โหยมีอำนาจก็ดีแบบนี้ยิ่งเห็นแบบนี้ก็ยิ่งแค้นเ้าของร่างนี้ช่างโง่งมยิ่ง เป็คุณชายจวนเสนาบดีมีอำนาจเป็ที่รักของคนทั้งจวนไม่ชอบดันมาอยากเป็เมียน้อยเขาแถมเขายังไม่เต็มใจจะเอาทำเมียคนเขาหมดรักแล้วยังจะฝืนทำอะไรไม่สู้หย่าแล้วไปขอโทษท่านพ่อดีๆ ไม่ดีกว่าหรือคิดไม่สู้ลองทำสำเร็จหรือไม่ค่อยว่ากัน
“ข้าน้อยไม่มีอันใดรบกวนท่านอ๋องมากมายนักเพียงแต่ข้าน้อย้าหนังสือหย่าจากท่านอ๋องเพียงเท่านั้น มิทราบว่าทรงเขียนให้ข้าน้อยได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” มาดแมนเอ่ยเสียงเนิบนาบ ใบหน้าเรียบเฉยราวกับเอ่ยเื่ทิวทัศน์บุปผา สายตาที่ทอดมองใบหน้าของหยางไป๋หลงช่างว่างเปล่าราวกับมองคนผ่านทางไร้อารมณ์ไร้ความรู้สึกไม่มีทั้งความรักหรือความเกลียดชัง
หยางไป๋หลงเมื่อได้ยินก็นิ่งอึ้งสายตาจับจ้องร่างบางอย่างจับสังเกตหากแต่ไม่พบสิ่งใดนอกจากความเรียบเฉยในแววตาราวกับว่าไม่เคยรู้สึกอันใดกับพระองค์มาก่อนไม่เหมือนทุกคราที่เต็มไปด้วยความรักความหลงใหลในตัวเขายิ่ง
“เฉินซืออ้ายเ้า้าสิ่งใดอีก ถึงได้มาเล่นลิ้นกับเปิ่นหวางเฉกเช่นนี้เปิ่นหวางไม่มีเวลามาชมเ้าเล่นงิ้วเ้ามิรู้อยู่แล้วหรือว่าสมรสพระราชทานมิอาจหย่าร้างได้โดยง่าย หึ”
ไป๋หลงเอ่ยออกไปพร้อมแค่นหัวเราะหนึ่งครั้งเขาอยากจะรู้นักว่าร่างบางตรงหน้าจะแสดงงิ้วอันใดให้เขาชมอีกจะแสร้งปล่อยเพื่อจับหรือช่างสิ้นคิด
“แล้วมีทางใดที่ข้าน้อยจะหย่ากับท่านได้บ้างหรือไม่” มาดแมนเอ่ยเสียงอ่อยทว่าในใจเข่นเขี้ยวเ้าของร่างนี้เหลือเกิน อยากจะจัดแม่ไม้มวยไทยให้เ้าของร่างชุดใหญ่เสียจริง
“หึ เ้าอยากหย่ากับเปิ่นหวางหรือเหตุใดไม่คิดก่อนทำตัวไร้ยางอายนำราชโองการออกมาเล่าเ้าเพิ่งมานึกเสียใจตอนนี้ก็สายไปเสียแล้วเฉินซืออ้าย อยากหย่าเช่นนั้นหรือเ้าฝันหวานไปแล้ววังชินอ๋องของเปิ่นหวางเ้านึกอยากแต่งเข้าก็แต่งเข้านึกอยากออกก็หย่าได้เช่นนั้นหรือเปิ่นหวางจะบอกเ้าหากเ้าจะจากไปก็ไปได้เพียงิญญาเท่านั้นมิเช่นนั้นชาตินี้เ้าอย่าหวังได้หย่าออกไปเลย”
ไป๋หลงแค่นหัวเราะก่อนจะกล่าวถ้อยคำถากถางร่างบางอย่างเ็า ก่อนจะสะบัดมือหมุนตัวจากไปโดยไม่หันกลับมามองเฉินซืออ้ายที่ยืนก้มหน้ามือเรียวกำแน่นเล็บจิกเข้ากลางฝ่ามือจนได้เืร่างกายสั่นเทาอย่างคนควบคุมอารมณ์ที่กำลังปะทุจนร่างของหยางไป๋หลงลับหายไปจึงคลายออก
มาดแมนพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้ต่อยหน้าไอ้อ๋องชั่วนั่นสักทีสองทีโว้ย... ถามดีๆ มาถากถางทำห่าอะไร สงสัยต้องคิดหนทางอื่นต่อไปว่าจะหนีออกจากที่นี่หรือใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไปมาดแมนบ่นพึมพำก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอย่างแรง
“โอ๊ยย เชี่ยลืมตัวอีกแล้ว” เมื่อกระแทกกับเตียงอย่างแรงก็ต้องร้องออกมาเสียงหลงน้ำตาซึมตัวอ่อนยวบลงไปนอนกับเตียงไม่สองมือทุบเตียงไม่หยุดเพื่อระบายอารมณ์ ปากก็ก่นด่าไปเรื่อยจนผล๊อยหลับไปด้วยความอ่อนแรง
“ขอรับท่านอ๋องข้าน้อยจะรีบไปจัดการ” จิวฝูค้อมกายทำความเคารพก่อนจะออกไปจัดการตามที่ได้รับคำสั่งมา
“หึ เปิ่นหวางจะรอดูงิ้วของเ้า เฉินซืออ้าย”
ไป๋หลงแค่นเสียงเอ่ยออกมาช่างเยียบเย็นใบหน้าหล่อเหลาฉีกยิ้มออกกว้าง แต่กลับดูน่าขนลุกอย่างไม่อาจบรรยายออกมาได้
มาดแมนที่เผลอหลับไปอีกครั้งด้วยความอ่อนเพลียก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโวยวายกรีดร้องหน้าเรือนจนอดไม่ได้ที่ลุกขึ้นไปดู
“พระชายาเข้าไม่ได้นะเ้าคะ พระชายารองกำลังพักผ่อนอยู่ รอบ่าวเข้าไปเรียนสักครู่เ้าค่ะ” จิวหลิงคุกเข่าขวางหน้าพระชายาที่พยายามบุกเข้าไปในเรือนของเ้านายตน
“บังอาจ เ้ากล้าขวางเปิ่นหวางเฟยเชียวรึแล้วเหตุใดถึงกล้าใช้คำพูดเช่นกับเปิ่นหวางเฟยกัน ช่างไม่รู้จักดีชั่ว พวกเ้ามาลากนางไปตบปาก”
สิ้นคำพระชายาซูเม่ยข้ารับใช้ข้างกายทั้งสี่ก็ตรงมาฉุดกระชากลากจิวหลิงที่ขวางทางพระชายาให้ออกมาก่อนจะลงมือตบสั่งสอนข้ารับใช้ในวังชินอ๋องไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าพระชายาผู้นี้อยากแสดงตัวว่าเป็คนของราชวงศ์เพียงใด
แม้ท่านอ๋องจะอนุญาตว่าคนในวังอ๋องแห่งนี้ไม่ต้องใช้คำาาศัพท์เพราะทรงอยู่ในกองทัพมาเนิ่นนานหากแต่กับพระชายานั้นมิยินยอมให้ผู้ใดข้ารับใช้ที่ไม่พูดาาศัพท์กับพระชายาก็ต้องโดนลงทัณฑ์เช่นนี้บ้างก็ไม่มีชีวิตอยู่แล้วแล้วนี่ข้ารับใช้พระชายารองที่เพิ่งแต่งเข้ามาใหม่กับใช้คำว่าเ้าค่ะแทนที่จะเป็เพคะช่างมิรู้ความเอาเสียเลย นางเอาชีวิตมาทิ้งในวังชินอ๋องแท้ๆ เชียว
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ พวกเ้าจะทำอะไรกับคนของข้ากัน”
มาดแมนตรงเข้าไปกระชากสตรีนางหนึ่งที่กำลังตบตีจิวหลิงออกก่อนจะผลักที่เหลือออก ดึงเอาจิวหลิงมาไว้ข้างหลัง ใช้ตัวเองเป็เกราะกำบังจิวหลิงที่ถูกรุมทำร้าย
“หึพระชายารองชายเช่นเ้าช่างไม่รู้จักมารยาทเสียจริงไม่รู้สกุลเฉินสอนบุตรมาเช่นไร” ซูเม่ยแค่นเสียงเอ่ยออกมาอย่างดูถูกก่อนเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี
“เลี้ยงมาอย่างไรแล้วเกี่ยวอันใดกับท่านเล่าอย่างน้อยสกุลเฉินของข้าก็มิได้สั่งสอนอิสตรีในห้องหอให้บุกเข้าเรือนบุรุษแปลกหน้าในยามวิกาลให้เสื่อมเสียเกียรติเช่นนี้”
มาดแมนตอกกลับพระชายาซูเม่ยทันทีที่ได้ยินเฮอะถึงเป็ผู้หญิงก็อย่าหวังว่าจะรอดถึงไม่อยากลงไม้ลงมือแต่ด่ากลับแค่นี้คงไม่ถือว่าเป็หน้าตัวเมียหรอกใช่ไหมวะ
แต่ถึงใครจะว่าก็ช่างสิวะไม่ได้เป็สุภาพบุรุษถึงขนาดมีผู้หญิงมายืนด่าถึงโคตรเหง้าแล้วยังยิ้มรับไม่ตอบโต้ถึงจะไม่ได้รู้จักจริงๆ ก็เถอะ แต่คนตระกูลเฉินรักใคร่เ้าของร่างมากไม่งั้นจะยอมยกของสำคัญอย่างราชโองการให้โดยง่ายหรือ
“จะ...เ้า...บังอาจนัก ดี!! ดียิ่ง! พวกเ้าลากบุรุษต่ำช้าผู้นี้ไปตบปากหนึ่งเค่อแล้วโบยต่ออีกสิบไม้” ซูเม่ย ออกคำสั่งเสียงเย็นให้ข้ารับใช้ที่เป็บุรุษรีบเข้ามาลากพระชายารองคนงามไปลงทัณฑ์ตามคำสั่งของตนบุรุษไร้ยางอายใช้ราชโองการมายื้อแย่งสวามีของนางมิพอยังบีบบังคับพระองค์ให้ร่วมหอ ช่างน่าขยะแขยงเสียจริง
“ข้าทำผิดอันใด ถึงต้องมาลงโทษกันเช่นนี้”
“ผิดอันใดเช่นนั้นหรือ หึ เ้าทำผิดกฎวังชินอ๋องประการแรกไม่มาคารวะปรนนิบัติเปิ่นหวางเฟย อย่างที่อนุชายาควรทำประการสองขัดขวางการลงทัณฑ์ข้ารับใช้ของเปิ่นหวางเฟยเป็การไม่ไว้หน้า ประการสามเ้าเอ่ยวาจาสามหาว ไม่เคารพเปิ่นหวางเฟยที่เป็ถึงชายาเอก เท่ากับไม่มีความเคารพท่านอ๋องด้วยความผิดแค่นี้คงพอแล้วกระมังที่เปิ่นหวางเฟยจะสั่งลงโทษเ้า”
ซูเม่ยร่ายความผิดออกมายืดยาวเน้นคำว่าเปิ่นหวางเฟยทุกคำ ให้ชายารองที่มาใหม่จดจำว่าตัวนางนั้นต่างหากเล่าคือชายาเอกของชินอ๋อง พระชายารองนับเป็อะไรในสายตานางได้
มาดแมนได้ยินดังนั้นก็กลอกตาไปมาดิ้นรนขัดขืนข้ารับใช้ที่พุ่งมาจับตัว เขางัดแม่ไม้มวยไทยเทควันโดและยูโดที่เคยเรียนมาใช้ผสมผสานกันไปอย่างลงตัวจนเหล่าข้ารับใช้พากันไปนอนกองอยู่บนพื้นหากแต่ร่างกายนี้บอบบางเกินไปประกอบกับเมื่อคืนพึ่งเจอศึกหนักมาทำให้ไม่อาจสู้บุรุษหลายคนที่รุมล้อมเข้ามาไม่ขาดสายได้
จนในที่สุดร่างบางก็ถูกกดร่างไว้ในท่าคุกเข่าเรือนร่างบางพยายามสะบัดตัวออกจากการจับกุมทว่าสะบัดเท่าไหร่ก็ไม่อาจหลุดพ้นได้แต่จำยอมถูกตบหน้าไปเกือบสามสิบทีจนใบหน้าบวมเป่งเืไหลกลบริมฝีปากที่แตกยับเยิน
ก่อนโดนลากออกไปโบย พึ่งโดนโบยได้ไม่ถึงสิบไม้มาดแมนก็รู้สึกว่าร่างกายรับไม่ไหวแล้ว สงสัยว่าตัวเขาคงจะตายอีกรอบเป็แน่แล้วมาอยู่ร่างใหม่ยังไม่ถึงสองวันดีนี่เขาจะตายอีกแล้วหรือเขายังไม่ทันได้เริ่มสิ่งที่ตนคิดเลยสักนิด หึหึ มาดแมนแค่นหัวเราะช่างน่าหัวเราะเขาคงทำกรรมไว้มากมายเกินไป์ถึงได้เล่นตลกกับเขาถึงเพียงนี้ ตายก็ดีถือซะว่ามันคือฝันตื่นหนึ่ง ดวงตางดงามค่อยๆ หลับลงอย่างยอมรับชะตา เขายอมจำนนแล้วทุกสิ่งไม่อยากต่อต้านหรือคิดอะไรอีกแล้ว เช่นนี้ก็ดีแล้วจะได้หลุดพ้นจากวังแห่งนี้ตามที่หยางไป๋หลงกล่าวไว้อย่างไรเล่า