บทที่ 21 ใครก็ได้ มาจับโจรเร็ว
ยามนี้ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเล็กน้อย เฉิงโจวซื่ออาศัยแสงรำไรมองเห็นว่าเฉิงเยี่ยนผิงถูกตีจนหน้าบวมเป็หัวหมู นางโกรธจัดจนพุ่งเข้าไปหมายจะสู้ตายกับซูชิ่น
ซูชิ่นกลอกตาไปมาแล้วรีบหันหลังกลับทันที พร้อมกับะโเสียงดังว่า "ท่านแม่ระวังเ้าค่ะ โจรผู้นี้แรงเยอะมาก ระวังจะได้รับาเ็นะเ้าคะ"
สิ้นคำพูดนั้น ซูชิ่นก็เตะเข้าที่ข้อพับขาของเฉิงเยี่ยนผิงอย่างจัง
ขาของเฉิงเยี่ยนผิงเสียการควบคุม เหวี่ยงออกไปข้างหน้าเป็ 'ลูกเตะกวาดลาน' จนทำให้เฉิงโจวซื่อถูกกวาดล้มคว่ำลงกับพื้น
ลานบ้านตระกูลเฉิงปูด้วยแผ่นหินสีเขียว เมื่อเฉิงโจวซื่อล้มหน้าคว่ำลงไปตรง ๆ เสียง 'กร๊อบ!' ก็ดังขึ้น จากนั้นเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนของเฉิงโจวซื่อก็ดังกลบเสียงของเฉิงเยี่ยนผิงจนมิด เสียงนั้นดังทะลุขึ้นไปบนท้องฟ้า ทำลายความเงียบสงบยามเช้าของหมู่บ้านเสี่ยวเหอจนสิ้น ทว่ากลับไม่มีใครยอมเปิดประตูออกมาดูสถานการณ์เลย
เพราะยามนี้เป็ยุคเข็ญ หากถูกพวกโจรลากเข้าไปพัวพันด้วยจะทำอย่างไร? ดังนั้นเพื่อนบ้านในละแวกนั้นจึงพร้อมใจกันแสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน
ขอเพียงคนที่ตายไม่ใช่คนในครอบครัวตนเองก็พอ
เฒ่าเฉิงเห็นว่าซูชิ่นยังไม่หยุดมือก็กระทืบเท้าด้วยความร้อนใจ
"เมียเ้าใหญ่ รีบหยุดมือเดี๋ยวนี้! อย่าตีอีกเลย นั่นเ้ารอง! ห้ามตีอีก! หยุดมือเดี๋ยวนี้!"
มือของซูชิ่นที่ยกค้างอยู่กลางอากาศชะงักลง นางหันไปมองเฒ่าเฉิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ แล้วหันไปมองเฉิงเยี่ยนผิงที่ถูกตีจนหน้าบวมเป็หัวหมู น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความลังเล
"ท่านพ่อ นี่คือน้องรองหรือเ้าคะ?"
เฒ่าเฉิงกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ ก่อนจะพุ่งเข้าไปผลักซูชิ่นออกไป แล้วย่อตัวลงตรวจดูอาการของเฉิงเยี่ยนผิง
"เ้ารอง เ้าเป็อย่างไรบ้าง? เ้ารอง? พูดกับพ่อหน่อยสิ!"
ยามนี้ในหัวของเฉิงเยี่ยนผิงมีเสียงวี๊ด ๆ ดังระงม เขาเจ็บจนแทบไม่กล้าหายใจ จะเอาแรงที่ไหนไปตอบโต้
เฒ่าเฉิงเห็นเขาไม่พูดก็คิดว่าอาการหนักจึงรีบยื่นมือไปผลัก แต่การผลักครั้งนี้ไม่ใช่เื่เล็ก เพราะดันไปลงตรงจุดที่เฉิงเยี่ยนผิงาเ็พอดี
"อ๊ากกก"
เฉิงเยี่ยนผิงร้องโหยหวนออกมาคำหนึ่งแล้วก็นิ่งสนิทไปโดยสิ้นเชิง
"เ้ารอง เ้าจะตายไม่ได้นะ! เ้ารอง รีบตื่นขึ้นมาเร็วเข้า!" เฒ่าเฉิงร้อนใจจนร้องไห้โฮออกมา
"ท่านพ่อ พี่รองเป็อะไรไปเ้าคะ?" เฉิงเหลียนเซียงวิ่งพรวดออกมาแล้วร้องไห้โฮตามไปด้วย
เฒ่าเฉิงไม่ได้เอ็นดูลูกสาวนัก เมื่อเห็นว่าเฉิงเหลียนเซียงออกมาช้าเช่นนี้ ก็ผลักนางออกไปด้วยความโกรธ
"ผ่านมาตั้งนานแล้ว ทำไมเ้าเพิ่งออกมา? พี่ชายเ้าเกือบจะถูกนังตัวซวยนั่นตีจนตายอยู่แล้ว!"
เฉิงเหลียนเซียงไม่มีทางบอกเด็ดขาดว่า เมื่อครู่นางได้ยินซูชิ่นะโว่ามีโจรเข้าบ้าน จึงใรีบมุดลงไปซ่อนใต้เตียง เพราะกลัวว่าตนเองจะถูกโจรพบตัวแล้วถูกย่ำยี
อันที่จริงจะโทษนางที่คิดเช่นนี้ก็ไม่ได้ เพราะเื่ที่เฉิงเยี่ยนผิงไปเฝ้าที่ลานบ้านเมื่อคืนไม่มีใครบอกนางเลย
"ท่านแม่ ท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ?" เฉิงเหลียนเซียงหันไปมองเฉิงโจวซื่อต่อ
เฉิงโจวซื่อพูดจาอ้อแอ้ไม่ชัดเจนว่า "เจ็บเหลือเกิน... ฮือ ๆ เหลียนเซียง ไปตีนังแพศยานั่นสิ ไปเร็ว!"
ฟันหน้าของนางหักไปซี่หนึ่ง เจ็บจนสมองแทบจะมึนชา
ยามนี้คนที่เฉิงเหลียนเซียงกลัวที่สุดคือใคร? ย่อมต้องเป็ซูชิ่นแน่นอน แล้วนางจะกล้าไปตีซูชิ่นได้อย่างไร จึงหดคอพูดว่า "ท่านแม่ ข้าพยุงท่านเข้าห้องก่อนนะเ้าคะ"
เฒ่าเฉิงพยายามจะพยุงเฉิงเยี่ยนผิงให้ลุกขึ้น แต่น่าเสียดายที่เฉิงเยี่ยนผิงรักสบายและี้เี จึงมีไขมันพอกตัว แม้จะไม่ถึงกับอ้วนฉุ แต่ด้วยร่างกายที่ผอมบางของเฒ่าเฉิง การจะพยุงเขาขึ้นมาจึงไม่ใช่เื่ง่ายเลย
หลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง เฒ่าเฉิงก็ยังยกไม่ไหว จึงะโใส่ซูชิ่นว่า "เ้าเป็คนตายหรืออย่างไร? ยังไม่รีบเข้ามาช่วยอีก!"
ซูชิ่นถอยหลังไปสองสามก้าว พลางส่ายหน้าซ้ำ ๆ แล้วเอ่ยว่า "ท่านพ่อ เช่นนี้ไม่เหมาะสมเ้าค่ะ ข้าเป็หญิงม่าย จะไปพยุงน้องรองได้อย่างไร หากเื่นี้แพร่ออกไป ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้เ้าคะ"
"แค่ให้ช่วยพยุงเท่านั้น! พวกเราก็อยู่กันครบจะมีอะไร! อีกอย่าง คนก็ถูกเ้าตีจนเป็แบบนี้!" เฒ่าเฉิงโกรธจนเสียงหลง
"ท่านพ่อ ต่อให้พวกท่านจะอยู่ด้วย แต่ข้าก็ต้องเลี่ยงเพื่อความเหมาะสม ตระกูลเฉิงของพวกเราเป็ตระกูลที่เคร่งครัด ข้าที่เป็พี่สะใภ้ม่าย จะไปแตะต้องน้องรองได้อย่างไร อีกอย่าง ข้าไม่รู้ว่าเป็เขา ข้านึกว่ามีโจรเข้าบ้านจริง ๆ ใครจะไปรู้ว่าน้องรองเกิดนึกคึก ถึงได้ไปแอบอยู่ตรงประตูเช่นนั้น" ซูชิ่นยังคงส่ายหน้า ทำท่าทางราวกับกลัวจนไม่อยากเข้าใกล้
เฒ่าเฉิงกลัวว่าซูชิ่นจะเป็ปีศาจหรือผีร้ายจริง ๆ จึงไม่กล้าทำอะไรนาง ได้แต่ะโสั่งเฉิงเหลียนเซียงว่า "ยังจะยืนบื้ออยู่อีก ทำไมไม่รีบมาช่วยพยุงพี่ชายเ้าเข้าห้อง!"
"แล้วท่านแม่ข้าล่ะเ้าคะ?" เฉิงเหลียนเซียงลังเลเล็กน้อย
"แม่เ้าไม่ตายหรอก! รีบมานี่!" เฒ่าเฉิงโกรธจนอยากจะตีคน
"เ้าค่ะ เ้าค่ะ"
เฉิงเหลียนเซียงปล่อยมือจากเฉิงโจวซื่อ แล้วเข้าไปช่วยพยุงเฉิงเยี่ยนผิงให้ลุกขึ้น
เฉิงเยี่ยนผิงสลบไปแล้วจึงเดินเองไม่ได้ เฒ่าเฉิงเลยต้องแบกเขาขึ้นหลังเดินเข้าห้องไป
เฒ่าเฉิงมีรูปร่างค่อนข้างผอมเล็ก ส่วนเฉิงเยี่ยนผิงแม้จะไม่ได้สูงมากแต่ก็กำยำกว่าเฒ่าเฉิงอยู่สองเท่า เฒ่าเฉิงต้องใช้แรงมหาศาลกว่าจะแบกเฉิงเยี่ยนผิงเข้าห้องได้สำเร็จ
เฉิงโจวซื่อตะเกียกตะกายลุกขึ้นเอง พลางชี้หน้าด่าซูชิ่นว่า "นังตัวดี เ้าคอยดูเถอะ!"
เมื่อนางเข้าห้องไปเห็นสภาพอันน่าเวทนาของเฉิงเยี่ยนผิง ก็ร้องไห้โฮออกมาทันที
์! นังผู้หญิงนั่นลงมือหนักเพียงใดกัน ลูกชายของนางแทบจะไม่เหลือเค้าเดิมแล้ว!
เฒ่าเฉิงกังวลว่าเฉิงเยี่ยนผิงจะตาย จึงรีบให้ภรรยาและลูกสาวเฝ้าดูอาการไว้ ส่วนตนเองรีบออกไปขอยืมเกวียนวัว เพื่อเดินทางไปเชิญท่านหมอที่ตัวอำเภอกลับมา
ผลปรากฏว่า เมื่อเขาไปเคาะประตูเพื่อนบ้านสองหลังที่มีวัว กลับไม่มีใครยอมเปิดประตูให้เขาเลย
เฒ่าเฉิงกระทืบเท้าอย่างโมโห แล้วเดินดุ่ม ๆ มุ่งหน้าไปยังตัวอำเภอด้วยตนเอง แต่กว่าจะเชิญท่านหมอกลับมาได้ ท้องฟ้าก็สว่างจ้าเสียแล้ว
ขณะนี้เฉิงเยี่ยนผิงฟื้นขึ้นมาแล้ว ยามนี้กำลังนอนระบมส่งเสียงครางหงิง ๆ อยู่บนเตียง
ท่านหมอเห็นสภาพที่ถูกซ้อมจนยับเยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึก ๆ
"เหตุใดจึงาเ็หนักถึงเพียงนี้?"
เฒ่าเฉิงไม่กล้าบอกความจริง ได้แต่เร่งว่า "รบกวนท่านหมอรีบตรวจดูลูกชายข้าด้วยเถิดขอรับ"
ท่านหมอวางกล่องยาลง แล้วตรวจร่างกายเฉิงเยี่ยนผิงอย่างละเอียด เฉิงเยี่ยนผิงร้องโหยหวนเรียกมารดาไม่หยุด แต่ท่านหมอกลับอุทานด้วยความประหลาดใจ
"คนที่ลงมือเป็ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ ตีจนเป็แบบนี้ แต่กลับไม่มีจุดไหนที่โดนจุดตายเลย มีแต่แผลภายนอกทั้งสิ้น"
"ท่านหมอ แผลของลูกข้าไม่เป็อะไรมากใช่ไหมขอรับ?" เนื้อบนใบหน้าของเฒ่าเฉิงสั่นระริก
"ไม่มีอะไรใหญ่โต อย่างมากก็แค่เจ็บสักสิบวันครึ่งเดือน ไม่มีอันตรายร้ายแรง ข้าจะสั่งยาสมุนไพรสำหรับสลายเืคั่งให้ พวกเ้าต้องช่วยกันนวดให้เขาทั้งตัวทุกวัน นวดเบา ๆ ให้ตัวยาซึมเข้าไป ถึงจะหายเร็วขึ้น"
เฉิงเยี่ยนผิงได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน
นวดทั้งตัวเนี่ยนะ เขาจะยังมีชีวิตรอดไหม? ท่านหมอผู้นี้คงไม่ได้เป็พวกเดียวกับนังแพศยาซูชิ่นหรอกนะ!
เฉิงโจวซื่อก้าวเข้ามา พร้อมกับฟันหน้าที่แหว่งจนลมโกรก แล้วพูดว่า "ท่านหมอ ช่วยดูให้ข้าที ฟันซี่นี้จะงอกออกมาใหม่ได้หรือไม่?"
ท่านหมอมองปากที่เต็มไปด้วยเืและเนื้อของเฉิงโจวซื่อแล้วส่ายหน้า
"ฟันนี้ไม่งอกออกมาใหม่แล้ว แต่แผลนี้ต้องทายาให้ดี ยามอากาศร้อนเช่นนี้ หากเกิดเป็หนองขึ้นมาจะเป็เื่ใหญ่ อย่างเบาก็เสียโฉม อย่างหนักก็ถึงแก่ชีวิต"
เฉิงโจวซื่อกลัวตายจึงไม่สนใจสายตาที่เสียดายเงินของเฒ่าเฉิง รีบนั่งลงให้ท่านหมอรักษาทันที