ตอนที่ 667 แลกเปลี่ยนสิ่งของที่จำเป็
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำเอาผู้ที่ชมอยู่ถึงกับเบิกตาโตอย่างไม่อยากเชื่อเพราะมีหลายคนที่รู้ถึงความแข็งแกร่งของชายหนุ่มร่างใหญ่ต้าฟ๋งดีว่าเขานั้นเป็คนที่แข็งแกร่งระดับต้นๆภายในหมู่ศิษย์ฝ่ายนอกถึงแม้เขาจะเทียบไม่ได้กับศิษย์ฝ่ายในอย่างซุนเจียงแต่ก็ใช่ว่าเขาจะถูกจัดการได้ง่ายขนาดนี้โดยศิษย์ใหม่ที่พึ่งเข้านิกายได้เพียงแค่สองวันแถมยังเป็คนจากโลกเบื้องล่างด้วย......
“กะ.....กะ...เกิดอะไรขึ้น?เมื่อกี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมศิษย์พี่ต้นฟ๋งถึงได้พ่ายแพ้เร็วขนาดนั้น?”
“อาจจะเป็เพราะว่าเขาประมาทเกินไปก็ได้ถึงได้แพ้ให้กับชายหนุ่มคนนั้น!?”
“แต่ข้าว่าไม่น่าจะใช่นะต่อให้ศิษย์พี่ต้าฟ๋งประมาทแค่ไหน เขาก็ไม่น่าที่จะพ่ายแพ้เร็วขนาดนี้!”
เหล่าศิษย์ฝ่ายนอกที่รู้จักกับชายหนุ่มร่างใหญ่ต่างก็พากันพูดขึ้นอย่างสงสัยพวกเขาต่างก็คิดว่าเป็เพราะศิษย์พี่ของพวกเขานั้นประมาทเกินไปถึงได้แพ้แต่ก็มีหลายคนที่คิดต่างออกไปเพราะถึงต้าฟ๋งจะประมาทยังไงมันก็ไม่น่าที่จะแพ้หมดสภาพจนสลบไปแบบนี้.......
“ก็แค่แมลงที่น่ารำคาญตัวหนึ่ง เฮ้อ!เสียเวลาจริง!” เจิ้งฟู่เห็นว่าเขาเสียเวลาอันมีค่าของเขาไปมากกับชายหนุ่มร่างใหญ่เขาจึงเลิกที่จะสนใจเสียงรอบข้างและหันมามองที่ศิษย์พี่ซุนเจียงอีกครั้ง “ข้าต้องขอบคุณศิษย์มากที่ช่วยพูดให้ก่อนหน้านี้แต่เป็เพราะเขาดื้อรั้นและเอาแต่ใจเกินไปเขาไม่คิดที่จะถามความคิดเห็นของข้าเลยแม้แต่นิด แถมยังคิดที่จะใช้กำลังกับข้าอีกข้าเลยไม่มีทางเลือกที่ต้องใช้กำลังจัดการกับเขาก่อน”เจิ้งฟู่กล่าวแก้ต่างให้กับตนเองจากนั้นก็รับเอาหยกสีม่วงในมือของชายหนุ่มมาเก็บไว้......
อ่า!!
“ศิษย์น้องต้นฟ๋งก็เป็คนใจร้อนเช่นแหละมีศิษย์ฝ่ายนอกหลายคนแล้วที่ถูกเขาทำร้ายเพราะไม่ยอมทำตามสิ่งที่เขาบอก วันนี้เขาได้รับบทเรียนและกรรมที่เขาก่อเอาไว้แล้วต่อไปเขาคงไม่กล้าที่จะสู้หน้าเ้าหรือใครๆได้ แต่เ้าควรที่จะระวังตัวเอาไว้ให้ดีเพราะคนที่เป็หัวหน้ากองกำลังหมาในนั้นเป็ศิษย์ฝ่ายในเช่นข้าและระดับพลังของเขาก็สูงกว่าข้าด้วย!” ชายหนุ่มซุนเจียงได้แต่ยิ้มแห้งออกมาอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะบอกว่าสิ่งที่ต้าฟ๋งโดนนั้นสมควรแล้วพร้อมกับกล่าวเตือนเจิ้งฟู่ให้ระวังตัวเอาไว้จากหัวหน้ากองกำลังหมาในที่ต้าฟ๋งสังกัดอยู่......
“ข้าเข้าใจแล้วศิษย์พี่ไม่ว่าใครหน้าไหนข้าก็ไม่กลัวหรอก หากวันนี้ข้าสู้ไม่ได้ วันหน้าก็ยังไม่สายที่จะแก้แค้นและเอาคืนเอาเถอะ!เราเลิกพูดถึงเื่บ่าเบื่อนี้ดีกว่า”เจิ้งฟู่ไม่อยากที่จะพูดถึงเื่นี้อีกแล้วเพราะในตอนนี้เขารู้ตัวเองดีว่าเขานั้นแข็งแกร่งไม่เพียงพอที่จะต่อต้านใครได้ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะเลือกหาสิ่งของที่จำเป็ต่อเขาต่อ ซึ่งเขาคิดที่จะใช้คะแนนที่เขามีทั้งหมดในวันนี้เลยเพราะเขาอาจจะไม่กลับมายังพื้นที่นิกายอีกจนกว่าจะถึงเดือนหน้าในวันรับยาประจำเดือน......
อ่า!!
“เช่นนั้นข้าเองก็ขอตัวก่อนข้ายังมีงานที่ต้องทำอีกมาก แล้วไว้พบกันใหม่!” ชายหนุ่มซุนเจียงเข้าใจในความหมายของเจิ้งฟู่ดีเขาจึงได้กล่าวขอตัวกลับไปทำงานของเขาก่อน......
“ขอรับศิษย์พี่!”
หลังจากที่ชายหนุ่มซุนเจียงจากไปแล้วเจิ้งฟู่ก็กันกลับไปหาศิษย์หญิงสาวที่ทำหน้าที่เป็พนักงานให้บริการอีกครั้งซึ่งในจังหวะที่เค้าหันกลับไปนั้น เจิ้งฟู่พลันพบกับสายตาที่เป็ประกายของหญิงสาวที่กำลังจ้องมองเขาอย่างไม่กระพริบตาและเมื่อหญิงสาวเห็นว่าเจิ้งฟู่หันกลับมาและจ้องมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ เธอจึงรีบก้มหน้าลงพร้อมกับแก้มของเธอที่แดงขึ้น......
“เ้าเป็อะไรไม่สบายตรงไหนหรือป่าว?เหตุใดถึงได้หน้าแดงเช่นนั้น?” เจิ้งฟู่สังเกตเห็นท่าทางของหญิงสาวที่เปลี่ยนไปพร้อมกับสองแก้มที่แดงขึ้นเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าในตอนนี้เขาได้ทำให้หญิงสาวคนนี้เกิดความประทับใจอะไรบางอย่างแล้ว......
“ขะ.....ขะ....ข้าไม่ได้เป็อะไรเ้ายัง้าสิ่งใดอยู่หรือไม่?หากยังมีสิ่งใดที่เ้า้าก็ให้บอกข้ามะ....มะ...มาได้เลย!”จากเดิมที่หญิงสาวนางนี้พูดกับเจิ้งฟู่อย่างแข้งๆและไม่แยแสเขาในตอนนี้น้ำเสียงของเธอดูอ่อนลงมาก มันราวกับเป็คนละคนเลย......
“ข้าอยากได้แผนที่โดยละเอียดของพื้นที่ทั้งหมดที่นิกายบัญชา์อยู่ไม่ทราบว่าแผนที่ที่ว่านี้หรือไม่?” ถึงแม้เจิ้งฟู่จะรู้ว่าหญิงสาวเริ่มที่จะสนใจในตัวเขาและกำลังแสดงท่าทางอ่อนหวานออกมาเพื่อให้ดูน่ารักทว่าเจิ้งฟู่กลับไม่ได้มีความสนใจในตัวหญิงสาวคนนี้เลยที่เขาสนใจคือแผนที่ที่บันทึกสถานที่ต่างๆที่อยู่ภายใต้การของนิกายบัญชา์เสียมากกว่าเพราะแผนที่ที่เขาได้รับมานั้นเป็เพียงแผนที่คราวๆที่ไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่......
“แผนที่อย่างละเอียดนั้นไม่มีหรอกเพราะพื้นที่ที่นิกายบัญชา์อยู่นั้นกว้างใหญ่มาก มันมีทั้งูเาแม่น้ำ ทะเลสาบ พื้นที่รอบ หุบเหวและพื้นที่ลับอีกมากที่ยังไม่ถูกตรวจสอบซึ่งแผนที่ที่ศิษย์ทุกคนได้รับไปนั้นเป็แผนที่ที่ถูกปรับปรุงแก้ไขล่าสุดแล้วซึ่งหากมีการค้นพบหรือเจอสถานที่ใหม่ๆแผนที่ที่พวกเราได้รับมามันจะเปลี่ยนแปลงเองโดยอัตโนมัติแต่หากตัวเ้าเป็คนค้นพบด้วยตัวเองและบันทึกพื้นที่นั้นลงไปในแผนที่ของเ้ามันก็จะมีแต่แผนที่ในมือของเ้าเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงไปเว้นเสียแต่ว่าเ้าจะไปพบพวกนักสำรวจพื้นที่ที่นำพื้นที่ที่ยังไม่ถูกใครค้นพบนอกจากพวกเขาออกมาขาย!”
จากที่หญิงสาวก้มหน้าอยู่ด้วยความเขินอายในคราแรกนั้นจู่ๆนางก็เงยหน้าขึ้นมาตอบอย่างไม่ไม่อาการเขินอายหรือพูดตัดๆขัดๆใดราวกับความเคยชินในการทำงานหรือทักษะในการบริการของนางทำให้นางลืมไปเลยว่าตัวนางกำลังเขินอายอยู่......
อ้า!
“จะ....จะ...เ้ามีอะไรจะถามอีกไหม?”แต่เมื่อนางพูดจบแล้ว ความรู้สึกเขินอายก่อนหน้านี้ก็กลับมาอีกครั้งเมื่อสายตาของนางสบกับตาของเจิ้งฟู่......
“ขอบคุณเ้ามา! ถ้างั้นข้าขอดูรายการเม็ดบาทิพย์หน่อยก็แล้วกัน!” เมื่อได้ฟังคำอธิบายเกี่ยวกับแผนที่ไปแล้วเจิ้งฟู่ก็เข้าใจอะไรขึ้นมาหลายส่วนซึ่งเขาเองก็ไม่คิดว่ามันจะมีวิธีการแบบนี้ด้วย ไม่เพียงแค่สิ่งของที่ค่าที่มีราคาแผนที่ที่ยังมีใครสำรวจก็มีราคาเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนไปเลือกเม็ดยาทิพย์สำหรับใช้บ่มเพาะพลังแทน......
ได้!!
พรึบ!!
หญิงสาวพยักหน้าตอบและยื่นส่งหยกที่คล้ายกับยกสัตว์อสูรบินก่อนหน้าให้กับเจิ้งฟู่ซึ่งหลังจากที่เขารับมาและกระตุ้นการทำงานของมันภาพรายการเม็ดยาทิพย์ทั้งหมดที่มีอยู่ก็ฉายขึ้นมาให้เขาเห็น ซึ่งมันมีเม็ดยาอยู่ชนิดหลากหลายรูปแบบซึ่งมีมากกว่าห้าสิบตัวยาด้วยกัน.......
ยาส่วนใหญ่เป็ยาระดับหนึ่งซึ่งมีเกินกว่าครึ่งหนึ่งของชนิดยาทั้งหมดที่แสดงให้เห็นซึ่งมีเม็ดยาแก้พิษ์เหมันต์าจองจำอยู่ในรายการด้วย และนั้นก็ทำให้เจิ้งฟู่พลันนึกถึงเื่ราวของฟู่เอ๋อภรรยาของเขาหากนางยังอยู่และเขาได้มายังโลกหลักเร็วกว่านี้ และแลกยาแก้พิษเม็ดนี้กลับไปให้นางแล้วละก็นางจะต้องหายดีปกติอย่างแน่นอน.......
“ข้าจะต้องหาเ้าให้เจอ!”เจิ้งฟู่บ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆด้วยแววตาที่มุ่งมั่น......
“เ้าหายาทิพย์ชนิดไหนอยู่อย่างนั้นเหรอบอกข้าได้นะ ข้ารู้จักพวกมันเกือบทั้งหมด?” หญิงสาวได้ยินที่เจิ้งฟู่พูดแต่ไม่ชัดเท่าไหร่นักนางจึงได้ถามเจิ้งฟู่ออกไปคิดว่าเขาหายาทิพย์ไม่เจอ.....
“เปล่าข้าเจอเม็ดยาทีข้า้าแล้ว!” เจิ้งฟู่ส่ายหัวเพื่อปฏิเสธความหวังดีของหญิงสาว เพราะเขาไม่ได้หมายความเหมือนกับที่หญิงสาวคิดซึ่งตอนนี้เจิ้งฟู่พบเม็ดยาทิพย์ที่เขา้าแล้ว.......
ซึ่งเป็ยาเม็ดระดับ 5 ยาทิพย์น้ำค้าง์ผันแปรราคาอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่เม็ดละสองพันคะแนนผลงานผลของยาทิพย์ตัวนี้ช่วยเพิ่มพลังให้กับผู้ที่บริโภคมันเข้าอย่างมหาศาลพร้อมกันนั้นมันยังช่วยปรับเปลี่ยนร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วยดังนั้นเจิ้งฟู่จึงได้แลกมันมาถึงสิบเม็ด.....
พรึบ!!
หวืดดดดดดดด!!
ตอนนี้คะแนนผลงานของเจิ้งฟู่เหลืออยู่หกหมื่นสามพันคะแนนแล้วซึ่งยังถือว่าเหลือเยอะอยู่ดีสำหรับตัวเขาเพราะสิ่งของที่ราคาเกินหมื่นนั้นส่วนใหญ่จะเป็พวกของวิเศษระดับสูง เช่นอาวุธชุดเพราะ หรือของโบราณที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของมันแต่ของเ่าั้เจิ้งฟู่ยังไม่้าในตอนนี้ เพราะเขามีดาบัวารีที่มีจิติญญาัวารีสถิตอยู่อาวุธใดเลยไม่จำเป็สำหรับตัวเขา ทว่าเจิ้งฟู่กับไร้เกราะป้องกันตัวเอง.......
“ข้า้าดูชุดเกราะหน่อย!”เมื่อคิดได้อย่างนั้นเจิ้งฟู่ก็บอกความ้าแก่หญิงสาวออกไป ซึ่งหญิงสาวก็ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีนางรู้สึกยินดีมากที่เจิ้งฟู่มาใช้บริการที่ช่องของนางเพราะยิ่งเจิ้งฟู่แลกเปลี่ยนของมากเท่าไหร่นางก็จะได้รับส่วนแบ่งจากการแลกเปลี่ยนด้วย......
“นี่คือหยกรายการชุดเกราะเ้าสามารถเลือกดูได้!” หญิงสาวหยิบหยกรายการของชุดเกราะออกมาให้เจิ้งฟู่ดูก่อนจะเก็บหยกรายการเม็ดยากลับไป......
อื้ม!!
พรึบ!!
หวืดดดดดดดด!!
เมื่อหยกรายการทำงานภาพชุดเกราะจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็น ซึ่งมีทั้งชุดเกราะหนัก เกราะเบาและเกราะผ้าทั่วๆไป ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็ชุดเกราะระดับมหัศจรรย์ขึ้นไป......
“ตัวเราคงจะไม่เหมาะกับเกราะหนักเท่าไหร่ส่วนเกราะเบาก็ยังพอได้ แต่ถ้าให้ดีเลือกเป็เกราะผ้าแต่มีความแข็งแกร่งจะดีกว่า!”เจิ้งฟู่ลองวิเคราะห์เกี่ยวกับชุดเพราะทั้งสามชนิดนี้ซึ่งเขาคิดว่าเขาควรที่จะสวมใส่เกราะอ่อนอย่างเพราะผ้าถึงจะดีที่สุดเพราะมันมีความยืดหยุ่นสูงและไม่เทอะทะดูเกะกะด้วย ถึงแม้ว่าประสิทธิ์ภาพด้านป้องกันมันจะน้อยกว่าเกราะหนักหรือเกราะเบาก็ตาม.......
เมื่อตัดสินใจแล้วเจิ้งฟู่ก็เลื่อนผ่านไปยังหน้ารายการของเกราะอ่อนในทันทีซึ่งมันมีรายการแสดงโชว์ขึ้นมานับร้อยตัวเลยทีเดียว และเพื่อลดตัวเลือกให้น้อยลงเจิ้งฟู่จึงได้ใส่ข้อจัดเื่ระดับของชุดเกราะเข้าไปอีกซึ่งเขาเลือกเป็ชุดเกราะที่มีระดับาขึ้นไปเท่านั้นและเมื่อเลือกแล้วจำนวนรายการจากร้อยกว่าๆก็เหลือเพียงแค่ยี่สิบตัวเลือกเท่านั้น.......
เกราะอ่อนไหม์ เกราะอ่อนเกล็ดมังดินเกราะผ้ารุ้งเจ็ดสี เกราะอ่อนมรกต เกราะหนังกิเลนเพลิง เกราะพงไพร์ เกราะไร้ลักษณ์และเกราะตัวอื่นๆที่มีความสามารถใกล้เคียงกันแต่ทว่าชุดเกราะแต่ละตัวนั้นจะมีความเฉพาะเป็ของตัวมันเองอยู่ซึ่งเจิ้งฟู่ได้ลองมองและตรวจสอบพวกมันอย่างละเอียดแล้วและเขาก็เหลือตัวเลือกเพียงแค่สามตัวเลือกเท่านั้น......
หนึ่งคือเกราะอ่อนไหม์ที่มีความยืดหยุ่นและมีความเหนียวสูง ทนต่อไฟและการโจมตีหลากหลายประเภทหากเป็อาวุธที่ระดับต่ำกว่าระดับาลงไป พวกมันจะไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนใดๆให้กับชุดเกราะตัวนี้เลยหรือแม้แต่สามารถที่จะกันการโจมตีจากผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้์ขั้นต้นได้อย่างสบายๆส่วนราคาอัตราแลกเปลี่ยนก็อยู่ที่ 30,000 คะแนน......
สองคือเกราะหนังกิเลนเพลิงที่มีความเหนี่ยวและทนทานต่อไฟสูงเกราะหนังตัวนี้สร้างขึ้นจากหนังสัตว์อสูรกิเลนเพลิงรุ่นเยาว์แต่ถึงจะเป็หนังของกิเลนรุ่นเยาว์ หนังของมันก็มีพลังด้านการป้องกันสูง สามารถต้านทานอาวุธระดับต่ำกว่าาได้อย่างสบายๆแม้แต่ผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้์ขั้นกลางก็ยากที่จะโจมตีส่งผลผ่านเกราะนี้มาได้ ส่วนราคาอัตราแลกเปลี่ยนของชุดเกราะตัวนี้ก็อยู่ที่35,000 คะแนน......
สามคือเกราะไร้ลักษณ์เป็ชุดเกราะที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างของมันได้อย่างหลากหลายซึ่งมันถูกสร้างขึ้นจากหนังของสัตว์อสูรเงาร้อยร่างซึ่งเป็สัตว์อสูรที่มีความสามารถในการเปลี่ยนร่างของมันให้เป็เหมือนกับสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเพื่อใช้ในการหลบซ่อนและอำพรางร่าง ถึงแม้มันจะมีพลังป้องกันที่ต่ำ แต่มันก็ใช่ดีในการหลบหนีหรือซ่อนตัวด้วยทีมันเป็เพราะระดับา ยังไงพลังด้านป้องกันของมันต้องไม่ขี้เหล่อยู่แล้วส่วนราคาอัตราแลกเปลี่ยนก็อยู่ที่ 23,000คะแนน........
“ดูท่าเ้าเกราะตัวสุดท้ายนี้จะเหมาะกับเราแหะ! ถ้างั้นก็เอาตัวนี้เลยก็แล้ว!”เจิ้งฟู่ตัดสินใจได้แล้วว่าเขาจะเลือกเ้าชุดเกราะไร้ลักษณ์ตัวนี้เพราะเขาคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับตัวเขามาก......