บทที่ 11 ชัยชนะอันแสนสาหัส
ภายใต้คำสั่งศักดิ์สิทธิ์ของฮั่นหวู่ ฝูงตั๊กแตนจำนวน 2.6 พันล้านตัวบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ปกคลุมทั่วทั้งผืนฟ้าและแผ่นดิน ราวกับเป็เมฆดำมืดที่ไร้ขอบเขต พุ่งเข้าโจมตีกองทัพก็อบลินแดง
กองทัพก็อบลินแดงเผชิญหน้ากับการโจมตีของฝูงตั๊กแตนจำนวนมหาศาล ก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ พวกเขารวบรวมลูกไฟหลายลูกไว้บนกรงเล็บ แล้วยิงใส่ฝูงตั๊กแตน
ลูกไฟแต่ละลูกสามารถเผาตั๊กแตนให้กลายเป็เถ้าถ่านได้หลายสิบตัว
ในทุก ๆ วินาที มีตั๊กแตนนับแสนตัวถูกกำจัด ในขณะที่ความเสียหายของก็อบลินแดงมีน้อยมาก
ร่างอวตารเทพของฮั่นหวู่จ้องมองทุกสิ่งอย่างใกล้ชิด เขาเลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสมและออกคำสั่งศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
ตั๊กแตนะเิตัวเอง โจมตี!
ภายใต้การคุ้มกันของตั๊กแตนธรรมดา ตั๊กแตนะเิตัวเองห้าล้านตัวได้เริ่มการโจมตีแบบพลีชีพต่อกองทัพก็อบลินแดง
ทันใดนั้น เสียงะเิก็ดังขึ้นไม่หยุด
กองทัพก็อบลินแดงเริ่มมีความเสียหาย ภายใต้การโจมตีของตั๊กแตนะเิตัวเองทั้งห้าล้านตัว ก็อบลินแดงหกพันตัวได้รับาเ็ในระดับที่แตกต่างกันไป ก็อบลินแดงสี่ร้อยตัวถูกะเิตายทันที
แต่สำหรับกองทัพก็อบลินแดงที่มีจำนวนหมื่นตัว ความเสียหายนี้ไม่ได้มากมายอะไร พวกมันยังมีกำลังพลเพียงพอที่จะต่อสู้
ฮั่นหวู่ไม่มีทางเลือก จึงต้องใช้ไพ่ตายของเขา
ตั๊กแตนะเิออกโจมตี
ตั๊กแตนะเิจำนวนสี่แสนตัวที่สะสมไว้ ฝ่าสายฝนลูกไฟบุกเข้าไปในกองทัพของก็อบลินแดง แล้วะเิตัวออก
กองลาวาขนาดใหญ่ได้เปลี่ยนพื้นที่ที่กองทัพก็อบลินแดงอยู่ให้กลายเป็นรกอันร้อนระอุ
ก็อบลินแดงบางตัวที่าเ็ถูกความร้อนสูงเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง และในที่สุดก็ตายอย่างทรมานในพื้นที่ลาวานี้
แต่ก็อบลินแดงก็ยังคงเป็สิ่งมีชีวิตชั้นยอดที่มีธาตุไฟ
ก็อบลินแดงจำนวนมากยังคงทนต่อความเสียหายจากอุณหภูมิสูง พุ่งออกจากพื้นที่ลาวา และรักษาชีวิตของพวกมันไว้ได้
การตายของตั๊กแตนะเิลาวาสี่แสนตะว แลกมาด้วยชีวิตของก็อบลินแดงเพียงสามพันตัว
ก็อบลินแดงที่เหลืออีกเกือบ 6,500 ตัวแทบทั้งหมดได้รับาเ็ แต่พวกมันยังคงมีพลังในการต่อสู้อยู่
พวกมันปฏิบัติตามภารกิจ มุ่งหน้าไปยังแก่นอาณาจักรเทพของฮั่นหวู่
ฝูงตั๊กแตนที่บินว่อนไปทั่วฟ้าไม่สามารถหยุดยั้งพวกมันได้เลย
คณาจารย์และเพื่อนนักเรียนที่กำลังชมการต่อสู้ต่างพากันคาดการณ์
"คราวนี้ฮั่นหวู่จบแน่ ถึงแม้ว่าเขาจะยังมีสิ่งมีชีวิตระดับวีรบุรุษเป็ไพ่ตายอยู่ก็ตาม แต่ต่อให้สิ่งมีชีวิตระดับวีรบุรุษจะเก่งกาจแค่ไหน จะสามารถสังหารก็อบลินแดงได้ถึง 6,500 ตัวเชียวหรือ?"
"ท้ายที่สุด ตั๊กแตนก็เป็เพียงสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ถึงจะเลี้ยงดูอย่างดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์"
"ปล่อยให้เขาหยิ่งผยองต่อไปเถอะ กองทัพก็อบลินแดงทำลายแก่นอาณาจักรเทพของเขาให้แหลกละเอียดเลย!"
หัวหน้าฝ่ายวิชาการสวี่เหมยทนดูไม่ได้ ตอนนี้เธอก็ไม่มั่นใจว่าฮั่นหวู่จะสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาชนะได้
เธอส่งเสียงไปถึงฮั่นหวู่ว่า "นักเรียนฮั่นหวู่ ถ้าทนไม่ไหวก็ยอมแพ้เถอะ ความพ่ายแพ้ไม่ใช่เื่น่าอับอาย มีชีวิตอยู่เท่านั้นถึงจะมีโอกาสล้างความอัปยศจากความพ่ายแพ้และสร้างความรุ่งโรจน์ได้ ฉันเชื่อว่าถ้าให้เวลาเธอ เธอจะต้องกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้แน่นอน"
สำหรับคำแนะนำของหลิวเหมย ฮั่นหวู่ส่ายหน้าอย่างมุ่งมั่น "หัวหน้าฝ่ายหลิว ในเมื่อผมตัดสินใจจะย้ายห้องแล้ว ผมก็จะยืนหยัดจนถึงที่สุด แม้ว่าจะต้องสู้จนเหลือทหารคนสุดท้าย ผมก็ไม่เสียดาย ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังไม่ได้แพ้เลย"
บนสนามรบ จั่นเถี่ยเจี้ยนเฟิงกำลังไล่ฆ่าศัตรู
ดาบพายุสลาตันสี่เล่มถูกเหวี่ยงไปมา ทำให้พื้นที่บริเวณกว้างสั่นะเืด้วยลมดาบอันบ้าคลั่ง
กองทัพก็อบลินสีแดงไม่ยอมแพ้ พวกมันยิงลูกไฟพร้อมกัน แม้แต่จั่นเถี่ยเจิ้ยนเฟิงก็ยังได้รับาเ็
แต่ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งของสิ่งมีชีวิตระดับวีรบุรุษอย่างจั่นเถี่ยเจิ้ยนเฟิง เขายังคงยืนหยัดไม่ล้มลง
ดาบพายุสลาตันทั้งสี่เล่มฟาดฟันอย่างบ้าคลั่งไม่หยุดหย่อน ก็อบลินแดงทุกตัวที่เข้าใกล้แก่นอาณาจักรจะต้องได้รับการโจมตีถึงตาย
พื้นดินบริเวณกว้างรอบ ๆ แก่นอาณาจักรถูกย้อมด้วยสีเื
นักเรียนที่กำลังดูอยู่หลายคนทนกับภาพที่โหดร้ายนี้ไม่ได้ จึงพากันออกจากการรับชมไป
สถานการณ์การต่อสู้เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ว่าสิ่งมีชีวิตระดับวีรบุรุษอย่างจั่นเถี่ยเจิ้ยนเฟิงจะแข็งแกร่งมาก แต่ก็ยากที่จะต้านทานการโจมตีของก็อบลินแดงจำนวน 6,500 ตัวได้
ภายใต้การโจมตีของลูกไฟที่แทบจะไม่มีที่สิ้นสุด ร่างกายของจั่นเถี่ยเจิ้ยนเฟิงเต็มไปด้วยาแ เรี่ยวแรงของเขากำลังจะหมดลง เขาใช้ดาบทั้งสี่เป็โล่ป้องกันร่างกายอย่างยากลำบาก
คนที่มีสายตาดีสามารถเห็นได้ว่าเขาอยู่ในสภาพใกล้ตายแล้ว
รอบ ๆ ตัวเขา มีศพของก็อบลินแดงมากกว่าห้าพันตัว แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการสังหารครั้งนี้
แต่เื่ราวก็มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
ก็อบลินสีแดงที่เหลืออยู่กว่าพันตัวรวมตัวกันสร้างลูกไฟ เพื่อจะโจมตีวีรบุรุษผู้แข็งแกร่งนี้เป็ครั้งสุดท้าย
หลิวเล่อเทียนที่กำลังดูการต่อสู้อยู่แทบจะซ่อนความปิติยินดีบนใบหน้าเอาไว้ไม่ได้ เขารู้สึกเหมือนจะเห็นภาพวีรบุรุษผู้นี้ตายอย่างทรมานและแก่นอาณาจักรเทพฮั่นหวู่แตกสลายแล้ว
แต่ในขณะนั้นเอง พื้นดินก็สั่นะเื พวกก็อบลินสีแดงต่างหยุดลูกไฟในมือ และหันไปมองในทิศทางที่เสียงดังมา
พวกมันเห็นกองทัพคนแคระที่สวมชุดเกราะเต็มยศกำลังวิ่งออกมาจากป่า
พวกเขามีจำนวนไม่มาก เพียงแค่เก้าร้อยคนเท่านั้น เหล่าคนแคระสวมชุดเกราะเหล็กทั้งชุด และถืออาวุธอย่างค้อนรบและขวานศึกในมือ
"ปกป้องเทพของพวกเรา!" คนแคระชราที่เป็ผู้นำในกลุ่มคนแคระะโเสียงดัง
คนแคระทั้งเก้าร้อยคนตอบรับพร้อมกัน เสียงคำรามต่ำ ๆ ของพวกเขาสั่นะเืหัวใจราวกับเพลงแห่งา
ก็อบลินแดงที่เหลืออีกกว่าพันตัวตกตะลึง เมื่อพวกมันตั้งสติได้ ค้อนเหล็กของคนแคระก็อยู่ตรงหน้าแล้ว
"ฆ่ามัน!"
คนแคระชราเหวี่ยงค้อนใหญ่ฟาดลงบนศีรษะของก็อบลินแดงตัวหนึ่ง ในทันใดนั้นเืก็กระเซ็นไปทั่ว
คนแคระที่ตามมาก๋พุ่งเข้าไปต่อสู้กับก็อบลินแดงอย่างดุเดือด
ในชั่วพริบตา เสียงะโและเสียงะเิดังขึ้นอีกครั้ง
สถานการณ์สู้รบกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
ผู้ชมทั้งหลายต่างตกตะลึงพรึงเพริด
เมื่อมองไปรอบ ๆ ทั่วทั้งอาณาจักรเทพ พวกเขาไม่ทันสังเกตเห็นว่านอกจากตั๊กแตนซึ่งเป็บริวารหลักแล้ว ฮั่นหวู่ยังได้เลี้ยงดูกองทัพคนแคระอีกกลุ่มหนึ่งด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อดูจากท่าทางของเหล่าคนแคระที่สวมชุดเกราะครบชุด ก็น่าจะฝึกฝนมาระยะหนึ่งแล้ว
มีครูคนหนึ่งที่ช่างสังเกตพบว่า คนแคระเหล่านี้ดูคุ้นตาอย่างไรชอบกล พอมองดูอย่างละเอียดก็พบว่า พวกนี้เคยเป็บริวารหลักของจางปินไม่ใช่เหรอ?
เพียงแค่สองวัน ฮั่นหวู่ก็สามารถฝึกฝนพวกมันให้กลายเป็บริวารที่จงรักภักดีต่อตัวเองได้แล้ว
"ช่างเป็คนมีพร์จริง ๆ! ด้วยความสามารถระดับนี้ รับรองได้ว่าต้องติดสิบอันดับต้นของชั้นปีแน่นอน" ครูคนนี้รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
ฮั่นหวู่เข้าร่วมการทดสอบเพื่อย้ายห้อง
หากสามารถนำคนที่มีความสามารถเช่นนี้เข้ามาในห้องเรียนของตนเองได้ มันก็เหมือนกับการได้นักเรียนเก่งมาฟรี ๆ ไม่ใช่หรือ?
การมีนักเรียนเก่งที่ติดสิบอันดับต้นของระดับชั้นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนในห้องเรียน จะทำให้การประเมินผลด้านการศึกษาในภาคเรียนนี้ต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และรางวัลก็คงจะไม่น้อยเลยทีเดียว
‘ถ้าหากฮั่นหวู่สามารถผ่านการทดสอบได้สำเร็จ ฉันจะต้องดึงเขาเข้ามาในห้องเรียนของตัวเองให้ได้!’ ครูคนนั้นคิดในใจอย่างเงียบ ๆ
ครูคนอื่น ๆ อีกหลายคนก็มีความคิดเช่นเดียวกัน
พวกเขาเพียงแต่รอคอยผลการทดสอบสุดท้าย ว่าฮั่นหวู่จะสามารถผ่านได้หรือไม่
ในอาณาจักรเทพของฮั่นหวู่ เสียงการต่อสู้เริ่มแ่เบาเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่คนแคระและก็ก็อบลินแดงล้มลง มันก็ทำให้หัวใจของผู้ชมสั่นะเื
ใครกันแน่ที่จะเป็ผู้ชนะ?
ในไม่ช้า คำตอบก็ถูกเปิดเผยออกมา
ก็อบลินสีแดงตัวสุดท้ายถูกคนแคระชราทุบหัวแตกจนตาย
ฝ่ายของฮั่นหวู่ได้รับชัยชนะในที่สุด
แต่ชัยชนะครั้งนี้เป็ชัยชนะที่น่าเศร้า
ภายใต้การบัญชาการของฮั่นหวู่ ฝูงตั๊กแตนถูกกำจัดเกือบหมด กองทัพคนแคระเก้าร้อยคนได้รับความเสียหายอย่างหนัก เหลือคนแคระรอดชีวิตเพียง 54 คนเท่านั้น
สิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกปลอบใจได้คือ วีรบุรุษผู้แข็งแกร่งอย่างจั่นเถี่ยเจิ้ยนเฟิงยังไม่ตาย
"นักเรียนฮั่นหวู่ชนะแล้ว!"
ในขณะที่ผู้ชมกำลังย้อนคิดถึงการต่อสู้ หัวหน้าฝ่ายวิชาการสวี่เหมยก็ประกาศผลลัพธ์ออกมา เธอรู้สึกใอย่างมากกับผลลัพธ์นี้ จนแทบไม่อยากเชื่อ
เธอได้แต่พูดว่า ชัยชนะของฮั่นหวู่เป็ปาฏิหาริย์
ในอาณาจักรเทพ ฮั่นหวู่ปล่อยคลื่นเร่งการเจริญเติบโตสองครั้งติดต่อกันเพื่อช่วยให้ผู้รอดชีวิตฟื้นตัว หลังจากนั้นเขาจึงออกจากอาณาจักรเทพ และเดินออกมาจากแคปซูลเข้าสู่อาณาจักรเทพ
ห้องเรียนขนาดไม่ใหญ่นักเต็มไปด้วยครูประจำชั้นจากหลายห้องเรียน
พวกเขามองไปยังนักเรียนทั้งสามคนที่ผ่านการทดสอบด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น และส่งคำเชิญอย่างจริงใจ
"นักเรียนฉินซวง มาเรียนในห้องของฉันสิ ฉันมีทรัพยากรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนกสายฟ้าของเธอ ซึ่งจะช่วยให้พวกมันพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว"
"นักเรียนจางเสี่ยวหลง ฉันมีวิธีลับในการเลี้ยงดูบริวารประเภทอสูร ถ้าเธอมาเรียนในห้องของฉัน ฉันจะถ่ายทอดมันให้เธอ"
"นักเรียนฮั่นหวู่ มาเรียนในชั้นเรียนของฉันสิ ฉันยินดีที่จะมอบกองทัพคนแคระที่แข็งแกร่งกว่าให้เธอ"
ภายใต้คำเชิญชวนอย่างกระตือรือร้นของครูประจำชั้น จางเสี่ยวหลงไม่ได้ตอบรับอย่างรีบร้อน แต่กลับจับจ้องไปที่ฉินซวง ทว่าเด็กสาวกลับมองไปที่ฮั่นหวู่
พวกครูประจำชั้นตระหนักทันทีว่า การที่จะสามารถดึงนักเรียนเก่งกลับมาเรียนในชั้นของตนได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับฮั่นหวู่
ฮั่นหวู่เผชิญหน้ากับคำเชิญชวนจากครูประจำชั้นหลายคน เขาหันไปถามสวี่เหมยว่า "หัวหน้าฝ่ายสวี่ ผมขอถามหน่อยได้ไหมครับ ว่าทำไมการทดสอบของผมถึงยากมากขนาดนี้?"
สวี่เหมยตอบว่า "ความยากของการทดสอบถูกกำหนดโดยครูประจำชั้นทุกคนในระดับชั้นนั้น"
ในทันใดนั้น ครูประจำชั้นสิบคนที่เลือกให้การทดสอบที่ยากที่สุดกับฮั่นหวู่ก็พากันเงียบกริบ
"ผมอยากดูผลการลงคะแนนของพวกเขา" ฮั่นหวู่กล่าว
สวี่เหมยนำผลการลงคะแนนออกมาและแสดงให้ฮั่นหวู่เห็น
ในบรรดาครูประจำชั้นทั้งสิบสองคนที่อยู่ในที่นั้น เก้าคนมีสีหน้าอึดอัด ในใจด่าหลิวเล่อเทียนไปหลายรอบแล้ว
ส่วนอีกสองคนที่เหลือ คนหนึ่งรู้สึกโล่งใจที่เลือกงดออกเสียง อีกคนกำลังมองสำรวจฮั่นหวู่ั้แ่หัวจรดเท้า
"คุณครูสองท่าน ถ้าผมเข้าร่วมชั้นเรียนของพวกคุณ พวกคุณจะให้อะไรผมได้บ้าง?"
หลังจากเห็นผลการลงคะแนน ฮั่นหวู่ก็ถามครูประจำชั้นทั้งสองคนไปตามตรง
เขาเข้าชั้นเรียน เพื่อแสวงหาทรัพยากร ส่วนครูที่รับฮั่นหวู่ เพราะ้าผลงาน
ทั้งสองฝ่ายต่างได้สิ่งที่้า ฮั่นหวู่มั่นใจว่าผลงานของตนในการทดสอบจะช่วยให้เขาได้รับการประเมินในมูลค่าที่สูงขึ้น
ครูประจำชั้นทั้งสองคนชื่นชมความตรงไปตรงมาของฮั่นหวู่ และตอบกลับมา
"นักเรียนฮั่นหวู่ ในการทดสอบวันนี้ ฉันเห็นความสามารถของนายในด้านการเลี้ยงดูเผ่าพันธุ์คนแคระ ถ้านายเข้าร่วมชั้นเรียนของฉัน ฉันสามารถจัดหากองกำลังคนแคระให้คุณได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นคน ด้วยกองกำลังนี้ นายจะสามารถรักษาตำแหน่งในสิบอันดับต้นของชั้นปีได้อย่างแน่นอน และในอนาคตการเข้าเรียนในสถาบันชั้นนำก็ไม่ใช่เื่ฝันอีกต่อไป"
ครูประจำชั้นอีกคนกล่าวว่า "การฝึกฝนบริวารหลักเป็สิ่งสำคัญที่สุด ฉันมีทรัพยากรบางอย่างที่มีประโยชน์มากสำหรับบริวารที่เป็แมลง ถ้านายเข้าร่วมชั้นเรียนของฉัน ฉันจะช่วยนายให้สำเร็จการเปลี่ยนแปลงชีวิตของทั้งเผ่าพันธุ์ตั๊กแตน"
ข้อเสนอของครูประจำชั้นทั้งสองคนดีมาก แต่ในมุมมองของฮั่นหวู่ ครูประจำชั้นคนที่สองพูดมีเหตุผลมากกว่า
บริวารหลักเป็สิ่งที่สำคัญที่สุด
"คุณครูครับ ผมยังไม่ได้ถามชื่อของคุณครูเลย" ฮั่นหวู่ถามครูประจำชั้นคนที่สอง
"เถียนเหวิน" ครูประจำชั้นเถียนเหวินตอบ
ฮั่นหวู่แสดงความเห็นทันที "ครูเถียนเหวินครับ ผมยินดีที่จะเข้าร่วมชั้นเรียนของคุณ"
เถียนเหวินยังไม่ทันตอบ ฉินซวงที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดตามมาว่า "ครูเถียนเหวิน หนูก็อยากเข้าร่วมชั้นเรียนของคุณเหมือนกันค่ะ"
จางเสี่ยวหลงที่อยู่ด้านหลังรีบพูดต่อทันทีว่า "ครูเถียนเหวิน โปรดให้ผมเข้าร่วมชั้นเรียนของคุณด้วยนะครับ"
เถียนเหวินอ้าปากค้าง ใบหน้าแสดงความใและดีใจในเวลาเดียวกัน
เขาได้นักเรียนที่เก่งกาจอันดับต้นถึงสามคนพร้อมกัน
ปีนี้เขาต้องได้รางวัลครูดีเด่นแน่ ๆ!