“ช้าก่อน!”
กระรอกหาสมบัติร้องเสียงหลง “ข้ายินดี ข้ายินดีรับเ้าเป็นาย!”
มีดทำครัวเล่มใหญ่ค้างอยู่กลางอากาศ คมมีดบางกริบอยู่ห่างจากศีรษะของกระรอกหาสมบัติเพียงปลายนิ้วเท่านั้น
ต่อให้ไม่เงยหน้าขึ้นมองมันก็ััได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากคมมีดเล่มนั้น!
อีกทั้งมีดทำครัวเล่มนี้ยังทำมาจากโลหะหายาก ต่อให้มันมีหนังทองแดงกระดูกเหล็ก หากถูกมีดเล่มนี้ฟันเข้าที่ศีรษะ ต่อให้ไม่ตายก็คงเลี้ยงไม่โต
“เ้ายินดีจริง ๆ หรือ?” มู่เชียนจิ่วฉีกยิ้มจนตาหยี “ข้าไม่ได้บังคับเ้านะ เ้าเป็คนขอร้องข้าเอง”
กระรอกหาสมบัติ “...”
‘เ้าเด็กคนนี้เป็ศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋นจริง ๆ หรือ?
ความหน้าด้านไร้ยางอายนี่มีมากกว่าบรรพจารย์ของสำนักชิงอวิ๋นเสียอีก!
ตอนนั้นข้าถูกเ้าคนหน้าไม่อายนั่นหลอกให้มาที่นี่ หลังจากที่เ้าเฒ่านั่นขึ้น์ สำนักชิงอวิ๋นยังมีคนดูแลต่อหรือไม่ เหตุใดเด็กคนหนึ่งถึงแทบจะเหยียบหัวข้าอยู่แล้ว!
ที่น่าแค้นใจยิ่งกว่าก็คือ ข้าไม่สามารถตอบโต้ได้’
กระรอกหาสมบัติมักมีชีวิตยืนยาว และหากไม่มีอะไรผิดพลาด พวกมันสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึงหนึ่งแสนปีเลยทีเดียว! แต่กระรอกหาสมบัติมีร่างกายที่อ่อนแอ เพียงแค่โดนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาตัวหนึ่งตะปบ ก็สามารถทำให้พวกมันตายได้อย่างง่ายดายแล้ว
ผาสำนึกผิดแห่งนี้มีศิษย์แวะเวียนเข้ามาไม่น้อย เพียงแต่ศิษย์เ่าั้หลังจากถูกส่งมาที่นี่แต่ละคนต่างก็มีท่าทางหม่นหมอง บ้างก็เลือกที่จะนอนเฉย ๆ เพื่อรอวันตาย บ้างก็เอาแต่บำเพ็ญเพียร น่าเบื่อยิ่งนัก
บัดนี้ในที่สุดก็มีคนที่น่าสนใจเข้ามาที่แห่งนี้ แต่กลับจะฆ่ามันไปทำมื้อดึก กระรอกอย่างมันเหตุใดถึงได้น่าสงสารเช่นนี้!
กระรอกหาสมบัติคิดแล้วก็น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ ตอนนั้นหากไม่ใช่เพราะว่ามันถูกบรรพจารย์ผู้นั้นของสำนักชิงอวิ๋นหลอกมาละก็ เหตุใดมันต้องมาเหี่ยวเฉาในที่ห่างไกลเช่นนี้ตั้งหลายพันปีด้วย! และยังบอกมันอีกว่า ให้รอคนที่มีวาสนา…
ช้าก่อน…
คนที่มีวาสนา!
“จิ๊ดจิ๊ดจิ๊ด!”
มู่เชียนจิ่วกะพริบตาปริบ ๆ “พูดภาษามนุษย์”
“เด็กน้อย เ้า...เ้าเป็อะไรกับบรรพจารย์ชิงอวิ๋นอย่างนั้นหรือ?” กระรอกหาสมบัติรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในบัดดล มันรออยู่ที่นี่มาสี่พันห้าร้อยปีเต็ม ๆ เพื่อรอใครสักคนที่สามารถพามันออกไปจากที่นี่ได้!
เมื่อคิดว่าตนเองได้รับการถ่ายทอดวิชามาจากบรรพจารย์ชิงอวิ๋น มู่เชียนจิ่วก็กะพริบตาเล็กน้อย “น่าจะนับเป็อาจารย์ใหญ่ของข้าได้กระมัง”
แม้จะไม่ได้คารวะอย่างเป็ทางการ แต่นางได้รับวิชาของเขามาจริง ๆ การเรียกบรรพจารย์ชิงอวิ๋นว่าอาจารย์ก็คงจะไม่ผิดอะไร
“์ เป็เ้านี่เอง ฮือ ๆ ในที่สุดเ้าก็มาจนได้!” กระรอกหาสมบัติร้องไห้ออกมา “เ้าช่วยพาข้าออกไปจากที่นี่ที!”
คราวนี้เป็ตาของมู่เชียนจิ่วที่ต้องงุนงงบ้าง “เ้าบอกให้ข้าพาเ้าออกไปจากที่นี่ เ้าไปจากที่นี่เองไม่ได้หรืออย่างไร?”
“หากข้าออกไปเองได้ ข้าคงออกไปท่องโลกตั้งนานแล้ว!” กระรอกหาสมบัติกัดฟันกรอด
“บรรพจารย์ชิงอวิ๋นเ้าเล่ห์ผู้นั้น บอกว่าอย่างมากแค่ไม่กี่ร้อยปีก็จะมีคนมาที่นี่และพาข้าออกไป สุดท้ายข้ารออยู่ที่นี่มาถึงสี่พันห้าร้อยปีเต็ม ๆ สี่พันห้าร้อยปีเชียวนะ”
เมื่อเห็นท่าทางน่าสงสารของกระรอกหาสมบัติ มู่เชียนจิ่วก็ใจอ่อนยวบและปล่อยมันลง “ช่างเถอะ ๆ เ้าไปซะไป”
“ข้าไม่ไป!” จู่ ๆ กระรอกหาสมบัติก็ะโขึ้นมา อุ้งเท้าทั้งสองข้างตะปบที่ต้นขาของมู่เชียนจิ่วเอาไว้ “นายหญิง ท่านรีบพาข้าออกไปจากที่นี่ทีเถอะนะ!”
“เ้าแน่ใจหรือ?” มู่เชียนจิ่วเอ่ยถาม ครั้งนี้นางไม่ได้บังคับมันจริง ๆ นะ
กระรอกหาสมบัติพยักหน้ารับหงึก ๆ อีกทั้งยังเป็ฝ่ายชูคอขึ้นมา ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวัง ในที่สุดมันก็จะได้ออกไปจากสถานที่บ้า ๆ นี่สักที
“ก็ได้ ในเมื่อเ้า้าเช่นนั้น ข้าก็จะทำตามความ้าของเ้าก็แล้วกัน” มู่เชียนจิ่วไม่คิดอะไรมาก นางกัดนิ้วของตัวเอง จากนั้นก็ทำพันธสัญญากับกระรอกหาสมบัติ
ในพริบตาที่เกิดพันธสัญญาขึ้น ทันใดนั้นกระรอกหาสมบัติก็รู้สึกตัวเบาหวิว ขนสีม่วงบนกายเปล่งแสงวาววับ
มู่เชียนจิ่วเห็นดังนั้นดวงตาจึงเป็ประกาย สตรีมักจะชอบของสวย ๆ งาม ๆ อยู่แล้ว นางเองก็เช่นเดียวกัน กระรอกหาสมบัติตรงหน้าเหมือนมีขนาดหดลงเล็กน้อย และบนกายยังมีแสงระยิบระยับ ช่างงดงามยิ่งนัก!
ที่แท้นี่ต่างหากที่เป็ร่างจริงของกระรอกหาสมบัติ ไม่เลว รูปลักษณ์เช่นนี้มู่เชียนจิ่วให้คะแนนเก้าสิบเก้าคะแนน หักหนึ่งคะแนน เพราะความหยิ่งผยองเกินไป!
กระรอกหาสมบัติดีใจจนน้ำตาไหล ผนึกภายในกายของมันหายไปแล้ว มันไม่ต้องเหี่ยวเฉาอยู่ในที่แห่งนี้อีกแล้ว!
“ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดข้าก็เป็อิสระแล้ว กระรอกตัวเมียทั้งหลาย เตรียมตัวเอาไว้ได้เลย!”
มู่เชียนจิ่วเลิกคิ้วขึ้น ในที่สุดวันนี้นางก็ได้เห็นแล้วว่าอะไรที่เรียกว่าปากเสีย
จากเก้าสิบเก้าคะแนนเมื่อครู่ เหลือห้าสิบคะแนนพอ
เวลาผ่านไปพักใหญ่ มู่เชียนจิ่วก็รู้ความเป็มาจากปากของกระรอกหาสมบัติ ที่แท้เป็เพราะอาจารย์ใหญ่ของนางขุดหลุมดักกระรอกหาสมบัติตัวนี้เอาไว้ ทำให้มันได้มาอยู่เฝ้าที่นี่หลายพันปีแล้ว!
ความจริงแล้วมู่เชียนจิ่วมองว่า บรรพจารย์ชิงอวิ๋นคงคิดเอาไว้แล้วว่า กระรอกหาสมบัติอ่อนแอเกินไป ดังนั้นจึงทำผนึกเอาไว้บนกายของมัน เพื่อป้องกันไม่ให้มันออกไปจากที่นี่แล้วเกิดเื่ร้ายขึ้นกับมัน
หากพูดแบบไม่น่าฟังก็คือการกักขัง แต่หากเปลี่ยนมุมมองแล้ว นี่ถือเป็การปกป้องอย่างหนึ่งไม่ใช่หรือ?
“เอาละ ในเมื่อเ้าตัดสินใจติดตามข้า ข้ารับปากเ้าว่าต่อไปจะได้กินอิ่มนอนหลับอย่างแน่นอน” มู่เชียนจิ่วลูบศีรษะของกระรอกหาสมบัติ พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
กระรอกหาสมบัติหลับตาพริ้มอย่างสุขใจ “นายหญิง ของเ่าั้ข้ากินได้หรือไม่?”
“กินเถอะ อีกอย่าง ต่อไปไม่ต้องเรียกข้าว่านายหญิงหรอก เรียกข้าว่าลูกพี่ก็พอ!” มู่เชียนจิ่วยิ้มตาหยี
กระรอกหาสมบัติตัวนี้แม้พลังจะอ่อนแอไปสักหน่อย แต่ของวิเศษทั่วทั้งใต้หล้ามันสามารถหาเจอได้หมด หากนางนำกระรอกหาสมบัติตัวนี้เข้าไปในแดนลับด้วยละก็…
เพียงแค่คิด มู่เชียนจิ่วก็ตื่นเต้นแล้ว หากนางจำไม่ผิดละก็ หลังจากที่ศิษย์ใหม่เข้าสำนัก จะมีโอกาสเข้าไปเข้าฝึกในแดนลับหนึ่งครั้ง!
แม้ว่าแดนลับแห่งนั้นจะถูกคนค้นจนทั่วแล้ว แต่นางเชื่อว่ายังมีสมบัติที่ตกหล่นอยู่ บัดนี้นางมีกระรอกหาสมบัติเป็สมุน หากสามารถนำของวิเศษทั้งหมดในนั้นออกมาได้ รวมแล้วจะต้องเป็สมบัติที่มีมูลค่าสูงอย่างแน่นอน!
“ฮือ นายหญิง อ้อ ไม่ใช่ ลูกพี่ เนื้อปลานี่อร่อยจริง ๆ!” กระรอกหาสมบัติหลับตาพริ้ม กระดิกหางไปมาอย่างมีความสุข
มู่เชียนจิ่วไม่ได้พูดอะไร ความจริงแล้วนางสงสัยมากกว่าว่า บรรพจารย์ชิงอวิ๋นให้กระรอกหาสมบัติรอคนที่มีวาสนา คนผู้นั้นจะใช่นางจริงหรือ?
หรือเื่ทั้งหมดนี้จะเป็แค่เื่บังเอิญ
มู่เชียนจิ่วคิดไม่ตกจริง ๆ ยิ่งนางครุ่นคิดมากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกว่าเื่นี้มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่!
เพราะตอนที่นางได้รับการถ่ายทอดวิชาจากท่านบรรพจารย์ นางพบจิติญญาส่วนหนึ่งที่ท่านบรรพจารย์ชิงอวิ๋นทิ้งเอาไว้ เ้าเฒ่าผู้นั้นคงไม่ได้คิดร้ายอะไรกับนางกระมัง?
อีกทั้งเขายังบอกว่า…รอนางมีตบะบารมีถึงระดับสำแดงเมื่อใด บางทีอาจจะได้พบกันอีกครั้ง!
หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพักมู่เชียนจิ่วก็รู้สึกปวดหัว จึงเลิกคิดไป
ถึงอย่างไรต่อให้นางคิดจนหัวะเิ ก็มีแต่ทำให้ตัวเองยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นก็เท่านั้น เื่ที่ต้องทำในตอนนี้ก็คือ ตั้งใจฝึกฝนให้ตบะบารมีแก่กล้าขึ้นต่างหากที่สำคัญกว่า!
โชคดีที่มีเ้ากระรอกตัวนี้อยู่ด้วย ขอเพียงมีของวิเศษมากพอ ไม่นานนางก็จะสามารถเพิ่มระดับตบะบารมีของตนเองได้อย่างแน่นอน
มู่เชียนจิ่วคิดได้ดังนั้นก็มองไปที่กระรอกหาสมบัติอีกครั้ง เพียงแต่เมื่อนางเห็นเนื้อปลาชิ้นสุดท้ายถูกกินไปแล้ว ดวงตาก็พลันเบิกโพลง “เหตุใดเ้าไม่เหลือให้ข้าบ้างฮะ!”
.
.
.