย์แบบ
นี้โอเคมั้ย " ทุกคนพูดไปในทิศทางดียวเหมือนกันหมด
ตอนนี้ในหัวแว่นสับสน วุ่นวาย จับต้นชนปลายไม่ถูก อะไรจริง อะไรเท็จ ก็ไม่มามารถแยกแยะได้ การไปพบแพทย์น่าจะเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด รอประมาณ 15 นาทีแท็กซี่ก็มาถึงและได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลที่ไกล้ที่สุด โดยมีคนไปกันแค่
3 คน คือแว่น แม่และน้องชาย เมื่อถึงโรงพยาบาลก็ได้พบกับแพทย์ในเวลาไม่นาน สรุปว่าให้ลาป่วยดูอาการซัก 5 วันและก็ให้ยามากิน แต่ขณะอยู่ในห้องตรวจคุณหมอก็มีคำถามที่ฟังแล้วก็แปลกประหลาดอยู่ 1 คำถาม
" คุณแว่น หมอได้ฟังมาจากคุณแม่ว่าอยากจะบวชหรอ"
" ใช่ครับ" ขณะที่พูดสายตาก็เหลือบไปเห็นรูปพระพุทธเ้าที่อยู่บนตู้เก็บของคุณหมอก็รู้สึกแปลกใจหน่อยๆ
" ถ้าบวชจะบวชนานมั้ย บวชนานหน่อยก็ดีนะ" คุณหมอพูดด้วยสายตาแห่งความหวังดี
" คงบวชไม่นานนะครับคุณหมอ"
" ถ้าบวชแล้วสบายใจก็บวชไปเรื่อยๆก็ดี ถือซะว่าช่วยสืบทอดพระศาสนา"
เมื่อรับยาแล้วก็นั่งแท๊กซี่กลับบ้านแต่ระหว่างทางกลับขณะรถติดไฟแดง สายตาแว่นก็ไปพบป้ายบอกทางตรง 3 แยกไฟเขีบวไฟแดงที่เขียนคำว่า ครุฑ มันมีหรอชื่อแบบนี้เป็ชื่อถนนหนะ หลังจากผ่านแยกไฟแดงมาแล้วแว่นก็ถามแม่กับน้องว่าเห็นป้ายที่มีคำว่า ครุฑ มั้ยทั้ง 2 คนบอกไม่เห็นป้ายที่เขียนคำนี้นะ และนั้นก็คือจุดเริ่มต้นของการเห็นในสิ่งที่แปลกประหลาดในชีวิตประจำวันและหวนไปนึกถึงคำพูดของคุณหมอขึ้นมาในทันทีเลย